ฉินซูหลันก้าวขาฉับ ๆ เดินเข้าไปในย่านตลาดเสรีขนาดใหญ่อย่างไม่ลังเลเธอเลือกแวะเข้าไปในร้านขายของชำที่ใหญ่ที่สุดและดูน่าเชื่อถือที่สุดในละแวกนั้น
เ้าของร้านคือ ป้าซิ่วหยางเป็หญิงร่างเล็กที่มีแววตาเฉลียวฉลาดไม่ตื่นคนป้าซิ่วหยางนั่งอยู่หลังเคาน์เตอร์ไม้ เฝ้ามองคนเดินเข้าเดินออกอย่างระมัดระัิซูหลันยิ้มทักทายไปหนึ่งครั้งก่อนจะเดินเข้าไปในร้านด้วยท่าทางกระฉับกระเฉงคล่องแคล่ว นี่สร้างความแปลกใจให้ป้าซิ่วหยางเป็อย่างมากเพราะอิงจากประสบการณ์ของป้าซิ่วหยางแค่มองตาเดียวก็รู้แล้วว่าผู้หญิงคนนี้เป็หญิงสาวที่มาจากชนบทแต่ทว่าท่าทางการเดินเหินของหล่อนกลับดูไม่เหมือนหญิงสาวในชนบทเลยสักนิด
"ยัยหนู...เข้ามาในร้านของฉัน้าจะซื้ออะไรงั้นเหรอ?" ป้าซิ่วหยางกวาดตามองฉินซูหลันั้แ่หัวจรดเท้าอย่างพิจารณา
"สวัสดีค่ะคุณป้าฉันชื่อฉินซูหลันนะคะ ฉันมาที่นี่เพื่อขายของค่ะ"คำตอบของอีกฝ่ายทำหว่างคิ้วของหญิงสูงวัยขมวดมุ่นเล็กน้อย พร้อมกับพูดทวนออกมาว่า"หืม? ขายของงั้นเหรอ?"
"เด็กสาวบ้านนอกอย่างเธอมีอะไรมาขายให้ฉันงั้นเหรอ พวกสมุนไพรป่า ร้านของฉันไม่รับหรอกนะ อ้อ!แล้วพวกของโจร ฉันก็ไม่รับเหมือนกัน ี้เีไปขึ้นโรงขึ้นศาลน่ะสิ"ป้าซิ่วหยางตอบปัด ๆ อย่างรำคาญ
"ฉันรู้ว่าคุณป้าเป็คนฉลาดเพราะหากไม่ฉลาดคงจะค้าขายอยู่ที่นี่ไม่ได้ ฉะนั้นคุณป้าไม่ควรตัดสินฉันจากรูปลักษณ์ภายนอกนะคะ"คำพูดของฉินซูหลันทำป้าซิ่วหยางถึงกับต้องเบิกตากว้าง
'สาวน้อยคนนี้น่าสนใจจริงๆ'
เมื่อเห็นว่าอีกฝ่ายเงียบงันไปฉินซูหลันก็ไม่รอช้าที่จะคว้าเอาสินค้าของตัวเองออกมาจากกระเป๋าผ้าใบเล็กสบู่ก้อนนั้นถูกห่อหุ้มด้วยแผ่นกระดาษอย่างดี หล่อนแสดงสบู่ก้อนมันวาวสีชมพูอ่อนให้กับป้าซิ่วหยางดูพร้อมกับพูดอธิบายสินค้าด้วยน้ำเสียงที่ฉะฉานฟังชัด
"ฉันมีสินค้าหายากมานำเสนอค่ะมันคือสบู่ดอกไม้หอมที่ทำมาจากดอกกุหลาบชั้นดีกลิ่นของมันช่วยให้รู้สึกผ่อนคลายได้"
"โอ้...ฉันไม่เคยเห็นสบู่หน้าตาแบบนี้มาก่อน กลิ่นของมันหอมที่สุดเท่าที่ฉันเคยได้กลิ่น"ป้าซิ่วหยางมองสบู่ก้อนนั้นจนตามันวาวและทันทีที่ป้าซิ่วหยางจะยื่นมือมาแตะััมัน ฉินซูหลันก็ชักมือกลับในทันทีเื่อะไรที่หล่อนจะยอมให้ป้าซิ่วหยางััสินค้าของหล่อนได้ง่าย ๆตราบใดที่ยังไม่จ่ายเงิน ก็ไม่มีสิทธิ์แตะต้องััมัน
"ลองคิดดูสิคะ...หากมีสบู่ก้อนนี้วางขายอยู่ในร้านกลิ่นหอมและหน้าตาของมันจะต้องช่วยดึงดูดลูกค้าคนอื่น ๆให้เข้ามาในร้านของคุณป้าอย่างแน่นอน ในเมื่อเข้ามาแล้วต่อให้ไม่ได้ซื้อสบู่ก้อนนั้นออกไปอย่างนั้นลูกค้าที่กลัวเสียหน้าพวกนั้นก็ต้องจับจ่ายซื้ออะไรติดไม้ติดมือออกไปบ้าง"ฉินซูหลันพูดโน้มน้าวอย่างมีชั้นเชิงศิลปะการพูดต่อรองของหล่อนไม่เป็รองใครอยู่แล้วไม่อย่างนั้นหล่อนจะกลายเป็ซีอีโอสาวั้แ่อายุยังน้อยขนาดนี้ได้ยังไงกัน
"เธอจะขายให้ฉันเท่าไหร่"ป้าซิ่วหยางถามกลับด้วยสีหน้าปั้นยาก ผิดกับซูหลันที่พูดตอบกลับด้วยสีหน้าที่ดูเฉลียวฉลาดเกินกว่าวัยของหล่อนเอง"ห้าหยวน! ฉัน้าขายสบู่ก้อนนี้ในราคาห้าหยวน"
คำตอบของฉินซูหลันทำป้าซิ่วหยางแทบสำลักน้ำลายของตัวเองหล่อนยกมือทาบอกตัวเองพร้อมกับตะเบ็งเสียงพูดออกไปว่า
"บ้าไปแล้ว!!!สบู่อะไรจะแพงขนาดนั้น ราคานั้นฉันจ่ายให้ไม่ได้หรอก"สำหรับสบู่ทั่วไปราคาขายส่งอยู่ที่ 0.1 หยวนราคาขายปลีกอยู่ที่ 0.2 หยวน หากซื้อสบู่ก้อนนี้ในราคา 1หยวน ก็ถือว่าให้ราคาดีมากแล้ว แต่นี่หล่อนดันเรียกราคาสูงลิ่วถึง 5หยวน ช่างเป็ราคาที่บ้าคลั่งจริง ๆ
"ตอนนี้ฉันมีมันแค่ก้อนเดียวราคาก็ย่อมสูงลิ่วเป็ธรรมดา สบู่นี่ไม่ใช่มีดีแค่กลิ่นหอม ติดทนนานแต่มันยังช่วยบำรุงผิวพรรณให้ขาวนุ่ม กลิ่นของมันช่วยบำบัดจิตใจทำให้ผู้สูดดมรู้สึกผ่อนคลาย กลิ่นของมันหรูหรามีระดับ ฉันรับประกันว่าพวกคุณหนูคุณนายจะต้องยอมจ่ายหนักเพื่อให้ได้สบู่ก้อนนี้ไปใช้อย่างแน่นอนแต่ถ้าคุณป้าไม่รับซื้อก็ไม่เป็ไรค่ะเดี๋ยวฉันจะลองเอาไปเสนอขายให้ร้านอื่น"
ท่าทีในการเจรจากับผู้าุโของฉินซูหลันไม่ได้ดูตื่นตัวไม่ได้ดูกระโตกกระตาก ซึ่งนี่คือกลวิธีที่สามารถกดดันคู่ต่อรองได้เป็อย่างดีเพราะเมื่อไหร่ที่เราเผยสีหน้าท่าทางที่ส่อแววว่าหวาดกลัวและขาดความมั่นใจออกมาเราจะถูกฝ่ายตรงข้ามกดราคาซื้อขายในทันที
"นี่เธอกำลังพูดกดดันฉันงั้นเหรอ?"
"คุณป้าต่างหากที่กำลังพูดกดดันฉันอยู่คุณป้าเป็แม่ค้ามาหลายปี น่าจะรู้ดีว่าสบู่ก้อนนี้มีราคาสูงกว่าปกติดังนั้นการที่คุณป้าพูดว่า บ้าไปแล้ว!!! สบู่อะไรจะแพงขนาดนั้นราคานั้นฉันจ่ายให้ไม่ได้หรอก มันก็คือการกดดันคู่ค้าในอีกรูปแบบหนึ่งคุณป้ากำลังทำให้ฉันขาดความมั่นใจ เพื่อที่ฉันจะได้ปรับเพดานราคาให้ต่ำลงใช่ไหมล่ะคะ?"
ฉินซูหลันแสยะยิ้มเย็นขณะพูดแววตาของหล่อนไม่ไหวติง จ้องมองเข้าไปในดวงตาของป้าซิ่วหยางอย่างกล้าหาญโดยไม่สนว่าคนตรงหน้าจะเป็ผู้าุโและมีอายุห่างกับเธอหลายสิบปี
"ถึงฉันจะเป็หญิงสาวจากชนบทแต่ฉันก็ไม่ใช่คนโง่ค่ะ"คำพูดที่ตรงไปตรงมาของฉินซูหลันแทนที่จะทำให้ป้าซิ่วหยางโกรธจัดจนหน้าชาแต่ทว่ามันกลับทำให้ป้าซิ่วหยางรู้สึกชื่นชมในความช่างเจรจาของหล่อน
"หึ!"เสียงหึดังขึ้นจมูกของหญิงสูงวัย เธอแสยะยิ้มมุมปากอย่างกระหยิ่มยิ้มย่องก่อนจะเอ่ยออกไปว่า "นิสัยเฉียบแหลมของเธอมันเหมือนกับนิสัยของฉันตอนสาว ๆจริง ๆ เอาเป็ว่าฉันไหวสามหยวน ขายให้ฉันสามหยวนก็แล้วกันนะ" ด้วยนิสัยของคนค้าขายขอให้ได้ต่อรองสักนิดสักหน่อยก็ยังดี
"สี่หยวนค่ะฉันลดให้ได้แค่สี่หยวนเท่านั้น ถ้าคุณป้าไม่พร้อม ฉันก็แค่เดินออกจากร้านแล้วไปเสนอขายให้ร้านข้างเคียง ถึงตอนนั้นร้านข้างเคียงขายดีกว่าคุณป้าจะมาเสียดายทีหลังไม่ได้แล้วนะคะ" คราวนี้ซูหลันไม่ได้ทำแค่พูดปากเปล่าแต่หล่อนยังเก็บสบู่ก้อนนั้นกลับเข้าไปในห่อกระดาษด้วยนี่ถือเป็การกดดันคู่สนทนาด้วยอย่างหนึ่ง
"ก็ได้!สี่หยวนก็สี่หยวน" ในที่สุดป้าซิ่วหยางก็ยอมตกลงในราคาที่ฉินซูหลันพึงพอใจ
เมื่อการเจรจาซื้อขายสินค้าของคนทั้งสองฝ่ายจบลงแสงสว่างก็ผุดขึ้นมาในหัวของฉินซูหลัน ตามมาติด ๆ ด้วยเสียงของเ้าระบบมิติวิเศษ
'ภารกิจเจรจาซื้อขายสินค้าจากคลังมิติวิเศษสำเร็จ!'
'เ้านายได้รับแต้มระบบจำนวน+6 แต้ม และปลดล็อคฟังก์ชันเครื่องผลิต ระดับที่ 1 เรียบร้อยแล้ว'
"ทำภารกิจมันก็ง่ายแค่นี้เอง"ฉินซูหลันก้มลงมองเงิน 4 หยวนในมือเธอแสยะยิ้มมุมปากอย่างภูมิใจในตัวเองเธอรู้สึกว่าการทำภารกิจเพื่อปลดล็อกฟังก์ชันต่าง ๆของระบบมิติวิเศษมันไม่ได้ยากเย็นขนาดนั้น แต่เธอก็ไม่ได้ชะล่าใจซะทีเดียวเพราะตราบใดที่เธอยังไม่ได้แยกบ้านออกมาจากครอบครัวตระกูลฉินยังไม่ได้เป็เศรษฐีนีของชุมชน เธอจะชะล่าใจไม่ได้เด็ดขาดถึงแม้ว่าภารกิจนั่นจะง่ายดายขนาดไหนก็ตาม
'ให้ข้อมูลเพิ่มเติมแก่เ้านาย'
'เครื่องผลิตระดับที่1 สามารถใช้แต้มระบบที่เ้านายเพิ่งได้รับมาเอาไปใช้ในการผลิตสบู่ หรือ ผลิตยาแก้ปวดลดไข้ได้แต่การผลิตสินค้าจำเป็ต้องใช้วัตถุดิบอื่น ๆ เพิ่มเติม ดังนั้นเงินที่ได้มานายท่านควรแบ่งเอาไปซื้อวัตถุดิบสำหรับเตรียมผลิตสินค้าในขั้นตอนต่อไปวัตถุดิบที่ควรซื้อ ได้แก่ ไขมันสัตว์ หัวเชื้อน้ำมันหอมระเหยหรือดอกไม้สด น้ำด่างและสมุนไพรพื้นบ้าน'
เสียงพูดของระบบมิติวิเศษทำให้ซูหลันตาสว่างวาบไหน ๆ ตอนนี้ก็อยู่ที่ตลาดแล้ว หล่อนไม่รอช้าที่จะทำตามคำแนะนำของเ้าระบบ
'การผลิตสบู่1 ก้อน ใช้แต้มระบบ -1.5 แต้ม /ใช้เงินซื้อวัตถุดิบจำนวน 0.5 หยวน'
'การผลิตยาแก้ปวดลดไข้1 แผง ใช้แต้มระบบ -2.5 แต้ม /ใช้เงินซื้อวัตถุดิบจำนวน 1 หยวน' ฉินซูหลันท่องพึมพำอยู่ในใจ
เธอใช้แต้มที่เพิ่งได้รับมา+6 แต้มเพื่อผลิตสบู่ดอกไม้เพิ่มอีก 4ก้อนในทันทีพร้อมซื้อวัตถุดิบพื้นฐานในตลาดอีกเล็กน้อยและตอนนี้เธอมีเงินสดเหลืออยู่ในกระเป๋าเกือบ 56 หยวน และมีสบู่กลิ่นดอกไม้นอนอยู่ในคลังมิติวิเศษอีก 4 ก้อน
"สินค้าก็มีแล้วช่องทางจัดจำหน่ายก็มีแล้ว เงินก็มีแล้ว วัตถุดิบก็มีแล้ว คงเหลือแค่ 'สร้างมูลค่า' ให้สินค้าสินะ"ฉินซูหลันเอ่ยพึมพำกับตัวเองตามลำพังพร้อมกับเดินเลือกซื้อของอยู่ในตลาดเสรีต่อไป
หล่อนรู้ดีว่า...สบู่ของหล่อนเป็สบู่ที่หายาก และเป็สบู่ที่มีคุณภาพสูงราคาก็ย่อมสูงกว่าสบู่ทั่ว ๆ ไป อย่างนี้จะปล่อยให้บรรจุภัณฑ์นั่นเป็แค่กระดาษโง่ๆ แผ่นเดียวได้ยังไงกันล่ะ
ฉินซูหลันตัดสินใจใช้เงินจำนวนหนึ่งเพื่อซื้อผ้าผืนเล็กลายดอกไม้และซื้อกระดาษห่อคุณภาพดีเพื่อนำไปทำเป็บรรจุภัณฑ์ของสบู่ที่เพิ่งผลิตออกมาใหม่เพียงเท่านี้สบู่ของหล่อนก็จะดูหรูหราน่าใช้มากกว่าเดิม เผลอ ๆอาจจะเพิ่มมูลค่าให้สบู่ก้อนนั้น ไม่ใช่แค่ 4 หยวนต่อก้อน แต่อาจเป็ 5 หยวนต่อก้อนก็ได้
ในเมื่อไม่มีธุระอะไรต่ออีกก็ถึงเวลาที่ฉินซูหลันจะต้องเดินทางกลับบ้าน หล่อนเดินเตร่มาเรื่อย ๆและมาหยุดยืนที่ศาลารอรถริมทาง แล้วในขณะที่ฉินซูหลันกำลังกวาดสายตามองหารถประจำทางคันเดิมจู่ ๆดวงตาคู่กลมสวยของหล่อนก็ปะทะเข้ากับดวงตาคมเฉี่ยวของชายหนุ่มแปลกหน้าโดยไม่ได้ตั้งใจ
เขาเป็ชายหนุ่มที่มีบุคลิกดีสวมเสื้อผ้าโทนสีน้ำเงินเข้มที่ดูเรียบง่ายและดูภูมิฐานใบหน้าของเขาจัดว่าหล่อเหลาและดูสะอาดสะอ้าน เสียอย่างเดียวก็ตรงที่ดูเคร่งขรึมเกินไปสักหน่อยเขายืนอยู่ฟากหนึ่งของถนนเส้นเล็ก ๆ ดวงตาจ้องมองมาที่หล่อนเป็พัก ๆคล้าย้าจะเข้ามาพูดคุยทำความรู้จัก แต่ก็ไม่เดินตรงเข้ามาหาหล่อนสักที
'ผู้ชายคนนั้นท่าทางแปลกๆ แฮะ คงไม่ใช่พวกนักต้มตุ๋น หรือเป็พวกคนชั่วหรอกนะ' ฉินซูหลันเอ่ยพึมพำพลางเอี้ยวหน้ามองไปทางอื่นพยายามทำเป็ไม่สนใจเขา เพราะผู้ชายแปลก ๆ แบบนั้นหล่อนเองก็ไม่ได้อยากทำความรู้จัก
ในความเป็จริงผู้ชายคนนั้นไม่ใช่นักต้มตุ๋นยิ่งไม่ใช่พวกคนชั่ว แต่เขาคือเ้าหน้าที่หนุ่มรูปหล่อต่างหาก!
สวี่เติ้งหย่วน คือเ้าหน้าที่ฝ่ายตรวจสอบทุจริตของภาครัฐที่เพิ่งถูกส่งตัวให้มาทำงานอยู่ในอำเภอเมืองฉางซาเขามาเพื่อสังเกตการณ์สภาพแวดล้อมของเมือง วันนี้เป้าหมายสังเกตการณ์ของเขาคือ 'ตลาดเสรี' หากพบว่ามีการซื้อขายแลกเปลี่ยนสิ่งของผิดกฎหมายหรือวัตถุดิบต้องสงสัย เขาสามารถนำเื่นี้ส่งถึงคณะกรรมการท้องถิ่นและออกหนังสือจับกุมดำเนินคดีได้ในทันที
เดิมทีหญิงสาวคนนั้นไม่ใช่สิ่งที่เขาจะต้องหันไปให้ความสนใจแต่ท่าทางของหล่อน รวมถึงฝีปากกล้าของหล่อน มันทำให้เขาเกิดความสนใจในตัวหล่อนเพราะตามหลักแล้วหญิงสาวที่เดินทางไกลมาจากบ้านนอก ไม่ควรมีบุคลิกที่ดูสุขุมมั่นคงและไม่ควรมีศิลปะการเจรจาที่เฉียบขาดและเฉลียวฉลาดแบบนี้ในตอนที่เขาแอบยืนฟังหล่อนพูดเจรจาต่อรองกับป้าซิ่วหยางแวบหนึ่งเขาเผลอฉุกคิดว่า...
'หรือหล่อนจะเป็พวกนักลงทุนจากเมืองเซี่ยงไฮ้ที่ปลอมตัวมาสืบหาข้อมูลทางการค้า?'
"ผู้หญิงคนนี้ต้องมีเื้ัไม่ธรรมดาอย่างแน่นอน"สวี่เติ้งหย่วนพูดออกมาตามลำพัง โดยที่สายตาไม่ละออกไปจากร่างของเธอเลยแม้แต่น้อยด้านของฉินซูหลันที่เริ่มทนไม่ไหวกับการถูกคุกคามทางสายตาเธอจึงตัดสินใจเอี้ยวหน้าหันกลับมามองตรงและไม่ลังเลที่จะมองไปหาเขาด้วยสายตาที่แข็งกร้าวท้าทาย
'จ้องอะไรนักหนาหน้าของฉันมีอะไรติดอยู่หรือไง! อย่าคิดมาจุ้นจ้านกับฉันเชียวนะ' ฉินซูหลันเอ่ยกับตัวเองในใจอย่างหงุดหงิดงุ่นง่านแต่แล้วทันใดนั้นรถประจำทางคันเดินก็ขับวนมาจอดอยู่ตรงหน้าเธอทำให้เธอหลุดพ้นจากสายตาแปลก ๆ ของผู้ชายคนนั้นไปโดยปริยาย