ต้นยามเหม่าของเช้าวันนี้ ลู่เหวินหยิบหนังสือนิทานที่เสร็จเรียบร้อยแล้วติดมือมาด้วย หยางเฉิงเตรียมเกวียนรอไปส่งลูกชายอยู่หน้าบ้านแล้ว
“ท่านพ่อขอรับ ตอนนี้ข้าแข็งแรงดีต่อไป ข้ากับพี่ชายจะเดินไปโรงเรียนกันเองนะขอรับ”
“ใช่ขอรับท่านพ่อ ท่านไปกลับทุกวันเสียเวลาแย่ ท่านพ่อจะได้นอนพักผ่อนเยอะๆ หมอกู่สอนว่าการนอนหลับให้เพียงพอมันดีต่อร่างกายนะขอรับ” ลู่เสียนเห็นด้วยกับน้องชาย
“ข้าจะดูแลน้องๆ เองขอรับ ท่านพ่อไม่ต้องเป็ห่วง” ลู่คงเสริมขึ้นมาอีกคน
“ฮ่าๆๆ ..เ้าลูกหมาพวกนี้ โตจนไม่้าพ่อกันแล้วหรือนี่” หยางเฉิงหัวเราะลั่นเกวียน ฟังลูกชายที่พยายามโน้มน้าวเขา
“ได้ พรุ่งนี้พวกเ้ามาโรงเรียนกันเอง แต่หากวันไหนเกิดี้เีขึ้นมาก็บอกพ่อ พ่อจะมาส่งพวกเ้าเอง”
“ขอรับท่านพ่อ” เด็กชายทั้งสามตอบรับพ่อพวกเขาด้วยรอยยิ้ม
เมื่อถึงร้านหนังสือที่อาเล็กของพวกเขาทำงานอยู่ ทั้งสามคนก็รีบเข้าไป
“อ้าว..ทำไมวันนี้มากันเร็ว พ่อพวกเ้าล่ะ”
“พ่อกลับไปแล้วขอรับ พวกข้าแวะเอาหนังสือนิทานมาให้อาเล็กลองอ่านดูน่ะขอรับ ว่าพอจะวางขายได้หรือไม่” ลู่เหวินส่งต้นฉบับให้หยางเป่า
“พวกเ้าค่อยแวะมาตอนเย็นนะ อาจะอ่านดูก่อน หากน่าสนใจอาจะนำไปปรึกษากับเ้าของร้านเื่ขอวางขายให้” หยางเป่าบอกหลานชาย
หลังจากเสร็จสิ้นธุระแล้ว พวกเขาก็ชวนกันเดินทางไปยังโรงเรียน ระหว่างทางก็พบกับชายชราเ้าของบ้าน ที่สั่งผักของพวกเขาบ่อยๆ กำลังเก็บของหน้าบ้านใส่กล่องใบใหญ่ ลู่เหวินจึงแวะเข้าไปทักทาย
“ท่านตาจะย้ายบ้านหรือขอรับ”
“ลูกชายข้าที่เป็ขุนนางประจำการอยู่อำเภอข้างๆ ตอนนี้เขาได้เลื่อนตำแหน่งแล้ว จึงต้องย้ายเข้าไปอยู่ในเมืองหลวง ข้าเลยต้องย้ายที่อยู่น่ะ เฮ้อ..ข้าคงไม่ได้สั่งผักอร่อยๆ ของพวกเ้ามากินอีกแล้ว”
“ท่านตาขอรับ หากท่านอยากทานผักก็ส่งคนมาซื้อได้นี่นา ลูกชายของท่านเป็ขุนนางย่อมต้องจัดการเื่เล็กน้อยแค่นี้ให้ท่านได้อยู่แล้วขอรับ ว่าแต่บ้านหลังนี้ท่านตาจะทำอย่างไรกับมันหรือขอรับ” ลู่เหวินถามต่อ
“ข้ายังไม่ได้ปรึกษาลูกชายเลย ข้าอยากให้เช่า แต่เขาอยากขาย เดือนหน้าลูกชายข้าจะมาที่นี่ ข้าจะปรึกษากับเขาอีกที หากมีใครสนใจซื้อหรือเช่าบ้านหลังนี้ ฝากพวกเ้าแนะนำด้วยนะ ข้าจะให้เงินค่าแนะนำ” ชายชราบอกลู่เหวิน
“ขอรับท่านตา พวกข้าไปโรงเรียนก่อนนะขอรับ”
“น้องเล็กเ้าถามท่านตาจางทำไม หรือว่าเ้าสนใจบ้านหลังนั้น ตอนนี้บ้านเราไม่มีเงินเก็บแล้วนะ” ลู่คงถามน้องชาย
“บ้านหลังนั้นทำเลดีมากนะขอรับ ติดกับทางไปตลาด โรงเรียน ที่ทำการตำบล และโรงหมอ ตัวบ้านกว้างและยังมีที่ว่างด้านหลังเยอะแยะ หากใครซื้อไว้ไม่ผิดหวังแน่นอนขอรับ ข้าเลยอยากถามราคาดูก่อน เผื่อว่าเราอาจจะมีลู่ทางหาเงินมาซื้อน่ะขอรับ” ลู่เหวินตอบพี่ชายเสร็จก็เดินเข้าห้องเรียนของตนไป
หยางเป่าที่จัดร้านเสร็จแล้ว วันนี้เขาไม่มีงานคัดหนังสือ เลยหยิบนิทานที่หลานชายมอบให้ออกมาอ่านคั่นเวลา ยิ่งอ่านยิ่งสนุกไปกับเนื้อเื่ที่แสนจะเรียบง่ายแต่แฝงไปด้วยคติสอนใจที่สอดแทรกมาอย่างแเี ทำให้เขาถึงกับวางไม่ลง ผ่านไปไม่นานเขาก็อ่านจนจบเล่ม เมื่อปิดหนังสือหน้าสุดท้าย เขาก็รู้สึกทึ่งกับจินตนาการของหลายชายตนเอง โดยไม่รอช้า เขารีบนำหนังสือไปให้เ้าของร้านลองอ่านดู
“เถ้าแก่ ท่านลองอ่านหนังสือเล่มนี้ดูขอรับ ว่าเราสามารถนำมาวางขายที่ร้านได้หรือไม่”
ชุนฮุ่ยรับหนังสือมาอ่านจนจบ ก็หันมาถามหยางเป่าด้วยความกระตือรือร้น
“อาเป่า เ้าได้มาจากไหน ขายสิ เราต้องคุยกับเ้าของ แล้ววางขายที่นี่เป็ที่แรก ก่อนที่เขาจะนำมันไปเสนอให้คนอื่น”
“ของหลานข้าเองขอรับ พวกเขาจะมาอีกทีตอนเลิกเรียนขอรับ” หยางเป่าบอกชุนฮุ่ยไปตามความจริง ด้วยเถ้าแก่ของเขาเป็คนซื่อสัตย์ ไม่เอารัดเอาเปรียบผู้อื่น เขาจึงกล้านำผลงานของหลานชายมานำเสนอให้
หลังจากที่ชุนฮุ่ยรอลูกชายบ้านหยางด้วยความกระวนกระวาย เมื่อเห็นทั้งสามก็เดินตรงมาที่ร้านหนังสือ เขาก็รีบพุ่งเข้าไปหา
“ข้ารอพวกเ้าอยู่ ไปคุยกันด้านในเถอะ”
เมื่อเข้าไปในห้องทำงาน ชุนฮุ่ยก็นึกขึ้นมาได้
“อา..ข้าลืมไปสนิทเลยพ่อพวกเ้าไม่ได้มาด้วยคงเจรจาไม่ได้ เอาเป็ว่าวันนี้พวกเ้ากลับไปบอกพ่อพวกเ้า ว่าข้า้าคุยเื่วางขายนิทานเล่มนี้”
“ท่านพ่ออนุญาตให้พวกเราจัดการเื่นี้กันเองขอรับ” ลู่คงบอกชุนฮุ่ย
“งั้นดีเลย ไม่ต้องกังวลนะ ข้าไม่เอาเปรียบพวกเ้าหรอก เ้าอยากคัดลอกพวกมันมาขายเอง หรือขายต้นฉบับให้ทางร้านเป็คนคัดลอกแล้วขายให้แทน”
“หากท่านอาจัดการให้ คิดค่าดำเนินการเท่าไหร่หรือขอรับ” ลู่เหวินสอบถาม
“ข้าไม่ปิดบังพวกเ้า หนังสือเล่มนี้ดีมากก็จริง แต่หากตั้งราคาสูงเกินไปเกรงว่าจะขายได้น้อย ข้าคิดว่าราคาไม่ควรเกิน 2 ตำลึง อีกทั้งต้นทุนหนังสือแต่ละเล่มสูงมาก ค่ากระดาษ ค่าหมึก และค่าคัดลอก ยังไม่รวมค่าขนส่งในการนำไปขายยังพื้นที่ต่างๆ ข้าให้เ้า 5 ใน 10 ส่วนได้หรือไม่ หากได้ก็ทำสัญญากันไว้กันข้อผิดพลาดในอนาคต”
ลู่เหวินพอใจมากกับปฏิกิริยาของชุนฮุ่ย “ท่านอา หากท่านคิดให้เช่นนั้น ข้ารับรองว่าท่านต้องขาดทุนแน่นอนขอรับ ต้นทุนเป็ของท่าน อีกทั้งท่านต้องทำทุกอย่างเองทั้งหมด ข้าขอแค่ 3 ใน 10 ส่วน หลังจากหักค่าใช้จ่ายก็พอแล้วขอรับ อีกทั้งหนังสือพวกนี้น่าจะขายได้แค่่สั้นๆ เมื่อหลายๆ คนได้อ่านแล้ว จำไปเล่าต่อๆ กัน ก็คงไม่มีใครอยากซื้อนิทานเื่เดิมที่ตนเคยฟังแล้วหรอกขอรับ”
“ข้าก็คิดเช่นนั้น หนังสือย่อมมียุคสมัยของมัน ไหนจะพวกพ่อค้าหัวใสที่รอจะคัดลอกมันออกมาขายแข่งกับเ้าของอีก รอบแรกข้าจะคัดลอก 1,000 เล่ม นำไปวางขายยังร้านต่างๆ หากการค้าเป็ไปด้วยดี อีกหนึ่งเดือนต่อมาเราจะทำเพิ่ม ทุกครั้งที่จะคัดลอกรอบต่อไป ข้าจะให้อาเป่าไปแจ้งพวกเ้ามาจัดการเื่บัญชี ว่าแต่ใครเป็วาดปกหนังสือนี่หรือ”
ลู่เหวินรีบตอบรับ “ข้าเองขอรับ หากท่านอาจะปรับเปลี่ยนก็ได้นะขอรับ”
“ไม่ต้องๆ มันดีมากแล้ว วาดง่ายๆ แต่มองออกว่าเป็ูเาและแม่น้ำ ข้าจะจ้างคนมาวาดให้เหมือนต้นฉบับทุกอย่างเลย” ชุนฮุ่ยพูดจบก็หันไปหยิบถุงผ้าออกมาส่งให้ลู่เหวิน เมื่อเขาเปิดดูพบกับเงิน 50 ตำลึงก็ออกอาการงุนงง
“ท่านอา ให้เงินข้าทำไมขอรับ หนังสือยังไม่ได้วางขายเลย”
“เงินที่ได้หลังจากวางขายคือข้อตกลงของเรา แต่นี่คือค่าต้นฉบับของพวกเ้า คืนนี้ข้าจะร่างสัญญาไว้ พรุ่งนี้พวกเ้าค่อยมาอ่านดูนะว่าตรงตามข้อตกลงหรือไม่”
เมื่อสนทนากันเสร็จสิ้น ลู่เหวินกับพี่ชายก็เดินกลับหมู่บ้านหนานซานด้วยความอิ่มเอมใจ ลู่คงและลู่เสียนดีใจมาก เมื่อไปถึงบ้านก็รีบเล่าเื่ขายหนังสือ และมอบเงินให้พ่อกับแม่
“นี่เป็น้ำพักน้ำแรงของพวกเ้า เอาไปแบ่งกันเองเถอะ พรุ่งนี้พ่อจะไปหาไม้มาทำกล่องเก็บเงินให้คนละใบ”
“งั้นพวกเราแบ่งเป็ 5 ส่วนนะขอรับ ทุกคนต่างก็ช่วยกันจนมีนิทานของพวกเราขึ้นมา” ลู่เหวินเสนอ
“ข้ากับน้องหญิงรอง แค่ช่วยแนะนำเล็กๆ น้อยๆ พวกเ้าแบ่งกันเถอะ” ลู่เหลียนปฏิเสธ
“ใช่ๆ พวกเราไม่ได้ทำอะไรมากมายเลย” ลู่เอินก็รีบสมทบขึ้นมา
“ไม่ได้” ลู่คงและลู่เสียนพูดออกมาพร้อมกัน จากนั้นลู่คงก็หันไปบอกน้องสาว
“แบ่งกันทุกคนน่ะถูกแล้ว หากไม่มีพวกเ้าช่วยออกความเห็น นิทานของพวกเราก็ไม่สมบูรณ์หรอกนะ”
เมื่อตกลงแบ่งเงินกันเสร็จสิ้น ลู่เอินก็สอบถามน้องชาย
“น้องเล็ก เ้าช่วยวาดลายสวยๆ แต่เรียบง่ายให้ข้ากับพี่หญิงใหญ่สักหน่อยได้ไหม พวกข้าจะเอาไปปักบนถุงผ้า นำไปฝากขายร้านผ้าในเมือง”
“ได้ขอรับ พรุ่งนี้โรงเรียนหยุด ข้าจะวาดให้พรุ่งนี้นะขอรับ”
“ท่านพ่อขอรับ พรุ่งนี้ข้าขอขึ้นเขาไปหาของให้เสี่ยวหยินนะขอรับ”
“อืม ไปสิ แต่หากเสี่ยวหยินตรวจเจออันตรายเ้าต้องรีบกลับบ้านนะ ห้ามเสี่ยงอยู่ต่อในป่าเด็ดขาด”
“ขอรับท่านพ่อ”
หลังจากนั้นลู่เหวินก็เข้าสู่ระบบห้างสรรพสินค้าของเขา
“เสี่ยวหยิน เรายังขาดอีกกี่คะแนนถึงจะอัพเกรดได้”
[ขาดอีก 9653 เหรียญทองขอรับ]
“พรุ่งนี้หวังว่าเราจะเจอของดี ๆ นะ นอนกันเถอะ ฝันดีนะเสี่ยวหยิน”
[ฝันดีขอรับพี่ชาย]
เช้าวันต่อมา ลู่เหวินเตรียมตัวที่จะขึ้นเขากับลู่คงแล้ว ลู่เสียนนั้นจะไปบ้านหมอกู่ ทั้งสามคนนัดแนะกันเสร็จก็ได้ยินเสียงหน้าประตูรั้ว
“อาหญิงรอง วันนี้มาแต่เช้าตรู่มีอะไรเกิดขึ้นหรือไม่ขอรับ” ลู่คงถามหยางซูเจียว
“ที่บ้านทะเลาะกันอีกแล้วน่ะ ข้าเลยออกมาช่วยพี่สามเร็วหน่อย” พูดจบหยางซูเจียวก็เดินตรงไปยังแปลงผัก เริ่มลงมือเก็บผักใส่ตะกร้า เตรียมไว้ให้หยางเฉิงไปส่งของ
“อาซูเจียว เ้ามากินข้าวเช้าก่อนเถอะ วันนี้ไม่ต้องรีบ พ่อบ้านซุนจะให้หลานชายเขามารับผักเอง เราไม่ต้องไปส่ง” หยางเฉิงบอกน้องสาว
เมื่อหยางเฉิงพูดจบ หยางซูเจียวก็หน้าแดงด้วยความเอียงอาย หลังจากหน้าหนาวผ่านพ้นไป นางมาช่วยพี่ชายดูแลแปลงผักและแปลงสมุนไพรทุกวัน จนได้พบกับหลายชายของพ่อบ้านซุนที่มักจะมารับของเองบ่อยๆ จนนางประหลาดใจ สุดท้ายเขาสารภาพว่า เขาขอมาเองเพื่อที่จะได้พบหน้านาง และจะให้ผู้ใหญ่มาสู่ขอนางในอีกไม่ช้า
“เ้าบอกแม่เ้าเื่หลานพ่อบ้านซุนผูแล้วหรือยัง” หยางเฉิงถามเพราะซุนมู่เคยเกริ่นเื่นี้กับเขาแล้ว
“ยังเ้าค่ะ ข้าไม่รู้ว่าเขาจริงจังหรือไม่ จึงยังไม่เอ่ยเื่นี้กับใครเ้าค่ะ”
“ข้าว่าซุนมู่ดูเป็คนจริงจัง เอาการเอางาน เขาเป็เด็กกำพร้าพ่อแม่ มีพ่อบ้านซุนคอยเลี้ยงดูั้แ่เล็กจนโต ข้าเห็นเขามาสักพักแล้ว ซุนมู่คนนี้เป็คนดีคนหนึ่งทีเดียว เ้าถามตัวเองดูเถิดหากว่าเขามาขอแล้ว เ้าจะตอบตกลงหรือไม่ แล้วค่อยแจ้งกับแม่เ้าหลังจากมีแม่สื่อมาทาบทาม”
“เ้าค่ะ พี่สาม” หยางซูเจียวตอบรับด้วยความเขินอาย
ลู่เหวินและลู่คงขึ้นเขากันมาได้สักพัก ก็ไม่มีวี่แววของสัตว์ที่น่าสนใจ พวกเขาจึงชวนกันแวะตกปลาที่ลำธารเพื่อนำไปขายให้เหลาอาหารในเมือง ตกปลากันได้สักพัก เสี่ยวหยินก็ส่งเสียงแจ้งลู่เหวิน
[ภารกิจพิเศษ ติดตามและจับกวางเขาสุ่ม]
•ติดตามและจับกวางเขาสุ่มให้กับระบบ **บังคับขาย**
รางวัลราคาขายสามเท่า ยาเม็ดเพิ่มพลังกาย 1 ขวด วารีรักษา 10 หยด ผงห้ามเื 1 ขวด รางวัลพิเศษ หมุนวงล้อเสี่ยงโชค 5 ครั้ง•
ลู่เหวินเห็นรายการของรางวัลก็ตาลุกวาว เขารู้คุณภาพของยาที่ได้รับจากระบบดี เขายังกังวลอยู่ว่าจะทำอย่างไรถึงจะได้มันมาเพราะห้างสรรพสินค้าตอนนี้ ระดับยังไม่ถึงจุดที่จะขายของพวกนี้ ภารกิจนี้ไม่รู้ว่าจะยากหรือง่ายแต่เขาจะต้องทำมันให้สำเร็จ
“อธิบายรายละเอียดหน่อย” ลู่เหวินไม่เคยได้ภารกิจติดตาม นี่เป็ครั้งแรกที่เขาได้รับภารกิจพิเศษให้ติดตาม
[กวางเขาสุ่มหรือที่โลกเก่าของท่านเรียกว่าสมัน มันได้สูญพันธุ์จากโลกเก่าของท่านและโลกคู่ขนานไปนานหลายปีแล้ว ผู้ดูแลระบบไม่คิดว่ามันจะปรากฏตัวที่นี่ จากการตรวจสอบผู้ดูแลบอกว่ามันหลงฝูงมา ฝูงของมันคาดว่าน่าจะอยู่ลึกไปในป่าดึกดำบรรพ์ขอรับ ครั้งนี้เป็กรณีพิเศษระบบจะทำการบอกทิศทางอย่างใกล้ชิด และมอบอุปกรณ์ที่จำเป็ในการจับเป็กวางเขาสุ่มตัวนี้ และหากระบบตรวจพบมันอีกในอนาคต ระบบจะจัดให้เป็ภารกิจพิเศษทุกครั้งขอรับ]
[ตอนนี้หน้าไม้ 2 คัน พร้อมลูกศรบรรจุยาสลบ 20 ดอก อยู่ในช่องเก็บของแล้วขอรับ]
“รอบนี้ระบบใจดีจังให้หน้าไม้มาตั้งสองคัน ข้าก็อยากเห็นตัวเป็ๆ ของมันเหมือนกัน เริ่มภารกิจเลยเสี่ยวหยิน” ลู่เหวินพูดจบก็เงยหน้าบอกลู่คงที่ยืนตกปลาอยู่
“พี่ใหญ่ขอรับ เสี่ยวหยินตรวจพบกวางเขาสุ่ม เก็บของออกติดตามกันเถอะขอรับ ข้าปฏิเสธภารกิจนี้ไม่ได้ขอรับ”
“ปฏิเสธทำไมเหรอน้องเล็ก มีเสี่ยวหยินอยู่เราย่อมปลอดภัยมากขึ้น เ้าจำครั้งฝูงหมาป่าได้หรือไม่ หากไม่มีเสี่ยวหยิน กว่าจะรู้ตัวเราคงได้รับาเ็กันแล้ว” เมื่อลู่คงพูดจบ ลู่เหวินก็เอาหน้าไม้ออกมาสอนวิธีการใช้งาน แล้วทั้งคู่ก็รอสัญญาณจากเสี่ยวหยินเพื่อออกติดตามกวางเขาสุ่ม
สองพี่น้องเดินเข้าป่าลึกมาเรื่อยๆ ระหว่างทางบางครั้งต้องเข้าไปในดงหญ้าสูงท่วมหัว หรือคลานลอดช่องเล็กๆ ทำให้ตอนนี้พวกเขามีรอยแผลเล็กๆ เต็มไปหมด
“เหนื่อยไหมน้องเล็ก เ้าขี่หลังข้าได้นะ” ลู่คงถามน้องชายด้วยความเป็ห่วง
“ไม่เป็ไรขอรับ ข้ายังไหว พี่ใหญ่จะพักก่อนไหมขอรับ”
“ไม่ต้องหรอก ไปต่อเถอะ”
ยิ่งเดินลึกเข้าไปเรื่อยๆ ตามคำบอกของเสี่ยวหยิน พวกเขาก็พบกับงูพิษสองสามตัว ดีที่เสี่ยวหยินบอกให้รู้ตัวอยู่ตลอด จึงรอดพ้นจากการโดนกัดมาได้ ตอนนี้พวกเขาล่าสัตว์ตามทางไปตลอดทาง ลู่คงชอบหน้าไม้ยาสลบนี่มาก มันทำให้พวกเขาได้สัตว์หลายๆ ตัวที่พวกเขาไม่เคยวางกับดักมันได้
[ระวังตัวขอรับ ด้านหน้ามีหมี]
“พี่ใหญ่ หมี” ลู่เหวินส่งสัญญาณให้ลู่คง ทั้งสองบรรจุลูกศรพร้อมยิง ลู่คงชี้นิ้วให้เห็นต้นไม้ที่สามารถปีนขึ้นไปดักยิงได้ หากหมีเข้ามาในระยะอันตราย ทั้งสองรีบปีนขึ้นไปนั่งรอหมีด้วยความตื่นเต้น
[มันตรงมาทางนี้แล้วขอรับ]
เมื่อได้ยินดังนั้นลู่เหวินก็บอกกับลู่คง เขาทั้งสองประทับหน้าไม้รอแค่ยิงออกไปเท่านั้น ไม่กี่อึดใจหมีตัวใหญ่เดินงุ่มง่ามตรงมายังต้นไม้ใกล้ๆ ที่เขาดักรออยู่ เมื่อลมพัดไปทางมัน ทำให้ได้กลิ่นคนทั้งสองมันก็พุ่งตรงมายังต้นไม้ที่พวกเขาอยู่ด้วยความดุร้าย
“ยิง พี่ใหญ่ ยิง” ลู่เหวินยิงลูกศรออกไป พร้ะโกนบอกลู่คง
หมีใหญ่โดนยิงไปหลายนัด ยังพุ่งตรงเข้ามากระแทกต้นไม้ได้ ทำให้ลู่คงทรงตัวไม่อยู่พลัดตกลงไป หมีดำยกมือขึ้น หมายตะปบเหยื่อตรงหน้าให้ตาย ลู่เหวินใจหายวาบรีบะโลงไปตะครุบตัวพี่ชายพากลิ้งออกมาให้พ้นระยะ แต่ไม่ทันที่หมีตัวนั้นจะได้ตะปบ มันก็ล้มคะมำลงตรงหน้าพวกเขาแค่ไม่กี่คืบ
ทั้งสองทั้งตื่นเต้น ใ หันมามองหน้ากัน แล้วลุกขึ้นเมื่อสำรวจร่างกายไม่พบกับาแฉกรรจ์ แค่ลู่คงเจ็บขาเล็กน้อยตอนตกจากต้นไม้ก็โล่งใจ
“เจ็บมากไหมน้องเล็ก ขอบคุณมากนะที่ช่วยชีวิตข้า แต่เ้ารู้ไหมอันตรายมากนะที่ทำเช่นนั้น หากเ้าเป็อะไรไป ข้าจะทำอย่างไรเล่า”
“ข้าปล่อยให้ท่านโดนมันตะปบไม่ได้หรอกขอรับ พี่ใหญ่เดินไหวไหมขอรับ พักดื่มน้ำสักครู่แล้วค่อยไปต่อดีกว่าขอรับ”
ลู่เหวินพูดจบก็เดินไปเก็บลูกศรบนตัวเ้าหมีตัวร้าย แล้วเก็บมันเข้าช่องเก็บของ ตอนนี้ช่องเก็บของที่ได้สัตว์มาระหว่างทางมากมายเกือบจะเต็มแล้ว
“เสี่ยวหยิน อีกไกลหรือไม่กว่าจะเจอตัวกวางเขาสุ่ม”
[มันเตลิดหนีเ้าหมีตัวนั้น ไปในถ้ำด้านหน้านี่เองขอรับ]
“พี่ใหญ่ เราใกล้เจอมันแล้ว เสี่ยวหยินบอกว่ามันอยู่ในถ้ำด้านหน้าเราขอรับ”
เมื่อหายเหนื่อยขึ้นบ้างแล้ว ลู่เหวินและลู่คงก็ออกเดินทางต่อไปยังถ้ำที่เสี่ยวหยินบอกทิศทางไว้ สักพักก็มาถึงปากถ้ำขนาดใหญ่ ลู่คงค้นรายการของที่นำมาด้วย ก็พบไฟฉายที่ระบบแปลงรูปร่างมันเป็คบไฟและไม้ขีดไฟโบราณ เมื่อนำออกมาจุดพบว่ามันไม่มีควันก็เดินเข้าไปถ้ำด้วยความระมัดระวังและเงียบที่สุดเท่าที่พวกเขาจะทำได้
[มันอยู่ห่างจากท่านประมาณ 10 จั้ง ขอรับ]
ลู่เหวินได้ยินดังนั้นก็หาที่เสียบคบไฟ และค่อยๆ ย่องเข้าไปสักพัก ก็พบว่าด้านในสุดของถ้ำมีแสงจากด้านนอกลอดเข้ามาทำให้มองเห็นได้ชัดเจนขึ้น เมื่อเข้าไปเรื่อยๆ ก็พบกวางสีน้ำตาลขนาดกลาง ดูแข็งแรงและสวยงาม เขาบนหัวของมันแตกแขนงออกไปมากมายเหมือนกิ่งไม้ สมกับที่ได้ชื่อว่าเป็กวางที่มีเขาสวยที่สุดในโลก
เมื่อพวกเขาดูมันอยู่สักครู่ ทั้งสองคนให้แยกกันยืนคนละฝั่งกันมันวิ่งสวนออกมา จากนั้นทั้งคู่ก็ยกหน้าไม้ขึ้นยิงไปยังกวางเขาสุ่มพร้อมกัน กวางะโด้วยความใ วิ่งสวนออกมาได้ไม่กี่ก้าวก็ทรุดลงด้วยฤทธิ์ยาสลบ
“ทำไมหมีตัวนั้นไม่สลบง่ายๆ เหมือนกวางตัวนี้นะ” ลู่คงบ่นกระปอดกระแปด พร้อมเดินไปเก็บลูกศรออกจากตัวกวาง หลังจากนั้นลู่คงก็เก็บกวางเขาสุ่มไว้ในช่องเก็บของ ทำให้ตอนนี้ช่องเก็บของของลู่เหวินไม่สามารถใส่อะไรเข้าไปได้อีก
“เสี่ยวหยิน อย่าเพิ่งขายนะ ข้าอยากเอาไปให้ท่านพ่อได้ดู เผื่อท่านจะรู้ที่อยู่ของฝูงพวกมัน”
[ได้ขอรับ ท่านสามารถทำการชะลอการขายได้ 1 วัน หลังจากนั้นระบบจะทำการขายอัตโนมัติ ส่วนหน้าไม้ของภารกิจพิเศษจะหายไปในอีก 2 ชั่วยามขอรับ]
เมื่อเสร็จสิ้นภารกิจ สองพี่น้องก็ชวนกันลงจากเขา ด้วยความช่วยเหลือจากเสี่ยวหยิน ระหว่างทางกลับพวกเขาได้สัตว์มาอีกจำนวนหนึ่ง แต่ด้วยช่องเก็บของของลู่เหวินเต็มแล้ว พวกเขาจึงต้องช่วยกันแบกพวกมันกลับบ้าน
______________________________________
ขอบคุณสำหรับทุกคอมเมนต์ และกำลังใจนะขอรับ