ณหมู่บ้านริมทะเลดีบซีซึ่งตั้งไกลออกไปจากเมืองหลวงทางทิศตะวันตกเฉียงเหนือเป็หมู่บ้านที่ติดอยู่กับทะเลชาวบ้านส่วนใหญ่ในหมู่บ้านประกอบอาชีพประมงหาของในทะเลมาขายเพื่อเลี้ยงชีพกลิ่นอายจากทะเลลอยคละคลุ้งไปทั่วทั้งหมู่บ้าน เป็หมู่บ้านที่อยู่กันอย่างสงบสุขห่างไกลจากความวุ่นวายต่าง ๆ
“เล็ง” เสียงชายคนหนึ่งดังขึ้น
“ยิง” เสียงชายคนเดิมสั่งหลังจากนั้นเหล่าเด็ก ๆ ที่ง้างคันธนูไว้จึงยิงธนูไปยังเป้าที่เล็งอยู่
“ถัดไป” สิ้นเสียงเหล่าเด็กที่ยืนอยู่แถวด้านหน้าก็เดินกลับไปต่อแถวข้างหลังใหม่อีกครั้งหนึ่งการฝึกยังคงดำเนินต่อไปเรื่อย ๆ จนใกล้จะเที่ยง เด็กทุกคนจึงได้กลับไปพักผ่อนแล้วรับประทานอาหารกลางวันกันตามปกติ
“แอนไปกินข้าวกันเถอะ” เสียงเด็กสาวคนหนึ่งร้องทักขึ้นทำให้แอนหันไปมอง
“นั้นสิเที่ยงแล้วเราไปหาอะไรกินกันหน่อยดีกว่านะแมรี่” แอนตอบเด็กสาวผิวสีน้ำผึ้งที่เดินเข้ามาใกล้ตัวเองเรื่อยๆ
“วันนี้เธอว่าจะมีอะไรเป็อาหารเที่ยง” แอนพูดขึ้น
“อือฉันคิดว่าอาจจะเป็ปลาย่างละมั่ง” แมรี่ตอบ
“ทำไมถึงคิดอย่างนั้น” แอนถามต่อด้วยความสงสัย
“ก็เมื่อเช้าฉันเห็นพวกเด็กผู้ชายขนลังปลาเข้าไปในครัวนะ” แม่รี่ตอบพลางชี้ไปยังกลุ่มเด็กผู้ชายที่เธอเห็นเมื่อตอนเช้าให้แอนดู
“นี่พวกเธอมายืนเล่นอะไรกันตรงนี้ไปหาอะไรกินกันได้แล้ว” เสียงเด็กสาวผมสีม่วงผิวขาวดังแจ๋วขึ้นมาจากด้านหลัง
“เรากำลังจะไปหาอะไรกินกันอยู่พอดีเลยเธอก็ไปด้วยกันสิไวโอเล” แอนพูดขึ้นแล้วทักสามคนก็เดินตรงไปยังอาคารหลังใหญ่หลังหนึ่งที่ตั้งอยู่ใจกลางของหมู่บ้านก่อนจะพบว่าอาหารมื้อนี้เป็ปลาย่างเหมือนที่แมรี่ทายเอาไว้ไม่ผิด
“เธอน่าจะลองไปเสี่ยงโชคบ้างนะ” แอนหันไปแซวแมรี่
“ถ้าฉันเสี่ยงแล้วถูกตลอดมันก็คงดี” แมรี่ตอบพร้อมส่งยิ้มให้แอน ก่อนพวกเธอทั้งสามคนจะเดินไปหยิบอาหารจากที่เขาแจกออกมากินที่โต๊ะๆ หนึ่งซึ่งตั้งติดอยู่กับประตูทางออกของอาคารแล้วทั้งสามคนก็เริ่มลงมือกินปลาย่างร้อน ๆพร้อมข้าวสวยอย่างเอร็ดอร่อยจากนั้นจึงปิดท้ายด้วยน้ำผลไม้ที่ไปหยิบเพิ่มมาในภายหลัง
“่บ่ายเราไปล่าพวกมอนสเตอร์ข้างนอกหมู่บ้านดีไหมยังไง่บ่ายนี้ก็ว่างอยู่แล้ว” ไวโอเลเอ่ยขึ้นมา
“นั้นสิถือว่าเป็การออกกำลังกายหลังการกินด้วย” แอนพูด
“ปกติเขาให้นั่งพักก่อนหลังกินเสร็จไม่ใช่รึไง” แมรี่พูดขึ้น
“เอานะยังไงวันนี้ก็ไม่มีอะไรจะให้ทำอยู่แล้วนี่น่า ไปผ่อนคลายบ้างก็ไม่เลวนะ” แอนพูดต่อ
“ใช่ ๆออกกำลังกายหลังอาหารดีจะตาย ไม่อ้วนด้วย” ไวโอเลเสริม
“พวกเธอนี่น่าเชื่อเขาเลย” แม่รี่ได้แต่ยอมไปด้วยแต่โดยดี
“เยี่ยมเลยงั้นไปขออนุญาตจากอาจารย์กันก่อนเถอะ” แอนพูดก่อนทั้งสามคนจะกลืนน้ำในแก้วที่เหลืออยู่จนหมด จากนั้นจึงเดินออกจากตัวอาคารไป
แอนและเพื่อน ๆ ของเธอเดินมาหยุดที่หน้าบ้านหลังสีฟ้าหลังหนึ่งซึ่งอยู่ติดริมทะเล มีรั้วล้อมรอบบ้านเอาไว้ ลมที่พัดเข้ามาจากทะเลหอบเอาละอองน้ำทะเลเล็กน้อยขึ้นมาด้วยทำให้รู้สึกได้ถึงความเค็มของเกลือที่มากระทบกับริมฝีปากแต่ก็ให้ความรู้สึกสดชื่นในวันที่อากาศร้อนอบอ้าวเช่นนี้
“พวกเธอมาทำอะไรกันเราไม่มีเรียนกัน่บ่ายนะ” ชายคนหนึ่งในชุดหนังสีน้ำตาล ที่นั่งสูบไปป์อย่างสบายใจบนเก้าอี้โยกซึ่งหันหน้ามองออกไปในทะเลร้องทักเด็กสาวทั้งสามคนขึ้น
“พวกหนูจะมาขออาจารย์ออกไปที่แถวหน้าหมู่บ้านค่ะ” แอนเริ่มพูด
“งั้นเหรองั้นก็ดูแลตัวเองดี ๆ ละ แล้วให้กลับก่อนจะมืดด้วย” อาจารย์ตอบ ก่อนจะหันกลับไปสนไปป์ในมือต่ออีกครั้งซึ่งในสายตาของใครหลายคนในหมู่บ้านริมทะเลสาบนี้ สายตาสีน้ำตาลกับผิวสีน้ำตาลที่โดนแสงแดดเผาของอาจารย์ ทำให้เขาช่างดูเป็คนที่มีเสน่ห์มาก ๆคนหนึ่ง ในฐานะชายแห่งหมู่บ้านริมทะเลสาบ
“ขอบคุณค่ะอาจารย์แจ๊กเกิ้ล” ทั้งสามกล่าวตอบออกไปพร้อม ๆ กันก่อนจะเดินจากไปปล่อยให้อาจารย์ของพวกเธอนั่งสูบไปป์รับลมริมทะเลต่อไป
ทั้งสามคนเดินมาถึงหน้าทางเข้าออกของหมู่บ้านก่อนจะถูกดักโดยทหารสองนายที่เป็ยามคอยยืนเฝ้าหมู่บ้านแห่งนี้อยู่
“นั้นพวกเธอจะไปไหนกัน” หนึ่งในทหารยามถามขึ้น
“พวกเรากำลังจะไปออกล่ามอนสเตอร์ข้างนอกหมู่บ้านกันค่ะ” แอนตอบ
“พวกเธอได้ขออนุญาตอาจารย์ของพวกเธอยัง” ยามคนเดิมยังคงถามต่อไป
“พวกเราขอแล้วค่ะ” ไวโอเลตอบบ้างก่อนทหารยามจะปล่อยพวกเธอออกจากหมู่บ้านไป
สิ่งแรกที่เผยให้เห็นภายนอกหมู่บ้านริมทะเลสาบดีบซีเป็ทุ่งหญ้าที่มีพื้นที่กว้างขวาง ยาวไกลสุดสายตา ทอดยาวไปแนวเดียวกับชายทะเลโดยมีหาดทรายกั้นกลางระหว่างทุ่งหญ้าและทะเล และไม่ใช่แค่แอนและผองเพื่อนเท่านั้นที่ตอนนี้ออกมาภายนอกหมู่บ้านเหล่านักผจญภัยคนอื่น ๆ ต่างก็ออกมาล่ามอนสเตอร์เช่นกัน บางคนก็ออกไปนั่งเล่นอยู่ริมชายหาดบางคนก็นั่งปิกนิกใต้เงาของต้นไม้ใหญ่ที่ตั้งตะหง่านอยู่ในทุ่งหญ้า
“เราเองก็ไปล่ากันบ้างเถอะ” แอนพูดขึ้น
“โอเค” ไวโอเลและแมรี่ตอบ ก่อนทั้งสามคนจะแยกย้ายกันไปล่าพวกมอนสเตอร์
โดยแอนนั้นเธอวิ่งไปประจันหน้ากับปูขนาดั์ตัวหนึ่งซึ่งสูงประมาณหนึ่งเมตร และกว้างถึงหนึ่งเมตรครึ่งเห็นจะได้ มีลำตัวสีแดงอมส้มแล้วเธอจึงใช้มีดสั้นของเธอแทงเข้าไปส่วนที่เป็ข้อต่อระหว่างลำตัวและก้ามของปูั์ตัวนั้นแล้วสะบัดมันขาดในครั้งเดียว เ้าปูส่งเสียงร้องด้วยความเ็ปก่อนจะใช้ก้ามอีกข้างที่ยังเหลืออยู่พุ่งโจมตีไปที่แอนแต่ด้วยความคล่องแคล่วของแอนทำให้สามารถหลบการโจมตีของเ้าปูั์นี้ได้อย่างสบายๆ หลังจากนั้นแอนจึงพุ่งตัวไปตัดเข้าที่ตาทั้งสองข้างที่ยื่นยาวออกมาของปูั์ตัวนั้นทำให้มันสูญเสียการมองเห็น จนทำให้ปูั์ตัวนั้นโจมตีไปรอบทิศทางอย่างบ้าคลั่งแต่แอนก็ยังคงใจเย็นอยู่จนรอ่ที่ปูั์เริ่มโจมตีช้าลง เธอจึงใช้มีดเปิดกระดองของปูออกมาก่อนใช้มีดแทงเข้าไปที่หัวอย่างจัง จนปูตัวนั้นแน่นิ่งไปในที่สุด
ส่วนไวโอเลนั้นเธอได้เลือกเป้าหมายของเธอไว้ก่อนแล้ว เป็เ้าปูั์ตัวใหญ่ ที่มีกระดองสูงแหลมคล้ายยอดเจดีย์สีเหลืองอ่อน ซึ่งอยู่ไกลออกไป เธอเอาคันธนู และลูกศรของเธอออกมาจากแพ็คก่อนจะเล็งยิงอย่างใจเย็น รอจังหวะที่เหมาะสมและยิงตรงไปที่หัวปูั์ตัวนั้นในตอนที่มันเอาหัวโผล่ออกมาข้างนอกกระดองทำให้ปูตัวนั้นถูกลูกศรปักทะลุหัวจนถึงแก่ความตายในที่สุด
และแมรี่เองเมื่อแยกจากแอนและไวโอเลแล้วเธอก็ได้เผชิญหน้าเข้ากับปูั์ตัวหนึ่งที่มีขนาดเล็กกว่าปูั์ของแอนมากมีลำตัวสีเขียวคล้ายสาหร่าย แต่กลับเคลื่อนที่ว่องไวจนน่ากลัว เ้าปูั์นั้นเริ่มโจมตีไปที่แมรี่แต่แมรี่เองก็ไม่ยืนรอให้เ้าปูั์โจมตีเธอใช้มีดสั้นของเธอฟันเข้าไปที่ข้อต่อ่ขาของเ้าปูั์นั้นทำให้มันเคลื่อนที่ช้าลงมันส่งเสียงร้องเล็กน้อยแล้วพุ่งเข้าโจมตีแมรี่ในทันทีแม้ว่าขาของมันจะาเ็อยู่ก็ตาม แต่แมรี่ก็ไม่ได้หวาดกลัวแต่อย่างใด กลับกันในวินาทีที่ปูั์เหวี่ยงก้ามใส่เธอเธอกลิ้งตัวหลบลงไปใต้ท้องของเ้าปูั์ก่อนจะตัดขามันลงด้วยการฟันเสียงครั้งเดียวทำให้ปูั์นอนลงไปกับพื้น เคลื่อนไหวไม่ได้ และถูกแมรี่ปลิดชีพในที่สุด
ทั้งสามคนยังคงล่ามอนสเตอร์ต่อไปเรื่อย ๆ ในตลอด่บ่ายของวันจนเวลาล่วงเลยไปจนถึงตอนเย็นทั้งสามคนจึงกลับมารวมตัวกันอีกครั้งที่ชายหาด
“พวกเธอเป็ยังไงบ้าง” แอนถามขึ้นพลางปาดเหงื่อออกจากหน้าผากของเธอ
“วันนี้ฉันล่าได้เยอะเลยละ” แมรี่ตอบ
“ฉันก็เหมือนกัน” ไวโอเลพูด
“ของเธอละ” แมรี่หันไปถามแอนกลับบ้าง
“ฉันก็ล่าได้เยอะเหมือนกันนั้นแหละ” แอนตอบ
“เรากลับหมู่บ้านกันเลยไหมนี่ก็เย็นแล้ว” ไวโอเลเสนอขึ้น
“นั้นสินะกลับกันก่อนดีกว่า” แมรี่พูดแล้วทั้งสามคนก็เดินออกจากชายหาดแล้วตรงกลับไปยังหมู่บ้านริมทะเลราบดีบซี แต่แล้วเสียงบางอย่างก็ดังขึ้นตามมาด้วยแรงสั่นะเืมาจากอีกฟากหนึ่งของทุ่งหญ้าที่ซึ่งมีต้นไม้ใหญ่ขึ้นเต็มไปหมดทำให้ทั้งสามคนหยุดแล้วหันไปมองยังทิศทางของเสียงในทันที
“นั้นอะไรนะ”ไวโอเลพูดขึ้น
“ไม่รู้” แมรี่และแอนตอบพร้อมกัน
“เราไปดูกันหน่อยไหม” แมรี่เอ่ยชวน
“แต่นี่เย็นแล้วนะเดี่ยวก็ค่ำแล้ว” ไวโอเลท้วง
“เธอคิดว่าไง” แมรี่หันไปถามแอน
“เราไปดูกันซักแปปนึงดีไหมจะได้รู้ว่ามันเกิดอะไรขึ้นที่ทางฟากนู่น ดูเสร็จแล้วก็กลับเลยคงไม่เป็อะไรหรอก” แอนพูด
“เชื่อเลย งั้นรีบๆ ไปกันเถอะ เดี่ยวไม่อย่างนั้นจะมืดค่ำซะก่อน”ไวโอเลพูดขึ้น และยอมให้กับสถานการณ์ตรงหน้าเพราะเธอรู้ดีว่าเพื่อน ๆ ของพวกเธอเป็พวกที่ขี้สงสัยถ้าไม่ได้คำตอบยังไงแอนกับแมรี่คงไม่มีทางยอมกลับแน่ ๆ
“เยี่ยมเลย” แอนพูดแล้วทั้งสามคนก็รีบวิ่งไปตามเสียงที่ได้ยินมาจากอีกฟากหนึ่งของทุ่งหญ้าในทันที