ความมืด คือสิ่งเดียวที่เราสามาบรรยายได้กับการหลับใหลไปเกือบหนึ่งเดือน ในหัวเราได้แต่ยินดีกับตัวเองที่ได้จาดโลกนี้ไป แต่ทำไม ทำไมเราถึงลืมตาและมาโผล่ที่นี่ได้นะ
เชอร์ : ไม่ ไม่ ไม่จริง เราควรตายไปแล้วสิ ทำไม ฮึก. ทำไมต้องกลับมา ทำไม ฮึก. ทำไม
ม๊าปาย : เชอร์ เชอร์ลูก
เชอร์ : ม๊า ม๊าจริงๆใช่มั้ย?
ม๊าปาย : ม๊าเอง ม๊าเอง ไม่ใช่ใครที่ไหน
เชอร์ : หนูคิดถึงจัง คิดถึงที่สุด
ม๊าปาย : ม๊าก็คิดถึงเราเหมือนกันนะ
เราได้แต่กอดม๊าไม่ปล่อย แม้ว่าเราอยากจะตายไปซะให้สิ้นเื่แต่เราก็คงคิดถึงม๊าและแม่ ทุกวันที่อยู่กับเกรซเราได้แต่โทษตัวเอง เราน่าจะเชื่อคำพูดของม๊าและแม่ ถ้าเราเชื่อั้แ่แรกเราคงไม่ต้องทรมานและบอบช้ำอยู่โรงบาลจนถึงตอนนี้ แล้วที่เรายังสงสัยคือใครกันที่ช่วยเรา
เชอร์ : ม๊าคะ ใครช่วยหนูแล้วเอาหนูมาโรงบาลหรอคะ
ม๊าปาย : เอ่อ มันก็ดูไม่น่าเชื่อสักหน่อยนะถ้าสำหรับลูก
เชอร์ : ใครคะ?
ม๊าปาย : หนูเกรซ
เชอร์ :..............
ม๊าปาย : หนูเกรซมาส่งลูกที่โรงบาล สภาพที่ม๊าเห็นเอาแต่ร้องไห้กอดขาแม่เขาไว้ให้ได้อยู่กับลูกแล้วก็.........
เชอร์ : พอเถอะค่ะ หนูไม่อยากฟังความตอแหลของผู้หญิงคนนั้น
อาการฟื้นตัวที่รวดเร็วของเราดูเป็ที่น่าพอใจที่สุดสำหรับทุกคน แต่คนที่เบิกบานที่สุดคือแม่แก้ว ที่เอาแต่ยิ้มและคอยดูแลเราเหมือนเป็เด็ก แต่ทุกคนในห้องกลับไม่มีใครพูดถึงเกรซให้เราฟังเลยสักคน ก็ดี เราถือตั้งนานแล้วว่าหากเราตายความรู้สึกของเรากับเกรซก็ตายไปด้วย
" รึเปล่านะ "
/////
นาฬิกาข้างฝาบ้านที่เดินไปอย่างช้าๆ แก้วน้ำที่เย็นเฉียบกำลังละลายลงไปเรื่อยๆและหน้าจอโทรทัศน์ที่ไหลรายการไปเรื่อยๆ เรายังคงนั่งที่เดิม มุมเดิม เรายังคงคิดถึงคนที่นอนนิ่งอยู่ตลอดเวลา แม้ว่าทุกอย่างจะดูยากเย็นแล้วก็ตาม
เกน : (ก็อกๆ) พี่เกรซ เกนเอาข้าวร้านป้าดาวมาให้ มีแต่ของโปรดพี่ทั้งนั้นเลยนะ
เกรซ : อืม ขอบใจ
เกน : พี่ก็นั่งอยู่ตรงนี้มานานแล้วนะ ไม่หาออกไปเดินเล่นยืดเส้นยืดสายบ้างเลยหรอ? เดี๋ยวก็บ่นว่าปวดตัวอีกหรอก
เกรซ : ไม่อะ ไม่มีอารมณ์
เกน : ก็แล้วแต่นะ
เกรซ : ่นี้ได้ข่าวเกี่ยวกับเชอร์บ้างมั้ยเกน?
เกน : ก็ได้ยินนะว่าพี่เชอร์ฟื้นแล้ว ว่าแต่พี่ถามทำไม?
เกรซ : ป่าวไม่มีอะไรหรอก
เกน : อย่าทำสิ่งที่น้องคิดนะ
เกรซ : อืม ไม่ทำหรอก
เราหยิบกุญแจและสตาร์ทรถตรงดิ่งมาที่โรงพยาบาลที่เชอร์พักอยู่ ซึ่งเราเดินเข้าไปก็พยายามสอดส่องลาดราวแถวหน้าห้องเชอร์ว่ามีแม่กับม๊าของเชอร์อยู่รึเปล่า ซึ่งก็ดูเหมือนว่ารอบนี้ทางสะดวก เราเปิดประตูเข้าไปก็เจอกับเชอร์ที่กำลังนั่งเหม่อลอยอยู่
เกรซ : (ก็อกๆ) เชอร์..............
เชอร์ : เกรซ
เราวิ่งเข้าไปกอดเชอร์ด้วยความคิดถึง เราเอาแต่ซบกอดเชอร์และร้องไห้โดยไม่สนใจคนข้างหน้าว่าจะคิดยังไง แต่เชอร์กลับดูเหมือนจะรังเกียจและเอือมที่เราทำแบบนี้ก็ผลักเราออก
เชอร์ : ปล่อยเรานะคุณ ปล่อยเราเถอะ
เกรซ : ทำไมอะคุณ เรารักคุณ เรารักคุณมากๆจริงๆนะ
เชอร์ : เรายังเชื่อใจคุณได้อีกหรอ?
เกรซ : ได้สิ เชื่อได้สิ
เชอร์ : จริงๆนะ
เกรซ : อืม
แม่แก้ว : มาทำอะไร
เกรซ : เอ่อคือ........
แม่แก้ว : จะมาล้างสมองอะไรลูกสาวฉันอีก ห้ะ (ผลักเกรซ)
เกรซ : ให้โอกาสหนูไม่ได้หรอคะ
แม่แก้ว : ฉันว่าฉันพูดชัดแล้วนะว่าอย่ามายุ่งกับลูกสาวฉันอีก
เราได้แต่จ้องหน้าแม่ของเชอร์โดยที่ไม่พูดอะไร แต่คนตรงหน้าเราที่ได้ขึ้นชื่อว่าเป็แม่ของเชอร์ก็จ้องหน้าเรากลับเหมือนราวกับว่าไม่ยอมเสียเชอร์ไป แต่ยังไงเชอร์ก็คือของเรา ไม่ว่าจะเป็ยังไงเราต้องได้เชอร์
เกรซ : ทำไม เพราะว่าพวกหนูเป็ผู้หญิงหรอ หรือเพราะพวกหนูเป็เพศเดียวกันหรอถึงห้ามพวกหนู
แม่แก้ว : เื่เพศฉันไม่สน เพศไหนๆฉันรับได้หมด แต่เื่นี้มันเกี่ยวกับจิตใจของลูกฉัน เธอเป็คนทำให้ลูกฉันต้องมาอยู่ในสภาพนี้ ต้องมาตกระกำลำบากทนทุกข์ ต้องมาโดนเธอทำร้ายร่างกายจนต้องเข้าโรงบาล แล้วเธอยังมีหน้ามาขออะไรอีก จะบอกว่ารักหรอ รักบ้าอะไรถึงปล่อยให้คนรักนอนเกือบตายไม่แยแสดูและกัน ตอบฉันสิ ตอบฉันมา
เกรซ : หนูแค่อยากดูและเชอร์จริงๆนะคะ หนูขอได้มั้ย?
แม่แก้ว : ขอ ลองถามเชอร์สิว่าอยากไปกับเธอจริงๆไหม?
เกรซ : คุณ คุณไปกับเรานะ (จับมือ) เราอยากดูแล...........
เชอร์ : (สบัดมือ) ..............
เกรซ : คุณ............
แม่แก้ว : แค่นี้ก็พอแล้วเนาะ
เกรซ : ค่ะ
แม่แก้ว : เพราะฉะนั้น ไสหัวออกไปให้พ้นๆหน้าฉันกับลูก ออกไป!
เกรซ : ไม่ยังไงหนูก็ไม่ไป หนูจะอยู่กับเชอร์
เชอร์ : พอเถอะคุณ
เกรซ : .............
เชอร์ : เราจะอยู่กับม๊ากับแม่เรา คุณคนนอกออกไปเถอะ
เกรซ : แต่ว่า
เชอร์ : ถือว่าเราขอ
เราเดินออกมาด้วยความผิดหวังแต่ไม่ถึงกับมาก เพราะเราก็พอเดาสถานการณ์ออกได้ว่ามันจะเป็เื่ราวแบบนี้ แต่ถึงยังไงเราก็ไม่ยอมเสีย
เชอร์ไปง่ายๆหรอก เราต้องได้เชอร์คืนถึงแม้ว่ามันจะสายไปก็ตาม