เกิดใหม่เป็นไอ้เจิด

    ตอนที่หนึ่งร้อยแปด เที่ยวชมจันทร์

    ตอนที่หนึ่งร้อยแปด เที่ยวชมจันทร์

    อาหรับราตรีคือดินแดนมายา

    ลึกลับและตื่นใจ

    ล้ำลึกจนสุดใจจนคนผวา

    ผมประสานเสียงกับพวกอาจารย์คงไอ้ห้อยไอ้โหน บาบูบาบอนกับภาพดวงจันทร์ที่ผมออกแบบไว้ให้มีจุดชมวิวพระจันทร์กลางคืนด้วยบนอากาศ

    กระจกแก้วคริสตัลประสานด้วยเหล็กไหลสามารถป้องกันได้ทั้งอาวุธปืนและคาถาอาคม

    ลึกล้ำจนสุดใจจนเกินพรรณนา บรู๊ววววววววววววววววววววว

    และนางตะเคียนทองกับโหงพรายและผีตัวอื่นๆที่อยู่ในเรือเหาะก็ร้องประสานกันในการชมจันทร์ของพวกเราจนหมาหอนกันไปทั่วหมู่บ้าน

    จากการที่พวกเราขับเรือเหาะไปมาลองเที่ยวกันในเวลากลางคืนเพื่อทดสอบว่ามีอะไรผิดพลาดหรือไม่ในการบินและการเดินทางต่างๆ

    ซึ่งผมสามารถสรุปได้ว่าเราสามารถทำการบินได้ดีไม่มีปัญหาอะไร

    บรู๊ววววววววววววววว

    แต่มีข้อเสียคือเวลาเราขับเรือเหาะไปไหนจะเจอมาหอนใส่ตลอด

    ก็จะไปว่ามันก็ไม่ได้หากเราเอาหมาให้ทำตัวแบบนกคานารีในเหมือง

    ที่หากได้กลิ่นแก๊สจะเกิดการร้องเตือนขึ้น

    หมาก็เรียกว่าได้ทำหน้าที่ของมันแล้วที่เตือนชาวบ้านทั่วไปถึงเรือเหาะที่มีผีสิงเต็มเรืออย่างนี้

    “ลูกพี่ขับเรือเหาะเก่งแถมยังร้องเพลงเก่งอีกต่างหาก”

    ไอ้ห้อยไอ้โหนกล่าวชมผมตามประสาลูกน้องที่ดี

    “ฮา ฮา ฮา มาดื่มชมจันทร์อย่างนี้ก็ดีเหมือนกัน”

    อาจารย์คงดื่มเหล้าเคล้าแสงจันทราพร้อมกับพวกบาบูบาบอน

    ส่วนผมมีข้อห้ามคลำห้ามดื่มสุราแต่มีมีปัญหาอะไร

    ทั้งเนื้อ ทั้งปลาทั้งเหล้าพวกเรามีพร้อม

    หากลูกชายกำนันของแค่นี้ยังไม่มีก็แย่แล้ว

    ทันใดนั้นก็มีร่างกายสูงใหญ่เท่าต้นตาลส่งเสียงหวีดหวิวมาโบกมือไปมาต่อหน้าเรือเหาะ

    “อุบ๊ะ ไอ้เปรตฉ่อยข้าก็ทำบุญไปให้แล้วอย่างไรล่ะมาขอส่วนบุญอีกอยู่ได้”

    อาจารย์คงตะโกนไล่ร่างที่สูงเท่าต้นตาลที่ตัวสูงกว่าเรือเหาะที่ลอยอยู่บนฟ้าเสียอีก

    หวี้ หวี้ หวี้

    “เอาน่า เดี๋ยวข้าจะทำบุญไปให้ ไป ไป๊อย่ากวน”

    อาจารย์คงกล่าววาจาดุด่า

    สองมือที่ใหญ่โตของเปรตฉ่อยทำท่าวันทาอาจารย์คงก่อนที่จะหายไป

    “ไอ้ฉ่อยมันไม่มีอะไรมากหรอกบางทีมันก็มาหาของกินน่ะ”

    อาจารย์คงกล่าวอย่างไม่ค่อยใส่ใจเพราะเป็นเรื่องธรรมดาที่โลกนี้มีผีเปรตอยู่ร่วมโลกกับเรา

    คล้ายกับเรื่องเกิดใหม่เป็นไอ้เจิด ที่คุณอ่าน