ราชันย์ภาพยนต์

    ตอนที่ 23 อุ่นไอรักของพ่อแม่

    ตอนที่ 23 อุ่นไอรักของพ่อแม่ทีมงานที่ทำการทดสอบก็มองหน้ากันไปมาโดยไม่พูดไม่จา การแนะนำตัวที่ไม่เหมือนใครของหวังซิน ล้วนทำให้พวกเขาตกตะลึงกันหน้าผากของหวังซินที่มีเหงื่อไหลออกมาจากความตื่นเต้นแบบไม่หยุด แล้วไม่รอให้เขาพูดอะไรต่ออีก ทีมงานจึงตัดสินให้หวังซินลงจากเวทีไปนึกไม่ถึงว่าการทดสอบของตัวเองจะล้มเหลวไม่เป็นท่าแบบนี้ นี่ทำให้หวังซินโมโหการกระทำของตัวเองเป็นอย่างมากหากคำนวณอายุของตัวเองในโลกยุคหลัง ตอนนี้ก็ใกล้คนที่จะอายุสี่สิบปีแล้ว ฉากอะไรพวกนี้ไม่เคยเห็นงั้นเหรอ? ทำไมการทดสอบอันเดียว ตัวเองถึงไม่สามารถที่จะแสดงออกมาได้นะ? แท้จริงแล้วหวังซินไม่สามารถที่จะจินตนาการท่าทางของตัวเองบนเวทีได้ แต่เขารู้ว่า ตัวเองได้ล้มเหลวแล้วเขาเดินไปด้านข้างของหลินชงด้วยสภาพที่ไร้จิตวิญญาณ เดิมทีหลินชงอยากจะให้กำลังใจหวังซินสักสองประโยค แต่เมื่อเห็นท่าทางของหวังซินในตอนนี้แล้ว ก็ส่ายหัวเบา ๆ ยิ้มแล้วกับพูดว่า:“แค่การทดสอบครั้งแรกเอง ทำไมเธอถึงได้ตื่นเต้นขนาดนี้ล่ะเนี่ย!”“ผมก็ไม่รู้เหมือนกันครับ” หวังซินพูดด้วยน้ำเสียงที่หมดแรง ตัวเขาเองก็มีความรู้สึกเกลียดตัวเอง ว่าทำไมถึงได้แสดงออกมาได้แย่ขนาดนี้“เอาล่ะ ต่อจากนี้ก็ตั้งใจเขียนบทละคร แล้วไปเป็นนักเขียนบทที่มีชื่อเสียงเถอะ ”“ครับ” หวังซินพยักหน้า เดิมทีจิตใจของเขาในตอนนี้ไม่ได้อยู่ที่นี่ เขาไม่รู้ว่าตัวเองทำไมถึงได้แสดงออกมาได้แย่ขนาดนั้น จึงหอบความผิดหวัง แล้วมุ่งหน้ากลับบ้านไปในระหว่างทาง เขาเองก็รู้สึกแปลกใจมาก ในใจของตัวเองยอมรับในความสามารถ แต่ไม่น่าจะน้อยขนาดนี้นะ ทำไมแค่การทดสอบอันเดียว ถึงทำให้ตัวเองตื่นเต้นจนไม่รู้จะแสดงออกมายังไงได้ล่ะ?เมื่อกลับถึงบ้าน หวังเป่าหลงและภรรยาก็ได้รอหวังซินอยู่ก่อนแล้วแม้ว่าหวังเป่าหลงจะคัดค้านเล็กน้อยในเรื่องที่หวังซินจะไปเป็นนักแสดง แต่เมื่อลูกชายได้ทำการเลือกแล้ว เขาก็ไม่กล้าขัด หลังจากที่หวังซินไปทดสอบมาแล้ว พวกเขาก็เป็นกังวลว่าที่จริงแล้วหวังซินจะทำสำเร็จหรือไม่เมื่อเปิดประตูบ้านเข้ามา ก็เห็นพ่อแม่อยู่ในห้องรับแขก พอเห็นประตูเปิดออก ก็มีสายตาที่จับจ้องมาหวังซินเห็นพ่อแม่ที่กำลังรอตัวเองอยู่ ภายในใจรู้สึกประทับใจเล็กน้อย พยายามฉีกรอยยิ้มขึ้นมาบนใบหน้าและพูดว่า:“พ่อครับ แม่ครับ พวกพ่อกับแม่กลับมากันแล้วเหรอครับ!” “ลูกชาย เรื่องการทดสอบเป็นยังไงบ้าง ?”หวังจวนที่เพิ่งจะถามประโยคนี้ออกมา หวังเป่าหลงที่อยู่ด้านข้างก็สะกิดหวังจวนเบา ๆ จากอารมณ์ที่หดหู่ของหวังซินก็สามารถดูออกว่าการทดสอบของเขาจะต้องไม่ประสบความสำเร็จอย่างแน่นอนอิงตามนิสัยของหวังซินแล้ว ถ้าการทดสอบประสบความสำเร็จ ก็คงจะไม่กลับมาบ้านในสภาพนี้หวังจวนจึงรีบตอบสนองกลับมาทันที บนใบหน้าของหวังซินก็เห็นได้ถึงความหดหู่ที่อยู่ในแววตา จึงรีบพูดว่า:“ลูกชาย ยังไม่ได้กินข้าวล่ะสิ อยากกินอะไร วันนี้แม่เลี้ยงเอง ไปกินข้าวนอกบ้านกัน!”“แม่ครับ ผมแวะกินระว่างทางมาแล้ว ไม่ไปนะครับ”เมื่อหวังซินพูดจบ ก็มองไปที่พ่ออีกครั้งแล้วพูดว่า:“วันนี้รอทดสอบมาแล้วทั้งวัน รู้สึกเหนื่อยนิดหน่อยครับ ผมขอตัวไปนอนก่อนนะครับ”“เฮ้ ลูกชายลูกกินมาแล้วจริงเหรอ?”หวังจวนขมวดคิ้วเล็กน้อย และไม่อยากเห็นสภาพแบบนี้ของหวังซินในตอนนี้หวังซินพยักหน้าเล็กน้อย ล้างหน้าบ้วนปากนิดหน่อย แล้วจึงเอนกายนอนไปบนเตียงนึกถึงเรื่องที่เกิดขึ้นเมื่อตอนกลางวัน หวังซินรู้สึกกลุ้มใจอย่างมาก การทดสอบในตอนนั้น คาดไม่ถึงว่าจะถูกตัวเองทำให้พังยับเยินแบบนี้ เขาเอนกายนอนอยู่บนเตียงแล้วนึกถึงภาพเหตุการณ์ที่เกิดขึ้นในสถานที่ทดสอบอยู่นานมาก สาเหตุที่สำคัญ ก็ยังเป็นตัวเองที่ตื่นเวที เพราะว่าให้ความสำคัญมาก ดังนั้นจึงถูกคัดออก แต่ว่าเรื่องนี้ก็คิดไม่ออกเหมือนกันว่าทำไมถึงเป็นอย่างนี้ ท่ามกลางความสับสน เขาก็พบว่าตัวเองได้กลับมาสถานที่ทดสอบอีกครั้งยังคงเป็นโรงแรมนั้น ยังเป็นคนพวกนั้น แสงของไฟสปอตไลท์ที่สาดบนใบหน้าของเขา บนเวทีมีเพียงเขาคนเดียวเท่านั้น ที่กำลังเผชิญหน้ากับทีมงานทั้งเจ็ดคน พวกเขาทำหน้าไม่พอใจ มีสีหน้าที่เคร่งเครียด ดวงตาทั้งเจ็ดคู่ล้วนจ้องมาที่หวังซิน แค่เห็นสายตาของทีมงานพวกนี้ ก็ทำให้หวังซินรู้สึกตื่นเวทีได้ทันที“หวังซิน ตอนที่เธอแสดงลืมอารมณ์ที่สำคัญไปอย่างหนึ่ง”ทีมงานคนหนึ่งพูดกับหวังซินที่อยู่บนเวทีหวังซินอ้าปากค้าง มองดูทีมงานคนนี้ แล้วยืนตะลึงอยู่ที่เดิม“นี่คือการแสดงของเธองั้นเหรอ? ฉันบอกได้เลยว่าแย่มาก หวังซิน เธอไม่เหมาะกับการแสดง ไม่มีพรสวรรค์ในการแสดง ไม่มีความสามารถทางด้านการแสดงใด ๆ ด้านนี้ไม่เหมาะสมกับเธอ เธอลงไปเถอะ” ทีมงานอีกคนหนึ่งพูดออกมาในตอนนี้ พร้อมกับคัดหวังซินออก“เหอะเหอะ เจ้าเด็กน้อย นักแสดงไม่ใช่ว่าใครก็เป็นได้ แต่ว่าอาชีพในสังคมยังมีอีกมากมาย คงจะมีสักอาชีพหนึ่งที่เหมาะกับเธอ ไม่ต้องเศร้าใจไปนะ”ทีมงานอีกคนก็สร้างความกดดันให้กับหวังซินอีกถัดมา ทีมงานคนอื่น ๆ ก็เริ่มวิพากษ์วิจารณ์หวังซิน คำพูดต่อจากนั้นยิ่งฟังยิ่งขัดใจ เพราะเสียงของคำพูดมากมายเหล่านั้นล้วนกระจายอยู่ในหัวของเขา ทำให้หวังซินที่ยืนอยู่บนเวที ไม่สามารถรับมือกับสถานการณ์นี้ได้สถานที่ทดสอบอันนี้ เมื่อเทียบกับสถานที่ทดสอบก่อนหน้าก็ยิ่งน่ากลัวขึ้นกว่าเดิม ยังคงเป็นพวกคนเดิมเหล่านั้น แต่ว่าการวิจารณ์อย่างถึงพริกถึงขิงของพวกเขาทำให้หวังซินพังลงและในตอนนี้เอง เขาก็พบว่าหลินชงได้มาอยู่ข้าง ๆ เขา หลินชงในเวลานี้ก็พูดกับหวังซินว่า:“หวังซิน เธอเหมาะกับแค่การเขียนบทละคร แม้แต่บทละครก็ไม่ใช่ของเธอ เธอลอกมา เธอไม่มีประสบการณ์ในโลกยุคหลัง เธอทำอะไรไม่ได้สักอย่าง คงทำได้เพียงเป็นนักแสดงตัวประกอบไปตลอดชีวิต”“เธอลอก เธอละเมิดลิขสิทธิ์ เธอทำผิดกฎหมายแล้ว พวกเราเตรียมตัวฟ้องร้องเธอ เธอเตรียมใจไว้ให้ดีเถอะ”ผู้ช่วยของหลินชงได้พูดกับหวังซินในเวลานี้เช่นกันเมื่อหวังซินได้ยินคำพูดนี้  ก็แค่รู้สึกว่าโลกทั้งใบของตัวเองได้พังลงมาแล้ว ต้องการฟ้องร้องที่ตัวเองลอกงั้นเหรอ?ต้องการดำเนินคดีตามกฎหมายด้วยตัวเองงั้นเหรอ?เรื่องต่าง ๆ เปลี่ยนมาอยู่ในจุดนี้ได้ยังไงกันนะ?ยังมีอีก เรื่องที่ตัวเองกลับมาเกิดใหม่ หลินชงรู้ได้ยังไงกัน?“ไม่สิ ไม่ใช่แบบนี้ นี่เพิ่งจะปี 1993 ไม่ใช่แบบนี้สิ ในปี 1993 Home With Kids ยังไม่ได้ถ่ายทำ ต้องไม่ใช่แบบนี้!”หวังซินกรีดร้องด้วยความหวาดกลัวออกมา “อ้าาา!”เสียงกรีดร้อง ทำหวังซินสะดุ้งตื่นจากความฝัน นึกไม่ถึงว่าก่อนหน้านี้ที่กำลังคิดเรื่องการทดสอบอยู่ จะเผลอหลับไป กลางวันนึกถึงเรื่องอะไรกลางคืนก็จะฝันถึงเรื่องนั้น ในฝันคาดไม่ถึงว่ายังจะฝันถึงเรื่องที่ไปทำการทดสอบ อีกทั้งความลับที่มีกับตัวเองที่รู้แค่คนเดียวเท่านั้นก็ยังถูกเผยออกมาด้วย “หึ ที่แท้ก็เป็นแค่ความฝัน!” หวังซินเหงื่อออกไปทั้งตัว หายใจออกทางปาก ความฝันนี้ทำให้เขาไร้เรี่ยวแรง“ลูก ลูกเป็นอะไรไป? ลูกป่วยรึเปล่า? ”ในช่วงเวลานี้เอง ประตูของห้องหวังซินก็ถูกเปิด หวังเป่าหลงและภรรยาที่สวมชุดนอนได้ปรากฏอยู่ที่หน้าประตูห้องของหวังซิน แล้วมองเขาด้วยสีหน้ากังวลเมื่อเห็นพ่อแม่ปรากฏอยู่ที่หน้าประตูห้องนอนของตัวเอง ในใจหวังซินก็รู้สึกซาบซึ้งมาก การได้เห็นสีหน้าที่กังวลของพวกเขาตอนมองดูตัวเอง หวังซินจึงรีบพูดว่า:“ไม่มีอะไรครับ ผมแค่ฝันไปเท่านั้นเอง” “ฝันงั้นเหรอ? แค่ความฝันสามารถทำให้ลูกเหงื่อออกทั่วหัวเลยงั้นเหรอ? ไปกัน ไปหาหมอกับพ่อ” ตามปกติแล้วแม้ว่าหวังเป่าหลงจะหงุดหงิดเรื่องที่ลูกชายโดดเรียน แต่ว่าเรื่องที่เกี่ยวกับปัญหาสุขภาพของลูกชายแล้ว เขาก็ใส่ใจมากกว่าใคร ๆ “เป็นแค่ความฝันหนึ่งจริง ๆ ครับ ผมฝันว่าตัวเองได้ไปทดสอบอีกครั้งครับ”เมื่อหวังซินพูดคำนี้ออกมา หวังเป่าหลงและภรรยาต่างก็ไม่พูดอะไร หวังจวนได้เดินมาตรงหน้าของหวังซิน ลูบไปที่เหงื่อบนหน้าฝากของหวังซินเบา ๆ  หลังจากนั้นจึงพูดกับหวังซินว่า:“ไม่ต้องไปคิดเรื่องที่ไปทดสอบตอนกลางวันแล้วนะ เรื่องนี้ผ่านไปแล้ว ตอนนี้นอนหลับดี ๆ เถอะ”หวังซินพยักหน้า แล้วจึงเอนตัวลงบนที่นอน โดยลืมตามองดูพ่อแม่เมื่อเห็นสีหน้าของลูกชาย หวังจวนจึงขมวดคิ้ว แล้วหันกลับไปตะโกนใส่หวังเป่าหลงว่า:“หวังเป่าหลง ตอนนี้ไม่ว่ายังไงคุณก็เป็นรองผู้อำนวยการสถานีแล้ว ตอนนี้ลูกชายก็ฝันอยากเป็นนักแสดง แล้วตอนนี้ก็ทดสอบล้มเหลวอีกด้วย คุณเองก็ลองคิดดูว่าจะทำยังไง”“เฮ้ ลูกชายทดสอบล้มเหลว คุณเอาความโมโหมาลงที่ผมเนี่ยนะ!”เมื่อได้ยินคำพูดของหวังจวน หวังเป่าหลงจึงรู้สึกกลุ้มใจ“คุณว่าคุณเป็นถึงรองผู้อำนวยการสถานีโทรทัศน์ ลูกชายของตัวเองจะไปแสดงละครแม้แต่ทดสอบก็ยังไม่ผ่าน ไปพูดให้ใครฟังจะไม่ขายหน้ารึไง? ”“ผมคัดค้านที่เขาจะไปเป็นนักแสดงอะไรนั่นมาโดยตลอด ตอนนี้เขาเป็นแค่เด็กนักเรียน ก็ควรจะให้ความสำคัญกับการเรียนของตัวเองเป็นหลัก การทดสอบไม่ผ่านครั้งนี้ ก็พอดีกับการที่จะได้ใจจดใจจ่อกับการเรียนสักที” เมื่อคำพูดนี้ออกมาจากปากหวังเป่าหลง หวังจวนก็ยิ่งโมโห“เรียนเรียนเรียน รู้แค่ว่าให้ลูกเรียน หลายปีมานี้หรือว่าคุณดูไม่ออกว่าความสนใจของลูกเดิมทีก็ไม่ได้อยู่ที่การเรียนแล้ว? ในเมื่อลูกไม่เต็มใจที่จะเรียน พวกเราก็ไม่ต้องไปเพิ่มความกดดันให้ลูกอีก ลูกต้องการเป็นนักแสดง พวกเราเป็นพ่อแม่ก็ควรที่จะช่วยเขาในการเติมเต็มความฝันนี้ ทำไมคุณถึงคิดไม่ได้สักทีนะ มัวสนใจแต่จะให้ลูกเรียนอยู่นั่นแหละ!” หวังจวนโมโห เสียงตะโกนของเธอจึงทำให้หวังเป่าหลงตะลึงอยู่กับที่ ไม่กล้ายอมรับคำพูดนี้หวังซินไม่อยากเห็นพ่อแม่ต้องทะเลาะกันเพราะเรื่องของตัวเอง จึงรีบพูดไปว่า:“แม่ครับ แม่ไม่ต้องพูดต่อแล้วครับ พ่อพูดถูกแล้ว ตอนนี้เรื่องที่สำคัญที่สุดสำหรับผมก็คือการเรียนครับ”“ลูกซิน ลูกวางใจได้ ลูกอยากเป็นนักแสดงเรื่องนี้จะต้องทำสำเร็จ แม่จะให้พ่อลูกไปคุยกับผู้กำกับคนนั้นดู”เมื่อเห็นหวังจวนและหวังซินในตอนนี้ หวังเป่าหลงก็ถอนหายใจในใจ แล้วพูดว่า:“พ่อจะลองหาวิธีดู สองสามวันนี้ลูกก็เตรียมตัวสักหน่อย ผู้กำกับคนนั้นชื่อหลินชงใช่ไหม? พ่อจะไปพูดเรื่องนี้กับเขา”เมื่อหวังเป่าหลงพูดจบ ก็พูดกับหวังซินอีกครั้งว่า:“สองสามวันนี้ก็ปรับปรุงตัวเองให้ดี ๆ หน่อย การล้มเหลวก็ได้แค่ชั่วคราวเท่านั้น เชื่อในตัวเอง”เมื่อได้ยินคำพูดของหวังเป่าหลง หวังซินก็พยักหน้าเล็กหน่อย ภายในใจรู้สึกซาบซึ้งเป็นอย่างมากหวังเป่าหลงที่เห็นหวังซินพยักหน้า จึงพูดว่า:“พักผ่อนนะ”หวังเป่าหลงทิ้งท้ายด้วยคำพูดนี้ แล้วเดินออกจากประตูไป หวังจวนในตอนนี้ก็พูดกับหวังซินด้วยความอ่อนโยนว่า:“ลูก ตอนนี้ยังไม่ต้องคิดไปมาก พักผ่อนก่อนสักสองสามวัน ส่วนเรื่องคุณครูแม่จะไปลาให้ลูกเอง”เมื่อพูดจบ หวังจวนก็ห่มผ้าให้หวังซินอีก จากนั้นจึงเดินออกจากห้องหวังซินไป โลกในยุคก่อนหน้านี้เขาจำได้แค่ว่าพ่อแม่เอาแต่ทำงาน แล้วกลับละเลยความคิดของตัวเขา ในเวลานั้นเป็นช่วงวัยดื้อรั้น จนกระทั่งที่บ้านเกิดเรื่องเลวร้ายขึ้น หวังซินถึงได้รู้สึกเสียใจมากกับสิ่งที่ตัวเองได้ทำลงไปเหมือนกับในวันนี้ที่พ่อแม่ใส่ใจตัวเองแบบนี้ ที่ในโลกยุคก่อนหน้าตัวเองไม่เคยเห็นเลยแม้แต่น้อย ลับหลังบางทีก็อาจจะรักตัวเองแบบนี้เหมือนกัน แค่วิธีการของพ่อแม่ในวันนี้ ยิ่งทำให้หวังซินซาบซึ้งใจหลับตาลง หวังซินค่อย ๆ เข้าสู่ภวังค์ ในเวลานี้ประตูห้องก็ถูกแง้มออกเบา ๆ เสียงที่ดังเล็กน้อยทำให้หวังซินที่ยังไม่หลับสนิทลืมตาขึ้นมาในความมืด แล้วจึงบังเอิญเหลือบไปเห็นหวังจวนที่ในเวลานี้กำลังสอดเก็บมุมผ้าห่มให้กับตัวเองเขาไม่พูดอะไร ปล่อยให้แม่สอดเก็บมุมผ้าห่มให้ตัวเอง ในความมืดมองเห็นใบหน้าของแม่อย่างเลือนลาง ซึ่งในใจก็รู้สึกซาบซึ้งมากเขารอจนหวังจวนออกจากห้องนอนของตัวเองไป แล้วหวังซินก็นึกถึงเรื่องราวที่สนามทดสอบเมื่อตอนกลางวันโดยไม่รู้ตัว จึงพบว่าในความไม่รู้สึกตัวของตัวเองนั้น ได้กลับมาที่สนามทดสอบอีกครั้ง...