[หน้าห้องเตชิน]
เอกพลและทินกรยืนแอบฟังเสียงโวยวายของเตชินอยู่เงียบ ๆ จนกระทั่งเสียงของเตชินเงียบหายไปพักใหญ่ ทินกรจึงพยายามพูดหว่านล้อมเอกพลอีกครั้ง
"พี่เอกครับ? ผมว่าพี่ลองคิดทบทวนดูอีกครั้งก่อนนะครับ เพราะผมคิดว่าเรื่องหมั้นเรื่องแต่งงานมันเป็นเรื่องใหญ่มากสำหรับผู้ชายคนหนึ่งเลยนะครับ อีกอย่างผมเกรงว่า...ชินจะไม่เห็นด้วยน่ะครับ"
ทินกรมองเอกพลด้วยสายอ้อนวอน แต่เอกพลกลับชักสีหน้าไม่พอใจใส่ทินกร
"ชินจะเห็นด้วยหรือไม่ มันก็ไม่สำคัญ มันสำคัญที่ว่าเราต้องดึงชินออกจากวังวนของไอ้เด็กนิวนั่นให้ได้ก่อน และตอนนี้ไม่ว่าจะต้องแลกด้วยอะไร ฉันก็ยอมทั้งนั้นแหละ นายอย่าลืมสิว่าฉันมีลูกชายคนเดียวนะ นายก็รู้ว่าฉันตั้งความหวังกับชินเอาไว้สูงขนาดไหน หลังจากเขาแต่งงานแล้ว ฉันจะให้เขากับภรรยามาสืบทอดกิจการต่อจากฉัน”
เอกพลร่ายยาวถึงเหตุผลที่เขาต้องบังคับลูกชายคนเดียวของเขาแบบนี้ ก่อนที่เขาจะพักหายใจเล็กน้อย แล้วค่อยระบายความอัดอั้นในใจออกมาอีกยกใหญ่
“เฮ้อ! พูดแล้วก็นึกโมโห ทำไมเตชินมันไม่รักดีก็ไม่รู้ คงจะเป็นเพราะว่ามันดันไปวิ่งตามเด็กผู้ชายอย่างไอ้เด็กนิวนั่นแน่ ๆ เลย มันถึงไม่ยอมฟังคำสั่งของฉันแบบนี้ เฮ้อ! แล้วแบบนี้แกคิดว่าฉันยังต้องไปปรึกษาอะไรมันอีกไหม? เฮ้อ! พูดถึงไอ้ลูกชายคนนี้ทีไรแล้วฉันหายใจไม่เต็มปอดทุกทีเลย ให้ตายเถอะ เฮ้อ!"
เอกพลหยุดพักหายใจเฮือกใหญ่ พร้อมกับกอบโกยเอาอากาศเข้าปอดด้วยท่าทางเหนื่อยหอบ จนทินกรต้องรีบเข้ามาช่วยประคองเอกพล
"ใจเย็น ๆ ก่อนครับพี่ ค่อย ๆ พูดก็ได้ครับ เดี๋ยวความดันขึ้นนะครับ"
"อืม...แล้วทำไมชินเงียบไปพักใหญ่แล้ว? เป็นอะไรรึเปล่า? แกเข้าไปดูหน่อยสิ"
เอกพลบอกทินกร ก่อนจะเหลือบไปจดจ้องอยู่ที่ประตูห้องของเตชินอีกครั้งด้วยความเป็นห่วง
“ครับ...งั้นพี่กลับไปพักผ่อนที่ห้องก่อนนะครับ ส่วนเรื่องชิน เดี๋ยวผมจะเข้าไปดูให้เอง”
“อืม”
เอกพลตอบรับทินกรในลำคอ แล้วเอกพลก็ส่งสัญญาณมือให้บอดี้การ์ดทั้งสี่คนตามทินกรเข้าไปภายในห้องของเตชิน เผื่อเตชินอาละวาดอีก จะได้ช่วยกันจับไว้ทัน ซึ่งบอดี้การ์ดทั้งสี่คนก็รีบปฏิบัติตามคำสั่งเอกพลทันที จากนั้นเอกพลก็ยืนรอทินกรอยู่บริเวณหน้าห้อง เพื่อรอฟังข่าวของลูกชายด้วยความกังวล
และทันใดนั้นเอกพลก็ได้ยินเสียงเอะอะของทินกรดังออกมาจากห้องของเตชิน
"ชิน! ทำไมเป็นแบบนี้ล่ะ ชิน! ได้ยินอาไหม ชิน ชิน"
“พวกแกมัวยืนรออะไรอยู่ล่ะ รีบโทรตามหมอด่วนเลย แล้วก็มาช่วยกันพาคุณชายออกไปข้างนอกก่อนเร็ว”
“ครับ / ครับ / ครับ /ครับ”
เอกพลรีบรุดเข้าไปในห้องของเตชินทันทีด้วยความตกใจ ก่อนที่เอกพลจะถลาเข้าไปประคองลูกชายคนเดียวของเขาที่นอนหมดสติอยู่บนพื้นขึ้นมากอดไว้ในอ้อมแขนของตัวเอง
"ชิน! ทำไมตัวร้อนอย่างนี้ล่ะ ไม่สบายทำไมไม่รู้จักเรียกให้คนช่วยล่ะ ที่หน้าห้องมีคนเฝ้าอยู่ตลอดเวลา แค่บอกเขาว่าไม่สบาย เขาก็จะเข้ามาทันที ชิน อดทนหน่อยนะลูก เดี๋ยวพ่อจะตามหมอให้ ชินได้ยินพ่อไหมลูก"
เอกตกยื่นมือเข้าไปตบแก้มของเตชินเบา ๆ เพื่อเรียกสติลูกชาย ก่อนที่เตชินจะค่อย ๆ ลืมตาขึ้นด้วยความยากลำบาก
คุณพ่อ...ค ...ครับ ผ ...ผม ผม เหนื่อยครับ"
เตชินเอื้อมมือที่สั่นเทาของเขาขึ้นมากุมมือของพ่อตัวเองไว้แน่น และด้วยท่าทางที่เหนื่อยอ่อนของเตชิน ยิ่งทำให้เอกพลรู้สึกเป็นห่วงเตชินมากขึ้นหลายเท่า
"เดี๋ยวพ่อจะให้คนพาชินย้ายไปอยู่ห้องแม่ก่อนนะ ทำใจดี ๆ ไว้นะชิน เดี๋ยวพ่อจะไปตามหมอให้นะ"
เอกพลยกมือขึ้นไปลูบผมของเตชินที่เปียกแฉะเนื่องจากเหงื่อไคลเพื่อปลอบใจ และเพื่อให้เตชินรู้สึกสงบลง
"คุณ…พ่อ ค ...ครับ ผม...ผม...คิดถึงนิวครับ คุณ...พ ...พ่อ ป ...ปล่อยผม...ไป...เถอะ"
เตชินเพ้อหนักถึงคนรักด้วยน้ำเสียงขอร้องอ้อนวอนต่อผู้เป็นพ่อ
"ชิน! "
"ผม...คิด...คิดถึง...นิว...คิดถึง...นิว...คิดถึง...คิดถึง...นิว"
ฟุ๊บ!
เตชินหมดสติคอพับลงไปในอ้อมกอดของพ่อตัวเอง
ชิน!!!
เอกพลกอดลูกชายของตัวเองไว้ในอ้อมกอดอย่างรักใคร่สุดหัวใจ ก่อนที่เอกพลจะหันไปตวาดถามทินกรที่ยืนอยู่ข้าง ๆ เสียงดังลั่น
“แกให้คนโทรตามหมอรึยังทิน”
“ตามแล้วครับพี่”
“งั้นมาช่วยพาเตชินออกไปนอนที่ห้องแม่เขาก่อน”
“ครับพี่”
ทินกรพยักหน้ารัว ก่อนจะหันไปกวักมือเรียกให้บอดี้การ์ดกล้ามปูสามคนที่ยืนอยู่ข้าง ๆ ให้เข้ามาช่วยพยุงเตชินออกไปจากห้อง และบอดี้การ์ดทั้งสามก็เข้ามาช่วยพาเตชินออกจากห้องไปทันที...
[ห้องคุณหญิงแม่]
“ลูกชายผมเป็นยังไงบ้างครับคุณหมอ?”
เอกพลถามหมอถึงอาการของเตชินด้วยสีหน้ากังวล
“มีไข้สูงและร่างกายอ่อนเพลียเนื่องจากขาดน้ำครับ เดี๋ยวหมอให้ทานยา ให้น้ำเกลือ แล้วก็นอนพักผ่อนไม่กี่วันเดี๋ยวก็หายครับ”
หมอตอบคำถามของเอกพล พร้อมกับหยิบถุงน้ำเกลือสำรองออกมาวางเตรียมไว้ให้เตชิน ก่อนที่หมอจะเดินออกมาเผชิญหน้ากับเอกพล
“แต่ลูกชายของคุณมีอาการอื่นที่น่าเป็นห่วงกว่านี้ครับ”
หมอเน้นเสียงหนักบอกเอกพล และเอกพลก็เริ่มขมวดคิ้วด้วยความสงสัย ก่อนจะถามหมอกลับไปเสียงเรียบ
“ลูกชายของผมมีอะไรน่าห่วงครับ?”
“หมออยากคุยกับคุณเอกพลเป็นการส่วนตัวครับ แต่หมอขออนุญาตนัดคุณเอกพลเป็นพรุ่งนี้เช้าได้ไหมครับ?”
“ตอนเช้าคงไม่ได้ เพราะตอนเช้าผมมีธุระ”
เอกพลพยายามบ่ายเบี่ยงในช่วงเช้า เพราะช่วงเช้าของพรุ่งนี้เตชินมีนัดดูตัวกับลูกสาวของยงยุทธ เอกพลจึงไม่อยากผิดคำพูด
“ถ้างั้นตอนเย็นคุณเอกพลสะดวกรึเปล่าครับ?”
“สำคัญมากเหรอ?”
“สำคัญมากครับ”
“ตกลง...งั้นพรุ่งนี้ตอนเย็นคุณค่อยเข้ามาหาผมที่ห้องทำงานก็แล้วกัน”
“ครับ”
เมื่อเอกพลตกลงกับหมอจนเป็นที่เข้าใจตรงกันแล้ว หมอก็หันไปเก็บอุปกรณ์เครื่องมือแพทย์ลงในกระเป๋า ก่อนจะเดินออกจากห้องไปทันที
และพอคล้อยหลังหมอไม่กี่นาที เอกพลก็เดินเข้าไปดูอาการของเตชินใกล้ ๆ อยู่สักพัก ก่อนที่เอกพลจะหันไปสั่งทินกรให้ดูแลเตชินต่อ
“ทิน? ฝากแกดูแลชินแทนแม่บ้านไปก่อนนะ ถ้าเขาฟื้นเมื่อไหร่แกก็รีบหาข้าวปลาให้เขาทานซะ”
“ครับพี่”
ทินกรรับปากรับคำพี่ชายของเขาด้วยท่าทางนอบน้อม พร้อมกับรีบวิ่งออกไปเปิดประตูห้องเพื่อให้พี่ชายเดินได้สะดวกอย่างเอาใจ...จากนั้นทินกรก็กลับเข้ามานั่งอ่านหนังสือพิมพ์เฝ้าเตชินต่อไป...จนถึงเช้าของวันใหม่
[ตอนเช้า]
เตชินกะพริบตาถี่ก่อนจะลืมตาขึ้นด้วยความรู้สึกหนักอึ้งอยู่บริเวณรอบ ๆ ดวงตา แต่เตชินก็ยังพยายามเหลือบมองไปรอบ ๆ กายของตัวเอง เพราะเตชินรู้สึกคุ้น ๆ ว่าห้องนี้มันเหมือนห้องของคุณหญิงแม่ของเขา
“นี่มันห้องคุณแม่นี่หน่า แล้วเรามานอนอยู่ที่นี่ได้ยังไงกัน”
เตชินพึมพำออกมาเบา ๆ ก่อนที่เขาจะเหลือบไปเห็นทินกรนั่งอ่านหนังสือพิมพ์อยู่ที่โซฟาถัดจากเตียงนอนของเขาด้วยท่าทางตั้งใจ
"คุณอา"
เตชินเรียกทินกรด้วยน้ำเสียงแหบแห้ง
"ชิน...ตื่นแล้วเหรอ? เป็นไงบ้าง? ยังปวดหัวอยู่ไหม? เจ็บตรงไหนหรือเปล่า?"
ทินกรลุกขึ้นพร้อมกับเข้าไปหาเตชิน ก่อนจะยื่นมือไปอังหน้าผากเพื่อวัดไข้ด้วยความห่วงใย
“ค่อยยังชั่วหน่อย ตัวอุ่นขึ้นแล้ว ตัวไม่ร้อนไม่เหมือนคืนแล้ว”
ทินกรยิ้มกว้างออกมาด้วยความดีใจ เมื่อหลานชายของเขาอาการดีขึ้น และในจังหวะนั้นเตชินก็คว้ามือของทินกรเข้าไปกุมไว้อย่างกะทันหัน
หมับ!
“ชิน!”
"คุณอาครับ? คุณอาต้องช่วยผมนะครับ ผมอยากกลับไปหานิวครับ ผมคิดถึงนิวครับ เรารักกันครับ ผมอยากไปหาเขาครับ คุณอาช่วยผมด้วยนะครับ"
เตชินเอื้อนเอ่ยคำขอร้องทินกรอย่างอ้อนวอน จนทินกรอยากจะใจอ่อนปล่อยหลานไปเลย แต่ทินกรก็รู้ตัวดีว่าเขาทำแบบนั้นไม่ได้
"ชิน? อาขัดพ่อชินไม่ได้จริง ๆ ชินเองก็รู้ไม่ใช่เหรอ?"
ทินกรเอื้อมมือเข้าไปลูบหัวของเตชินเบา ๆ เพื่อปลอบใจ
"ผมรู้ครับ...แต่ตอนนี้ผมมีเพียงความหวังเดียวคือคุณอานะครับ"
"คือ...อา..."
"ไม่เป็นไรครับ เสียดายถ้าตอนนี้แม่อยู่ที่นี่ ผมคงไม่ต้องตกอยู่ในสภาพนี้"
เตชินปล่อยมือทินกรให้เป็นอิสระ ก่อนจะคว้าผ้าห่มขึ้นมาคลุมโปงเพื่อปิดซ่อนคราบน้ำตาของเขา
"ชิน...อาก็อยากช่วยชินนะ แต่ว่าอา...ช่วยไม่ได้ อาขอโทษด้วยนะชิน"
ทินกรเอื้อมมือเข้าไปบีบไหล่ของเตชินเบา ๆ แต่เตชินกลับเลิกผ้าห่มออกมาจ้องหน้าทินกรด้วยความน้อยใจ ก่อนจะเอ่ยปากไล่ผู้เป็นอาอย่างตัดพ้อ
"ออกไปเถอะครับ ผมอยากอยู่คนเดียว"
เตชินคว้าผ้าห่มขึ้นมาคลุมโปงไว้เหมือนเดิม แต่คราวนี้ทินกรกลับไม่ยอมให้เตชินทำแบบนั้นได้อีกแล้ว เพราะทินกรเอื้อมมือเข้าไปเลิกผ้าห่มออกจากเตชิน พร้อมกับพยายามพูดบางอย่างออกไป
"ชิน...อามีเรื่องจะบอกชินอีกเรื่องหนึ่ง "
"เรื่องอะไรครับ?"
เตชินยันตัวลุกขึ้นมานั่งพิงหัวเตียง และเสหน้าหันมองออกไปด้านนอกหน้าต่างเหมือนไม่ใส่ใจเรื่องที่ทินกรพูดนัก
"พรุ่งนี้ช่วงเช้า...ฝ่ายหญิงว่าที่คู่หมั้นของชินเขาจะมาดูตัวและตกลงเรื่องหมั้นกับชิน”
ทินกรบอกความจริงที่ยากลำบากกับเตชิน และความจริงก็ทำให้เตชินหันขวับมาจดจ้องอยู่ที่ใบหน้าของผู้เป็นอาอย่างไม่อยากจะเชื่อ
"อะไรนะครับ!”
เตชินขมวดคิ้วถามทวนประโยคบอกเล่าของทินกรอีกครั้ง จากนั้นทินกรก็เล่าให้เตชินฟังต่อไป
“พ่อของเตชินบอกว่าหลังจากดูตัวแล้ว...ถ้าเป็นเป็นที่พอใจและตกลงกันได้ เขาก็จะหมั้นหมายกับชินทันทีเลยภายในช่วงเช้า"
ทินกรบอกเตชินเสียงเบาหวิว เพราะทินกรเองก็ไม่เห็นด้วยเลยที่เอกพลกับฝ่ายหญิงมารวบหัวรวบหางเตชินแบบนี้
“คุณอาไปบอกพ่อเลยนะครับว่า ผมไม่หมั้น! และมันจะไม่เกิดขึ้น"
เตชินชักสีหน้าไม่พอใจ ก่อนที่เตชินจะเริ่มน้ำตาคลอเมื่อเขารู้สึกคิดถึงนิวขึ้นมาจับใจ...
----------------------------------
ซันด๊อก