ซูหมิงเยว่ : ทะลุมิติมาเป็นยอดหญิงหมอเทวดา [จบ]

    เล่มที่ 4 ตอนที่ 111 สถานที่ที่ไม่จำเป็นต้องใช้การต่อสู้

            “นั่นก็ใช่นะ”คนที่พูดแทรกไม่รู้ว่าคิดอะไรขึ้นมาได้ก็หัวเราะออกมา “ทางนั้นมีคนน้อย”

            เพียงครู่เดียวพื้นที่กางกระโจมก็ว่างเปล่าเหลือแค่พวกคนติดตามของแต่ละครอบครัวเอาไว้

            ฮ่องเต้ที่นั่งอยู่ในกระโจมหรี่ตาครุ่นคิดอยู่ครู่หนึ่ง“พวกเขาไปทางไหนนะ?”

            องครักษ์ตอบกลับ “ไปทางหน้าผาพ่ะย่ะค่ะ”

            “เช่นนั้นก็ดีเลยน่ะสิ”จิตสังหารในแววตาของฮ่องเต้ไม่อาจปิดเอาไว้ได้อีกต่อไป มุมปากยกยิ้มขึ้น“เจิ้นจะได้ไม่ต้องไปแยกพวกเขาออกจากคนอื่นๆ เตรียมคนเอาไว้พร้อมแล้วใช่หรือไม่?”

            “เรียบร้อยแล้วพ่ะย่ะค่ะ โปรดวางใจเถิดฝ่าบาท”

            ฮ่องเต้เอนตัวพิงเก้าอี้ “ดีมาก ตอนนี้อย่าเพิ่งลงมือรอจนพวกเขาเดินทางไปไกลกว่านี้อีกสักหน่อยแล้วค่อยลงมือทางที่ดีที่สุดอย่าให้เจิ้นเห็นศพ อย่าให้เหลือไว้แม้แต่กระดูก”

            “พ่ะย่ะค่ะ” องครักษ์รับคำสั่งแล้วออกไป

            ความดุร้ายบนใบหน้าของฮ่องเต้ปิดเอาไว้ไม่มิดอีกต่อไปจิตสังหารในแววตาเข้มข้นจนแทบจะทะลักออกมา

            ซูหมิงเยว่กับจี๋โม่หานขี่ม้าไปอย่างไม่เร่งรีบ ม้าของทั้งคู่เคียงกันเดินเล่นไปในป่าไม้ที่นี่มีต้นไม้ขึ้นรกทึบ ในฤดูนี้ต้นไม้จะขึ้นทึบจนปิดบังแสงอาทิตย์ที่ส่องลงมา เมื่อเดินอยู่ใต้ร่มเงาก็รู้สึกเย็นสบาย

            ระหว่างต้นไม้ก็จะมีเสียงจักจั่นดังมาเป็นระยะๆ รอบด้านเงียบสงบ

            ซูหมิงเยว่ระมัดระวังการเคลื่อนไหวรอบด้านไปก็หันหน้าไปคุยกับจี๋โม่หานไป“ท่านว่าฮ่องเต้วางแผนที่จะลงมือกับพวกเราในงานล่าสัตว์จริงๆ ใช่หรือไม่?”

            “ฮ่องเต้ไม่มีทางปล่อยโอกาสนี้ไปแน่นอน”จี๋โม่หานพูดเสียงเรียบ “อีกทั้งพวกเรายังจงใจเดินแยกออกมาจากทุกคนด้วยเขายิ่งไม่มีทางที่จะพลาดโอกาสนี้”

            ซูหมิงเยว่กวาดตามองไปรอบๆ อีกครั้ง แต่ก็ไม่พบอะไรผิดปกติฤดูร้อนทำให้ต้นหญ้าที่เดิมทีก็เยอะอยู่แล้วตอนนี้ก็ยิ่งโตเต็มที่จนขึ้นรกไปหมด หากมีอันตรายเข้ามาก็รู้ตัวได้ยากมาก

            “เอาล่ะ แม่หนูไม่จำเป็นต้องเป็นกังวลไป”จี๋โม่หานรู้ว่านางกังวลอะไร “พวกจื๋อหลันคอยติดตามพวกเราอยู่ไม่ใกล้ไม่ไกลตลอดแค่มีการเคลื่อนไหวก็จะพบทันที”

            ซูหมิงเยว่ถึงได้วางใจลงหน่อย“เช่นนั้นพวกเราก็เดินเล่นอยู่เช่นนี้หรือ?”

            นางพูดไปมือก็กำธนูในมือ พวกเขาเข้ามานานมากแล้วยังไม่เห็นสัตว์ให้ล่าเลยสักตัว แม้จะไม่พูดถึงสัตว์ให้ล่า นอกจากพวกเขาสองคนแล้วก็ไม่เห็นสิ่งมีชีวิตอื่นอีก

            “แม่หนูเบื่อแล้วหรือ?” จี๋โม่หานเลิกคิ้วพลันยื่นมือไปทางซูหมิงเยว่ 

            “อะไรหรือ?”ซูหมิงเยว่ชะงักไป นางยังดึงสติกลับมาไม่ได้

            “มานี่สิ”

            ซูหมิงเยว่วางมือลงบนฝ่ามือของจี๋โม่หานเขาออกแรงเล็กน้อย ซูหมิงเยว่ก็ขึ้นไปอยู่บนม้าของจี๋โม่หานแล้วนั่งอยู่ในอ้อมกอดของเขา

            จี๋โม่หานกอดซูหมิงเยว่เอาไว้ในอ้อมกอด ทั้งสองพูดคุยกันไปเช่นนั้นแล้วเดินไปด้านหน้าช้าๆ 

            ไม่รู้ว่าเดินไปนานแค่ไหน จู่ๆ ด้านหลังของจี๋โม่หานก็มีการเคลื่อนไหวร่างกายก็เกร็งขึ้นมา

            ซูหมิงเยว่ขมวดคิ้ว ก่อนจะเงียบแล้วตั้งใจฟัง

            พงหญ้าด้านข้างไม่ไกลจากพวกเขามีเสียงดังแซ่กๆแว่วมา เหมือนกับการเคลื่อนไหวอย่างรวดเร็วของอะไรบางอย่าง

            จี๋โม่หานเอนตัวไปด้านหน้า เขาพูดเสียงเบาข้างหูของซูหมิงเยว่“พวกเขามาแล้ว มีประมาณยี่สิบสามสิบคน อีกเดี๋ยวไม่ว่าจะเกิดอะไรขึ้น เจ้าอยู่ข้างกายข้าก็พออย่าขยับไปไหน”

            “เพคะ” สีหน้าของซูหมิงเยว่เคร่งขรึมขึ้น

            ถึงแม้แผนการในครั้งนี้พวกเขาจะเตรียมตัวมาก่อนแต่พูดกันตามตรงแล้วก็ยังถือว่าอันตรายมาก ซูหมิงเยว่รู้ว่าความสามารถถูๆ ไถๆของตัวเองกับพวกนักฆ่าที่ฮ่องเต้ส่งมานั้นเทียบกันไม่ติดนางทำได้แค่พยายามไม่เป็นตัวถ่วงของจี๋โม่หาน

            จี๋โม่หานแค่นหัวเราะออกมาเบาๆ เพิ่มความเร็วของม้าขึ้นการเคลื่อนไหวครั้งนี้ก็ยิ่งชัดเจนขึ้น เสียงแซ่กๆ ที่ดังมาจากในพงหญ้าทั้งสองด้านก็ดังขึ้นกว่าเดิม

            ซูหมิงเยว่กุมธนูในมือแน่น นางมองการเคลื่อนไหวรอบๆอย่างระมัดระวัง ทันใดนั้น เสียง “ฟิ้ว” ของธนูดอกหนึ่งก็พุ่งมาจากอากาศตรงมาเบื้องหน้าของทั้งสองคน

            ซูหมิงเยว่เบิกตากว้างราวกับหัวใจกระโจนออกมาจากคอยังไม่ทันได้ตะโกนว่าระวังออกไป จี๋โม่หานก็กอดนางเอนตัวไปด้านข้าง ธนูดอกนั้นเฉียดผ่านบ่าของทั้งสองไป

            เสียงของจี๋โม่หานเย็นเฉียบราวกับน้ำแข็งไม่ละลายทั้งตัวแข็งเกร็ง บนตัวปล่อยไอเฉียบคมออกมา แล้วเอาธนูในมือของซูหมิงเยว่ไป

            “บอกตำแหน่งคน”

            ซูหมิงเยว่สงบจิตใจ สองมือจับบังเหียนเอาไว้ แล้วกวาดตาไปรอบๆบนต้นไม้ซึ่งไม่ไกลนักมีเงาดำเพิ่งจะซ่อนไปด้านหลังพอดี

            “ด้านหน้าห้าสิบเมตรบนต้นไม้สูงสิบเมตร”

            เสียงของซูหมิงเยว่เพิ่งจะพูดจบ ลูกธนูในมือของจี๋โม่หานก็บินออกไปในลูกธนูมีกำลังภายในแฝงอยู่ เสียงที่แฝงไปด้วยจิตสังหารดังแหวกอากาศออกไป

            “อึก....”

            คนชุดดำยังไม่ทันได้รู้ตัวลูกธนูก็ทะลุผ่านอกของเขาไปร่างกายถูกลูกธนูพาลอยถอยหลังไปสี่ห้าเมตรถึงจะตกตุ้บลงบนพื้น

            จี๋โม่หานเอาขาหนีบเอวม้าไว้มือข้างหนึ่งโอบเอวซูหมิงเยว่ไว้แล้วจับบังเหียน ม้าวิ่งพุ่งไปอย่างรวดเร็วราวกับลูกธนูต้นไม้ทั้งสองข้างทางกับพงหญ้าก็มีคนตามหลังมา

            ซูหมิงเยว่มองไปทั้งสองด้านในหญ้าที่ห่างจากพวกเขาประมาณสิบกว่าเมตรก็มีคนชุดดำสิบกว่าคนทะยานขึ้นมา อีกทั้งยังมีคนที่กระโจนอยู่บนต้นไม้อยู่หลายคน

            คนชุดดำพวกนั้นก็ไม่คิดที่จะซ่อนตัว พวกเขายิงธนูหลายสิบดอกมาทางนี้เสียงธนูในอากาศเข้าใกล้ทั้งสองคน

            ความสามารถในการฟังของจี๋โม่หานฉับไว ธนูพวกนั้นยิงมาจากทางไหนแค่ได้ยินเขาก็รู้หมดในตอนที่ลูกธนูยังมาไม่ถึง เขาก็อุ้มซูหมิงเยว่หลบซ้ายหลบขวา

            แววตาของซูหมิงเยว่เข้มจนน่ากลัวบนตัวของนางใส่ผงพิษที่ทำเองเอาไว้เยอะมาก หากคนชุดดำพวกนั้นเข้ามาใกล้ตัวนางก็ยังมีความสามารถที่จะจัดการได้บ้าง แต่ว่าคนชุดดำพวกนั้นยังตามไม่ทันผงพิษพวกนี้จึงยังไม่ได้ใช้

            จี๋โม่หานยัดบังเหียนเข้ามาในมือของนางแล้วพูดข้างหูเสียงเบา “อย่ากลัว”

            ซูหมิงเยว่ได้ยินน้ำเสียงใจเย็นของจี๋โม่หานหัวใจก็พลันผ่อนคลายลงทันที

            จี๋โม่หานกำธนูไว้ในมือ ฟังเสียงทิศทางของลูกธนูที่ลอยมาจากนั้นลูกธนูก็ลอยออกไปจากมือของเขา ก่อนจะตามมาด้วยเสียงเฮือกดังมาไม่หยุดรวมถึงเสียงของหนักๆ ที่ตกลงมาบนพื้น

            ม้าวิ่งอยู่ในป่าไม่หยุดได้ประมาณห้าหกลี้ต้นไม้ด้านหน้าก็เริ่มจะน้อยลง แสงอาทิตย์สาดลงมาจนสว่างไปทั่ว

            เสียงน้ำไหลเชี่ยวดังชัดเจน ทันใดนั้นภาพตรงหน้าก็เป็นพื้นที่โล่งกว้าง

            ซูหมิงเยว่ดึงบังเหียนหยุดม้าจนมันร้องฮี้เสียงดังพร้อมกับยกเท้าหน้าขึ้นก่อนจะหยุดฝีเท้าลง

            “ตรงหน้าเป็นหน้าผา ไม่มีทางเดินแล้ว”

            คนชุดดำที่ตามมาด้านหลังก็เข้ามาหาพวกเขาแล้วล้อมทั้งสองคนเอาไว้แบบครึ่งวงกลม ก่อนจะค่อยๆ เดินเข้ามาช้าๆ

            จี๋โม่หานกับซูหมิงเยว่กระโดดลงจากม้า

            ด้านหลังไม่ไกลเป็นหน้าผา ตรงข้ามก็เป็นหน้าผาสูงตรงกลางระหว่างหน้าผาก็เป็นแม่น้ำเชี่ยวเสียงน้ำไหลราวกับมีม้าหลายหมื่นตัววิ่งควบอยู่

     

    คล้ายกับเรื่องซูหมิงเยว่ : ทะลุมิติมาเป็นยอดหญิงหมอเทวดา [จบ] ที่คุณอ่าน

    ทะลุมิติมาเป็นนางร้าย เปลี่ยนชีวิตใหม่ด้วยมิติห้างสรรพสินค้าในยุค 70【จบ】

    ทะลุมิติมาเป็นนางร้าย เปลี่ยนชีวิตใหม่ด้วยมิติห้างสรรพสินค้าในยุค 70【จบ】

    นิยาย รัก
    989K 1570
    ข้ามมิติลิขิตรักนายตัวเบี้ย [แปลจบแล้ว]

    ข้ามมิติลิขิตรักนายตัวเบี้ย [แปลจบแล้ว]

    นิยาย Y (Yaoi)
    525K 663
    ยามสกุณาหวนคืนขับขาน โผทะยานสู่ยุค 80

    ยามสกุณาหวนคืนขับขาน โผทะยานสู่ยุค 80

    นิยาย รัก
    627K 1276
    ย้อนเวลามาเป็นท่านอ๋องน้อย [แปลจบแล้ว]

    ย้อนเวลามาเป็นท่านอ๋องน้อย [แปลจบแล้ว]

    นิยาย Y (Yaoi)
    931K 592
    นายน้อยเจ้าสำราญ **จบแล้ว**

    นายน้อยเจ้าสำราญ **จบแล้ว**

    นิยาย ย้อนยุค,อนาคต
    489K 1390
    ชีวิตมหัศจรรย์สองชาติภพ [แปลจบแล้ว]

    ชีวิตมหัศจรรย์สองชาติภพ [แปลจบแล้ว]

    นิยาย Y (Yaoi)
    386K 808
    ทริปท่องเที่ยวอดีตของเซวียเสี่ยวหรั่น [วางจำหน่ายถึงวันที่ 31-10-2569]

    ทริปท่องเที่ยวอดีตของเซวียเสี่ยวหรั่น [วางจำหน่ายถึงวันที่ 31-10-2569]

    นิยาย รัก
    484K 1138
    บันทึกราชันย์เทพอสูร

    บันทึกราชันย์เทพอสูร

    นิยาย ย้อนยุค,อนาคต
    2.52M 508
    สาวแกลที่มาสารภาพรักกับคนมืดมนอย่างผมเพราะเกมลงโทษ ดูยังไงก็หลงผมหัวปักหัวปำเลยครับ

    สาวแกลที่มาสารภาพรักกับคนมืดมนอย่างผมเพราะเกมลงโทษ ดูยังไงก็หลงผมหัวปักหัวปำเลยครับ

    นิยาย รัก
    85K 245
    ฮูหยินของท่านจอมยุทธ์ในตำนาน [แปลจบแล้ว]

    ฮูหยินของท่านจอมยุทธ์ในตำนาน [แปลจบแล้ว]

    นิยาย Y (Yaoi)
    579K 730