“ชิ พูดได้ดี ตอนนี้เรียกพี่สาว ต่อไปก็ต้องเรียกป้า” เฉิงหยู่ กล่าวด้วยถ้อยคำยียวน “น้องสาว ให้เธอมาเป็พี่สะใภ้ดีไหมล่ะ?”
“ดีๆ พี่สาว พี่มาเป็พี่สะใภ้หนูเถอะ พี่ชายของฉันเป็คนดีนะ” จ้าวหยุนฟาง ก็เห็นด้วยกับความคิดนี้
ได้ยินแบบนี้ เฉิงหยู่ ก็พึงพอใจ ลูกพี่ลูกน้องคงชื่นชมเราจริงๆ
พอเห็น เฉิงหยู่ ที่แสดงท่าทางภาคภูมิใจ หยางลั่วเซวียะ ก็เริ่มมีน้ำโห เ้า เฉิงหยู่ ช่างกล้าพูดไม่อายปาก
“โกรธมากๆ ระวังความดันขึ้นนะ ว่าแต่เธอลองกินยาแล้วหรือยัง หน้ารูปไข่นี้ ความเปล่งประกายนี้ คงไม่ต้องตอบแล้วมั้ง หึหึ”
“จริงด้วย ปู่ของฉันกินยาแล้วอาการก็ดีขึ้นจริงๆ ปู่ยังบอกอีกว่าอยากเจอนาย เพื่อที่จะขอบคุณน่ะ” พอฟัง เฉิงหยู่ พูดถึงเื่ยา หยางลั่วเซวียะ ก็กล่าวด้วยความปีติ “แล้วฉันก็ลองมอบยาเม็ดนั้นให้แม่ฉันด้วย ทั้งคุณย่าและก็คุณป้าก็กินด้วย วันนี้ทุกคนต่างมีความสุขมาก ต่างก็อยากจะขอบคุณนาย!”
“อืมๆ ตอนนี้เชื่อแล้วใช่ไหมว่าฉันไม่ได้หลอก เอาจริงๆ ไม่ต้องขอบอกขอบใจกันหรอก แต่ถ้าอยากจะขอบคุณฉันจริงๆ ล่ะก็ จงทำตามที่สัญญาไว้แทนคำขอบคุณของพวกเขา ฉันสนใจเื่นั้นมากกว่า”
“สัญญาอะไรเหรอ?” จ้าวหยุนฟาง ถามด้วยความรู้สึกสงสัย เพราะจู่ๆ ก็เห็น หยางลั่วเซวียะ หน้าแดงขึ้นมา
“อืมๆ ลองถามพี่สาวเอาเองสิ เธออาจจะยอมบอกกับเธอเกี่ยวกับเื่นี้ เพราะฉันกลัวว่าพอพูดไป เธอจะเบี้ยว”
“ใครจะเบี้ยวกัน?” หยางลั่วเซวียะ ไม่พอใจ
“ไม่เบี้ยวก็ดีแล้วล่ะ มาสิ ตอนนี่ถึงเวลามอบรางวัลให้ฉันแล้ว” เฉิงหยู่ ยืนหน้าไปใกล้ๆ หยางลั่วเซวียะ
“ฮึ จริงอยู่ว่าปู่ของฉันตอนนี้อาการดีขึ้นมาก แต่ใครจะไปรู้ล่ะว่าจะแย่ลงอีกเมื่อไหร่ รอดูจนกว่าจะแน่ใจก่อน” พอเห็นใบหน้าของ เฉิงหยู่ ยื่นมาใกล้ อีกฝ่ายก็เกิดอาการเขินอายและบ่ายเบี่ยง
“เฮ้อ~ ผู้หญิงก็งี้ เอาแต่หาข้ออ้างมาบ่ายเบี่ยง ในเมื่อเป็แบบนี้ให้ปู่ของเธอช่วยฉันพูดอีกแรงดีกว่า” เฉิงหยู่ พูดอย่างไม่แยแสสนใจ
“นายกล้า!” หยางลั่วเซวียะ โมโห
“ดีล่ะ พวกเราไปพบผู้าุโกันเถอะ” เฉิงหยู่ โบกมือ หลังจากนั้นก็ลุกขึ้นแล้วลากน้องสาวไปด้วยกัน นี่จึงทำให้ หยางลั่วเซวียะ ยั้วมาก ทำไมโลกนี้ถึงได้มีคนหน้าไม่อายขนาดนี้อยู่ด้วย ถ้าเจอแบบนี้เช้าเย็นไม่ต้องอกแตกตายกันพอดีเหรอ?
หนึ่งชั่วโมงผ่านไป ทั้งสามก็ได้มาถึงหน้าคฤหาสน์ขนาดใหญ่โต
“บ้านเธอนี่ไม่เลวเลย คงมีอายุมาไม่น้อยแล้วใช่ไหม?” เฉิงหยู่ มองไปที่คฤหาสน์แล้วพูด
“แน่นอน ที่นี่เป็คฤหาสน์ประจำตระกูลจ้าว มาหลายชั่วคน” หยางลั่วเซวียะ พูดด้วยความภาคภูมิใจ
เมื่อเข้าไปถึงด้านใน จู่ๆ มีเสียงหนึ่งดังขึ้นมา “ฮ่าๆๆ ท่านนี้คือ เฉิงหยู่ ซินะ นึกว่าจะมีอายุมากกว่านี้ซะอีก ยังหนุ่มยังแน่นอยู่เลยนี่นา!” เมื่อสิ้นเสียง ก็ปรากฏผู้าุโคนหนึ่งกำลังเดินเข้ามาด้วยใบหน้ายิ้มแย้ม ด้านหลังมีสาวใช้คอยเดินตาม
“อ่อๆ เห็นก็รู้ได้ทันทีเลยว่าท่านนี่ คงเป็าุโหยาง ได้ยินเสียงของท่านดังฟังชัดขนาดนี้ คงจะแข็งแรงดีแล้วใช่ไหมครับ!”
“ฮ่าๆๆ ทั้งหมดล้วนเป็เพราะคุณชายเฉิงหยู่ มอบความเมตตาให้ ยังอายุยังน้อยแท้ๆ แต่วิชาการรักษาของเธอเรียกได้ว่าเข้าขั้นเทพเลยทีเดียว!” าุโหยาง พูดยกย่อง
“ฮ่าๆ ท่านยกย่องเกินไปแล้ว เรียกผมว่า เสี่ยวหยู่ ก็ได้ครับ ด้วยความสัมพันธ์ของผมและหยางลั่วเซวียะที่ใกล้ชิดกัน หากท่านาุโเรียกเช่นนั้นมันก็ดูจะเหินห่างกันเกินไป” เฉิงหยู่ พูดตามใจตัวเอง
“หืม?” าุโหยาง เห็นว่าทางด้านหลังมีสตรีนางหนึ่งทำหน้าไม่พอใจอยู่ นั้นก็คือ หยางลั่วเซวียะ ซึ่งชักสีหน้าหงุดหงิดไม่สบอารมณ์ าุโหยางเห็นแบบนี้จึงถือโอกาสพูดต่อ “ฮ่าๆๆ ดีๆ ถ้าเช่นนี้ ผู้เฒ่าคนนี้คงต้องเรียกเธอว่า เสี่ยวหยู่ สินะ มาๆ เข้ามาด้านในก่อน”
ทุกคนต่างเดินมายังห้องรับแขกก่อนจะนั่งลง หลังจากนั้น าุโหยาง ก็เริ่มแนะนำคนในครอบครัว ให้กับ เฉิงหยู่ รวมไปถึงน้องสาวของเขา จ้าวหยุนฟาง ให้รู้จัก แต่ในเวลานั้น ก็มีวัยรุ่นอายุราวสิบห้าปีวิ่งเข้ามา
“เจิ้งฉี มาวิ่งอะไรที่นี่ ไม่มีมารยาทเลย ขออภัยด้วย นี่คือหลานชายของฉันเอง ตอนนี้ขึ้น ม.สาม แล้ว แถมยังเป็น้องชายของ หยางลั่วเซวียะ ด้วย” ต่อมาาุโหยาง ก็แนะนำ
“นายคือหมอเทวดานั้นหรือ? เอ๊ะ นายคือ เฉิงหยู่ เพลย์บอยคนนั้นไม่ใช่หรือ? นายไม่ได้มาหลอกพี่สาวฉันหรอกนะ! ห๊ะ! จ้าวหยุนฟาง ทำไมเธอก็มาอยู่ที่นี่ล่ะ?” เมื่อ หยางเจิ้งฉี เห็น เฉิงหยู่ ก็โพล่งออกมา จ้าวหยุนฟาง เองก็รู้สึกดีใจที่เจอเพื่อนร่วมชั้น ที่จริงแล้ว เจิ้งฉี และ เฉิงหยู่ เป็นักเรียนโรงเรียนเดียวกันนั่นเอง แต่ก็กับเพียงแค่ จ้าวหยุนฟาง ส่วนเฉิงหยู่ไม่ได้อยู่ในชั้นเดียวกัน ถึงกระนั้นทำไมเขาจะไม่รู้จักบุคคลโด่งดังเช่นนี้ ยิ่งหลังจากกระทืบพวก ตงหยวน ซะเละเทะ ก็ทำให้เขามีชื่อเสียงมากขึ้น มิหนำซ้ำยังเป็ที่ยำเกรงไปทั่วหล้า ตอนนี้ทั้งโรงเรียนไม่มีใครไม่รู้จักเ้าเพลย์บอยคนนี้แน่นอน
“หืม คนที่นายพูดถึงคือพี่ชายฉันเอง เขาอยู่ตรงนั้นไง” ได้ยิน หยางเจิ้งฉี พูดถึงลูกพี่ชายตัวเอง จ้าวหยุนฟาง ก็เค้นเสียงออกมา แม้ว่าเมื่อก่อนเขาจะเป็คนเ้าชู้ แต่ตอนนี้เขาปรับปรุงตัวดีขึ้น จะสาวสวยที่ไหนก็ช่าง แถม หยางลั่วเซวียะ ไม่ใช่คนที่ใครจะเข้าหาได้ง่ายๆ ที่สำคัญไปกว่านั้นพี่ชายของเธอก็ได้เปลี่ยนแปลงตัวเองแล้ว แน่นอนว่าเธอไม่ยอมให้ใครมาใส่ร้ายพี่ชายตัวเองให้เกิดความด่างพร้อย
“อ่า? จ้าวหยุนฟาง เธออย่าเพิ่งโกรธสิ ฉันไม่ได้หมายความอย่างนั้น” เห็น จ้าวหยุนฟาง กำลังโกรธก็เลยพูดแก้ตัวออกไป
“เจิ้งฉี แกพูดจาอะไรน่ะ ไม่รู้จักรักษามารยาท รีบไสหัวไปทางโน่นเลย” พอเห็นหลานชายตัวเอง ทำตัวไร้มารยาท เขาจึงเอ่ยคำตำหนิ
“ครับ” ได้ยินเสียงปู่เท่านั้น หยางเจิ้งฉี ก็เงียบไป
“เสี่ยวหยู่ ขอโทษด้วย ฉันตามใจเขามากไปหน่อย อย่าใส่ใจเลยนะ” าุโหยาง กล่าวขอโทษ
“อ่อ ผมไม่ถือสาหรอกครับ มันเป็เื่จริงที่ผมมีชื่อเสียงที่ไม่ค่อยดีภายในโรงเรียน” เฉิงหยู่ พูดพลางถูจมูก ด้วยความละอาย แต่ก็นึกไม่ถึงว่าจะเจอคนในโรงเรียนเดียวกันที่นี่ แย่จริงๆ
“อย่าได้เอ่ยเช่นนั้น หนุ่มสาววัยรุ่นย่อมต้องมีความคึกคะนองกันบ้าง พูดก็พูด เสี่ยวหยู่ มีทักษะที่ยอดเยี่ยมจริงๆ ฉันรู้สึกทึ่งเื่นี้มากจริงๆ ที่ฉันเชิญเธอมาในวันนี้ ก็เพื่ออยากจะขอบคุณเธอเสี่ยวหยู่ แต่ไหนแต่ไรก็ไม่เคยคิดว่าทั้งชีวิตนี้จะได้มาพบกับผู้ที่ความสามารถถึงเพียงนี้ ขนาดที่ช่วยรักษาอาการป่วยของฉันได้ ในวันนี้ฉันได้ให้หมอมาตรวจดูอาการ ปรากฏว่าร่างกายสมบูรณ์แถมยังแข็งแรงกว่าปกติอีกด้วย สิ่งเหล่านี้เรียกได้ว่าปาฏิหาริย์ชัดๆ และฉันก็ยังได้ยิน ลั่วเซวียะ เล่าให้ฟังด้วยว่า เธอรักษาให้ฉันโดยไม่คิดเงินสักแดงเดียว ฉันเข้าใจว่าสำหรับผู้มีทักษะอย่างเธอ เงินก็เป็แค่ตัวเลข แต่ฉันก็อยากจะรู้ว่าเธอมีสิ่งใดที่้า ถึงแม้ว่าฉัน หยางเทียนหู่ ไม่ใช่คนใหญ่คนโต แต่ถ้าเป็ใน หยุนไห่ ก็พอสามารถทำอะไรได้บ้าง ขอแค่ฉันทำให้ได้และไม่ผิดหลักคุณธรรม ฉันจะยินดีทำทุกอย่าง” ท่านาุโ พูดอย่างจริงใจ
“ต้องขอบคุณน้ำใจท่านาุโมากจริงๆ ความจริงแล้วผมมีความตั้งใจที่จะรักษาท่านให้หายจากโรคร้าย แต่อันที่จริงหากผมไม่เต็มใจที่จะรักษาใครทั้งนั้น ไม่ว่าจะมาเสนอให้ผมเท่าไหร่ผมก็จะปฏิเสธ แต่สำหรับท่านาุโแล้วผมไม่้าสิ่งใด”
“ถึงแม้ว่ายาเม็ดเล็กๆ นี้จะเป็สิ่งเล็กน้อยสำหรับเธอ แต่ฉันรู้ว่ายาเม็ดเล็กๆ ของเธอ ต่อให้ไปควานหาหรือใช้เงินทองทรัพย์สินมากแค่ไหนก็ไม่สามารถหามาได้ หากให้มาฟรีๆ เช่นนี้ฉันเองก็ไม่ค่อยสบายใจนัก” หยางเทียนหู่ กล่าวด้วยความจริงใจและจริงจัง
“ถ้าหากว่าท่านาุโอยากจะตอบแทนผมจริงๆ ล่ะก็ ผมหวังว่าท่านจะบอกให้ หยางลั่วเซวียะ ทำดีกับผมให้มากกว่านี้หน่อย” เฉิงหยู่มองไปที่ หยางลั่วเซวียะ ระหว่างที่เอ่ยขึ้นมา
“โอ้? ฮ่าๆๆ ได้ๆ ลั่วเซวียะ ได้ยินหรือเปล่า คราวหน้าคราวหลังเธอต้องทำดีต่อ เสี่ยวหยู่ ให้มากๆ เสี่ยวหยู่ หากคราวหน้า ลั่วเซวียะ ทำอะไรให้เธอไม่พอใจ สามารถเอ่ยปากบอกฉันได้ทันที ฉันจะจัดการเธอให้เอง” าุโหยาง กล่าวออกมาด้วยความสุข เพราะเขาดูๆ แล้ว เ้าหนุ่มนี่คงอยากจะจีบหลานสาวของตนเป็แน่ แต่ดูๆ แล้วเ้าหนุ่มนี่ก็ไม่เลว เพราะตัวเองก็พึงพอใจ ถ้าเป็ไปได้หากให้มาเป็หลานเขยเลยยิ่งดี ถึงแม้ว่าจะดูเด็กเกินไปหน่อยก็ตาม แต่เื่แค่นี้ เขาจะสนไปทำไม
หยางลั่วเซวียะ จ้องมอง เฉิงหยู่ ที่พูดถึงเื่ของเธอต่อหน้าคนเยอะๆ เช่นนี้แล้ว ก็เกิดหงุดหงิดเล็กน้อย กระทั่งรู้สึกหมั่นไส้ เฉิงหยู่ นิดหน่อย แต่ เฉิงหยู่ ได้แสร้งทำเป็ไม่ได้สังเกตเห็น
“พี่หยู่ คุณอยากได้พี่สาวฉันมาเป็ภรรยาจริงๆ เหรอ งั้นคุณก็ต้องรีบเตรียมสินสอดไว้แล้วล่ะ” ในขณะนั้น หยางเจิ้งฉี ก็พูดขึ้นมา พริบตาเดียว หยางลั่วเซวียะ ก็ลุกขึ้นเอามือเขกเข้าไปที่ศีรษะของน้องชายอย่างแรง
“ฮ่าๆ จริงสิวันนี้กะทันหันไปหน่อยผมจึงไม่ได้เตรียมของฝากมา ตอนนี้มียาลดวัยอยู่ขวดหนึ่ง มันสามารถทำให้อายุลดลงไปได้ประมาณหนึ่ง อีกทั้งยังเสริมสมรรถภาพทางร่างกาย ทำให้สภาพจิตใจปลอดโปร่ง หลังจากนี้ไปก็คงจะไม่เจ็บไข้ได้ป่วยแล้ว ทว่าทุกคนอย่าได้เข้าใจผิดกันนะครับ นี่ไม่ใช่สินสอด แต่แน่นอนหากว่า ลั่วเซวียะ ยอมตกลง ครั้งหน้าผมจะเตรียมสินสอดมาด้วย อิอิ” เฉิงหยู่ ก็นำขวดยาออกมา
ทุกคนต่างพากันจ้อง เฉิงหยู่ ที่หยิบขวดยาออกมา ด้วยแววตาทอประกาย ถ้าหากเป็เมื่อก่อนนั้น ทุกคนคงไม่มีทางเชื่อแน่ๆ เพียงแต่ตอนนี้จะไม่เชื่อก็ไม่ได้แล้ว หลังจากที่ท่านาุโได้กินยาของเขาเข้าไปก็เหมือนกับตายแล้วฟื้นขึ้นมาได้ ยังมีสาวใหญ่อีกหลายคนที่ใช้ยาของเขา แล้วยังทำให้ดูอ่อนวัย แบบนี้ใครบ้างจะไม่ตื่นเต้นดีใจ
“นี่มัน... เสี่ยวหยู่ ยาของเธอมันมีค่ามากเกินไป ฉันรับไว้ไม่ได้หรอก ฉันแก่จนป่านนี้แล้วจะให้มาเอาเปรียบคนหนุ่มอย่างเธอไม่ได้ แล้วยาขวดนี้ดูแล้วคงไม่สามารถหาจากที่ไหนได้ ฉันไม่กล้ารับไว้หรอก” หยางเทียนหู่ ปฏิเสธด้วยความถ่อมตน ไม่ใช่ว่าเขาไม่ให้เกียรติ แต่เขารับไว้ไม่ลงจริงๆ ยาเหล่านี้จำเป็จะต้องใช้วัตถุดิบชั้นสูงมากมาย มอบให้มาทั้งขวดเช่นนี้ ใครที่ไหนจะกล้ารับไว้ ทว่าบรรดาคนที่อยู่ด้านหลังท่านาุโต่างมองดูอย่างเสียดาย แม้รู้ดีว่าตนไม่มีสิทธิ์แต่มันก็อดเสียดายไม่ได้
“อืมๆ ท่านาุโเกรงใจไปแล้ว ั้แ่ที่ทำยาเหล่านี้ขึ้นมา ก็เพื่อ้าให้คนได้ใช้มัน ท่านและผมต่างก็เป็คนกันเอง แค่ยาไม่กี่เม็ดไม่เป็ไรหรอกครับ” เฉิงหยู่ ยัดขวดยาใส่ลงในมือ ท่านาุโ
“นี่! เอิ่ม...ต้องขอบใจเธอมากจริงๆ เสี่ยวหยู่” ทุกคนต่างก็พากันยินดี ราวกับว่าได้รับยาวิเศษมา
“แต่ก็ยังมีสิ่งที่อยากจะบอกเอาไว้อย่างหนึ่ง ยาพวกนี้ทุกคนสามารถกินได้ แต่ว่า เจิ้งฉี กินไม่ได้ เขายังเด็กเกินไป ถ้าหากให้ยานี้แก่เด็กมันจะไม่เกิดผล จะดีที่สุดคือให้คนที่เป็ผู้ใหญ่ใช้ อย่างเช่นคุณแม่และคุณป้า หลังจากที่พวกคุณใช้ยานี้แล้วก็ไม่จำเป็ที่จะต้องใช้ผลิตภัณฑ์บำรุงตัวอื่นๆ อีก ถ้าใช้คู่กันจะทำให้ผิวพรรณแย่ลง แล้วก็ไม่จำเป็ต้องกินอาหารเสริมหรือยาอีก เพียงแค่ต้องใช้ในเวลาที่เหมาะสม ไม่งั้นจะเป็การสิ้นเปลือง” เฉิงหยู่ อธิบายให้กับทุกคนฟัง
หลังจากทานอาหารกลางวันเสร็จแล้ว ทั้งสี่คนรวมถึง หยางเจิ้งฉี ก็จากไป
และพอพวกเขาออกไปแล้ว คนในบ้านก็เริ่มซุบซิบ
“ฉันรู้สึกถูกชะตากับเสี่ยวหยู่จังเลย เขาเหมาะสมกับคนของบ้านเรามาก กั๋วฟู่ นายว่างั้นไหม?” หยางเทียนหู่ พูดกับลูกชายคนโต หยางกั๋วฟู่
“อ่อๆ ท่านพ่อก็พูดไปหมดแล้ว จะให้ผมพูดอะไรล่ะครับ? แต่ว่าเด็กคนนี้ใจกว้างจริงๆ เพียงแค่พบหน้ากันก็มอบยาล้ำค่าจำนวนมากให้แล้ว” หยางกั๋วฟู่ ก็พูดไปยิ้มไป
“พ่อครับ ยาลดวัยนั้นพวกเราต่างก็ได้กินแล้ว ตามที่เสี่ยวหยู่บอกมา ยานี้หากเป็่ที่ร่างกายแข็งแรงมันจะออกฤทธิ์ได้ดี” ลูกชายคนรอง หยางกั๋วหมิน พูดด้วยใบหน้าสดใส
เมื่อได้ยินสิ่งที่ทั้งสามคนพูดแล้ว หยางเทียนหู่ ก็เปิดขวดยา ทันใดนั้น กลิ่นยาก็ลอยคละคลุ้งไปทั่ว ทุกๆ คนที่ได้กลิ่นก็รู้สึกสดชื่นเคลิบเคลิ้มไปตามๆ กัน
จบตอน