หรงซิวกัดฟัน จากเดิมที่เป็หนุ่มกำยำพลังเหลือล้นเมื่อถูกนางกวนเข้าให้ เขาก็ไม่สามารถระงับความคิดบ้าๆ เอาไว้ได้อีก
อวิ๋นอี้ที่กำลังหลับสนิทถูกหรงซิวทำให้รู้สึกตัวนางรู้สึกปวดเมื่อยไปหมดทั้งตัว แต่ก็ยังไม่ลืมตาขึ้นมา
นางง่วงมาก การนอนสำคัญที่สุด
ทันใดนั้นอวิ๋นอี้ก็รู้สึกเจ็บที่ริมฝีปาก ภายใต้ความงุนงงนางได้ยินเสียงลมหายใจของคน
บุรุษ...
บุรุษงั้นหรือ?!
อวิ๋นอี้สะดุ้งใจนสติแทบหลุดลอย นางลืมตาขึ้น ทันใดนั้นก็สายตาพลันประสานเข้ากับคนที่อยู่บนร่างของนาง
หรง…หรงซิวหรือ?
เขากำลังทำอันใด!
อวิ๋นอี้นึกย้อนกลับไป ััที่ริมฝีปากเป็ของจริงและนุ่มนวล นางเกือบจะะเิอารมณ์ผลักเขาออกไปด้วยโทสะ ก่อนจะตบหน้าเขาอย่างแรงเสียงที่ดังสนั่นพาให้ทั้งคู่สะดุ้ง
อวิ๋นอี้จ้องเขาทั้งน้ำตา หรงซิวรีบคว้ามือนางไปจูบ"เจ็บหรือไม่?"
บุรุษผู้นี้ฉวยโอกาสกับนางตลอดเวลาจริงๆ!
อวิ๋นอี้ดึงมือกลับ เมื่อเห็นว่าทั้งสองเข้าใกล้กันมากขึ้นก็ทำท่าทางจะเตะเขาอีกครา ผลคือเตะไปโดนตำแหน่งที่ไม่อาจจะเอื้อนเอ่ยออกมา
ความโกรธที่ไหลเวียนอยู่ในหัวใจ ถูกแทนที่ด้วยความอับอายที่เพิ่มพูนขึ้นมาอย่างรวดเร็ว
บัดซบ!
นี่มันเื่ล้อเล่นอันใดกัน!
เดรัจฉาน!
แม้ว่าอวิ๋นอี้จะสูญเสียความทรงจำไป ทว่านางเองก็ทราบดีว่านี่มันคือเื่อันใด
หรงซิวมองดูนางทุกอากัปกิริยา ก็กลั้นหัวเราะไม่อยู่
เขายังกล้าที่จะหัวเราะ! วินาทีนี้อวิ๋นอี้อยากจะทุบเขาให้น่วม!
“เ้าอยากจะปลอบมันหรือไม่?” เขาพูดด้วยน้ำเสียงอบอุ่น
วิตถาร!
ไร้ยางอาย!
อวิ๋นอี้ถูกกวนประสาทจนรู้สึกโมโห คว้าหมอนข้างแล้วทุบที่ร่างเขา"หรงซิว! คนชั่วช้า! ออกไปเลยนะเพคะ! ออกไป!"
“ได้ๆๆ!ข้าออกไปแล้ว!” หรงซิวยิ้มกว้างอย่างประนีประนอม ก่อนจากไปก็ยกมือลูบหน้านาง"ข้าไปก็ได้... อวิ๋นเออร์ อย่าโกรธเลย”
อย่าโกรธบ้าอันใดเล่า!
นางกำลังจะะเิอยู่แล้ว
ไม่ง่ายเลยที่จะรอให้ห้องเงียบลงมา ลมหายใจถี่ของนางค่อยๆ สงบลงอวิ๋นอี้เอามือปิดบังใบหน้า นึกถึงความหิวกระหายราวหมาป่าของหรงซิว ทำให้คิดแล้วว่าเขาน่าจะมีอารมณ์เปลี่ยวขึ้นมาจริงๆ
เปลี่ยวเช่นไรก็อย่ามาลงที่นางสิ!
อวิ๋นอี้ถูแก้ม ดูสภาพการณ์ตอนนี้ อารมณ์เปลี่ยวที่พระองค์มีน่ากลัวยิ่งนักไม่แน่คราหน้าเขาอาจจะจัดการกับนางอีกก็เป็ได้ แม้ว่าจะมีข้อสัญญาอยู่ในมือ แต่ผู้ใดจะรู้ว่าจะเกิดอันใดขึ้นตอนที่เขาคลั่งขึ้นมาเมื่อถึงเวลานั้น นางก็คงถูกกลืนกินจนสิ้นซากไปแล้ว ทั้งยังออกจากจวนบ้านี่ไม่ได้ช่างโชคร้ายเสียจริงที่ต้องมาติดอยู่ที่นี่
ทำเช่นไรดี?
อวิ๋นอี้คิดอยู่ครู่หนึ่ง ก็ตัดสินใจได้ว่าต้องหาผู้หญิงให้หรงซิวโดยเร็วที่สุดเื่บนเตียงหรือเื่รักใคร่ก็ดี อยากจะทำอันใดก็ทำ ตราบใดที่หรงซิวไม่คิดจะจัดการนางนางก็อมิตตาพุทธแล้ว [1]
คิดได้แล้ว ก็ลงมือทำทันที หลังจากลุกขึ้นอาบน้ำจนเสร็จนางก็ดึงสร้อยข้อมือมรกตออกจากหีบสมบัติ หอบไว้ในอกเตรียมจะออกไปข้างนอกเมื่อไปถึงหน้าประตูก็ถูกพ่อบ้านเรียกไว้โดยบอกว่านางจะไปที่ใดจำเป็จะต้องมีคนรับใช้ตามไปด้วยทุกที่
อวิ๋นอี้โบกมือ ตกลงอย่างไม่ใส่ใจนัก ไม่นานนางก็ออกไปพร้อมกับกลุ่มคนรับใช้
ไปที่โรงรับจำนำก่อน เอากำไลหยกเนื้อดีไปจำนำ พอให้มีเงินสามร้อยตำลึงในมือจากนั้นนางก็นำเงินไปที่ซ่องที่ใหญ่ที่สุดในเมืองหลวงเลือกสตรีบริสุทธิ์มานางหนึ่ง ชื่อชิวเออร์
ชิวเออร์อายุสิบห้าหนาว สวยสะอาดสะอ้านน่าชม นิสัยก็ดูเรียบร้อยประสานมือยืนอยู่นิ่งๆ มองดูแล้วทั้งบอบบางและน่าเอ็นดู
อวิ๋นอี้พอใจมาก
ตามที่นางรู้จักหรงซิวมา เขาน่าจะชอบสตรีเช่นนี้
อวิ๋นอี้มอบเงินให้แม่เล้าแล้วแม่เล้าก็รีบให้ชิวเออร์ไปกับนางในทันที ทั้งสองไม่ได้ออกไปเที่ยวเล่นต่อหลักๆ ก็เพราะอวิ๋นอี้ไม่มีเงินในมือแล้ว ดังนั้นจึงต้องตรงกลับจวนเลย
โชคดีที่หรงซิวกับพ่อบ้านมิได้อยู่ในจวน อวิ๋นอี้สั่งให้คนพาชิวเออร์ไปอาบน้ำแต่งตัวแล้วก็พานางไปที่ห้องของหรงซิว
นางวางแผนเอาไว้หมดแล้ว
ยกห้องนั้นให้พวกเขา นางอยู่ในห้องพักรับแขกเล็กๆ ข้างเคียงก็ย่อมได้
ครานี้อวิ๋นอี้ทุ่มทุนยิ่งนัก สิ่งใดที่ควรบอกชิวเออร์นางก็พูดออกไปหมดแล้วนางถึงขนาดสัญญากับชิวเออร์ด้วยว่า ตราบเท่าที่นางสามารถเกาะหรงซิวเอาไว้ได้หากนางได้รับความโปรดปรานจากเขา นางก็จะได้รางวัลมากมาย
มิเพียงเท่านั้น นางยังซื้อยาโป๊ในตำนานจากแม่เล้ามาอีกด้วยเพื่อให้หรงซิวมีความสุขทั้งกายและใจ นางใส่ใจในทุกรายละเอียดทุกกระเบียดนิ้ว!
หวังเพียงว่า เขาจะผงาดง้ำค้ำโลกแล้วผ่านค่ำคืนนี้ไปอย่างมีความสุข!
หลังจากดื่มด่ำกับความอ่อนหวานของชิวเออร์แล้ว จะได้ลืมนางไปให้สิ้น
ขอ์อวยพร!
จนกระทั่งยามราตรี เมื่อความมืดมิดเข้าปกคลุม หรงซิวถึงกลับจวน เขาได้ยินมาว่าอวิ๋นอี้พักผ่อนอยู่ในห้องตลอดบ่ายถึงเวลาอาหารค่ำแล้วก็ยังคงนอนอยู่ หรงซิวไม่คิดอันใดก็เดินเข้าไปในห้องทันที
ภายในห้องไม่ได้จุดไฟ เขาก้มศีรษะลงมองแล้วยิ้มแม่สาวน้อยคนนี้นอนเก่งกว่าที่เขาคิดเอาไว้เสียอีก
หรงซิวเปิดประตู ในความมืดประสาทััของคนเราก็เฉียบแหลมมากขึ้นเขาได้กลิ่นหอมที่ต่างออกไปของอวิ๋นอี้ หรงซิวขมวดคิ้วเล็กน้อยและเดินไปที่เตียงใหญ่อย่างระมัดระวัง
มีคนนอนอยู่บนเตียงเป็ก้อนเล็กๆ หรงซิวยื่นมือเข้าไปคลำเมื่อััโดนอีกฝ่าย หญิงสาวคนนั้นพลันพุ่งเข้ามากอดรัดพันกายเขาราวกับงูนางคล้องคอของเขา หรงซิวแอบแปลกใจ จู่ๆ อวิ๋นอี้จะกระตือรือร้นเช่นนี้ได้เช่นไรเมื่อมองใบหน้าสลัวๆ นั้นใกล้ๆ
มิใช่อวิ๋นอี้!
หรงซิวเย็นเยือกไปทั้งตัว แววตาแข็งกร้าวเขารีบยื่นมือออกไปคว้าคอนางไว้แน่น! ไม่ทันที่หญิงสาวผู้นั้นจะได้มีเวลาอุทานนางก็ถูกเหวี่ยงลงกับพื้นด้วยความรุนแรง เสียงดังลั่น!
“พูดมา! ผู้ใดให้เ้าเข้ามา!”
หรงซิวก้มหน้าลง น้ำเสียงของเขาเ็าราวกับคืนเดือนมืด
ชิวเออร์ถูกเหวี่ยงล้มจนสั่นไปทั้งร่าง นางลุกขึ้นและกัดฟันพูดว่า"ฮู...ฮูหยินเพคะ!"
ที่แท้ก็เป็อวิ๋นอี้!
หรงซิวตกตะลึงอยู่ครู่หนึ่ง หลังจากได้สติ เขาก็โกรธอย่างไร้หนทางระบายสุดท้ายก็เตะเก้าอี้ที่อยู่ข้างขาจนล้ม การกระทำของเขาเช่นนี้ ทำให้คนรับใช้ในบ้านล้วนตื่นตระหนกกันไปทั้งสิ้น
พ่อบ้านยืนคำนับรออยู่ที่ประตู เมื่อหรงซิวออกมา เขาก็ก้าวเข้าไปรับหน้า"ฝ่าา..."
"พระชายาอยู่ที่ใด!" เขาแทบจะรอเจอนางมิไหวอยากจะจัดการนางให้สาสม!
พ่อบ้านไม่รอช้า “คนรับใช้บอกว่า...อยู่อีกเรือนหนึ่งในเมื่อไม่ได้อยู่ในห้องหลัก ก็น่าจะอยู่ห้องข้างๆ ขอรับ”
หรงซิวหายใจเข้าลึกๆ รับสั่งให้พ่อบ้านเอาหญิงที่ไม่รู้หัวนอนปลายเท้าในห้องออกไปจากนั้นเขาก็ค้นดูห้องข้างๆ ทีละห้องใช้เวลาไม่นานก็พบว่าห้องรับแขกที่อยู่ติดกันถูกใส่กลอนจากด้านใน
หรงซิวยืนหน้าประตู ชายหนุ่มขมวดคิ้วแน่น เอามือไพล่หลังก่อนเอ่ย"อวิ๋นเออร์ เปิดประตู"
ข้างในมิมีการเคลื่อนไหว
“เปิดประตู” เขาพยายามสงบอารมณ์
"ข้า... ข้า ข้า ข้าไม่เปิด!" เสียงของอวิ๋นอี้เล็ดลอดออกมาจากข้างในอย่างช้าๆ
เมื่อกี้นางได้ยินเสียงการเคลื่อนไหวข้างนอกอย่างชัดเจนรู้ว่าทำให้หรงซิวโกรธเข้าแล้ว ยามนี้หากเปิดประตูออกไป ไม่เท่ากับว่ารนหาที่ตายหรือ?
"เด็กดี เปิดประตูเถิด" หรงซิวลดเสียงลง"ข้าจะไม่ว่าเ้า"
อวิ๋นอี้ถามขึ้นอย่างสงสัย "จริงหรือเพคะ?"
"จริงสิ" หลังจากหยุดไปครู่หนึ่ง เขาก็เสริมขึ้นมาว่า"ข้าสาบาน"
ประตูที่ปิดอยู่จึงถูกเปิดออกอย่างช้าๆ และมีใบหน้าเล็กๆ โผล่ออกมาเมื่อเห็นหรงซิว นางจึงยิ้มแล้วพูดว่า “ฝ่าา?”
หรงซิวเอามือดันประตู ก่อนจะแทรกตัวเข้าไปอย่างรวดเร็วจากนั้นเขาก็อุ้มนางมาพาดไหล่พร้อมเตะประตูให้ปิดลง
ห้องของนางก็มิมีไฟเช่นเดียวกัน
ในความมืดมิด นางมิรู้ว่าหรงซิวกำลังจะทำสิ่งใดนางห้อยหัวอยู่บนไหล่เขา มิต้องพูดว่ารู้ว่าอึดอัดเท่าใด นางพูดอย่างขุ่นเคืองว่า"วางข้าลง! เร็วเข้า!"
หรงซิวหัวเราะอย่างเ็า "ปล่อยเ้าลงหรือ?"
"เพคะ!"
"ได้!"
อวิ๋นอี้ร้องอู้อี้อยู่นาน เสียงของนางถูกกลืนหายไปหมดนางถูกจูบขณะที่ยังไม่ทันตั้งตัว แทบจะหายใจไม่ออกแล้ว
“ไม่นะ...” นางรีบพูด
เห็นว่าสถานการณ์กำลังจะควบคุมไว้ไม่ได้ ทว่าชายหนุ่มที่คลั่งเหมือนสัตว์ป่ากลับหยุดลงกะทันหัน
เขาโน้มตัวแนบเข้าที่หูของนาง ครู่หนึ่งก็กัดฟันพูดชัดถ้อยชัดคำ “หากคิดจะหาสตรีให้ข้าอีกก็รอดูว่าข้าจะจัดการกับเ้าอย่างไร!”
อวิ๋นอี้อยู่ในภวังค์ เขากัดเข้าไปที่หูนางอย่างหงุดหงิดเป็ความรู้สึกที่ค้างอยู่จนลืมไม่ลง เมื่อทั้งสองคนใจเย็นลงเขาช่วยจัดเสื้อผ้าของนางอย่างใจเย็น รับสั่งให้คนนำอาหารค่ำเข้ามาในห้องโดยเฉพาะ
อวิ๋นอี้หาได้มีความอยากอาหารไม่
หรงซิวไม่รีบร้อน ป้อนอาหารเข้าปากนางทีละคำ อวิ๋นอี้ไม่อ้าปากเขาก็รออยู่เช่นนั้น
...โถ่เอ้ย
เช่นไรก็รั้นได้ไม่เกินเขา อวิ๋นอี้ยอมกินเข้าไปไม่กี่คำหลังจากกินข้าวเสร็จ พ่อบ้านก็เข้ามาเรียกให้คนมาเก็บจานหรงซิวเรียกเขาไว้แล้วพูดว่า "เอาเตียงหลังนั้นออกไปเผาทิ้งพรุ่งนี้เรียกให้คนเอาเตียงหลังใหม่มาเปลี่ยน”
พ่อบ้านรับทราบ “บ่าวจะรีบจัดการให้เดี๋ยวนี้ขอรับ”
“ไปเถิด อีกเื่คือเตรียมชุดขี่ม้าให้พระชายาด้วยอีกสองวันจะต้องใช้"
"ขอรับ"
อวิ๋นอี้ไม่พูดอันใดเลย หลังจากที่หรงซิวรอให้คนออกไปหมดแล้วก็พูดว่า "สิ่งที่เกิดขึ้นวันนี้จะต้องไม่เกิดขึ้นอีกถ้ามีคราหน้าสัญญาจะขยายเวลาออกไปอีกครึ่งปี ข้าไม่ได้หิวโหยจนกินไม่เลือกมิใช่ว่าจะกินสตรีผู้ใดก็ได้”
หมายความว่าเช่นไร?
อวิ๋นอี้กลอกตา เขาคิดว่าคนที่นางเลือกไม่ถูกปากเขาหรือ?
“ถ้าเช่นนั้นฝ่าาชอบหญิงสาวเช่นไรกันเล่าเพคะ?” หลังจากไตร่ตรองอยู่นาน นางก็ถามอย่างไม่เกรงกลัว
“ข้าชอบแบบเ้า” เขาบีบเนื้อนุ่มรอบเอวของนางแล้วพูดว่า“ข้าอยากนอนแค่กับเ้า ผู้อื่นข้ามิสนใจ”
เื่นี้พูดต่อไปไม่ได้แล้ว...
อวิ๋นอี้พยายามสงบเสงี่ยม
หรงซิวมองนางโดยไม่พูดอันใด หัวเราะเบาๆ ครู่หนึ่งก็พูดเื่จริงจังต่อ“่นี้ทุกๆ ปีไทเฮาจะจัดแข่งม้าขึ้นในวัง ปีนี้จะจัดในอีกสองวัน พระองค์เชิญเ้าเข้าร่วมโดยเฉพาะ"
โดยเฉพาะ? คำนี้ต้องคิดให้หนักเชียว
อวิ๋นอี้จำได้ว่ายายแก่ไทเฮานั่น ไม่ถูกชะตากับนางนักคำพูดคำจาท่าทีแปลกๆ นั้นล้วนมีไว้เพื่อเล่นงานนางทั้งสิ้น ครั้งนี้พระองค์เอ่ยปากชวนนางไปโดยเฉพาะเกรงว่าจะมิใช่เื่ดี
“ข้าไม่ไป” อวิ๋นอี้ปฏิเสธ
“นี่คือพระราชโองการ ถ้าเ้าไม่ไปถือว่าฝ่าฝืนพระราชโองการ”หรงซิวให้ความมั่นใจกับนาง “แต่อย่าได้กังวลไป เมื่อถึงเวลานั้น ข้าก็อยู่ด้วยข้าจะปกป้องเ้าเอง"
นี่มันไม่ใช่เื่ดีเท่าไรเลย อวิ๋นอี้ยังกังวลใจ "แล้วสตรีมากความสามารถของฝ่าาซูเมี่ยวเออร์เข้าร่วมด้วยหรือไม่เพคะ?"
“อืม”
“......” นางเหลือบมองเขา "ดีเลย พี่ชาย ขอให้ข้าตายเร็วๆจะได้ไปเกิดใหม่ไวๆ"
"อย่าพูดไร้สาระ" หรงซิวจับมือนาง “มีข้าอยู่”
มีท่านอยู่แล้วแล้วมีประโยชน์เช่นไร?
วันรุ่งขึ้น พ่อบ้านนำชุดขี่ม้าสีแดงสดชุดหนึ่งมา หรูหราหาใดเปรียบแต่รูปลักษณ์งดงามทีเดียว อวิ๋นอี้ตกหลุมรักั้แ่แรกเห็น ได้ลองใส่แล้วถูกใจนัก
เนื่องจากนี่เป็ครั้งแรกที่นางได้เข้าร่วมการแข่งม้า พ่อบ้านจึงส่งคนมาเน้นย้ำถึงข้อควรระวังเป็พิเศษอวิ๋นอี้ฟังผ่านๆ สุดท้ายก็บอกว่านางจะแค่ไปซื้อซีอิ๊วก็เท่านั้น [2]
เมื่อถึงวันแข่งม้า อวิ๋นอี้มัดผมไว้สูง สวมชุดขี่ม้าสีแดงสดใสราวกับเปลวไฟที่ลุกโชน เอวเรียวเล็ก ใบหน้าที่เปล่งปลั่ง มีเสน่ห์อย่างวีรสตรี
หรงซิวเดินเข้ามาชมนาง “อวิ๋นเออร์จะชนะได้หรือไม่ยังมิอาจทราบแต่เครื่องกายเ้าไม่แพ้ผู้ใดแล้ว”
นางต่อยเขาหนึ่งหมัด “หุบปากเพคะ”
สองคนขี่ม้าไปในวัง เมื่อไปถึงในสนามแข่งที่ถูกจัดในวัง ทั้งสองมองไปรอบๆรู้สึกดึงดูดใจเสียจริง!
เชิงอรรถ
[1] 阿弥陀佛 ความหมายดั้งเดิมคือ พระพุทธอมิตาภะ การกล่าวว่า อมิตตาพุทธเป็การขอบคุณหรือขอร้องแด่องค์พระ เช่นเดียวกับคำว่า สาธุหรือสาธุบุญ
[2] ซื้อซีอิ๊ว 打个酱油 สมัยก่อนหน้าที่การซื้อซีอิ๊วจะเป็ของเด็กในบ้านแสดงถึงคนที่ไม่ได้มีบทบาทอะไร ปัจจุบันเป็คำสแลงบนอินเทอร์เน็ตที่คล้ายคลึงกันหมายถึง เื่นี้ไม่เกี่ยวกับเ้าตัว ไม่ได้อยากยุ่งเกี่ยวใดๆ