"เธอไม่กลับบ้านหรือไง?" ชินหันไปมองด้านหลังด้วยความหงุดหงิด วันนี้เขาไม่้าให้ใครมากวนใจเขาทั้งนั้น ไม่ว่าใครก็ตามหากมาทำให้เขาหงุดหงิด เขาก็ไม่คิดที่จะไว้หน้า แต่เขาก็รู้ว่าไม่ควรไปพาลใส่คนรอบข้างไปทั่ว ซึ่งนั้นมันจะทำให้เขาดูโง่ในสายตาคนอื่นมากยิ่งขึ้นและเขาก็ไม่้าให้ตัวเองเป็แบบนั้น
" อะไรกัน คนตั้งใจจะมาช่วยดูแผลให้ คิดจะไล่กันอย่างเดียวเลยหรือไงคะ แล้วอีกอย่างทำไมพี่ถึงไม่ดูแลตัวเองให้มันดีกว่านี้หน่อย พี่ก็รู้ว่าสภาพอากาศตอนนี้มันเป็ยังไง อย่างน้อยก็ใส่แมสบ้างเถอะนะคะ" เดนี่กอดอกถลึงตาใส่ชินพร้อมกับน้ำเสียงเชิงตำหนิดังออกมาเป็ชุด
ชินถอนหายใจยาวออกมา เขาค่อยๆสงบอารมณ์ของตัวเองลงและไม่คิดจะสนใจคำดุด่าของเธอเลยสักนิด
ไม่นานก็เดินมาจนถึงหอพักของเขาในที่สุด ชินตัดสินใจแล้วหลังจากที่เกิดเื่ในวันนี้เขาตั้งใจจะอยู่ที่นี้คืนนี้เป็คืนสุดท้าย
" อยากตามมาก็เชิญ" ชินไม่ได้หันไปหาเดนี่แต่ยังคงพูดให้เธอได้ยิน จากนั้นจึงเปิดประตูและเข้าห้องไป
"เ้าบ้านดูไม่ค่อยเต็มใจจะรับแขกเลยนะ จิๆ" หลังจากพูดเสร็จเธอรีบตามเขาเข้าไปในห้องทันที
เดนี่เข้ามาในห้องของชิน เธอหันซ้ายหันขวาไปทั่วคล้ายกับเด็กน้อยที่หลุดเข้ามายังสถานที่แห่งใหม่ เธอทั้งรื้อค้น จับนู้นจับนี้ราวกับของตัวเอง ชินมองพฤติกรรมที่เหมือนเด็กจนเกินเยียวยาของเธออย่างเหนื่อยใจ เขามั่นใจว่าเขารู้จักนิสัยของเธอค่อนข้างดี เพราะในระหว่างที่ทำงานร่วมกันกับเดนี่ชินก็ได้ค้นพบกับนิสัยเสียที่แก้ไม่หายนี่ของเธอ แม้แต่ผู้จัดการร้านก็ยังหน่ายแล้วเขาจะว่าอะไรเธอได้
เมื่อเดนี่รื้อค้นจนพอใจแล้วเธอจีงหยิบกล่องยาในชั้นใต้ชั้นโต๊ะกระจกออกมา ชินมองเธอหยิบจับทุกสิ่งทุกอย่างเหมือนกับคุ้นเคยเป็อย่างดีทั้งๆที่พึ่งมาห้องเขาแท้ๆ
เดนี่ส่งสายตาที่ค่อนข้่างเป็กังวลไปที่ชินอีกครั้ง เธอค่อยๆเดินตรงมาทางชิน ทว่าในที่สุดเธอก็กดความอยากรู้เอาไว้ไม่ได้จึงต้องเอ๋ยคำถามที่อยู่ในใจออกมา
" ฉันขอถามพี่ได้มั้ย"
ชินรู้ดีว่าสายตาแบบนี้หมายถึงอะไร เพราะเหตุใดเธอจึงดูกังวลนัก และทำไมผู้คนมากมายบนท้องถนนถึงะโเรียกเขา ซึ่งหลายครั้งที่มีพลเมืองดีพยายามเข้ามาช่วย แต่เขาก็ไม่สนใจและเดินผ่านมา
ชินยังคงนั้งเงียบไม่ยอมพูดอะไรออกมา เดนี่จึงนำน้ำเกลือกับแอลกอฮอมาล้างาแบนร่างกายของชินด้วยท่าทางเก้ๆกังๆ เธอไม่เคยทำมาก่อนโดยเฉพาะเพศตรงข้ามยิ่งทำให้เธอรู้สึกประหม่ายิ่งขึ้น เธอจึงตัดสินใจพยายามที่จะชวนชินพูดคุยอีกครั้งเพื่อลดความประหม่าให้น้อยลง
เดนี่เมื่อเห็นว่าชินยังคงเงียบและไม่ตอบสนองอะไรเธอจึงพูดต่อ " พี่ชิน พี่รู้มั้ยองค์กรอนามัยโลกพวกเขาออกมาบอกแล้วนะ เห็นว่ามั่นใจมากที่จะคิดค้นวัคซีนได้ในเร็วๆนี้ "
"อืม..."ชินเข้าใจที่เธอจะสือ เขาจึงทำเพียงพยักหน้าและตอบรับเบาๆ เขารู้ว่าเธอนั้นพยายามที่จะพูดปลอมใจ เมื่อไม่นานมานี้ย้อนกลับไปเมื่อสามเดือนก่อน
เกิดเหตุการณ์หมอกควันสีเทาปกคุมไปทั่วทั้งโลก แรกเริ่มทุกคนนั้นคิดว่ามันก็เป็เหมือนดังเหตุการณ์ที่ผ่านๆมา ฝุ่นPm 2.5 เป็ปัญหาที่แก้ไม่เคยหาย แม้แต่องค์กรใหญ่ๆยังคิดเช่นนั้นไม่มีใครคิดสงสัย
แต่เหตุการณ์เริ่มวุ่นวายขึ้นเมื่อเวลาได้ผ่านไปแล้วหนึ่งเดือน ทุกประเทศบังคับใช้กฏหมายสั่งห้ามไม่ให้ทำกิจกรรมทุกอย่างที่อาจทำให้เกิดมลพิษทางอากาศ ใช้แล้วแม้แต่โรงงานอุสหกรรมก็ไม่มีข้อยกเว้น
มันมีทั้งคนที่ยอมรับปฎิบัติตัวตามกฏหมาย กับคนที่ไม่ยอมรับและยังคงทำผิดกฏอยู่ จึงนำมาซึ่งสถานการณ์ความวุ่นวายต่างๆมากมายบนท้องถนน ทุกคนที่ไม่อาจยอมรับข้อบังคับเหล่านี้ได้เริ่มเดินออกมาประท้วงกันมากขึ้น
และแน่นอนหนึ่งในนั้นมีประเทศไทยที่ติดอันดับต้นๆในเหตุการณ์ก่อความวุ่นวาย ที่เกิดมาจากการประท้วง แล้วทำไมถึงต้องบังคับกันขนาดนี้งั้นเหรอ
มันจะไม่เป็อะไรเลยหากเป็เหตุการณ์ปกติของฝุ่นpm.2.5 ที่มาแล้วก็หายไปในไม่ช้า หลังจากหนึ่งเดือนผ่านมาของเหตุการณ์หมอกควันสีเทาที่ปกคลุมไปทั่วทั้งโลกยังคงอยู่เหมือนเดิม ถึงแม้ในหลายๆประเทศจะมีพายุฝนเข้ามาในบางพื้นที่ ความหวังกับต้องสลายลงอีกครั้งเนื้องจากฝุ่นสีเทาบ้านี้ไม่ยอมเบาบางลงเลยแม้แต่น้อย
สิ่งต่างๆเริ่มเลวร้ายขึ้น เมื่อสัญญาณการสื่อสารถูกลบกวนและไม่เสถียรอย่างที่เคยเป็ ต่อมานักวิยาศาสตร์มากมายกับพบว่าคลื่นสนามแม่เหล็กไฟฟ้าเกิดการส่ายไปมาแบบไร้สมรรถภาพและความเสถียร จึงมีผลต่อคลื่นวิทยุ ระบบคมนาคม แม้กระทั้งการส่งข้อมูลสื่อสารจากจานดาวเทียม
ไม่ต้องแปลกใจเลย หากอยู่ดีๆอินเตอร์เน็ตจะถูกตัด สัญญามือถือจะขาดหาย หรือแม้กระทั้งอุปกรณ์อิเล็กทรอนิคบางครั้งก็ดับลง มันไม่ได้พังแต่เป็อาการผิดปกติที่เกิดมาจากผลกระทบของคลื่นประหลาดที่ลบกวน นอกจากคลื่นสนามเหล็กแปรปวนแล้ว ก็มีคลื่นประหลาดนี้แหละที่เข้ามาแทรกแทรงการทำงานของอุปกรณ์อิเล็คทรอนิคบนโลก
นั้นยังไม่ใช้สิ่งเดียวที่พบเจอ ในตลอดสามเดือนที่ผ่านมานี้ทางการแพทย์ค้นพบผู้ป่วยที่เป็โรคอ่อนแรงทางร่างกายอย่างไม่ทราบสาเหตุ มันเป็สิ่งที่คืบคลานมาอย่างช้าๆ เมื่อรู้สึกอีกทีกับพบว่ามีผู้ป่วยเคสเดียวกันมากถึง10ล้านคนทั่วโลกเข้าไปแล้ว
แพทย์ถูกทำให้สับสนกับอาการไข้หวัดที่แทรกซ้อนเข้ามาและระบาดอย่างต่อเนื่องใน่สามเดือนนี้ โรคนี้ถูกเรียกว่าไวรัส-Eb0 ผู้ติดเชื่อไวรัสตัวนี้จะมีอาการคล้ายกับอีสุกอีไส มีไข้สูงร่างกายอ่อนแรงถึงขีดสุด ร่างกายของผู้ป่วยจะขับน้ำเหลืองเป็ตุมแตกตัวออกมาอยู่ตลอดเวลา
ทำให้เกิดแผลพุผองปวดแสบปวดร้อนอย่างทรมานแสนสาหัส ความร้ายกาจของมันคือความสามารถในการแพร่ระบาดได้ไวกว่าโรคหวัดหลาย10เท่า เพียงแค่อยู่ใกล้กัน10เมตรก็ถือว่าเป็จุดเสี่ยงแล้ว
ภายในระยะเวลา45วันของการระบาดมีผู้ติดเชื่อไปแล้วถึง6000ล้านคนทั่วโลกสร้างความตื่นตระหนกให้กับผู้คนจนเกือบสิ้นหวัง แต่ความโชคร้ายยังคงมีเื่ดีๆอยู่ เนื่องจากโรคไวรัสEb0นั้นถึงจะมีอาการป่วยที่หนักมากและการแพร่ระบาดที่น่าสะพรึงกลัว แต่กับเป็แล้วหายได้เองภายใน3วันโดยไม่ต้องทานยา ไม่มีผู้ป่วยเสียชีวิตเลยจากโรคนี้โดยตรง ทุกคนที่ติดเชื่อจะไม่กลับมาเป็อีกเหมือนอีสุกอีไส ไม่นานก็หยุดแพร่ระบาดไปเองในที่สุด
มีแค่นั้นงั้นเหรอ? แน่นอนว่าไม่ สิ่งที่แปลกประหลาดยังคงดำเนินต่อไปอย่างเงียบๆและไม่สามารถหาข้อสรุปได้ เมื่อผู้ป่วยที่ได้รับการตรวจพบว่าเชื่อไวรัสEb0หายขาดแล้ว แต่ร่างกายที่อ่อนแรงกลับไม่ยอมฟื้นฟูกลับมาได้อย่างเต็มที่ พวกเขาเ่าั้ต้องใช้ชีวิตที่เหมือนกับคนอดหลับอดนอนมาทั้งคืนอย่างทุกทรมานจนแทบบ้า
ภายหลังกลับพบว่าเมื่อไวรัสEb0นี้หยุดแพร่ระบาดแล้ว แต่ผู้ป่วยโรคอ่อนแรงกับยังคงมีจำนวนเพิ่มขึ้นอย่างต่อเนื่อง แน่นอนว่ารวมจำนวนผู้ป่วยEb0 6000กว่าล้านคนนั้นด้วยที่เป็โรคอ่อนแรงนี้
จนในที่สุดก็พบกับสาเหตุที่แน่นอนของโรคที่แท้จริง องค์กรสำคัญทั่วโรคจึงลงมติและประกาศเตือนภาวะฉุกเฉินให้ประชากรทั่วโลกเคร่งคัดต่อความปลอดภัยของตนเองและป้องกันเชื้อโรคด้วยการระวังภัยจากอาการาเ็จนเป็แผลและสวมแมสทุกครั้งเมื่อคุณออกจากบ้าน
เพราะเมื่อบุคคลใดที่มีาแบนร่างกายและไปัักับฝุ่นสีเทานั้นจะทำให้เป็โรคร่างกายอ่อนแรงในเวลาต่อมา หรือการสูดดมเอาหมอกสีเทาเข้าไปในร่างกายเป็ปริมาณที่มากพอก็สามารถป่วยได้ ทั้งนี้ก็ขึ้นอยู่กับความแข็งแรงของส่วนบุคคล
แต่อย่างไรก็ตามหากมีอาการป่วยจะแสดงอาการให้เห็นได้ชัดใน24ชม. ทว่าที่แย่ไปกว่านั้นคือโรคนี้ยังไม่มียารักษา แต่ก็ยังไม่มีผู้เสียชีวิตจากโรคนี้โดยตรงเช่นกัน ต่อให้คุณยากตายมากแค่ไหนก็ไม่สามารถทำได้นอกเสียจากคุณ จะฆ่าตัวตายเสีบเอง
ข่าวที่ออกตามทีวีทุกวันนั้นมีมากจนนับไม่ถ้วนเกี่ยวกับการฆ่าตัวตายเพื่อหนีจากความทุกทรมานของโรคอ่อนแรงนี้ ผู้ที่ทนอยู่ด้วยความหวังว่าสักวันหนึ่ง โรคนี้อาจจะมียารักษา พวกเขาจึงทำได้เพียงทนทรมานอยู่กับสภาพที่เหมือนศพเข้าไปทุกวันเท่านั้น
ชินเหลือบมองเดนี่ที่อยู่ข้างๆเขา ครั้งนี้เธอเงียบมาก ขณะที่กำลังทำแผลให้เขาอย่างระมัดระวัง ชินรู้สึกขอบคุณเธอจากใจและเข้าใจว่าเขาอาจจะคิดเกี่ยวกับผู้หญิงในแง่ลบมากจนเกินไปไม่ใช้ทุกคนที่เป็เหมือนกันหมด แต่ความรู้สึกดีๆที่มีให้เธอสำหรับชินนั้นหายไปพร้อมกับเหตุการณ์ะเืใจในวันนี้แล้ว
ชินลังเลเล็กน้อย แต่ในที่สุดเขาก็เอ๋ยเื่ราวเหตุการณ์ที่เขาเจอในวันนี้ออกมา เสียงของเขานั้นแ่เบาคล้ายกับคนที่พึมพำออกมาลอยๆ แต่ก็ดังมากพอให้คนสองคนที่อยู่ใกล้กันในห้องที่เงียบสนิทได้ยินคำเ่าั้อย่างชัดเจน...
.....