ตะวันที่รู้สึกตัวตื่นขึ้นมาในตอนดึก ก็พบว่าตัวเองกำลังถูกมือของใครบางคนโอบรัดเอาไว้จากทางด้านหลัง และเมื่อหันกลับไปมอง ก็พบว่าเป็อาทิตย์ที่กำลังนอนหลับอยู่ไม่ห่าง ดวงตาสวยเบิกตากว้างด้วยความใพร้อมกับขยับตัวออกห่างอัตโนมัติ แต่เมื่อตั้งหลักได้และเห็นว่าอีกฝ่ายยังคงหลับอยู่ เขาจึงผ่อนลมหายใจออกมาอย่างโล่งใจ
‘เขามานอนอยู่นี่ได้ยังไง’
ั์ตาสวยจับจ้องไปที่ใบหน้าคมเข้มอย่างไม่วางตาด้วยความสับสนปนสงสัย
'รึว่าฝันไปกันแน่นะ’ พอเอามือหยิกไปที่แก้มก็เจ็บจริงๆ ทำให้รู้ว่ามันไม่ใช่ความฝันอย่างที่คิด
ตอนนี้ตะวันไม่เข้าใจเลยว่าคนตรงหน้า้าอะไรกันแน่ ทั้งที่ดูเ็ามาโดยตลอด แต่บางครั้งก็มาทำเป็อ่อนโยนด้วยเหมือนอย่างในตอนนี้ มันเหมือนกับให้ความหวัง จนทำให้เขาเผลอคิดเข้าข้างตัวเอง แม้ในความเป็จริงอีกฝ่ายก็แค่ทำเพื่อคนที่ตัวเองรักแต่เพียงเท่านั้น ซึ่งแน่นอนว่ามันไม่ใช่เขา
เพราะแบบนั้นตะวันจึงรู้สึกอิจฉาศรรักมาโดยตลอดที่ได้รับทั้งความรักและความอ่อนโยนที่เขาไม่เคยได้รับจากร่างสูงใหญ่ที่นอนอยู่ตรงหน้า
หนึ่งอาทิตย์ต่อมา
“เจอกันอีกแล้วนะ” น้ำเสียงทุ้มเดินเข้ามาทักทายเด็กหนุ่มพร้อมกับรอยยิ้ม ขณะที่ตะวันกับข้าวปุ้นกำลังยืนพูดคุยกันอยู่
“คุณนั้นเอง” ตะวันมีสีหน้าแปลกใจเล็กน้อยกับการปรากฏตัวของผู้ชายที่อยู่ตรงหน้า
“สวัสดีครับพี่ฟ้าคราม มาได้ยังไงครับเนี่ย” เสียงข้าวปุ้นเอ่ยออกมาด้วยความดีใจ
“พี่มาเยี่ยมอาจารย์น่ะ” ฟ้าครามละสายตาจากใบหน้าสวยมาหาเด็กหนุ่มอีกคนที่ยืนอยู่ข้างกัน และกำลังยิ้มให้กับเขา
“ข้าวปุ้นรู้จักด้วยหรอ” ตะวันหันไปถามเพื่อนด้วยความสงสัย
“ตะวันคงไม่เคยเจอสินะ นี่พี่ฟ้าคราม เค้าเป็พี่ชายของอาทิตย์น่ะ และยังเป็รุ่นพี่เราด้วยนะ”
“ไม่เคยรู้มาก่อนว่าอาทิตย์มีพี่ชายด้วย”
“ก็ไม่แปลกหรอกที่ตะวันจะไม่รู้ เพราะพี่ฟ้าครามเรียนจบไปหลายปีแล้วนี่” ข้าวปุ้นช่วยแถลงไขข้อข้องใจของเพื่อน
“แต่ทั้งสองคนดูไม่เหมือนกันเลย” ตะวันพูดในสิ่งที่คิดอย่างไม่ปิดบัง ไม่ใช่ว่าเขาไม่เชื่อหรอกนะ เพียงแต่สงสัยนิดหน่อยก็เท่านั้น
“ใครๆ ก็พูดแบบนั้น แต่ถึงอย่างงั้น พวกเราก็มีพ่อแม่คนเดียวกันนะ” ชายหนุ่มยิ้มตอบ
“ขอโทษนะครับ ที่ผมสงสัยอะไรแปลกๆ” ใบหน้าสวยทำหน้ารู้สึกผิด แต่ฟ้าครามก็ไม่ได้รู้สึกไม่ดี หรือติดใจเอาเื่กับสิ่งที่เด็กหนุ่มพูดแม้แต่น้อย
“ไม่เป็ไรหรอกพี่ไม่ถือ แล้วนี่กำลังจะกลับกันหรอ”
“ใช่ครับ พี่ฟ้าครามก็ด้วยหรอครับ” เป็ข้าวปุ้นที่เอ่ยออกมา
“อื้ม!! พี่กำลังจะกลับเหมือนกัน ถ้ายังไงกลับด้วยกันเลยไหมเดี๋ยวพี่ไปส่ง” ฟ้าครามเอ่ยอาสา ได้ยินแบบนั้นข้าวปุ้นจึงยิ้มออกมาเล็กน้อย
“พอดีเลยครับ ผมต้องไปพบอาจารย์ต่อ ถ้ายังไงฝากพี่ฟ้าครามช่วยไปส่งตะวันหน่อยสิครับ”
“เอ๊ะ!!” ตะวันหันขวับไปมองหน้าเพื่อน ที่ขยิบตาส่งมาให้กับเขา
“นะครับ” ใบหน้าน่ารักทำท่าอ้อน ก่อนจะยิ้มดีใจออกมา
“ได้สิ"
“ขอบคุณนะครับพี่ฟ้าคราม งั้นฝากดูแลตะวันด้วยนะครับ” ว่าแล้วเ้าตัวก็หันกลับมาบอกกับเพื่อนอย่างไว
“ฉันไปก่อนนะตะวัน บาย!!”
“เดี๋ยวสิข้าวปุ้น” ไม่ทันที่ตะวันจะได้พูดอะไร อีกฝ่ายก็วิ่งหน้าระรื่นไปไกลเห็นเพียงหลังไวๆ แล้ว
“เธอชื่อตะวันสินะ” ฟ้าครามถามขึ้นมาเมื่อเห็นว่าเด็กหนุ่มมีท่าทีลำบากใจ
“ครับ” ตะวันตอบรับเพียงสั้นๆ ไม่รู้จะแสดงสีหน้ายังไงดีที่ต้องอยู่กับฟ้าครามเพียงลำพัง จนฟ้าครามยิ้มออกมาด้วยความเอ็นดู
“พักอยู่หอเดียวกันกับอาทิตย์ใช่ไหม พอดีเลยพี่ว่าจะแวะไปหาเพื่อนแถวนั้นอยู่พอดี ไปกันเถอะ เดี๋ยวไปหาอะไรกินกันก่อน จากนั้นพี่ค่อยไปส่งเธอที่หอ”
“คือว่า...เอ่อ!!”
“หืม!! มีอะไรรึเปล่า” เสียงทุ้มเอ่ยถามเมื่อเห็นเด็กหนุ่มอ้ำอึ้งเหมือนว่าจะพูดอะไร
“ผมยังไม่หิวน่ะครับ ถ้าไงเดี๋ยวผมกลับหอเองก็ได้นะครับ” ตะวันพยายามบอกเลี่ยงๆ เพราะไม่อยากทำให้อีกฝ่ายรู้สึกไม่ดี
“ในเมื่อไม่หิวก็ไม่เป็ไร ถ้าอย่างงั้นไปนั่งเป็เพื่อนพี่กินข้าวคงได้สินะ”
“เอ่อ!!” ได้ยินแบบนั้นตะวันถึงกับทำหน้าไม่ถูกไม่รู้จะปฏิเสธอย่างไรดี
“รึอยากให้พี่นั่งเหงากินข้าวคนเดียวกัน” ฟ้าครามแกล้งแหย่แต่มันก็ได้ผล
“กะ ก็ได้ครับ” ตะวันส่งยิ้มแห้งๆ ให้
สุดท้ายแล้วเขาก็ต้องยอมไปอยู่ดี และไม่ใช่แค่นั่งเป็เพื่อนเท่านั้น แต่ฟ้าครามได้สั่งอาหารมาให้กับเขาด้วยเช่นกัน ซึ่งตะวันไม่มีโอกาสปฏิเสธได้เลย
..............................................................................................................................