“ยืนนิ่งอยู่ทำไม เหตุใดไม่เข้ามาช่วยข้าผลัดเปลี่ยนอาภรณ์” หยางเฉิงออกคำสั่งอีกครั้ง สายตาดุดันจ้องมองไปทางอวี้เจินแกมบังคับข่มขู่
ริมฝีปากแดงระเรื่อของอวี้เจินขบเม้มเข้าหากันด้วยความไม่พอใจ แต่กระนั้นนางก็ไม่สามารถทำอะไรได้ นอกจากเดินเข้าไปช่วยหยางเฉิงผลัดเปลี่ยนอาภรณ์ตามคำสั่งของเขา นางนำชุดคลุมสีขาวที่บ่าวชายผู้นั้นยื่นให้สวมทับบนเรือนร่าง (เกือบ) เปลือยเปล่าของหยางเฉิง เมื่อผลัดเปลี่ยนอาภรณ์เสร็จเรียบร้อย หยางเฉิงจึงเดินนำอวี้เจินไปยังห้องอาบน้ำซึ่งอยู่ไม่ไกลจากห้องนอนเท่าใดนัก
ภายในห้องอาบน้ำมีอ่างไม้ขนาดไม่เล็กหรือใหญ่เกินไปตั้งอยู่กลางห้อง น้ำในอ่างถูกโรยด้วยกลีบกุหลาบสีแดงสด กลิ่นน้ำปรุงที่ถูกผสมกับน้ำอุ่นหอมอบอวลชวนให้ผ่อนคลาย หยางเฉิงก้าวลงไปนั่งในอ่างน้ำ ก่อนจะโยนเสื้อคลุมที่อวี้เจินเพิ่งสวมทับให้ทิ้งลงพื้นอย่างไม่ไยดี เขาปิดเปลือกตาลง ปล่อยเรือนกายัักับน้ำอุ่นในอ่าง กลิ่นหอมอ่อนๆ ของดอกกุหลาบที่ผสมอยู่ในนั้น ทำให้ชายหนุ่มคลายความกังวลไปเกือบหมดสิ้น
แต่แล้วก็มีบางอย่างที่ทำให้หยางเฉิงรู้สึกไม่พอใจ เขาลืมตาขึ้นอีกครั้ง หันมองอวี้เจินที่ยืนอยู่ด้านหลัง เอ่ยว่า “เ้าจะยืนอยู่ตรงนั้นอีกนานแค่ไหน”
ดวงหน้าของอวี้เจินในยามนี้แดงก่ำยิ่งกว่าลูกมะเขือเทศสุกเสียอีก ถึงนางกับหยางเฉิงจะเคยร่วมเตียงกันมาก่อนแล้ว ทว่าตอนนั้นบริเวณโดยรอบมีเพียงแสงเทียนสลัว นางจึงมองเห็นเรือนร่างของเขาไม่ชัดเจนเท่าใดนัก แต่ตอนนี้เป็เวลากลางวัน แสงแดดที่สาดส่องเข้ามาพอจะทำให้นางมองเห็นร่างกำยำของหยางเฉิงได้อย่างชัดเจน หนำซ้ำหุ่นล่ำสันของเขายังเปียกชื้นไปด้วยหยาดน้ำ ขับให้เรือนกายของเขาในยามนี้แลดูน่าหลงใหลยิ่งนัก
ทว่าอวี้เจินก็มีบางอย่างที่ยังคงสงสัย หยางเฉิงเป็บุรุษเสเพล วันๆ นอกจากดื่มสุราเคล้านารี เขาก็ไม่คิดที่จะทำอย่างอื่นเลย แล้วเหตุใดร่างกายที่ควรบอบบางเหมือนคุณชายเ้าสำราญถึงได้ล่ำสันขนาดนี้กัน?
“ข้าถามไม่ได้ยินหรืออย่างไร!”
น้ำเสียงดุดันของหยางเฉิงเป็ผลให้อวี้เจินหลุดออกจากภวังค์ความคิด จากนั้นนางจึงนึกขึ้นได้ว่าหยางเฉิงกำลังเอ่ยบางอย่างกับตน ทว่านางไม่ได้ตั้งใจฟังจึงไม่รู้ว่าคำพูดที่หยางเฉิงเอ่ยไปเมื่อครู่คือเื่อะไร
“เมื่อครู่นี้คุณชายเอ่ยว่าอย่างไรนะเ้าคะ”
หยางเฉิงปิดเปลือกตาลงพยายามระงับอารมณ์ที่กำลังครุกรุ่นสุดกำลัง นอกจากสติเลอะเลือนแล้ว นางยังหูตึงอีกหรือ?
“ข้าถามว่าเ้าจะยืนอยู่ตรงนั้นอีกนานแค่ไหน” น้ำเสียงของหยางเฉิงราบเรียบ ทว่าแฝงไปด้วยความเยือกเย็น
อวี้เจินได้ยินหยางเฉิงเอ่ยถามเช่นนั้น นางก็เข้าใจว่าเขาคง้าความเป็ส่วนตัว จะมีใครที่ไหนชอบให้คนอื่นยืนดูตัวเองอาบน้ำกัน จริงไหม?
“ถ้าอย่างนั้นข้าออกไปรอด้านนอกนะเ้าคะ” อวี้เจินเอ่ยจบก็รีบหมุนกายกำลังจะก้าวขาออกไปจากห้องอาบน้ำ ทว่า...
“ใครอนุญาต!” เสียงตะคอกของหยางเฉิง ทำให้อวี้เจินต้องหยุดชะงักฝีเท้าในทันที นางหันหลังกลับมาเผชิญหน้ากับหยางเฉิงด้วยหัวใจที่สั่นระรัว เขาไม่ได้ไล่ให้นางออกไปหรอกหรือ แล้วเขา้าให้นางทำอะไร?
ยังไม่ทันที่อวี้เจินจะได้ใช้ความคิดไปมากกว่านี้ ผ้าสีขาวผืนหนึ่งก็ถูกโยนใส่มือของนาง “ถูหลังให้ข้า”
อวี้เจินมองหน้าหยางเฉิงสลับกับผ้าสีขาวในมือ อย่างไรนางก็ต้องทำหน้าที่นี้สินะ นางสูดลมหายใจเข้าลึกเพื่อระงับอาการสั่นเกร็งของตน มือเล็กเอื้อมไปัักับแผ่นหลังกว้างของหยางเฉิง ทว่ายังไม่ทันที่นางจะได้ขัดถูจนทั่วแผ่นหลัง ร่างเล็กของนางก็ถูกหยางเฉิงกระชากลงไปในอ่างน้ำ
ตู้ม!!!
หยดน้ำสาดกระเซ็นไปทั่วพื้นห้อง ดวงตากลมโตของอวี้เจินเบิกกว้าง พลางจับจ้องไปทางหยางเฉิงด้วยความระมัดระวัง จากนั้นจึงกลั้นใจเอ่ยถามด้วยน้ำเสียงสั่นเครือเล็กน้อย “คุณชาย! ท่านจะทำอะไร”
“เ้าเป็ขี้โกหกั้แ่เมื่อใดกัน?”
คำตอบที่ไม่ตรงคำถามของหยางเฉิงทำให้อวี้เจินมึนงงไปชั่วขณะ แต่แล้วนางก็เพิ่งนึกขึ้นได้ว่าก่อนหน้านี้นางเคยโกหกหยางเฉิงว่าตนเองมีรอบเดือน เพราะคิดว่าเขาจะให้นางอุ่นเตียง ทว่าตอนนี้น้ำในอ่างที่ควรจะเป็สีแดงกลับขาวใสสะอาดสะอ้านไร้สีสันอื่นใดปะปน นั่นจึงทำให้หยางเฉิงรู้ว่านางกำลังโกหกเขา บ้าจริง!
“จำเอาไว้ว่าข้าไม่ชอบคนโกหก หากเ้าโกหกข้าอีกเมื่อใด เ้าได้เห็นดีแน่”
สิ่งที่หยางเฉิงเกลียดที่สุดนั่นคือคำโกหกหลอกลวง เมื่อตอนที่เขายังเด็ก มารดามักจะปลอบใจเขาเสมอว่าบิดาต้องทำงานหนัก ไม่สามารถมาพักค้างคืนที่เรือนกับพวกเขาได้ และเขาก็เชื่อคำโกหกเ่าั้ของมารดาจนกระทั่งอายุสิบสอง
นับั้แ่นั้นมา หยางเฉิงจึงเกลียดคำโกหกที่สุด หากเขาต้องรับรู้ความจริงแล้วเ็ปเสียั้แ่ตอนนั้น ยังดีกว่าเขามารับรู้ทีหลังแล้วต้องเ็ปตลอดไป
หยางเฉิงหลับตาลงอีกครั้ง ก่อนจะสลัดความคิดฟุ้งซ่านของตนเองทิ้งไป ยามนี้เขา้าชำระร่างกายให้สะอาดสะอ้าน ไม่ใช่เพราะเหนื่อยล้าจากการถูกลงโทษให้คุกเข่าทั้งคืนเท่านั้น แต่เป็เพราะวันพรุ่งนี้จวนสกุลหยางจะจัดงานเลี้ยง ดังนั้นเนื้อตัวของเขาควรจะหอมสดชื่นอยู่ตลอดเวลา ยามที่อยู่ใกล้คุณหนูรองสกุลไป๋ นางจะได้ประทับใจในตัวเขา
“ออกแรงถูมากกว่านี้ไม่ได้หรือ!” หยางเฉิงเอ่ยสั่งเสียงดัง เมื่อรู้สึกว่าแรงถูของอวี้เจินเริ่มอ่อนลง อวี้เจินเม้มปากแน่นด้วยความไม่พอใจ นางขัดหลังของหยางเฉิงจนจะขึ้นเงาอยู่แล้ว เขายังจะให้นางขัดอะไรอีก!
“คุณชาย...ข้าว่ามันก็สะอาดมากแล้ว ท่านให้ข้าพอแค่นี้เถอะ”
“เหตุใดเ้า...” หยางเฉิงไม่พอใจที่อวี้เจินเถียงคำไม่ตกฟาก เขาหันหน้ามาเผชิญกับนาง ทว่าอวี้เจินและเขานั่งอยู่ในอ่างใบเดียวกันจึงเป็เหตุทำให้ใบหน้าของพวกเขาทั้งสองคนห่างกันไม่ถึงคืบ หนำซ้ำร่างกายของอวี้เจินยังเปียกชื้นไปด้วยหยาดน้ำ รูปร่างของนางในยามนี้จึงดูเย้ายวนจิตใจยิ่งนัก หยางเฉิงกลืนน้ำลายลงคออึกใหญ่ พยายามระงับอารมณ์ราคะของตนอย่างถึงที่สุด
“เหตุใดเ้าต้องยั่วยวนข้าด้วย”
เดิมทีเขาจะบอกอวี้เจินว่า...เหตุใดนางต้องพูดมากด้วย ทว่ายามนี้เขากลับเอ่ยคำอื่นออกไปเสียอย่างนั้น หยางเฉิงก็ไม่เข้าใจตนเองเช่นกัน ว่าทำไมต้องมีอารมณ์ทุกครั้งที่พบหน้าอวี้เจิน