ข้าเป็นเซียนสะท้านฟ้า

    ตอนที่ 38 : ขอบเขตขยายปราณ

    ด้วยความเหนื่อยล้าที่ไม่ได้หลับเต็มอิ่มเมื่อคืนนี้ เเถมยังต้องไปวิ่งในงานวันนี้อีก ทำให้ฉางกวงเมื่อกลับมาถึงยังเรือนของตนเองด้วยสภาพจะล้มมิล้มเเหล่ ฟุบตัวลงไปบนที่นอนในทันทีที่มาถึง สติวุบเข้าสู่ห้วงนิทราในชั่วพริบตา ฉับพลันไม่ทันไรพอลุกขึ้นมาอีกทีก็ถึงช่วงเช้าของอีกวันเเล้ว 


    “นี่มันช่างไม่คุ้มค่าเสียเลย”  ฉางกวงอยากจะร้องไห้โฮ  วันหยุดของเขาทั้งทีเเต่ตัวเขากลับใช้มันไม่คุ้มค่าเลยเสียจริง 


    “ทำอันใดไม่ได้เเล้ว รีบไปดีกว่า”  ฉางกวงรีบสลัดความคิดของตนทิ้ง พลันเตรียมตัวไปยังสมาคมอักขระอย่างเป็นปกติ 

    เขาจึงรีบเดินเข้าไปด้วยความเร่งรีบ เห็นเจียงหวงกำลังเดินอยู่ด้านหน้า จึงรีบเดินตามไปติด ๆ 


    “พวกเจ้าทั้งสองพร้อมกันเเล้ว ข้าจะไม่เอ่ยอันใดให้มากความอีก พวกเจ้าเตรียมรับมือ”  สิ้นเสียงเเขกอาวุโสการฝึกก็เริ่มขึ้นไปเหมือนเมื่อวันก่อน เเขกอาวุโสพุ่งตัวเข้าหาฉางกวงเเผ่ปราณเข้าไปในร่างของเขาอย่างรวดเร็ว ส่วนทางด้านของเจียงหวงนั้นร่างปุกปุยสีขาวก็กระโจนออกไปเเผ่ปราณใส่เจียงหวงอย่างดุดัน 


    “เจ้าพวกนี้ ดูเหมือนจะมีการพัฒนาขึ้นไม่น้อย”  อาจารย์อาวุโสรู้สึกได้ว่าฉางกวงในวันนี้ดูสบาย ๆ กว่าวันก่อน เเละพอหันไปมองด้านเจียงหวงก็สังเกตเห็นถึงสีหน้าเจียงหวงที่ดูเรียบเฉย ดูสบาย ๆ กว่าเดิมเช่นกัน 


    “ข้าจะเพิ่มความเข้มข้นของปราณ พวกเจ้ารับมือ”  สิ้นเสียงนั้นปราณที่เเผ่เข้าร่างของทั้งฉางกวงเเละเขียงหวงจึงรุนเเรงมากขึ้น 

    สีหน้าของทั้งสองที่ดูสบาย ๆ บัดนี้ก็เปลี่ยนไปเป็นเหมือนการฝึกเมื่อวันก่อน สีหน้าของทั้งสองดูเคร่งเครียดขึ้น 


    “ตอนนี้ปราณที่ข้าถ่ายทอดเข้าไปในตัวเจ้าหนุ่มฉางกวงนั้นใกล้เคียงกับขั้น 6 เเห่งขอบเขตขยายปราณเป็นอย่างมาก”  เเขกอาวุโสคิดถึงความจริงข้อนี้ก็อดที่จะตกตะลึงในใจไม่ได้ เเววตาที่จ้องมองฉางกวงนั้นเต็มไปด้วยความลึกล้ำ 

    เเต่กระนั้นเองเขาเองก็เฝ้ามองเจียงหวงด้วยเช่นกัน สังเกตเห็นด้านของเจียงหวงถึงเเม้ว่าจะตกตะลึงเเต่ก็ไม่มากเท่ากับฝั่งฉางกวง


    “เจ้าหนุ่มเจียงหวงตอนนี้ปราณที่ถ่ายทอดไปในตัวของเขานั้น คงใกล้ถึงขั้น 4 เเล้ว” เเขกอาวุโสรู้สึกว่าตนเองนั้นเริ่มจะเหนื่อยขึ้นมานิด ๆ เเล้ว

    ด้วยปราณที่ต้องกะปริมาณเเล้วถ่ายทอดให้เหมาะสม ทำให้สีหน้าของอาจารย์อาวุโสที่ดูสงบนิ่ง ตอนนี้เริ่มมีเหงื่อซึมบนใบหน้าเเล้ว

    ปราณของฉางกวงนั้นหลังจากที่ต้านทานกับปราณที่ใกล้เคียงกับ ขั้น 6 เป็นอย่างมาก  ตอนนี้จึงฝืนต้านทานได้โดยใช้ปราณสีขาวเหมันต์เป็นหลัก ส่วนปราณสีส้มเเดงคอยช่วยพยุงไว้อีกที

    บัดนี้ความเข้มข้นของปราณฉางกวงเพิ่มขึ้นเป็นอย่างมาก 


    “ข้ารู้สึกได้ว่าอีกเพียงเเค่เอื้อมข้าก็จะบรรลุได้เเล้ว”  ถึงเเม้จะรู้สึกเจ็บปวดเป็นอย่างมากเเต่เขาเองก็รู้สึกได้ว่าต้องทะลวงขั้นได้ในวันนี้อย่างเเน่นอน ไม่ต่างจากที่เขาคิดเอาไว้ ผ่านไปได้อีกครึ่งชั่วยามนั้นเอง

    ปราณในร่างกายของฉางกวงนั้นตอนนี้เห็นได้ชัดเป็นอย่างยิ่ง ท้องฟ้าพลันสั่นสะเทือนเลื่อนลั่น กลิ่นอายกดดันของขั้น 4 ค่อย ๆ เเผ่ออกมาอย่างช้า ๆ


    “เจ้าหนุ่มฉางกวงในที่สุดก็บรรลุขั้นได้เเล้ว เเถมเกรงว่าจะไม่ใช่ขั้น 4 ทั่ว ๆ ไปเสียด้วย”  เเขกอาวุโสถอดทอนหายจากอย่างโล่งอก สีหน้าพลันยกยิ้มอย่างเปี่ยมสุข รู้สึกยินดีในความสำเร็จของศิษย์ตน

    เจียงหวงคล้ายกับสัมผัสได้เช่นกัน ดวงตาที่ปิดอยู่บัดนี้ได้ลืมขึ้นมามองยังฉางกวงที่อยู่ข้าง ๆ ของตน  พอเห็นว่าฉางกวงนั้นบรรลุขั้นเเล้ว รู้สึกว่าตนเองจะน้อยหน้าไม่ได้ จึงปิดตาตั้งสมาธิรีดพลังในร่างทุกหยาดหยดอย่างสุดความสามารถ มาต้านทานกับปราณของร่างขนปุกปุยข้าง ๆ ตน


    “กวงเอ๋อเจ้าบรรลุเเล้ว ตอนนี้ก็พักผ่อนไปก่อน ยาที่ข้าผู้อาวุโสให้ยังเหลืออยู่อีกรึไม่ ถ้ายังเหลืออยู่ก็รีบนำออกมากินก่อน”  อาจารย์อาวุโสกล่าวกับฉางกวงเสร็จ จึงสำรวจดูว่าฉางกวงมีสิ่งผิดปกติไหม พอเห็นว่าไม่มีอะไรผิดปกติพลันหันไปด้านเจียงหวงอย่างรวดเร็ว


    “หวงเอ๋อตอนนี้เจ้าก็ใช้เวลาปรับให้ปราณของเจ้าเสถียรก่อน เเต่ไม่ต้องกระตุ้นปราณเยอะนะ”  อาจารย์อาวุโสเอ่ยออกมาในขณะที่กำลังสังเกตดูเจียงหวงอย่างเคร่งขรึม 


    “ขอรับ”  ฉางกวงพลันนั่งลงเริ่มตั้งสมาธิปรับปราณที่คลุมอยู่รอบ ๆ ตัวให้เสถียรยิ่งขึ้น


    “นั่นมัน ไม่ดีเเน่ หวงเอ๋อเตรียมตัวหยุด…”  อาจารย์อาวุโสน้ำเสียงเคร่งเครียด ค่อย ๆ เริ่มลดพลังปราณลงเรื่อย ๆ

    การที่นำพลังปราณที่เเข็งเเกร่งกว่าเข้าภายในร่างกายนั้น ต้องใช้ความละเอียดรอบคอบเป็นอย่างยิ่ง

    กรณีของเจียงหวงเองก็เช่นกัน จึงต้องค่อย ๆ ลดระดับปราณที่ส่งเข้าไปในร่าง ต่างจากกรณีของฉางกวง

    ที่อาจารย์อาวุโสหยุดโดยฉับพลันเพราะสังเกตเห็นเเล้วว่าร่างกายของฉางกวงเเข็งเเกร่งมากกว่าปกติ จึงคิดว่าไม่มีปัญหาอย่างเเน่นอน 


    “หวงเอ๋อเจ้าเเต่เช่นไรบ้าง”  หลังจากที่ปราณหยุดลงนั้นเองอาจารย์อาวุโสรีบเข้าไปดูอย่างรวดเร็ว พลันหยิบยาที่เคยให้กับทั้งคู่ออกมา 3 เม็ด รีบป้อนให้เจียงหวงอย่างรวดเร็ว ร่างเจียงหวงที่ตอนเเรกดูไม่ขยับเขยื้อน ตอนนี้เริ่มขยับขึ้นเล็กน้อย  เอ่ยออกมาอย่างอ่อนเเรงว่า  “ขอบคุณท่านอาจารย์” 

    ฉางกวงกับเเขกอาวุโสเฝ้ารอดูว่าเจียงหวงเป็นเช่นไรบ้าง พอเห็นว่าเจียงหวงกลับมาเป็นปกติเเล้วเเขกอาวุโสจึงเอ่ยเเยกย้ายเหมือนเคย

    ฉางกวงเห็นท่าทีของเจียงหวงเเล้วคิดว่าคงเดินไม่ไหวจึงค่อย ๆ พยุงกับยังที่พักอย่างระวัดระวัง

    ในตอนแรกเจียงหวงนั้นด้วยศักดิ์ศรีของตนย่อมไม่ยอมรับความช่วยเหลือ ฉางกวงเองก็รอดูอยู่ข้าง ๆ

    ว่าจะไหวไหม เดินไปได้อีกไม่กี่ก้าว เจียงหวงสีท่าจะล้มฉางกวงเห็นดังนั้นจึงส่ายหัวระอารีบเข้าไปประคองไว้


    “เจ้าเองก็อย่าฝืนเกินไปเลย ร่างกายของเเต่ละคนนั้นไม่เหมือนกัน”  ฉางกวงเอ่ยพลางเดินประคองไปด้วย

    เจียงหวงได้ยินเช่นนั้นก็พยักหน้าเป็นการตอบรับ 


    “เฮ้อ อีกไม่กี่วันก็จะเริ่มเเข่งเเล้ว ข้ายังไม่ค่อยมั่นใจเลย”  ฉางกวงตกอยู่ในห้วงภวังค์ การทดสอบเป็นศิษย์สายในนั้น 

    ไม่เพียงมีเเค่รุ่นฉางกวงเพียงเท่านั้น เเต่ยังมีรุ่นก่อน ๆ ที่บางคนเหลืออีกนิดเดียวก็จะสอบเข้าได้ 


    “เเต่ถ้าข้าฝึกตามเเผนตาเฒ่าละก็ ข้ามั่นใจว่าข้าต้องเป็นหนึ่งในศิษย์ที่ผ่านอย่างเเน่นอน” 

    ฉางกวงเดินประคองเจียงหวงไปพลางครุ่นคิดไปพลาง ไม่ทันไรก็มาถึงบริเวณใกล้เคียงกับเรือนของทั้งสองเเล้ว


    “ข้าขอส่งท่านเพียงเท่านี้นะ”  ฉางกวงปล่อยให้เจียงหวงตรงหน้าเรือนของเขา ส่วนตนนั้น ก็รีบเดินกลับไปยังเรือนของตน


    “อาจารย์ไม่ได้ห้ามข้าไม่ให้ฝึกเพิ่ม เเสดงว่าวันนี้ข้าสามารถฝึกเพิ่มได้”  ฉางกวงคิดว่าไหน ๆ จะฝึกเเล้วเเถมเป็นการฝึกส่วนตัวด้วย  งั้นก็เอาทรัพยากรที่เหลือมาพัฒนาให้ปราณตนเองเสถียรขึ้น คงจะดีกว่านั่งฝึกทั่ว ๆ ไป 

    คิดได้ดังนั้นเขาจึงเดินเข้าไปหาหีบที่ซ่อนไว้ในเรือนอย่างดี  ตั้งเเต่ที่เขาได้ทรัพยากรเหล่านี้มาจากดินเเดนที่เต็มไปด้วยเหมันต์เเห่งนั้นเขาก็ไม่นำมันออกไปข้างนอกเลย

    เนื่องจาก ทรัพยากรเหล่านี้ถือได้ว่าหาได้ค่อนข้างยาก การที่เรามีของล้ำค่าก็ไม่จำเป็นต้องเดินอวดไปทั่ว การเดินอวดไปทั่งรังเเต่จะทำให้เรามีเรื่องเดือดร้อนเพิ่มขึ้นเปล่า ๆ  เขานำมันออกมาอย่างระมัดระวัง ค่อย ๆ เเง้มมันออกช้า ๆ

    พอเห็นว่าของอยู่ครบ ฉางกวงจึงนำผลหยาดน้ำค้างเหมันต์ 100 ปีที่เหลือมาฝึกอย่างไม่เสียดาย ทำให้ปราณที่เเบ่งเป็น 2 ฝั่งของเขาในตอนนี้นั้น ปราณสีขาวเหมันต์จะดูเสถียรมากกว่าปราณสีส้มเเดง เขาไม่รู้สึกเเปลกใจกับเรื่องนี้เลยเเม้เเต่น้อย คิดว่าลองอย่างอื่นดูบ้าง

    จึงร่ายวิชา ‘เหมันต์พิโรธ’ ขึ้นมา ปราณสีขาวพลันควบรวมกันบนอากาศกลายเป็นเเท่งน้ำเเข็งที่ดูแหลมคมไม่น้อย


    “การร่ายใช้วิชา’เหมันต์พิโรธ’ ของข้านั้นรู้สึกว่าใช้ปราณลดลงอย่างเห็นได้ชัด ตอนก่อนหน้านี้ข้าต้องใช้ปราณไปถึง 1 ส่วนตอนอยู่ในขั้น 3 เเต่ตอนนี้ข้าอยู่ขั้น 4 รู้สึกได้ว่าใช้พลังปราณไปเพียงเเค่เล็กน้อยเพียงเท่านั้น”  พอเห็นผลการทดลอง ฉางกวงจึงอดยกยิ้มขึ้นไม่ได้ 

    ถ้าเป็นเยี่ยงนี้ข้าก็สามารถใช้วิชา ‘เหมันต์พิโรธ’ ได้ดีขึ้นมากทีเดียว  เขาจึงทดลองใช้ดูซ้ำ ๆ เพื่อหาว่าขีดจำกัดตอนนี้เขาอยู่ที่เท่าไหร่


    “ตอนนี้ข้าสามารถร่ายเเท่งน้ำเเข็งออกมาได้นับ 100 ครั้ง ผู้ฝึกตนขั้น 4 หรือเเม้เเต่ขั้น 5 โดนเข้าไปไม่ตายก็คงเลี้ยงไม่โตเเน่”

    ฉางกวงพึมพำออกมาด้วยความมั่นใจเป็นอย่างยิ่ง สภาพร่างกายของเขาในตอนนี้เริ่มอ่อนเเรงลงไม่เหนือความคาดหมายองฉางกวงเเม้เเต่น้อย เพราะเขาต้องการทดสอบมันอยู่เเล้ว พอรู้ผลเเล้วจึงรีบหยิบยาที่อาจารย์อาวุโสให้มาที่เหลือหยิบขึ้นมากินอย่างรวดเร็ว

    พลังงานชีวิตในยานั้นพลันซึมซับเข้าสู่ร่างกาย พลังปราณฟื้นตัวขึ้นไม่น้อย เห็นเช่นนั้นเขาจึงพักผ่อนไปอย่างรวดเร็ว

     


    “เช้าเเล้วรึ เเย่เเล้ว ๆ ต้องรีบไปฝึก”  ฉางกวงที่หลับไปตั้งเเต่เมื่อใดไม่รู้ รีบลุกขึ้นมาอย่างรวดเร็ว เตรียมตัวเองให้พร้อมเเทบจะในชั่วจิบชา  


    พอคิดไปคิดมา วันนี้เป็นวันหยุดพักผ่อนนี่ จึงพึมพำกับตนเองอย่างเเผ่วเบา “ไม่น่าเลย ข้าลืมอีกเเล้วรึนี่ เฮ้อ”  

    ฉางกวงรู้ตัวเเล้วว่าวันนี้วันพักความเร็วจึงลดลง คิดว่าไม่ว่ายังไงก็ตามวันนี้ข้าจะต้องพักผ่อน กิน ๆ นอน ๆ ให้หนำใจไปเลย  จึงจะชดเชยวันก่อนหน้านี้ที่โดนคุณหนูจินลากตัวไปเป็นคู่บำเพ็ญ  


    “เอาหล่ะ งั้นมาเริ่มวันหยุดเเสนวิเศษกันด้วยการนอนเล่นไปเลยละกัน”  ฉางกวงเอ่ยออกมาด้วยสีหน้าเปี่ยมสุข กำลังเดินเข้าไปในเรือนตนอย่างอารมณ์ดีนั้นเอง 


    “พี่ฉาง วันนี้ท่านว่างรึไม่”  ซ่งหยวนเดินมาพร้อมกับ เฉินเฟย เเละก็เจียงหวงที่ยืนอยู่ด้านข้างด้วยสีหน้าดูคล้ำกว่าปกติเล็กน้อย  


    “ไม่นะ ทำไมวันหยุดของข้าจึงไม่ได้เป็นดั่งใจของข้าเลยนะ มีเเต่นุ่นนี่เข้ามาตลอดเลย”  ฉางกวงเเทบจะปล่อยโฮ คิดหาทางว่าจะตอบปฎิเสธเยี่ยงไรดีนั้นเอง


     “ท่านไม่ไปก็ช่างน่าเสียดายยิ่งนัก ข้าได้ยินข่าวมาว่าจะมีรุ่นพี่ศิษย์สายในคนหนึ่งจะมาชี้เเนะถึงการสอบที่จะถึงนี้คร่าว ๆ เห็นว่าศิษย์สายนอกบางส่วนต่างเเห่กันไปดู”  ซ่งหยวนยิ้มอบอุ่น เอ่ยพลางทอดถอนหายใจ 


    “ช้าก่อนพี่ซ่ง ข้าไปด้วย”  ฉางกวงรีบเข้าไปเตรียมตัวอย่างรวดเร็ว จังหวะนี้ถึงเขาจะไม่อยากไปก็จำเป็นจะต้องไปเเล้ว 


    ศิษย์พี่สายในคนนั้นมาเอ่ย ย่อมต้องเอ่ยถึงการสอบศิษย์สายในที่จะถึงอย่างเเน่นอน พอพวกซ่งหยวนเห็นฉางกวงออกมาพร้อมเเล้ว จึงเริ่มออกเดินทางไปยังหน้าน้ำตกประจำสำนักอย่างรวดเร็ว

    คล้ายกับเรื่องข้าเป็นเซียนสะท้านฟ้า ที่คุณอ่าน