“ถอดนวมออก แล้วมาซัดกันให้รู้ดำรู้แดงไปเลยดีกว่า…”
ตูนและจอร์จถอดนวมและปาทิ้งออกไป จากนั้นทั้งคู่ก็ได้เข้ามาซัดกันอยู่กลางเวทีอีกครั้งหนึ่ง จอร์จต่อยเข้าไป ตูนสวนกลับมา ตูนต่อยเข้าไป จอร์จสวนกลับมา แลกกันไปมาอยู่อย่างนั้นเกือบ 10 นาทีจนดูไม่ออกเลยว่าฝ่ายไหนจะเป็นฝ่ายที่ได้ครองชัยชนะไป
“แกยังจะดื้อด้านสู้อยู่อีกทำไมฮะตูน!! แกอยากทำลายชีวิตฉันขนาดนั้นเลยหรือยังไง!!”
จอร์จโกรธมากขึ้นกว่าเดิมและเพิ่มความเร็วของตัวเองมากขึ้นไปอีก ความเร็วของเขาในตอนนี้เรียกได้ว่าเร็วเกินกว่าที่ระดับเด็ก ม.ปลาย จะทำได้แล้ว ทว่าตูนก็ยังคงยืนหยัดพยายามหลบหมัดเหล่านั่นที่กระหน่ำเข้ามาถึงแม้ว่าจะไม่สามารถหลบได้พ้นหมด แต่เขาก็ยังสามารถหาจังหวะพอสวนกลับไปได้อยู่บ้าง
“พูดอะไรของนายน่ะจอร์จ... นายเป็นเพื่อนฉันนะ ทำไมฉันต้องทำลายชีวิตของนายด้วยล่ะ...”
พูดจบ ตูนก็ได้ทิ้่งการ์ดลงไปทำให้จอร์จรวมถึงผู้ชมที่กำชมอยู่ต่าง-งงกันไปแถบ
“นี่แกจะดูถูกกันเหรอ... เห็นฉันอ่อนงั้นเหรอ!!”
“ไม่หรอกจอร์จ... นายน่ะเก่ง เก่งมากด้วย ถ้าเป็นฉันคงไม่มีทางชนะนายได้หรอก แต่ถ้าเป็นคนนี้ล่ะก็ รับรองว่าไม่มีทางแพ้แน่”
ฉับพลัน ก็ได้มีหมัดฮุคพุ่งเข้าไปที่หน้าของจอร์จโดยไม่ทันตั้งตัวจนเขาล้มลงตึงไปกับพื้น เขาเงยขึ้นมองตรงไปข้างหน้าก็ได้เห็นภาพของเด็กหนุ่มร่างเล็กที่มีรอยยิ้มที่เปี่ยมไปด้วยความมั่นใจว่าจะไม่แพ้แน่ ๆ ทั้ง ๆ ที่ตอนเริ่มชกยังต่อยอะไรไม่โดนเลยแท้ ๆ
จอร์จฮึดสู้ลุกขึ้นมาอีกครั้งตั้งการ์ดเข้าคลุกวงในและรัวหมัดออกไปอย่างไม่ยั้งมือ ทว่าตอนนี้ร่างเล็กตรงหน้าก็สามารถหลบหมัดที่รวดเร็วของเขาได้ทั้งหมดจนเริ่มเห็นถึงความต่างชั้น
“พริ้วไหวดั่งผีเสื้อ... ต่อยหนักราวกับผึ้ง คนแรกของโลกที่คิดค้นเทคนิคไร้การ์ด นายพอจะนึกออกแล้วใช่ไหมล่ะว่าคือใคร...”
จอร์จที่ได้ยินแบบนั้นก็รู้ได้เลยทันทีว่าอีกฝ่ายกำลังพูดถึงใครอยู่ เขาคนนั้นจะเป็นใครไปไม่ได้นอกจาก มูฮัมหมัด อาลี นักมวยที่ยิ่งใหญ่ที่สุดตลอดกาล เป็นนักชกคนเดียวในประวัติศาสตร์ของวงการมวยที่พิชิตแชมป์โลกโดยที่ไม่จำเป็นต้องตั้งการ์ด เนื่องจากฟุตเวิร์คที่รวดเร็ว และการตอบสนองในระดับที่ไม่จำเป็นต้องป้องกัน อีกทั้งยังเป็นที่เคารพรักเอามาก ๆ ของนักมวยระดับตำนานอย่าง มฤตยูดำ ไมค์ ไทสัน อีกด้วย
“ไม่มีทาง! แกไม่มีทางลอกเลียนแบบเทคนิคของคนระดับนั้นได้หรอก!!”
ตูนเงียบลงไปก่อนที่จะฉีกยิ้มและพูดออกมา
“ก็ลองดูไหมล่ะ...”
ฉับพลัน ร่างเล็กก็ปล่อยหมัดรัวออกมาไปอย่างต่อเนื่อง โดยแต่ละหมัดเน้น ๆ เข้าที่หน้าทุกดอกทั้งนั้น ทว่าด้วยแรงแค้น จอร์จในขณะนั้นก็เหมือนกับได้ปลดขีดจำกัดของตัวเองและยังคงยืนหยัดสู้ต่อไปด้วยความเร็วและความเฉียบคมที่มากขึ้นไปอีก
พวกเขาผลัดกันต่อยผลัดกันหลบอยู่แบบนั้นราว ๆ เกือบ 20 นาทีได้ ผู้ชมที่อยู่ข้างสนามที่ตอนแรกส่งเสียงเชียร์กระหึ่มออกมาด้วยความบ้าคลั่ง กลับเงียบลงไปด้วยความรู้สึกหวิว ๆ ในใจว่า 2 คนนั้นจะไม่หยุดสู้กันจนกว่าจะมีใครตายไปข้างหนึ่งอย่างงั้นหรือ?
เค ไบรท์และหินต่างก็ดูเพื่อนทั้ง 2 คนของพวกเขากำลังสู้กันแบบเอาเป็นเอาตายอยู่บนเวทีโดยที่ไม่พูดอะไรออกมา เพราะนาทีนี้ อะไรจะเกิดมันก็ต้องเกิด ถอยกลับไปไม่ได้แล้ว
“แฮ่ก... แฮ่ก... จอร์จ... นายแม่งโคตรเก่งเลยว่ะ... ขนาดมูฮัมหมัด อาลีนะเนี่ยเฮ้ย....”
“แฮ่ก... แฮ่ก... ก็แค่ของเลียนแบบ... เก่งขึ้นมานิดหน่อย... อย่าทำเป็นได้ใจ....”
พวกเขาทั้ง 2 คนอยากจะล้มลงนอนแทบตาย แต่ก็ทำไม่ได้เพราะทั้งคู่ต่างก็มีเหตุผลของตัวเองที่ต้องชนะในการต่อสู้ครั้งนี้ คนหนึ่งก็เพื่อเอาทุกอย่างที่เคยเป็นของของเขากลับคืนมา ส่วนอีกคนหนึ่งก็เพื่อ....
“แฮ่ก... หิวข้าวแล้ว... อยากกลับบ้านแล้ว.... เอ๊ะ ประโยคนี้คุ้น ๆ เหมือนตอนที่สู้กับเคเลยว่ะ...”
“แพล่มอะไรของแกคนเดียววะ... ต่อไปฉันจะเอาจริงแล้วนะ... ยอมแพ้ตอนนี้ยังทันนะ...”
“ฮ่าฮ่า... ฉันก็จะเอาจริงเหมือนกัน...”
ตูนและจอร์จรวบรวมแรงเฮือกสุดท้ายทั้งหมดของตัวเองเข้าไปยืนแลกหมัดกันอย่างดุเดือดที่กลางเวทีอีกครั้ง และนี่จะเป็นการยืนแลกหมัดครั้งสุดท้ายของพวกเขา จอร์จฮุคซ้ายเข้าชายโครงอีกฝ่ายเต็ม ๆ ถ้าเป็นคนปกติทั่วไปคงนอนจุกกับพื้นไปแล้ว ทว่าเด็กหนุ่มร่างเล็กคนนี้ก็กัดฟันสู้และฮุคขวากลับเข้าไปปลายคางเต็ม ๆ แต่ทว่าจอร์จก็ยังคงสามารถยืนได้อยู่และปล่อยหมัดตรงเข้าไปที่กลางแสกหน้าของตูนจนเขาต้องถอยออกไป
และในจังหวะที่พวกเขาเหลือแรงอีกไม่มากแล้วทั้งคู่จึงได้ตัดสินใจจะปิดเกมในทันที ด้วยแรงที่เหลืออยู่เพียงแค่พอทรงตัวกับปล่อยหมัดสุดท้ายออกไปเท่านั้น แต่ทว่าช่างเป็นเรื่องบังเอิญเสียนี่กะไร ตูนและจอร์จต่างฝ่ายต่างปล่อยฮุคขวาเต็มกำลังด้วยแรงทั้งหมดที่เหลืออยู่ออกไป และทั้ง 2 คนก็โดนหมัดของอีกฝ่ายซัดเข้าที่หน้าเต็ม ๆ โดยไม่มีอะไรมาขวางกั้น และอย่าลืมไปว่าพวกเขาไม่ได้ใส่นวมแล้ว ทำให้ตูนและจอร์จร่วงกลางอากาศลงไปนอนกับพื้นพร้อมกันทันที
ดูเหมือนว่าตอนนี้ทั้ง 2 จะไม่มีแรงพอให้ลุกขึ้นมาอีกแล้ว ทำได้เพียงแค่นอนขยับตัวไปมาอยู่บนพื้นเวที จังหวะนี้กรรมการว่าไง
“ละ-ล้มลงไปแล้วคร้าบบบ!!!! ต่างฝ่ายต่างแลกหมัดกันล้มลงไปทั้งคู่เลยครับ!! สะ-สุดยอดเลยนะครับเนี่ย ไม่เคยเห็นการชกที่ดุเดือดเลือดพล่านขนาดนี้มาก่อน!! ใครจะเป็นผู้ชนะ--”
ทันใดนั้นเอง ไมค์ของกรรมการนักพากษ์ก็ได้ถูกแย่งไปโดยเด็กสาวคนหนึ่งที่เราต่างก็รู้จักกันดี
“สวัสดีค่ะ ดิฉันเป็นสภานักเรียนนะคะ การชกในครั้งนี้ได้ยุติลงแล้วค่ะ ซึ่งผลลัพธ์ออกมาคือนักชกทั้ง 2 คนนี้ เสมอกันค่ะ”
ผู้ชมที่ได้ยินประกาศก็ได้นิ่งเงียบมองหน้ากันไปมา ก่อนที่ไม่นานจากนั้นพวกเขาจะส่งเสียงเชียร์ดังกระหึ่มขึ้นมาอีกรอบ
“เฮ้!!!!”
“สุดยอดเลยว่ะ!!!”
“มันส์พะยะค่ะ!!!”
“พวกนายทำเต็มที่แล้ว!!! เจ้าตัวเล็ก เจ้าฝรั่ง!!!”
ดูเหมือนว่าการชกในครั้งนี้จะชนะใจคนดูไปเต็ม ๆ จากนั้นไม่นาน แรงของนักชกทั้ง 2 คนก็เริ่มฟื้นขึ้นมา พวกเขาจึงได้ค่อย ๆ ลุกขึ้นมานั่งคุยกันบนเวที
“แฮ่ก... แฮ่ก... เสมอกันล่ะ... แบบนี้นายคงไม่ต้องลาออกแล้วใช่ไหม...”
จอร์จที่ได้ยินแบบนั้นก็นิ่งเงียบไปสักพักก่อนที่จะค่อย ๆ พยุงตัวเองลุกขึ้นมา
“แฮ่ก... สำหรับฉันมีแค่คำว่าแพ้หรือชนะเท่านั้น ถ้าเสมอก็เท่ากับว่าฉันแพ้ที่ยังทำได้ไม่ดีพอ... สมใจนายแล้วสินะ... สัญญาก็คือสัญญา ฉันจะลาออกจากโรงเรียนนี้ และก็จะไม่มาเจอพวกนายอีก... ลาก่อน...”
จากนั้นไม่นานเหล่าบรรดาลูกน้องของจอร์จก็พากันวิ่งร้องห่มร้องไห้ช่วยพยุง Boss ของเขาลงจากเวที
“Boss ครับ!!! ฮือ ๆ ๆ นึกว่า Boss จะตายสะแล้ว...!!”
และพวกเขาก็ได้พยุงจอร์จออกไป และในจังหวะที่จอร์จกำลังจะเดินออกไปนั้นเอง เขาก็ได้หันกลับไปมองที่เวทีก็ได้พบว่าเพื่อน ๆ ของเขาได้มาช่วยพยุงตูนและเดินออกไปเช่นกันโดยไม่มีใครมาสนใจเขาเลย
จนกระทั่งหลายชั่วโมงผ่านไป ตอนนี้เป็นเวลา 3 ทุ่มเกือบ ๆ 4 ทุ่ม เด็กหนุ่มผมทองพราวเสน่ห์ก็ได้นั่งอยู่ในห้องชมรมคนเดียวโดยที่ทำแผลทั้งหมดเสร็จเรียบร้อยแล้วและกำลังจะกลับบ้าน ทว่า
“Boss ครับ...” ลูกน้องคนนี้เรียกเขาด้วยใบหน้าที่ฉีกยิ้มกว้างดูมีพิรุธ
“อะไรล่ะ... รักษาตัวด้วยนะ เราคงไม่ได้เจอกันอีก”
ทว่าลูกน้องคนนี้ก็ยังคงฉีกยิ้มกว้างอยู่เหมือนเดิม
“Boss ครับ... เจ็บหน่อยนะครับ”
“...!!?”
ตุ่บ!
โดนลักพาตัวซะแล้ว โดนปิดหูปิดตาปิดปาก ไม่ปิดจมูก เดี๋ยวตาย โดนมัดมือมัดเท้าและรู้สึกว่าตัวของเขากำลังถูกเคลื่อนย้ายไปที่ใดสักที่
“อ่อยอั้นอะโอ่ย!! อวกแออะอาอั๊นไอไอ๋!! (ปล่อยฉันนะโว้ย!! พวกแกจะพาฉันไปไหน!!)”
ขอมาก็จัดให้ จอร์จถูกปล่อยลงมากระแทกพื้นเสียงดังปั้ก! และก็เริ่มมีคนมาแก้มัดมือมัดเปิดหูเปิดปากให้เขา
“พวกแกเล่นอะไรเนี่ยฮะ!! จะจับฉันไปเรียกค่าไถ่งั้นเหรอ!! พวกแกไม่ได้ตายดีแน่!!”
และในจังหวะที่ตาของเขาถูกเปิดออกมา เขาก็พบว่าตัวเองอยู่ด้านนอกอาคารและมีแต่ความมืดมิดมีเพียงแสงจันทร์เท่านั้นที่ส่องลงมา และตรงหน้าเขาก็คือเด็กหนุ่มร่างเล็กที่พึ่งชกกันมาไม่กี่ชั่วโมงก่อนกำลังยืนยิ้มอยู่
“อะไร... นี่จะมาเยาะเย้ยฉันหรือยังไง... เอาเพื่อนกับผู้หญิงของฉันไปแล้วยังอยากจะได้เงินฉันอีกหรือไง...”
ร่างเล็กเงียบไปซักพักก่อนที่จะเอ่ยออกมา
“สาม สอง หนึ่ง!”
พรึ่บ!
“แฮปปี้เบิร์ดเดย์!!!”
แสงไฟตระกาลถูกฉายออกมาดูดกลืนความมืดมินเมื่อครู่จนหมด เผยให้เห็นเค้กก้อนใหญ่เบ้อเริ่มวางตั้งไว้อยู่ตรงหน้าพร้อมกับเสียงเพลงและของประดับมากมาย และเพื่อน ๆ ของเขาครบทุกคนไม่มีขาด อีกทั้งยังมีคนอื่น ๆ ที่มาร่วมงานอีกมากมาย จอร์จไม่เข้าใจ มันคืออะไร จอร์จสับสนไปหมดแว้ว
“นี่มันอะไรกัน...”
“พูดมากอยู่ได้ ก็วันเกิดนายไงไอ่เจ้างั่ง วันนี้ฉันยอมกินเค้กที่มีแคลลอรี่สูงก็เพราะว่าเป็นวันเกิดนายเลยนะ รีบ ๆ มาเป่าเค้กได้แล้ว” หินบ่นออกมาพร้อมกับจานและมีดกับซ่อมที่ถืออยู่ในมือ
“อย่ามัวแต่เงอะงะ รีบ ๆ มาเป่าเค้กได้แล้ว” เคก็อยากกินเหมือนกัน
“เร็ว ๆ เข้าสิจอร์จ~” ไบรท์แอบกินไปหน่อยหนึ่งแล้ว ถ้าสังเกตดี ๆ จะเห็นเค้กแหว่งออกไปนิดหนึ่ง
จอร์จลุกขึ้นมาด้วยสีหน้าท่าทางที่ยังค่อยจะเชื่อสายตาตัวเอง
“นี่พวกนาย... ไม่ได้เกลียดฉันเหรอ...”
“ก็ฉันบอกไปแล้วไงว่าพวกเราเป็นเพื่อนกัน ก็ต้องช่วยเหลือกันอยู่แล้วสิ...”
“แล้วที่พวกนายคุยกันในโรงอาหารวันนั้นล่ะ ที่บอกว่าอึดอัดใจเวลาอยู่ใกล้ฉันน่ะ...”
“อ้อ! เรื่องนั้นน่ะเหรอ!”
ย้อนกลับไปที่โรงอาหารวันนั้น
“อย่าไปยุ่งกับไอ่จอร์จมันเลยนะช่วงเนี่ย เดี๋ยวมันจะรู้ตัว มันยิ่งพูดเก่ง ๆ อยู่ด้วยเดี๋ยวจะพาเราเคลิ้ม”
“ฉันลำบากมากเลยนะเวลาอยู่ใกล้เขาน่ะ อึดอัดใจเป็นบ้า เกือบหลุดปากพูดออกไปทุกที”
“นายน่ะตัวดีเลยเจ้าตัวเล็ก... หัดอยู่เงียบ ๆ แบบไอ่เจ้าเคมันบ้างสิ~”
“งั้นช่วงนี้ก็อยู่เงียบ ๆ เวลาอยู่ใกล้เจ้าหมอนั่นกันก่อนละกัน เดี๋ยวแผนจะล่ม หลายตังค์อยู่เหมือนกันที่เสียไป”
กลับมาที่ปัจจุบัน จอร์จที่รู้เรื่องราวทั้งหมดแจ่มแจ้งก็ยังคงปรับอารมณ์ไม่ทัน
“อย่ามัวแต่ยืนนิ่งสิ มาเร็วจอร์จ มาเป่าเค้กเร็ว! เห็นมั้ย! หินหิวจนมือสั่นบีบจานร้าวจนจะแตกอยู่แล้วน่ะ”
ตูนเดินไปดันตัวจอร์จให้เดินไปที่เค้ก จอร์จเดินเหม่อเข้าไปด้วยสีหน้าแววตาที่มีหลายล้านความรู้สึกอยู่ข้างใน จนกระทั่งเขาได้มายืนอยู่ตรงหน้าเค้กก้อนเบ้อเริ่มเทิ่มนี้
“เป่าเลย… เป่าเลย… เป่าเลย… เป่าเลย…”
ไม่ต้องร้องเพลงแฮปปี้เบิร์ดเดย์หรอก เพราะโรงเรียนเปิดอยู่แล้ว
ฟู่ว...
ทันทีที่จอร์จเป่าเทียนจนดับไปทุกคนในงานก็ต่างพากันแสดงความยินดีกันยกใหญ่ หินที่หิวจนมือสั่นก็ได้จ้วงลงไปที่เค้กอย่างไม่เกรงใจเจ้าของวันเกิด ทว่าจังหวะนั้นเองเขาก็ได้ยินเสียงแปลก ๆ จึงได้หันไปมองและตะโกนเสียงดังออกมา
“ไอ่จอร์จต้องไห้ล่ะ!!! ฮ่า ๆ ๆ ๆ ๆ”
เสียงดังขนาดนั้น ยามหน้าโรงเรียนก็ได้ยิน ในตอนนี้ตัวของจอร์จนั้นรู้สึกทั้งเศร้า เสียใจ ผิดหวังในตัวเอง ดีใจที่ไม่โดนเพื่อนเกลียด ดีใจที่เพื่อนจำวันเกิดตัวเองได้ หิวข้าว ปวดฉี่ หลายอารมณ์ผสมปนกันมั่วไปหมด
“ฮึ่ก... ฮึ่ก... ไม่ได้ร้องซักหน่อย เจ้าสมองกล้ามเนื้อ...”
“หือ!? แกว่าไงนะ!!!”
จากนั้นหินก็เริ่มอาละวาดจนในงานเริ่มวุ่นวาย ส่วนจอร์จก็ได้เดินไปหาตูนที่กำลังกินเค้กอย่างเมามันส์อยู่ที่โต๊ะคนเดียว
“นี่ตูน...”
“หืม? อะไยย๋อ? (หืม? อะไรเหรอ)”
เคี้ยวให้หมดก่อนแล้วค่อยพูดสิฟะเจ้าบ้านี่
“ฉันขอโทษนะ ฉันมันงี่เง่าเอง...”
“งั่ม ๆ ๆ เอื๊อก! ไม่เป็นไรหรอก ฉันก็มีส่วนผิดด้วยเหมือนกัน ทุกอย่างกลับมาเป็นปกติก็ดีแล้วล่ะ ไม่ต้องโทษตัวเองหรอก…”
อย่าบอกนะว่าเอ็งกำลังเลียนแบบทันจิโร่อยู่...
“นายต้องไปเปิดของขวัญแล้วนะ เขาเรียกแล้วน่ะ”
“โอเค...”
และจอร์จก็เดินออกมา ในจังหวะที่เขาเดินออกมา ก็ได้มีเสียงของเด็กสาวคนหนึ่งดังมาจากด้านหลัง เขาจึงได้หันกลับไปก็พบว่าตูนกำลังโดนเพียงดาวแย่งเค้กไปกินและเริ่มโวยวายขึ้นมา โวยวายเหมือนกันหินเปี๊ยบ ทำให้จอร์จนึกย้อนไปถึงคำพูดที่ตูนได้บอกไว้ว่าที่จริงแล้ว เขาไม่ได้ชอบเพียงดาว แต่แค่ต้องการที่จะเอาชนะเฉย ๆ และดูเหมือนว่าตอนนี้เพียงดาวเองก็กำลังมีคนที่ชอบอยู่แล้วด้วย ซึ่งเขาก็ได้มาไตร่ตรองคำพูดทั้งหมดจนสุดท้ายเขาก็ยอมรับความจริง
“อะไรของเธอเนี่ย! มาแย่งเค้กฉันกินทำไม! ตรงนู้นก็มีตั้งเยอะแยะ!”
“ก็กินของคนอื่นมันอร่อยกว่านี่นา... ว่าแต่... นายหมายความว่าไงว่าฉันขี้บ่นน่ะฮะ!!”
“ก็มันจริงนี่ มองจากดวงจันทร์ยังรู้เลย!!”
“ว่ายังไงนะ!!!”
เหตุการณ์ทั้งหมดจบลงไปได้ด้วยดี จากเพื่อนที่เคยแตกหักกัน ได้กลับมาแน่นแฟ้นขึ้นมากกว่าเดิมหลายเท่าตัว ดูท่าแล้วเจ้าพวกนี้คงจะตัดกันไม่ขาดแล้วล่ะ... เอ๊ะว่าแต่เด็กหนุ่มลูกครึ่งเกาหลีที่รู้ความสามารถของตูนหายไปไหนแล้ว.... ช่างมันเถอะ และจากวันนั้นวันเวลาก็ได้ล่วงเลยผ่านไปจนพวกเขาเหล่านั้นขึ้นชั้น ม.6
.
.
.
.
.
.
.
.
- ณ ที่ใดสักที่หนึ่ง -
เด็กหนุ่มร่างใหญ่คนหนึ่งกำลังนั่งดูคลิปวิดีโอการชกของตูนและจอรร์จผ่านทางโทรศัพท์มือ
“อะไรกันเนี่ย~ ที่โรงเรียนมีคนน่าสนุกแบบนี้ตั้งแต่เมื่อไหร่... สงสัยคงต้องแวะกลับไปหาเจ้าพวกนั้นหน่อยแล้วล่ะมั้ง... โดนพักการเรียนตั้งแต่ม.3 ตอนนี้จะขึ้น ม.6 ละ สงสัยคงจะโดนพักการเรียนนานไปหน่อยแล้วสิเรา... แวะไปโรงเรียนหน่อยก็ดี”
เขาคือใคร!!? สิงห์งั้นเหรอ!? สิงห์ใช่หรือเปล่า!? เขาจะมาโรงเรียนแล้วหลังจากโดนพักการเรียนไป 3 ปี!!? เหตุการณ์จะเป็นเช่นไร โปรดติดตามตอนต่อไป ประกาศพรุ่งนี้หยุด 1 วันนะครับ