เจ้าสาวมือใหม่แห่งสกุลลู่

    เล่มที่ 5 บทที่ 148 ไม่ได้เปลี่ยนไป แค่โตแล้ว

            สองอาทิตย์ให้หลัง

            เรื่องแผนงานรั่วไหลเริ่มซาลงสถานการณ์ของเครือเฉิงอันจึงเริ่มกลับสู่สภาพปกติ

            ถึงทางบริษัทจะไม่ได้ออกมาประกาศอย่างเป็นทางการแต่ทุกคนก็ลือกันหมดว่าลั่วเสี่ยวซีเป็นคนแพร่งพรายเรื่องนี้ อีกทั้งช่วงนี้เธอก็ไม่ได้มาบริษัทอีกเลยนั่นทำให้ข่าวลือดูน่าเชื่อถือเข้าไปใหญ่

            แทบไม่มีใครรู้เลยว่าเสี่ยวฉินกำลังแอบสืบเรื่องนี้อยู่อย่างลับๆแต่ผลที่ได้จากการสืบนั้นเป็นสิ่งที่ซูอี้เฉิงเองอยากรู้แต่ก็คงไม่อยากให้มันเป็นเช่นนี้

            ส่วนตัวเขาเองแทบไม่อยากจะเชื่อสายตาจึงยังไม่ได้แจ้งซูอี้เฉิงทันทีที่พบความจริง

            ไม่รู้ว่าจางเหมยไปรู้เรื่องมาจากไหนเธอจึงเดินเข้ามาหาเสี่ยวเฉินในห้องช่วงพักเที่ยง

            เมื่อก่อนทั้งสองคนเคยทำงานร่วมกันคนหนึ่งเป็นหัวหน้าเลขา อีกคนเป็นผู้ช่วยพิเศษทั้งคู่ต่างเป็นคนที่รู้จักนิสัยของซูอี้เฉิงดีที่สุด คุยกันบ่อยที่สุดความสัมพันธ์ของพวกเขาจึงเรียกได้ว่าสนิทกว่าเพื่อนร่วมงานทั่วไปทว่าตอนนี้เสี่ยวเฉินกำลังมองจางเหมยนั้นราวกับเห็นคนแปลกหน้าเหมือนเพิ่งเคยเจอเธอเป็นครั้งแรก

            จางเหมยเริ่มสังหรณ์ใจไม่ดี“เสี่ยวเฉิน นายสืบได้เรื่องว่ายังไง”

            “คนที่เปิดเผยข้อมูลคือเธอ”เสี่ยวเฉินทำสีหน้ายุ่ง “จางเหมย ที่แท้ก็เป็นเธอคนที่ปล่อยข่าวว่าคุณหนูลั่วเป็นคนทำเรื่องนี้ก็คงเป็นเธออีกใช่ไหม”

            จางเหมยตอบสีหน้านิ่งเฉย“นายมากล่าวหาฉันแบบนี้ได้ยังไง? มีหลักฐานหรือเปล่า?””

            “หลักฐานงั้นเหรอ?” เสี่ยวเฉินวางเอกสารกับรูปภาพเป็นปึกลงตรงหน้า“วันรุ่งขึ้นหลังจากคุณหนูลั่วไปงานเลี้ยงฉลองเธอก็ไปหาฉินเว่ยพวกเธอลอบนัดกันที่ชานเมือง ให้มันได้อย่างนี้สิจางเหมยฉันนึกไม่ถึงเลยว่าจะเป็นเธอ”

            คราวนี้จางเหมยมั่นใจแล้วว่าเขาคงมีหลักฐานมัดตัวเธอได้แน่จึงถอนหายใจยาว

            “ที่นายโมโหแบบนี้ เพราะชอบฉันใช่หรือเปล่า”

            คำพูดง่ายๆแต่ทำให้เสี่ยวเฉินนิ่งชะงัก แววตาของเขาดูสับสน

            “เสี่ยวเฉินพวกผู้ชายมักชอบคิดว่าตัวเองซ่อนความรู้สึกเก่ง” จางเหมยยิ้ม“แต่ที่จริงผู้หญิงสมัยนี้เซ้นส์แรงกันทั้งนั้น นายคิดว่าจะหลอกฉันได้งั้นเหรอเรื่องที่นายชอบฉัน ฉันรู้ตั้งนานแล้ว”

            “ทำไมเธอต้องพูดเรื่องนี้ตอนนี้ด้วย”เสี่ยวเฉินถาม

            “เพราะตอนนี้ฉันต้องการความช่วยเหลือจากนาย”จางเหมยปลดกระดุมเสื้อเชิ้ตก่อนจะขยับเข้ามาใกล้“ขอแค่นายยอมปิดบังเรื่องนี้เป็นความลับและทำลายหลักฐานทั้งหมดนายอยากให้ฉันทำอะไรก็ได้”

            เสี่ยวเฉินเบือนสายตาหนี“ฉันทำไม่ได้”

            “ฉันจะบอกความจริงให้ก็ได้นี่เป็นแผนการที่ฉันกับฉินเว่ยช่วยกันคิดทำแบบนี้ลั่วเสี่ยวซีก็จะไม่สามารถคบกับซูอี้เฉิงฉันกับฉินเว่ยก็จะได้ครอบครองคนที่ต้องการ” จางเหมยจับมือของเสี่ยวเฉินขึ้นมา“นายชอบฉันไม่ใช่เหรอ ช่วยฉันสิ แล้วนายเองก็จะได้ฉันไปเหมือนกัน”

            “จะบอกว่าเธอกับฉินเว่ยเป็นคนสร้างเรื่องทุกอย่าง? ฉินเว่ยจงใจมอมเหล้าคุณหนูลั่วทำให้เธอสับสนว่าตกลงตัวเองพูดเรื่องแผนงานออกไปหรือเปล่าส่วนเธอก็เป็นคนเปิดเผยข้อมูลทั้งหมดทำให้ทุกคนเข้าใจผิดว่าเป็นฝีมือของคุณหนูลั่วงั้นเหรอ?”

            “เดิมทีฉินเว่ยตั้งใจให้ลั่วเสี่ยวซีพูดออกจากปากตัวเอง”จางเหมยยิ้มหยัน “แต่เธอไม่ยอมพูด น่าขำชะมัด ทั้งที่เมาขนาดนั้นแล้วแท้ๆ แต่ก็ยังไม่ยอมปริปากสุดท้ายเลยต้องถึงมือฉัน เสี่ยวเฉิน ถ้านายช่วยฉันครั้งนี้ฉันอยู่กับนายสามเดือนเลยเป็นไง?”

            เสี่ยวเฉินหลับตาลง

            ใช่ว่าเขาไม่หวั่นไหวเขาชอบจางเหมยจริงอย่างที่ว่า แต่ตอนที่รู้ความจริงของเรื่องทั้งหมด จางเหมยคนนั้นได้ตายจากใจเขาไปแล้วยิ่งเธอเอาตัวเองออกมาขายแบบนี้มันทำให้เขารู้ตัวว่าที่ผ่านมาเขาไม่เคยรู้จักตัวตนของเธอเลย

            ว่าแล้วเขาจึงสะบัดมือเธอออกก่อนจะเดินตรงไปที่ห้องทำงานของซูอี้เฉิง

            วินาทีนั้นจางเหมยเปลี่ยนเลิกแสร้งทำเป็นน่าสงสารอีกต่อไป และรีบกดโทรศัพท์หาพ่อของตน

            สามวันถัดมาจางเหมยก็ยื่นเรื่องขอลาออก เครือเฉิงอันจึงเริ่มวุ่นวายอีกครั้ง

            เคยมีคนในบริษัทพูดไว้ว่าไม่ว่าใครจะลาออกคนคนนั้นคงไม่ใช่จางเหมย หลังจากโดนย้ายมาอยู่ฝ่ายการตลาดเธอก็ทำหน้าที่ของตัวเองอย่างอดทน จนทุกคนคิดว่าเธอคงไม่มีทางลาออกแน่คงจะคอยตามตื๊อซูอี้เฉิงไปตลอด

            แต่พอเธอมาลาออกอย่างกะทันหันแบบนี้ทุกคนจึงอดฮือฮาไม่ได้

            บางคนก็ลือว่า เพราะจางเหมยทนความหมางเมินของซูอี้เฉิงกับคำนินทาของเพื่อนร่วมงานไม่ไหวอีกแล้วจึงลาออกไป

            แต่เพราะช่วงที่ผ่านมาเพิ่งเกิดเรื่องจางเหมยเองก็อยู่ในทีมวางแผนงานจึงมีหลายคนสงสัยว่าแท้ที่จริงแล้วจางเหมยต่างหากที่เป็นหนอนบ่อนไส้แต่ความคิดนี้ก็มีหลายคนที่ไม่เชื่อ

            อย่างแรกเลยเพราะจางเหมยชอบซูอี้เฉิงมากทุกคนต่างรู้กันดี การที่เธอจะทำเรื่องแบบนี้จึงเป็นไปได้ยาก อย่างที่สองคือต่อให้จางเหมยเป็นคนเปิดเผยข้อมูลจริง ซูอี้เฉิงจะปล่อยเธอไปง่ายๆ แบบนี้เหรอ? อย่างน้อยเธอก็คงต้องถูกฟ้องร้องใช่ไหมล่ะ?

            ทางบริษัทเองก็ไม่ได้ออกมาชี้แจงอะไรทำให้เรื่องนี้กลายเป็นเรื่องคุยแก้เครียดของพนักงานในยามว่าง มีคนพูดขึ้นมาว่าหากจางเหมยเป็นคนทำเรื่องนี้จริง งั้นลั่วเสี่ยวซีก็กลายเป็นแพะรับบาปไปเต็มๆไม่รู้ว่าช่วงนี้เธอจะเป็นอย่างไรบ้าง

            ในความจริงแล้วลั่วเสี่ยวซีดีขึ้นได้สักระยะแล้ว

            เรื่องที่เกิดขึ้นมีผลกระทบต่อเธอมากแต่ไม่กี่วันให้หลัง รอยยิ้มก็กลับมาสู่ใบหน้าเธออีกครั้งมีเพียงนิสัยที่ดูจะนิ่งขึ้น ถึงแม้จะยังชอบล้อเล่นอยู่บ่อยๆแต่ก็รู้จักขอบเขตมากกว่าเดิม

            เธอยังคงชอบแต่งตัวสวยเหมือนเดิมแต่ก็เพลาลงเยอะมาก หนุ่มๆ ทั้งหลายจึงไม่ค่อยกล้าเข้ามาตีสนิทอย่างทุกทีได้แต่มองอยู่ห่างๆ เสียมากกว่า

            เธอใช้เวลาครึ่งเดือนในการปรับนิสัยการพักผ่อนของตัวเองเธอนอนเร็วตื่นเช้าทุกวันพอสุดสัปดาห์ก็นัดซูเจี่ยนอันออกไปชอปปิ้งเดินเล่นทั้งบ่าย เธอยังคงสวยเด่นสะดุดตาแต่บุคลิกเรียบร้อยน่าค้นหามากขึ้นกว่าเดิม

            ซูเจี่ยนอันเคยคิดว่าลั่วเสี่ยวซีดูเปลี่ยนไปแต่ก็นึกไม่ออกว่าเปลี่ยนไปอย่างไร มาวันนี้เธอรู้แล้วว่าลั่วเสี่ยวซียังเป็นคนเดิมเพียงแต่เธอโตขึ้น นิ่งขึ้นหลังผ่านประสบการณ์บางอย่าง

            ซูเจี่ยนอันบอกเรื่องที่จางเหมยลาออกจากเฉิงอันให้ลั่วเสี่ยวซีฟังแต่เธอก็ไม่ได้มีปฏิกิริยาอะไรเป็นพิเศษ

            เพราะไม่ว่าจางเหมยจะลาออกหรือไม่หลังจากซูอี้เฉิงโทรหาเธอวันนั้น เขาก็ไม่เคยติดต่อเธอมาอีกเลยเธอเองก็ไม่กล้าไปยุ่มย่ามกับเขาเช่นกัน

            ซูอี้เฉิงสลัดเธอทิ้งอย่างสิ้นเชิงแล้ว

            เรื่องที่เกิดขึ้นเป็นปัญหาภายในของเครือเฉิงอันก็จริงแต่ในวงการธุรกิจก็พูดกันปากต่อปาก ประธานลั่วเองก็รู้เรื่องมาบ้างแถมยังรู้ดีว่าเรื่องนี้ลั่วเสี่ยวซีมีส่วนพัวพัน

            คืนนั้นเขาจึงโทรศัพท์สั่งให้ลั่วเสี่ยวซีกลับไปที่บ้าน

            ลั่วเสี่ยวซีไม่ได้กลับบ้านมากว่าครึ่งเดือนจู่ๆ พ่อก็โทรมาแบบนี้ เธอพอเดาออกว่าเกิดเรื่องอะไรหลังออกจากบริษัทเธอจึงขับรถกลับบ้านทันทีแต่ไม่นึกเลยว่าสิ่งที่พ่อจะพูดกับเธอเป็นอย่างแรกคือเรื่องการแต่งงานของเธอกับฉินเว่ย

            “ไม่มีทางค่ะพ่อ!”แววตาของเธอเด็ดขาดไร้เยื่อใย “ถ้าพ่อจะให้หนูแต่งงานกับฉินเว่ย ฆ่าหนูเลยดีกว่า!”

            ประธานลั่วมองดูการเติบโตของลูกสาวมาโดยตลอดลูกคนนี้ตั้งแต่เด็กก็ชอบหาเรื่องไม่เว้นแต่ละวันแต่ก็มักจะมีรอยยิ้มเปื้อนหน้าอยู่เสมอนี่เป็นครั้งแรกที่ลูกทำสีหน้าแบบนี้ต่อหน้าเขา

            “เสี่ยวซีตอนนี้ลูกกับซูอี้เฉิงไม่มีทางคบกันได้อีกแล้ว!” ประธานลั่วพูดเสียงเฉียบ“ฉินเว่ยเป็นตัวเลือกที่ดีที่สุดของลูก!”

            “มีแต่พ่อคนเดียวที่คิดแบบนั้น”ลั่วเสี่ยวซีตะโกน “หนูไม่ชอบฉินเว่ย!ตั้งแต่เกิดมาเรื่องที่หนูเสียใจที่สุดคือการรู้จักกับเขา!ถ้าพ่ออยากให้หนูแต่งงานกับเขาเพื่อผลประโยชน์ของบริษัท ก็เท่ากับบีบให้หนูไปตายพ่อคะ หนูขอร้อง อย่าบังคับหนูเลย”

            “เรื่องที่แผนงานรั่วไหลออกไปลูกโทษฉินเว่ยได้งั้นเหรอ?”ประธานลั่วถาม “นั่นเป็นเพราะลูกเมาจนหลุดปากออกไปเอง”

            “แต่ฉินเว่ยแกล้งทำเป็นไม่ได้ยินหรือไม่ใช้แผนงานของซูอี้เฉิงก็ได้นี่คะ”ลั่วเสี่ยวซียกมือกุมหน้า “พ่อไม่รู้หรอกว่าหนูเสียใจมากแค่ไหนหลังจากเกิดเรื่องหนูอยากจะฆ่าฉินเว่ยด้วยซ้ำ ที่ครึ่งเดือนมานี้หนูไม่ได้กลับมาที่บ้านก็เพราะไม่อยากให้พ่อกับแม่มาเห็นสภาพของหนู”

            “ลูกไม่ยอมสืบทอดกิจการของตระกูลแล้วจะให้พ่อทำยังไง?”ประธานลั่วนั่งลงอย่างเหนื่อยใจ “เสี่ยวซี ถ้าลูกอยากได้ชีวิตที่ดีไปพร้อมๆ กับการมีอิสระอย่างเต็มที่พ่อให้ไม่ได้”

            ลั่วเสี่ยวซีเข้าใจในความลำบากของพ่อเธอนั่งลงก่อนจะกอดเขา

            “พ่อคะพ่อไม่ต้องห่วงอนาคตของหนูนะ ดูสิ ตอนนี้หนูมีงานทำไม่ช้าก็สามารถเลี้ยงดูด้วยเองได้แล้ว อีกหน่อยถ้าพ่ออยากเกษียณหนูอาจจะเปลี่ยนใจมาช่วยงานพ่อก็ได้ แต่ถ้าพ่อหาลูกเขยมาดูแลบริษัทแทน ร้ายที่สุดคนคนนั้นอาจจะขายบริษัทเราทิ้งก็ได้นะคะ หนูสัญญาว่าชีวิตของหนูในอนาคตจะต้องดีไม่แพ้ตอนนี้ พ่อไม่ต้องเป็นห่วงหนูแล้วนะคะหนูดูแลตัวเองได้แล้ว”

            ประธานลั่วเริ่มน้ำตาคลอถ้าเป็นเมื่อก่อน เสี่ยวซีคงไม่มีทางพูดกับเขาแบบนี้ เธอคงพูดปฏิเสธอย่างเอาแต่ใจถ้าเขาบังคับมากๆ ก็คงหนีหายไม่ยอมกลับบ้าน

            “เสี่ยวซีแต่พ่อก็ยังอยากให้ลูกแต่งงานกับฉินเว่ยอยู่ดี เขาชอบลูกมากอย่างน้อยเขาก็รักหนูมากกว่าซูอี้เฉิง” ประธานลั่วอยากให้มีคนคอยรักลูกสาวของเขา เหมือนที่เขารักไม่ว่าเวลาจะผ่านไปเป็นร้อยปีก็ตาม

            “แต่ตอนนี้พ่อจะไม่บังคับเราถ้าวันไหนลูกเปลี่ยนใจแล้วก็มาบอกพ่อ ได้หรือเปล่า?”

            ลั่วเสี่ยวซีกลั้นน้ำตาเอาไว้ไม่อยู่อีกต่อไปเธอพยักหน้าพลางร้องไห้ก่อนจะกอดพ่อเอาไว้แน่น

            “พ่อคะหนูจะไม่เอาแต่ใจอีกแล้ว หนูจะตั้งใจทำงาน จะไม่ทำให้ตระกูลเราต้องขายหน้าอีก”

            “หืม”ประธานลั่วยกมือเช็ดน้ำตาให้ลูกสาว “ลูกสาวสุดที่รักของพ่อโตขึ้นเยอะเลยนะงั้นพ่อจะไม่ปิดบังเรื่องนั้นกับลูกอีกแล้ว”

            ลั่วเสี่ยวซีทำสีหน้าจริงจัง“ตลอดหลายปีที่ผ่านมาพ่อปิดบังอะไรหนูคะ? หรือว่าหนูไม่ใช่ลูกแท้ๆ ของพ่อ?”

            “พูดอะไรมั่วซั่ว!”ประธานรั่วจิบชาก่อนเอ่ย “ที่จริงแล้วคืนนั้น ซูอี้เฉิงมาหาพ่อ”

            ประธานลั่วเล่าเรื่องที่เขาคุยกับซูอี้เฉิงให้ลั่วเสี่ยวซีฟังจนหมด

            หลังฟังจบลั่วเสี่ยวซีรู้สึกหัวใจหนักอึ้งจนแทบหายใจไม่ออก

            ซูอี้เฉิงพูดจริงคืนนั้นที่เขาบอกว่าจะลองคบกับเธอเขาตั้งใจไว้อย่างนั้นจริงๆ เธอเคยสงสัยเขาทว่าตอนนี้เธอเชื่อแล้วหมดใจ

            แต่ถึงอยางนั้นมันจะไปมีประโยชน์อะไร? มันสายไปแล้ว

            “พ่อคะ”ลั่วเสี่ยวซีเช็ดน้ำตาพลางมองหน้าพ่อของตน “หนูกับซูอี้เฉิงเหมือนมีบุญแต่กรรมบังเขาอุตส่าห์ยอมรับหนูแล้ว แต่หนูกลับทำเรื่องทุกอย่างพังหมดแล้วพวกเราคงไม่มีทางเป็นไปได้อีกแล้ว พ่อคงดีใจล่ะสิ”

            ประธานลั่วมองหน้าผ่ายผอมของลูกสาว

            “ลูกไม่ดีใจแล้วพ่อจะดีใจได้ยังไง ถ้าจะเป็นนางแบบก็อย่าผอมไปมากกว่านี้เลยถ้าลูกผอมกว่านี้พ่อคงผอมไปด้วยแน่ๆ”

            “คนรุ่นพ่อไม่เข้าใจหรอกค่ะ”ลั่วเสี่ยวซีเอ่ย “สมัยนี้คนเขาไม่นิยมสาวผอมแห้งกันแล้ว เขานิยมสาวๆ ที่มีกล้ามท้องกับทรวดทรงองเอวแบบหนูนี่!”

            ประธานลั่วหัวเราะออกมา“ลูกจะเล่นกล้ามหรืออะไรก็ตาม ก็อย่าเล่นมากไปจนพ่อกับแม่ต้องตกใจล่ะ”

            “เรื่องแค่นี้เองพ่อ”ลั่วเสี่ยวซียิ้มตาม “งั้นคราวหน้าที่กลับมาบ้านหนูจะทำให้พ่อกับแม่ตกใจให้ดู!”

            “นี่พ่อนะกลัวเราที่ไหน แน่จริงพรุ่งนี้ก็กลับมาเลยสิ!”

            “หนูก็ไม่กลัวพ่อเหมือนกัน”ลั่วเสี่ยวซีหัวเราะคิกคัก ก่อนจะยอมตกลงไปในหลุมที่พ่อของเธอขุดเอาไว้

            “พรุ่งนี้กลับก็กลับสิคะต่อไปหนูจะกลับบ้านทุกวันเลย!”

    คล้ายกับเรื่องเจ้าสาวมือใหม่แห่งสกุลลู่ ที่คุณอ่าน

    ย้อนเวลามาเป็นคุณหนูไร้ค่ากับระบบยาพิศวง [จบ]

    ย้อนเวลามาเป็นคุณหนูไร้ค่ากับระบบยาพิศวง [จบ]

    นิยาย รัก
    635K 1371
    ชีวิตมหัศจรรย์สองชาติภพ [แปลจบแล้ว]

    ชีวิตมหัศจรรย์สองชาติภพ [แปลจบแล้ว]

    นิยาย Y (Yaoi)
    386K 808
    การเกิดใหม่ของบุตรีภรรยาเอกผู้งามล่มเมือง [แปลจบแล้ว]

    การเกิดใหม่ของบุตรีภรรยาเอกผู้งามล่มเมือง [แปลจบแล้ว]

    นิยาย รัก
    289K 908
    ย้อนเวลามาเป็นท่านอ๋องน้อย [แปลจบแล้ว]

    ย้อนเวลามาเป็นท่านอ๋องน้อย [แปลจบแล้ว]

    นิยาย Y (Yaoi)
    931K 592
    ทะลุมิติมาเป็นนางร้าย เปลี่ยนชีวิตใหม่ด้วยมิติห้างสรรพสินค้าในยุค 70【จบ】

    ทะลุมิติมาเป็นนางร้าย เปลี่ยนชีวิตใหม่ด้วยมิติห้างสรรพสินค้าในยุค 70【จบ】

    นิยาย รัก
    989K 1570
    บ้านสกุลหลินมีปฐมเทพหญิง [แปลจบแล้ว]

    บ้านสกุลหลินมีปฐมเทพหญิง [แปลจบแล้ว]

    นิยาย ย้อนยุค,อนาคต
    2.21M 577
    ข้ามมิติลิขิตรักนายตัวเบี้ย [แปลจบแล้ว]

    ข้ามมิติลิขิตรักนายตัวเบี้ย [แปลจบแล้ว]

    นิยาย Y (Yaoi)
    525K 663
    ทะลุมิติไปเป็นฮองเฮา พร้อมระบบเชฟเทพนักปรุง [จบ]

    ทะลุมิติไปเป็นฮองเฮา พร้อมระบบเชฟเทพนักปรุง [จบ]

    นิยาย รัก
    615K 1801
    หลินเว่ยเว่ยสาวน้อยจอมพลัง (นิยายแปล)***จบแล้ว***

    หลินเว่ยเว่ยสาวน้อยจอมพลัง (นิยายแปล)***จบแล้ว***

    นิยาย ย้อนยุค,อนาคต
    355K 668
    ฮูหยินของท่านจอมยุทธ์ในตำนาน [แปลจบแล้ว]

    ฮูหยินของท่านจอมยุทธ์ในตำนาน [แปลจบแล้ว]

    นิยาย Y (Yaoi)
    579K 730