รวิสราเสียใจที่ถูกไล่ออกจากงาน หญิงสาวไม่รู้จะไปที่ไหนก็เลยมาหาภัทรดนัยในเวลาหนึ่งทุ่มเศษๆ เธอนั่งสะอื้นไห้ข้างเตียงเขาั้แ่ตอนที่มาถึง ไม่พูดไม่จาอะไรเลย
ด้วยความสงสัยชายหนุ่มจึงเอ่ยถาม
“คุณวิ คุณเป็อะไรครับ ผมเห็นคุณเอาแต่นั่งร้องไห้ั้แ่คุณมาถึงแล้ว มีอะไรบอกผมได้ ระบายกับผมได้ครับ”
“วิถูกไล่ออกจากงานค่ะคุณดนัย” หญิงสาวพูดพลางร้องไห้พลาง ในขณะที่อีกฝ่ายทำหน้าใ
“อะ อะไรนะครับ มันเกิดอะไรขึ้น ทำไมคุณถึงถูกไล่ออกจากงานได้”
“ก็เมื่อเช้าตอนที่วิมาเยี่ยมคุณ วิมาตั้งสามชั่วโมง พอกลับไปวิก็ถูกไล่ออกจากงานเพราะไม่ทำตามกฏของร้าน”
“นี่เป็เพราะผมเหรอครับ ที่ทำให้คุณถูกไล่ออกจากงาน”
“ไม่ใช่นะคะ มันเป็เพราะวิเอง วิออกมาปุ๊บปั๊บโดยไม่ทันบอกผู้จัดการร้านว่าจะไปไหน กฏของร้านก็คือ…ถ้าใครจะออกไปทำธุระที่ไหนจะต้องบอกผู้จัดการก่อน ถ้าไม่บอกถือว่าทำผิดกฏ”
“แบบนี้เขาเรียกว่าไม่มีเหตุผล ไม่ยุติธรรมนะครับ” ภัทรดนัยรู้สึกเดือดแทนแฟนสาว
“กฏคือกฏค่ะ และวิก็ยอมรับความจริง ถึงจะถูกไล่ออกก็ไม่เป็ไรค่ะ ไปหางานที่อื่นทำก็ได้” รวิสราว่า
“ให้ผมช่วยหางานให้เอามั้ยครับ” เขาอาสา ทว่าฝ่ายหญิงกลับส่ายศีรษะปฏิเสธ
“ไม่เป็ไรค่ะ เดี๋ยววิจะเป็คนหางานเอง มันคงไม่ยากเกินไปสำหรับวิหรอกค่ะ”
“ให้ผมช่วยเถอะนะครับ ถ้าคุณไม่ให้ผมช่วยผมคงเสียใจแย่เลย” เขาแกล้งทำหน้าเศร้า ในขณะที่รวิสราทำหน้าคิดหนัก
หญิงสาวนิ่งไปสักพักก่อนจะเอ่ยว่า
“ค่ะ ฉันยอมให้คุณช่วยก็ได้ค่ะ เห็นแก่เราเป็แฟนกันหรอกนะคะ”
“ขอบคุณที่ยอมให้ผมช่วยครับ คุณไม่ต้องร้องไห้เสียใจแล้วนะ ต่อไปนี้คุณจะได้งานใหม่ทำที่ดีกว่าเดิมและเงินเดือนดีกว่าเดิม”
“งานอะไรเหรอคะ”
“เดี๋ยวหลังจากออกจากโรงพยาบาลผมจะพาคุณไปฝากทำงานที่ที่หนึ่ง”
“ที่ไหนคะ” เธอเอ่ยถามอย่างสงสัย
“เดี๋ยวคุณก็รู้ครับ รับรองว่าเซอร์ไพรส์แน่นอน”
“ทำไมดูลึกลับจังคะ คุณบอกวิตอนนี้ไม่ได้เหรอ วิอยากรู้ค่ะ” รวิสราคะยั้นคะยอ
“ไม่ได้ครับ มันเป็ความลับ” เขาไม่ยอมบอก
“โธ่! คุณดนัยคะ”
“ถ้าผมบอกคุณไปมันก็ไม่เซอร์ไพรส์สิครับ คุณอย่าคาดคั้นผมเลยนะ”
“ก็ได้ค่ะ วิไม่คาดคั้นคุณก็ได้ วิจะคอยดูแล้วกันค่ะ ว่ามันจะเซอร์ไพรส์เหมือนที่คุณว่าหรือเปล่า”
“รับรองคุณจะต้องร้องว้าวแน่นอนครับ”
“ยิ่งพูดวิก็ยิ่งอยากรู้ค่ะ”
“อดใจรอหน่อยนะครับ ไม่นานเกินรอ” ภัทรดนัยเอ่ยอย่างมีปริศนา
“เอาเถอะค่ะ ฉันจะไม่คาดคั้นคุณก็ได้ ฉันจะอดทนรอให้ถึงวันที่คุณจะพาฉันไปฝากทำงานยังที่ที่หนึ่ง”
“เซอร์ไพรส์แน่ ผมขอรับประกัน”
“ถ้าคุณรับประกันฉันก็จะเชื่อค่ะ” รวิสราผงกศีรษะ ก่อนจะก้มหน้ามองนาฬิกาข้อมือ แล้วเงยหน้าเอ่ยกับอีกฝ่ายว่า “นี่มันก็ดึกมากแล้ว คุณนอนพักผ่อนเถอะค่ะ จะได้หายไวๆ”
“ผมอยากให้คุณนอนเฝ้าผมที่นี่ ไม่อย่างนั้นผมคงนอนไม่หลับแน่”
“อ้อนเป็เด็กๆ ไปได้ น่าหมั่นไส้นัก” หญิงสาวส่งค้อนวงเล็กๆ ให้เขาแบบไม่จริงจังนัก ในขณะที่ภัทรดนัยบอกว่า
“ผมจะทำแบบนี้แค่กับแฟนของผมเท่านั้นครับ”
“จริงหรือเปล่าคะเนี่ย”
“จริงแท้แน่นอนครับ รับรองผมไม่ได้โกหกคุณหรอก”
“ถ้าอย่างนั้นก็หลับตานอนเสียนะคนดีของวิ เดี๋ยววิจะนอนอยู่เป็เพื่อนของคุณเอง”
“ครับ”
“ฝันดีค่ะ”
“เช่นกันครับ”
แล้วชายหนุ่มก็หลับตาลงนอนอย่างว่าง่าย ราวกับเชื่อฟังคำสั่งของแฟนสาวเสียอย่างนั้นละ
รวิสรามองคนที่กำลังนอนหลับใหลแล้วอมยิ้ม พร้อมกับคิดในใจ
‘อะไรจะเชื่อฟังกันง่ายดายขนาดนี้คะเนี่ย’
จากนั้นก็ลุกเดินไปเข้าห้องน้ำเพื่อทำธุระส่วนตัว ก่อนจะนอนพักผ่อนต่อไป
ตุลธรเข้าบริษัทแต่เช้า พนักงานทุกคนมองเขาด้วยสายตาปกติ ไม่เหมือนที่มองวันนั้น คงเป็เพราะเห็นคลิปแถลงข่าวของเขากระมัง ก็เลยทำให้ทุกคนมองเขาในแง่ดีขึ้นมาหน่อย
“วันนี้บอสเข้าบริษัทแต่เช้าเลยนะคะ” พนักงานสาวคนหนึ่งเอ่ยทัก
“เป็ประธานบริษัทก็ต้องเข้าบริษัทเร็วเป็เื่ปกติอยู่แล้วนะ” บอสหนุ่มตอบ
ขณะนั้นเองพนักงานชายคนหนึ่งก็ถือแฟ้มเอกสารมาให้ตุลธรพร้อมกับบอกว่า
“มีคนติดต่อมา ว่าอยากขอร่วมเป็หุ้นส่วนกับบริษัทเราครับ”
“ใครกัน” เลิกคิ้วถามด้วยความสงสัย ในขณะที่อีกฝ่ายเอ่ยว่า
“บอสลองอ่านรายละเอียดในเอกสารนั่นดีกว่าครับ”
“โอเค ขอบใจมาก ขอตัวก่อนละ มีเอกสารสำคัญอะไรก็เอาไปให้ผมเซ็นในห้องนะ”
“ได้ครับ”
แล้วตุลธรก็เดินเข้าห้องไปทันที
“ชินภัทร วิวัฒน์ธานิน”
ตุลธรอ่านชื่อในเอกสารที่พนักงานชายเอามาให้ ซึ่งในเอกสารนั้นระบุว่าคนที่ชื่อ ‘ชินภัทร วิวัฒน์ธานิน’ เป็คนที่มีการศึกษาสูง จบระดับปริญญาโทจากประเทศสวิตเซอร์แลนด์ อยากร่วมเป็หุ้นส่วนกับบริษัทของเขา ด้วยเหตุผลที่ว่าตนเองก็เป็คนชอบน้ำหอมเช่นกัน และเห็นบริษัทของเขาเป็บริษัทใหญ่ด้วยนั่นเอง
“อืม เหตุผลก็เข้าท่าดี” ชายหนุ่มรู้สึกพอใจมาก
ทันใดนั้นเองเสียงเคาะประตูก็ดังขึ้น ทำให้ตุลธรต้องรีบปิดแฟ้มเอกสารไว้ ก่อนจะเอ่ยไปว่า
“เข้ามาได้ครับ”
แล้วประตูห้องก็เปิดออก ภัคธีมาเดินเข้ามาด้วยท่าทียิ้มแย้ม วันนี้เ้าหล่อนแต่งตัวสวยและเซ็กซี่กว่าทุกวัน นั่นจึงทำให้ตุลธรถึงกับมองตาไม่กระพริบเลยทีเดียว
‘ฉันสวยละสิ คุณถึงมองฉันตาไม่กระพริบเลย ดี! ฉันจะทำให้คุณหลงฉันหัวปักหัวปำเลยคอยดู’ หญิงสาวคิดในใจด้วยความสะใจเป็ที่สุด
ก่อนจะเดินไปสะกิดเรียกตุลธรที่เอาแต่จ้องมองเธอตาค้าง ราวกับดวงิญญาของเขานั้นได้ออกจากร่างไปแล้ว
“คุณตุลคะ คุณตุล…คุณตุล”
“คะ ครับ” ชายหนุ่มได้สติในทันที เขาส่งยิ้มแห้งๆ ให้อีกฝ่ายพร้อมกับเอ่ยว่า “เอ่อ ขอโทษที่มองคุณเพลินไปหน่อย ก็วันนี้คุณเล่นแต่งตัวสวยและเซ็กซี่กว่าทุกวัน ผมก็เลยออกจะตกตะลึงหน่อย”
“ขนาดนั้นเลยเหรอคะ” ภัคธีมาแอบขำเบาๆ
“ขนาดนั้นเลยสิครับ”
“แล้วนี่คุณกำลังดูเอกสารอะไรอยู่เหรอคะ” หญิงสาวถามขณะเลื่อนเก้าอี้มานั่งด้านหน้าโต๊ะ
“เอกสารของคนที่อยากร่วมเป็หุ้นส่วนกับบริษัทเราครับ” เขาตอบ
“เอ…ใครกันคะ แล้วทำไมถึงอยากร่วมเป็หุ้นส่วนกับบริษัทเรา”
“เห็นเขาระบุในเอกสารว่าเขาเป็คนชอบน้ำหอมเหมือนกัน และเห็นว่าบริษัทของเราเป็บริษัทใหญ่ อีกทั้งเขาก็เรียนจบระดับปริญญาโทจากสวิตเซอร์แลนด์ด้วย คนนี้เขาชื่อชินภัทร วิวัฒน์ธานิน”
“ชินภัทร วิวัฒน์ธานิน” เธอพึมพำเบาๆ
ทว่าตุลธรกลับได้ยินจึงเอ่ยถาม
“คุณรู้จักเหรอครับ”
“เปล่าค่ะ ฉันไม่เคยรู้จักเลย”
“ผมขอความคิดเห็นจากคนสำคัญอย่างคุณหน่อยครับ ว่าผมควรตัดสินใจยังไงดี ควรจะตอบตกลงเขาไปเลยดีมั้ย”
‘ตายละ ฉันกลายเป็คนสำคัญของนายตุลธรไปแล้วเหรอเนี่ย’ ภัคธีมาคิดในใจ
แล้วปากก็เอ่ยไปอีกอย่างหนึ่ง
“ถ้าจะขอความคิดเห็นจากฉัน ถ้าเป็ฉัน…ฉันจะตอบตกลงไปทันทีค่ะ”
“ทำไมตอบตกลงเร็วนักล่ะครับ” เขาถามด้วยความแปลกใจ ในขณะที่อีกฝ่ายตอบว่า
“จะใช้เวลาคิดนานทำไมล่ะคะ มีคนที่เรียนจบระดับปริญญาโทมาขอร่วมเป็หุ้นส่วนด้วยก็รีบตอบตกลงเลยสิคะ ดีเสียอีก จะได้มีคนช่วยคิดเื่แผนการตลาด และช่วยคิดหลายๆ อย่าง หรือคุณว่ายังไงคะ”
“ผมว่าความคิดของคุณก็โอเคอยู่นะครับ แต่…”
“คุณไม่ต้องเอาตามความคิดของภัคก็ได้ค่ะ คุณทำตามความคิดของตัวคุณเองเถอะ”
ตุลธรนิ่งไปสักพัก ก่อนจะตอบว่า
“ผมจะตอบตกลงเขาไปแล้วกันครับ เท่าที่ผมอ่านรายละเอียดดูเขาก็น่าไว้ใจได้ประมาณหนึ่ง”
“ถ้าคุณตัดสินใจดีแล้ว ภัคก็เคารพการตัดสินใจของคุณค่ะ” หญิงสาวระบายยิ้มเต็มใบหน้า “แล้วมีเบอร์ติดต่อเขามั้ยคะ”
“มีครับ”
“ถ้าอย่างนั้นก็ติดต่อเขาไปเลยค่ะ เพราะนี่อาจเป็โอกาสดีๆ ของเราก็ได้ค่ะ”
“ยังไงครับ ผมงง”
“เถอะค่ะ เดี๋ยวคุณก็จะเข้าใจเอง” เธอเอ่ยเป็นัยๆ
“เื่อื่นเอาไว้ก่อนเถอะครับ ตอนนี้ผมว่าเรามา…” ตุลธรยิ้มและส่งสายตาเ้าเล่ห์ไปให้อีกฝ่าย พร้อมกับลุกเดินไปจับไหล่เธอ
ในขณะที่ทุกอย่างกำลังจะไปได้สวย เสียงเคาะประตูก็ดังขึ้นทำลายบรรยากาศ ผู้เป็เ้าของห้องทำหน้าเซ็งๆ ก่อนจะปล่อยมือจากไหล่ของแฟนสาวพลางบ่นเบาๆ
“ใครมาขัดขวางความสุขของฉันวะ” แล้วเอ่ยถามออกไปว่า “ใครน่ะ”
“ผมเองครับบอส มีเอกสารด่วนมาให้บอสเซ็นครับ” คนด้านนอกตอบกลับมา
“เข้ามาได้” บอสของบริษัทอนุญาต
แล้วพนักงานชายคนนั้นก็ผลักประตูเดินเข้ามาพร้อมกับแฟ้มเอกสาร เขายื่นให้ผู้เป็เ้านาย
“เอกสารอะไร” ตุลธรถาม
“เอกสารสั่งซื้อน้ำหอมล็อตใหญ่ครับ เป็บริษัทจากต่างประเทศที่สั่งซื้อ”
“ยอดสั่งซื้อทั้งหมดเท่าไหร่”
“สองพันเก้าร้อยดอลลาร์ครับ”
“ถ้าเทียบเป็เงินไทยก็ประมาณ…หนึ่งแสนบาทค่ะ” ภัคธีมากล่าวยิ้มๆ
“ั้แ่ผมเปิดบริษัทมาไม่เคยมีออเดอร์สั่งซื้อเยอะขนาดนี้มาก่อนเลย นี่เป็ครั้งแรก” ตุลธรว่า
“ผมขอตัวก่อนนะครับ” แล้วพนักงานชายผู้นั้นก็เดินออกไปจากห้อง ในขณะที่ตุลธรและภัคธีมาคุยกันต่อ
“บริษัทที่สั่งซื้อเป็บริษัทใหญ่ของประเทศสหรัฐอเมริกา ที่เขายอมสั่งออเดอร์เยอะขนาดนี้ก็เพราะเห็นว่าคนทั่วโลกต่างรีวิวว่าน้ำหอมดีจริง กลิ่นหอมนาน และที่สำคัญเขาระบุมาว่าต้องส่งสินค้าให้ถึงก่อนวันที่ ๑๐ กรกฏาคม ด้วย” ชายหนุ่มอ่านจบก็ปิดแฟ้มลง
“แล้วมันจะทันเหรอคะ” ภัคธีมาทำหน้าคิดหนัก
ทว่าอีกฝ่ายบอกว่า
“ทันอยู่แล้วครับ เดี๋ยวผมจะไปสั่งพนักงานทุกคนให้แพ็คสินค้าตอนนี้เลย คาดว่าอีกสองวันก็น่าจะส่งออกได้”
“ถ้าอย่างนั้นก็รีบไปบอกเลยสิคะ เดี๋ยวภัคจะไปด้วยค่ะ”
“ไปกันเลยครับ”
เมื่อเอ่ยจบทั้งคู่ก็เดินออกจากห้องไปพร้อมกันทันที เพื่อที่จะไปสั่งให้พนักงานพากันแพ็คสินค้าให้ทันส่งไปยังบริษัทที่ต่างประเทศนั่นเอง!
“จัดการทำตามที่ผมบอกนะ” ตุลธรเซ็นเอกสารเสร็จก็ปิดแฟ้มก่อนจะหันไปสำทับกับผู้จัดการฝ่ายแผนกจัดส่งสินค้าอีกครั้ง ในขณะที่อีกฝ่ายพยักหน้ารับรู้
“รับทราบค่ะ เดี๋ยวดิฉันจะบอกให้พวกพนักงานเริ่มแพ็คสินค้าั้แ่ตอนนี้เลยค่ะ”
“ทำโอทีด้วยก็ดี มันจะได้ทัน อ้อ บอกพวกเขาด้วยว่าผมจะให้โบนัสเพิ่มสองเท่าเลย”
“ได้ค่ะ เดี๋ยวดิฉันจะไปบอกพวกเขาเลยทันที รับรองทันแน่นอนค่ะ” ผู้จัดการวัยสามสิบต้นๆ รับปาก
“ผมฝากด้วยนะ”
“โอเคค่ะ ขอตัวก่อนนะคะ” เอ่ยจบจิรารัตน์ก็เดินเข้าห้องจัดเก็บสินค้าไปทันที
ตุลธรหันไปทางหญิงสาว
“เที่ยงนี้เราไปหาร้านอาหารริมแม่น้ำเ้าพระยาที่อร่อยๆ นั่งทานกันดีมั้ยครับ”
“ดีค่ะ” หญิงสาวพยักหน้าเห็นด้วย
“แต่ตอนนี้…” เขาหันซ้ายหันขวาก่อนจะเอ่ยต่อ “ยังไม่มีงานด่วนอะไร ผมว่าเราไปหาความสุขกันดีกว่ามั้ยครับ”
“มันจะดีเหรอคะ” เธอถามคล้ายกับไม่ค่อยแน่ใจนัก
ทว่าในใจกลับแอบด่าเขาอยู่ในที
‘แกนี่มันหื่นจริงๆ เอะอะก็จะพาฉันขึ้นเตียงตลอดเลยนะ เห็นฉันเป็ที่ระบายอารมณ์กามของแกหรือไง’
“ดีแน่นอนครับ นะครับ นะ” เขาอ้อนวอน ในขณะที่ภัคธีมานิ่งคิดอยู่ครู่หนึ่งก่อนจะตอบ
“ก็ได้ค่ะ”
หลังจากนั้นทั้งคู่ก็พากันไปยังห้องนอนซึ่งอยู่ในห้องทำงานของตุลธร เพื่อที่จะขึ้น์ด้วยกันอีกครั้ง
ทันทีที่ล้มลงไปบนเตียงมือหนาของชายหนุ่ม ลูบไล้ตามเนื้อตามตัวหญิงสาวจนภัคธีมาร้องครางออกมา หลังจากนั้นภัคธีมาไม่รู้สึกตัวว่าเขาถอดเสื้อเธอตอนไหน ทั้งคู่แลกจูบกันนัวเนีย ตามด้วยบราตัวแบบบางที่ปกปิดอกอูมไว้
ใบหน้าคมของตุลธรก้มลงรุกจนภัคธีมาแอ่นอกอวบให้เขาดูด แต่จิตใจระส่ำระสาย ทว่าปากก็ได้แต่ร้องครวญครางอยู่เช่นนั้น
“ผัวขา เมียจะขาดใจรอนๆ อยู่แล้วค่ะ อะ อื้อ”
ใบหน้าเขาลากต่ำไปยังเนินดอกไม้พร้อมกับแลบลิ้นจนร่างบางกรีดร้องออกมา ก้นสาวเด้งตอบรับเขาอัตโนมัติทันที มือหนาบีบหน้าอกเธอเพื่อผ่อนคลายอารมณ์ ทำให้ภัคธีมาหลงกลตอบสนองแต่โดยดี ไม่ว่าเขาจะสั่งให้ทำอะไรเธอก็ทำตามที่เขาบอกเสมอ ราวกับเชื่อฟัง
ลิ้นหนาประกบเรียวปากอิ่ม พร้อมกับตวัดลิ้นควานหาลิ้นบางแสนนุ่ม หญิงสาวถึงกับเคลิบเคลิ้มรสััที่เขามอบให้ ก่อนที่จะโดนเขาเอาัั์เข้าไปในปากถ้ำของเธอ ทำเอาสาวเ้าสะดุ้งเฮือกพร้อมกับดิ้นเร่าๆ ร้องครางออกมาไม่เป็ภาษา
“อะ อูยย์ ไม่ ไม่นะ ภัคเจ็บ คุณตุล อ๊ายย”
ร่างบางผวาเฮือก โดนคนคลั่งรักอย่างตุลธรเอาเสียอยู่หมัดจนได้ เพราะหลงระเริงในรสกามารมณ์เสียแล้ว ใบหน้าสวยบูดเบี้ยวไปมาพร้อมกับ ลมหายใจหอบแรงและทำให้เธอถึงกับตาเหลือกลานทีเดียว
“อะ อื้อ โอ้ว โอ้ว ผะ ผัวขา แรงๆ อีกสิคะ เมียยังไม่หายอยากเลย” ภัคธีมาพูดออดอ้อนคว้ามือหนาวางแปะบนก้อนเนื้อนิ่ม ส่วนตุลธรก็อมยิ้มชอบใจ
เมื่อเมียรักร้องขอ ทำให้ชายหนุ่มที่ไม่คิดป้องกันกับเธอจึงได้เอาแบบจัดเต็มทีเดียว ร่างบางนอนคว่ำ ก้นขาวๆ โดนตีแล้วบีบเคล้น หญิงสาวถึงกับร้องคราง เนื่องจากเป็ท่าหมาทั้งคู่มักเล่นท่านี้ประจำ จนภัคธีมาเริ่มติดอกติดใจ แม้จะทำให้เธอหมดเรี่ยวแรงก็ตามที
“อะ อื้อ โอ้ว โอ้ว มันเสียวมากเลย ผัวขา” เธอหลุดปากเรียกตุลธรอย่างลืมตัวร่ำไปทุกครั้งมีความสัมพันธ์กัน
ทว่าคราวนี้เขาได้ตั้งใจแทงให้ลึกๆ แถมปล่อยในอีก จนร่างบางถลาไปข้างหน้าอกสาวครูดกับที่นอน วงแขนหนาคว้าเอวบางมาเสียงดังกันตับๆ ทั่วห้อง นอนจนเธอหมดแรง แล้วตุลธรก็นอนกกกอดภัคธีมาอย่างสมหวัง
ทั้งคู่ผล็อยหลับไปประมาณห้านาที ก่อนจะตื่นขึ้นมาในเวลาที่เกือบเที่ยงแล้ว ชายหนุ่มลุกนั่งพลางก้มมองนาฬิกาข้อมือ
“เกือบจะเที่ยงแล้วนี่” เขาเอ่ยขึ้น จากนั้นก็หันไปทางหญิงสาว “เราแต่งตัวแล้วออกไปทานข้าวข้าวกันดีกว่าครับ ตอนนี้มันใกล้จะเที่ยงแล้ว”
“ได้ค่ะ ถ้าอย่างนั้นภัคขอตัวไปล้างเนื้อล้างตัวก่อนนะคะ” ภัคธีมาจะลุกจากเตียง ทว่าอีกฝ่ายคว้าแขนไว้
“เดี๋ยวก่อนครับ”
“คะ” เธอเลิกคิ้วสูงเท่าที่จะสูงได้ ด้วยสงสัยว่าเขามีเื่อะไรอีก ในขณะที่ชายหนุ่มบอกว่า
“ผมมีเื่อยากจะพูดกับคุณ”
“เื่อะไรคะ”
“คือเื่ที่…”