บทที่13
จัดการกับสามีเก่า
่สายๆ จนเกือบเที่ยงแสงแดดกำลังสาดส่อง อากาศค่อนข้างร้อนเมื่อเทียบกับตอนเช้านางหยางเจี่ยที่เพิ่งจะซักผ้าเสร็จก็หอบกะลังที่มีผ้าอยู่เต็มเตรียมจะเอามาตากที่ราวตากผ้าข้างบ้านเมื่อเปิดประตูบ้านออกมาก็พบว่ามีผู้คนมายืนล้อมกันอยู่ที่หน้าบ้างจางเต็มไปหมด ในนั้นมีตำรวจ2 นาย หยางป๋อแล้วก็ชาวบ้านอีกจำนวนหนึ่ง
นางหยางเจี่ยเห็นดังนั้นก็ใเล็กน้อยแต่ด้วยความที่เป็คนหน้าหนาจึงไม่ได้รู้สึกหวาดกลัวอะไร กลับะโถามตำรวจไปว่า“ตำรวจมาที่บ้านของฉันมีธุระอะไร ปกติแล้วฉันไม่มีธุระกับพวกตำรวจทหารหรอกนะ”
สีหน้าของนางหยางเจี่ยบอกบุญไม่รับนางมองตำรวจและชาวบ้านอย่างไม่คิดจะแยแส
“คุณคือแม่ของจางกวนหย่งใช่ไหมครับพวกเรามาจับกุมจางกวนหย่งในข้อหาทำร้ายร่างกายผู้อื่นรวมทั้งทำลายทรัพย์สินของผู้อื่นเสียหายด้วย”ตำรวจคนหนึ่งกล่าว
ได้ฟังคำพูดของตำรวจแล้วนางหยางเจี่ยก็ถึงกับอึ้งไปชั่วขณะสิ่งแรกที่คิดขึ้นมาได้ก็คือยังไงต้องปกป้องลูกชายของตนเองก่อน
“คุณตำรวจไปเอาเื่ที่ไหนมาพูดกันลูกฉันไม่เคยไปยุ่งเกี่ยวกับใครจะไปทำร้ายร่างกายทำลายข้าวของของคนอื่นได้ยังไงพวกนั้นแจ้งความเท็จหรือเปล่าก็ไม่รู้ หลักฐานก็ไม่มี อยู่ ๆ จะมาจับลูกชายฉันทำอย่างนี้ไม่ได้” นางหยางเจี่ยร่ายยาว
“มีหลักฐานและพยานที่เห็นเหตุการณ์ว่าจางกวนหย่งทำร้ายร่างกายและทำลายข้าวของของผู้อื่นเสียหายจริง”ตำรวจคนเดิมกล่าว
“ไหนละหลักฐาน”นางหยางเจี่ยยังคงไม่ยอม
พอนางหยางเจี่ยพูดจบเว่ยเถียนเถียนที่มีรอยช้ำเต็มใบหน้าก็จูงลูกชายขึ้นมายืนด้านหน้าผู้คนแล้วพูดเสียงดัง“ฉันนี่ไงหลักฐาน ดูที่หน้าฉันสิฟกช้ำขนาดนี้ตอนที่อยู่บ้านนี้โดนทำร้ายร่างกายหนักแล้วนี่ฉันย้ายออกไปแล้วอดีตสามียังตามมารังควานฉันถึงที่ร้านอีก ทำข้าวของฉันเสียหายไปตั้งเท่าไรฉันขายของไม่ได้เสียรายได้ไปตั้งหลายสิบหยวน”
“ใช่แล้วพวกเราสองคนอยู่ในเหตุการณ์ เห็นตอนที่อดีตสามีของเธอกระทำชั่วเต็มสองตาขนาดมีคนอยู่หน้าร้านมากมายขนาดนั้นเขายังกล้าทำ ไม่รู้ว่าจิตใจทำด้วยอะไร”พยานคนที่ไปให้ปากคำที่สถานีตำรวจกล่าวเสริม
เมื่อเห็นสภาพของเว่ยเถียนเถียนแล้วชาวบ้านที่อยู่ตรงนั้นทั้งหมดก็เชื่อโดยทันทีว่าจางกวนหย่งไปทำร้ายเธอเพราะนี่ไม่ใช่เพียงครั้งแรกตอนที่เธอยังไม่หย่าจากเขาก็ถูกทำร้ายไปนับครั้งไม่ถ้วน ครั้งนี้มีหรือจะไม่ใช่เขา
“เห็นแล้วนะครับพยานและหลักฐานแน่ชัดขนาดนี้” ตำรวจกล่าว
นางหยางเจี่ยสูดลมหายใจเข้าลึกพยายามหาคำพูดมาแก้ต่างกับตำรวจ “แล้วจะทำไมกัน นี่ก็แค่เื่ผัวเมียทะเลาะกันจะต้องให้ถึงมือตำรวจทำไม เว่ยเถียนเถียนเธอนี่ก็เื่เยอะนักนะแค่ทะเลาะกับสามีนิดหน่อยทำให้เป็เื่ใหญ่ไปได้ช่างเป็ภรรยาที่ไม่ได้เื่เสียจริง”
“ไม่ใช่สามีภรรยาฉันหย่ากับลูกชายของคุณแล้วอีกอย่างต่อให้เป็สามีภรรยาก็ไม่มีสิทธิ์ที่จะมาทำร้ายร่างกายกันและครั้งนี้ฉันจะไม่ยอม จะเอาเื่ให้ถึงที่สุด” เว่ยเถียนเถียนกล่าว
“ใช่แล้วเถียนเถียนเอาเื่ให้พวกเขาหลาบจำเสียที ไม่อย่างนั้นพวกเขาก็จะไปรังควานเธอที่ร้านอีก”ชาวบ้านคนหนึ่งเอ่ยขึ้น หลังจากนั้นชาวบ้านคนอื่น ๆต่างก็พูดเป็เสียงเดียวกันว่าให้เธอเอาเื่ให้ถึงที่สุด
หยางป๋อเดินขึ้นมายืนอยู่ข้างเว่ยเถียนเถียนก่อนที่จะหันไปกล่าวกับตำรวจทั้งสอง“คุณตำรวจเรียกให้เขาออกมาเถอะครับ เถียนเถียนาเ็อยู่ผมไม่อยากให้เธอยืนอยู่ตรงนี้นาน”
เมื่อเห็นหยางป๋อดูเป็ห่วงเป็ไยเว่ยเถียนเถียนมากกว่าคนอื่นนางหยางเจี่ยก็อดคิดไม่ได้ว่าหรือนี่จะเป็คนรักคนใหม่ของเว่ยเถียนเถียนไม่อย่างนั้นจะดูแลกันออกนอกหน้านอกตาแบบนี้ได้ยังไงคิดแล้วก็รู้สึกหมั่นไส้อดีตลูกสะใภ้ขึ้นมา
“อ้อ...หย่ากับสามีไปแค่ไม่กี่เดือนมีคนรักใหม่แล้วเหรอมิน่าละถึงได้กล้ามาเอาเื่สามีเก่าถึงบ้านก็เพราะว่ามีคนใหม่หนุนหลังนี่เองไร้ยางอายจริง ๆ” นางหยางเจี่ยพูดพร้อมแสยะปากใส่เว่ยเถียนเถียน
“นี่...ไม่รู้อะไรอย่ามาพูดจาพล่อยๆ” เว่ยเถียนเถียนกำหมัดแน่น
“คุณน้าครับผมกับเถียนเถียนพวกเราเป็เพื่อนกัน ไม่ได้ทำอะไรเสื่อมเสียอย่างที่คุณน้าคิดกรุณาอย่ากล่าวหาผมกับเธอในเื่ที่ไม่เป็จริงไม่อย่างนั้นผมสามารถแจ้งข้อหาิ่ประมาทกับคุณน้าได้” หยางป๋อกล่าว
“หึ...แจ้งก็แจ้งสิมีใครในที่นี้ไม่รู้ไม่เห็นบ้างว่ามาด้วยกัน สนิทกันถึงขนาดนี้อีกอย่างจะมากเกินไปหน่อยมั้งถ้าจะถึงขั้นแจ้งข้อหาจับญาติของตัวเอง”นางหยางเจี่ยยังคงดันทุรังกล่าวหาทั้งสองคนอยู่
“ก็แค่ญาติห่างๆ เท่านั้น ถ้านับจริง ๆ ก็แทบจะไม่รู้จักกันแล้วด้วยซ้ำ”หยางป๋อกล่าวอย่างไม่สนใจ
แต่แล้วก็เหมือนกับว่าที่นางหยางเจี่ยยืนพูดอยู่นานนั้นจะเป็เพียงเพื่อถ่วงเวลาเพราะที่บ้านนี้นอกจากนางแล้วก็ยังไม่เห็นใครโผล่มาอีกทั้งจางกวนหย่งและน้องสาวของเขาเหมือนว่าจะไม่อยู่บ้าน
ตำรวจเห็นว่าเสียเวลามาพอแล้วจึงได้ถามหา“แล้วจางกวนหย่งละครับ อยู่ที่บ้านไหม คุณป้าช่วยไปตามเขาออกมาให้หน่อย”
เมื่อตำรวจถามหาลูกชายนางหยางเจี่ยก็ถึงกับชะงักนางรู้ดีว่าหากตำรวจเห็นลูกชายของนางเมื่อเมื่อไรก็คงต้องจับกุมทันทีเพราะฉะนั้นนี่เป็โอกาสดีที่เขาไม่อยู่บ้านแต่จะส่งข่าวไปบอกให้เขารู้ตัวได้ยังไงนี่สิคือปัญหาลูกสาวตัวดีก็เอาแต่เข้าไปเดินเล่นในเมือง ่เวลาสำคัญแบบนี้กลับไม่อยู่ช่วยกันเสียนี่หากว่าจางกวนหย่งกลับมาตอนเย็นไปเลยก็คงดีจะได้ไม่เจอกับพวกตำรวจอย่างน้อยก็รอดไปวันหนึ่ง
แต่แล้วก็เหมือนกับโชคไม่ได้เข้าข้างนางหยางเจี่ยเลยสักนิดเมื่อจางกวนหย่งเดินมาโผล่ที่ด้านหลังของชาวบ้านแล้วถามขึ้นเสียงดัง“พวกชาวบ้านมามุงดูอะไรที่บ้านของผมเนี่ย ไม่มีอะไรให้ทำกันแล้วหรือยังไง หลบไปผมจะเข้าบ้าน”
สิ้นเสียงของจางกวนหย่งก็ตามมาด้วยเสียงของตำรวจนายหนึ่งทันทีเขาเดินตรงไปหาจางกวนหย่งโดยไม่รอช้า “คุณคือจางกวนหย่งใช่ไหม”
“ใช่แล้วคุณตำรวจมีอะไรกับผมเหรอ” จางกวนหย่งถามหน้าตาเฉยเขาไม่รู้ถึงความผิดที่ตัวเองก่อไว้เลยสักนิด
ลูกชายมาโดนจับถึงหน้าประตูบ้านก็ทำเอานางหยางเจี่ยหน้าซีดเผือดนางพยักหน้าส่งสัญญาณหลายครั้งให้ลูกชายหนีไปแต่ทว่าลูกชายผู้มีสติปัญญาน้อยนิดนั้นไม่เข้าใจสัญญาณที่นางบอกและเขาก็ยังไม่เข้าใจอีกว่าตำรวจมาที่บ้านเพราะอะไรกัน
“พวกเรามาจับกุมคุณในข้อหาทำร้ายร่างกายและทำลายทรัพย์สินของผู้อื่น”ตำรวจกล่าว
“ทำร้ายใครกันคุณตำรวจผมไม่ได้ทำผิด” จางกวนหย่งยังคงปฏิเสธ
เว่ยเถียนเถียนเดินออกมา“ก็ฉันนี่ไง”
“เถียนเถียนผมไม่คิดว่าคุณจะแจ้งจับผม ผมเป็สามีคุณนะมัน...มันก็แค่เื่ทะเลาะกันนิดหน่อยเอง” จางกวนหย่งพูดแก้ตัวตะกุกตะกัก
“แค่ทะเลาะเหรอคุณทำร้ายร่างกายฉันไม่รู้กี่ครั้งแล้ว และครั้งนี้ฉันจะไม่ยอม”เว่ยเถียนเถียนกล่าวเสียงดัง
“เอาละ...เดี๋ยวค่อยไปพูดคุยกันที่สถานตำรวจเอาตัวจางกวนหย่งไปก่อน” ตำรวจพูดจบก็ไม่ปล่อยให้จางกวนหย่งแก้ตัวอีกใส่กุญแจมือให้เขาจากนั้นก็พาขึ้นรถมุ่งหน้าตรงไปยังสถานีตำรวจเพื่อสอบสวนกันต่อไป
จางกวนหย่งถูกตัดสินว่ามีความผิดจริงเมื่อสืบปากพยานจากพวกชาวบ้านแล้วก็รู้ว่าเขามีพฤติกรรมทำร้ายร่างกายอดีตภรรยาอยู่บ่อยครั้งและครั้งนี้เป็ครั้งที่รุนแรงที่สุดจึงถูกลงโทษให้ไปใช้แรงงานที่ชายแดนเป็เวลาหนึ่งปีและชดใช้ค่าเสียให้กับเว่ยเถียนเถียนอีกทั้งหมดสามร้อยหยวน