"ได้คุยกับคุณชายสามวันนี้ข้าสนุกมากเลย พรุ่งนี้หากข้าขอมาคุยเล่นกับคุณชายสามอีกจะได้หรือไม่ ในวังหลวงช่างเงียบเหงานักและน่าเบื่อยิ่งนัก"
หรงเยว่ซีที่มายืนส่งฮ่องเต้และแม่ทัพไป๋พร้อมกับครอบครัว เมื่อได้ยินประโยคนั้นจากฮ่องเต้เขาก็เหมือนถูกช็อตด้วยไฟฟ้าจนมึนงงไปหมด
ฮะ? สนุก? คุยกับข้าวันนี้ท่านสนุกมากเหรอ พรุ่งนี้จะมาอีกนี่ถามข้ารึยังว่าอยากเจอท่านอีกรึเปล่า!
หรงเยว่ซีครุ่นคิดอย่างหัวเสีย เขากำลังอ้าปากตอบปฏิเสธอีกฝ่ายไปว่าติดธุระนั่นนี่ แต่...
"งั้นพรุ่งนี้ข้าจะมาหาท่านใหม่ เจอกันพรุ่งนี้นะคุณชายสาม วันนี้ข้างขอตัวลาก่อน"
ยังไม่ทันที่เขาจะได้อ้าปากฮ่องเต้ผู้นี้ก็ตอบตกลงด้วยตัวเองแล้วหันหลังกลับขึ้นบนรถม้าโดยไม่สนใจเขาที่กำลังทำปากพะงาบๆ อยู่เลยสักนิด!
เฮ้ คิดว่าตัวเองสวยหน่อยแล้วทุกคนต้องอยากอยู่ด้วยและคอยตามใจเสมอรึยังไงกัน คิดว่าตัวเองเป็ควีนที่ทุกคนต้องคอยทำตามที่สั่งงั้นสิ!?
เอ๊ะ แต่เป็ฮ่องเตhนี่มันเทียบเท่ากับคิงที่ยศใหญ่กว่าควีนอีกไม่ใช่เหรอ?
โอเค เข้าใจแล้ว ท่านจะทำอะไรก็ได้ทั้งนั้นเพราะท่านเป็ถึงฮ่องเต้แล้วก็ยังเป็คนสวยอันดับหนึ่งอีกด้วย!
"ก่อนหน้านี้เ้าเอาแต่เรียกข้าว่าขี้ขลาดที่ไม่ยอมสารภาพรักกับฮุ่ยจวินเสียที แล้วทำไมคราวนี้เ้ากลับบอกว่ายังไม่ให้ข้าสารภาพความในใจกับฮุ่ยจวินเล่า"
ไป๋เทียนอี้ที่ถูกสหายสูงศักดิ์เรียกตัวให้ตามกลับวังมาด้วยเอ่ยถามขึ้นอย่างไม่เข้าใจ มือหนาถือจอกน้ำชาที่สหายรินให้ค้างเอาไว้
ซีฉินมู่หยางยักไหล่ของตัวเองก่อนจะเอ่ยออกไปตามตรง
"เ้ารู้ใช่หรือไม่ว่ายามนี้ในสายตาของคนภายนอกเ้ากับข้าคือคนรักกัน เ้ามีตำแหน่งเป็พระสวามีของข้าในเวลานี้"
ดวงตาอันแสนงดงามของซีฉินมู่หยางหลุบต่ำลงจ้องมองจอกน้ำชาที่ตัวเขาถืออยู่ก่อนจะเงยหน้าขึ้นเพื่อพูดต่อ แต่เมื่อเห็นสีหน้ากลืนไม่เข้าคายไม่ออกของสหายทำราวกับจะสำรอกอาหารที่ทานไปก่อนหน้าออกมา เขาก็ปาด้ามพัดที่วางอยู่ใกล้มือใส่อีกฝ่ายทันที
"เ้าคิดว่ามีแค่เ้าคนเดียวหรืออย่างไรที่อยากจะอาเจียนออกมาน่ะ ไป๋เทียนอี้! เ้าจะฟังข้าพูดต่อหรือไม่?"
แม่ทัพไป๋ก้มลงหยิบพัดด้ามหยกแสนล้ำค่าที่ตกกระทบบนหน้าอกของเขาจนเกือบตกลงกระแทกพื้นแล้วรีบวางมันบนโต๊ะเช่นเดิมโดยให้ห่างจากมือของคนด้านข้างทันที
ใบหน้าคมรีบพยักหน้าตอบรับสหายก่อนที่คราวนี้อีกฝ่ายจะเปลี่ยนใจเอากระบี่โยนใส่เขาแทน
"ก็เพราะมีความเชื่อผิดๆ เช่นนี้ข้าจึงต้องรีบบอกความจริงให้หรงฮุ่ยจวินได้รับรู้ว่าคนที่อยู่ในใจของข้ามาตลอดคืออีกฝ่ายอย่างไรเล่า ไม่ดีหรืออย่างไร เราสองคนจะได้แก้ข่าวไร้สาระพวกนี้เสียที"
"ไม่ดี เพราะมันจะทำให้ข้าเข้าหาหรงเยว่ซีได้อยากขึ้น"
ใบหน้างดงามอันดับหนึ่งฉายแววหงุดหงิดขึ้นมาเมื่อนึกขึ้นมาได้ว่าเ้าตัวแสบแอบชอบสหายผู้นี้อยู่ ั์ตาคู่สวยมองต่ำั้แ่หัวจรดเท้าของร่างหนาก่อนจะวกจากเท้าขึ้นมาที่ใบหน้าอันแสนหล่อเหลาของอีกฝ่ายอีกครั้งด้วยความริษยา
รูปร่างหน้าตาของเขาในยามที่เป็ฉินมู่หยางนั้นแม้จะไม่กำยำเช่นไป๋อี้เทียนแต่หากเทียบเื่ความหล่อเหลาแล้ว ไป๋เทียนอี้ยังด้อยกว่าเขาอยู่สองส่วนเสียด้วยซ้ำ เ้าก็ไม่เห็นจะหล่อเท่าไหร่เลยนี่
ช่างน่าขัดหูขัดตาจริงๆ
"แล้วทำไมเ้าต้องเข้าหาหรงเยว่ซีน้องชายของฮุ่ยจวินด้วย หรือว่าเ้าอยากทาบทามเกอผู้นี้มาเข้าร่วมในกองทัพอย่างที่เคยบอกข้าไว้" ไป๋เทียนอี้เอ่ยถามขึ้น
"เ้าอ่านปากข้าให้ดีนะไป๋เทียนอี้ หรงเยว่ซีผู้นี้ในอนาคตจะเป็ฮองเฮาเคียงบัลลังก์ของข้า ข้าชอบพอหรงเยว่ซีอยากได้มาเป็ภรรยา ได้ยินชัดรึยัง!"
แม่ทัพหนุ่มอ้าปากค้างจอกน้ำชาหลุดจากมือของเขาร่วงกระแทกรองเท้าก่อนจะกลิ้งไปตามพื้น
"นะ นี่เ้าชอบหรงเยว่ซี!"
คิ้วบางขมวดด้วยความไม่เข้าใจการตอบสนองเกินจริงของอีกฝ่าย เขาชอบหรงเยว่ซีแล้วมันจะทำไม หรงเยว่ซีผู้นี้คือคนที่มีบุญคุณกับเ้าเพราะช่วยเปิดทางให้คนรักเพศเดียวกันจนเ้ายังเอ่ยนับถือเมื่อวันก่อนอยู่เลย
"ทำไมข้าจะชอบหรงเยว่ซีไม่ได้ เ้ามีปัญหาอะไร" เขาเอ่ยถามด้วยน้ำเสียงหาเื่ทันที
ไป๋เทียนอี้รีบโบกไม้โบกมือปฏิเสธเมื่อเห็นสายตาดำมืดของสหายที่มองมาทางเขาด้วยท่าทางไม่สบอารมณ์
"ไม่ๆ ไม่มีอะไรผิดปกติ ข้าเพียงแต่นึกไม่ถึงว่าเ้าจะมีความชอบเช่นหรงเยว่ซี ข้านึกว่าเ้าจะชอบเกอและสตรีร่างบางเหมือนบุรุษทั่วๆ ไปเสียอีก"
เขาไม่คิดมาก่อนเลยว่าซีฉินมู่หยางจะชื่นชอบเกอที่มีใบหน้าหล่อเหลาและมีรูปร่างที่เต็มไปด้วยกลิ่นไอบุรุษอย่างชัดเจนเช่นหรงเยว่ซีมาก่อน เรียกได้ว่าสิ่งนี้เกินจินตนาการของเขาไปมากจริงๆ จนอดใไม่ได้
"แต่ละคนล้วนมีความชอบแตกต่างกันได้ทั้งนั้น แม้แต่ตัวเ้าเองที่เป็บุรุษก็ยังหลงรักหรงฮุ่ยจวินได้เลยมิใช่เหรอ กลับมาคุยหัวข้อที่ข้าบอกเ้าว่ายังไม่ให้สารภาพรักกับหรงฮุ่ยจวินต่อก่อน"
ซีฉินมู่หยางดึงหัวข้อกลับมายังวัตถุประสงค์เดิมที่เขาให้ไป๋เทียนอี้ตามมาพูดคุยที่วัง
"ที่ข้าบอกว่าข้าจะเข้าถึงตัวของหรงเยว่ซียากก็เป็เพราะเวลานี้เมื่อทุกคนมองว่าข้าเป็ภรรยาของเ้า พวกเขาจะลดเกราะป้องกันของคำว่าบุรุษออกจากตัวข้า การที่ข้าเข้าออกจวนหรงบ่อยๆ จะไม่ถูกสังเกตเห็นความผิดปกติ ยิ่งเมื่อข้าไปพร้อมกับเ้า ข้าสามารถใช้ตรงนี้เข้าถึงตัวเพื่อทำความรู้จักและพัฒนาความสัมพันธ์กับหรงเยว่ซีได้ง่ายกว่ามาก"
"ข้าสงสัยว่าทำไมเ้าไม่เข้าหาแบบตรงไปตรงมาล่ะ จะลัดเลี้ยวอ้อมค้อมไปทำไม"
"นั่นก็เป็เพราะตำแหน่งฮ่องเต้ของข้าด้วยอย่างไรล่ะ เ้าคิดว่าแม่ทัพหรงจะอยากเป็ว่าที่พ่อตาของฮ่องเต้รึ หากข้าเข้าหาอย่างชัดเจนว่า้าได้หรงเยว่ซีเป็ฮองเฮา แม่ทัพหรงอาจรีบเร่งหาบุรุษผู้อื่นมาตบแต่งกับหรงเยว่ซีก่อนข้าเป็แน่ ในเวลานี้ที่หรงเยว่ซียังไม่มีใจรักใคร่ข้า ข้าไม่คิดว่าอีกฝ่ายจะปฏิเสธการแต่งงานที่บิดาหาให้แน่นอน"
"สิ่งที่เ้าจะทำคือใช้ความคิดของผู้อื่นที่มองราวกับเ้าเป็ภรรยาของข้า เพื่อจะได้หาทางใกล้ชิดกับหรงเยว่ซีโดยไม่ถูกกีดกันจากแม่ทัพหรงสินะ"
"ใช่ ตามที่เ้าเข้าใจนั่นแหละ ไว้หลังจากที่ข้ากับหรงเยว่ซีตกลงปลงใจกันแล้ว หากถึงเวลานั้นแม่ทัพหรงคงไม่ใจร้ายขัดขวางยวนยางให้แยกออกจากกันหรอก อีกฝ่ายรักและตามใจบุตรของตัวเองขนาดนั้น"
"แล้วข้าต้องรอไปอีกเมื่อไหร่ถึงจะสารภาพรักกับหรงฮุ่ยจวินได้ล่ะ" ไป๋เทียนอี้เข้าใจแผนการของสหายดีแล้ว จึงวกกลับมายังเื่ของตัวเองบ้าง
"ข้าถามเ้าดีกว่าว่ามั่นใจมากแค่ไหนว่าถ้าสารภาพรักไปตอนนี้หรงฮุ่ยจวินจะไม่ถอยห่างและหลบหน้าจากเ้า"
ไป๋เทียนอี้ที่เคยมีความมั่นใจในตัวเองแลบลิ้นเลียริมฝีปากอย่างคิดหนัก ก่อนจะขอคำปรึกษาจากสหาย
"ข้า...ข้าเริ่มไม่มั่นใจแล้ว ถ้าอย่างนั้นเ้าคิดว่าข้าควรทำเช่นไรดีเล่า"
"เ้าต้องใช้่เวลานี้ยั่วยว...บริหารเสน่ห์ที่เ้ามีอยู่ให้หรงฮุ่ยจวินตกหลุมรักเ้าให้ได้ หลังจากนั้นเมื่อเ้าเริ่มเห็นสัญญาณว่าอีกฝ่ายมีใจให้กับเ้าเช่นกัน เมื่อนั้นเ้าจึงค่อยสารภาพรัก เท่านี้หรงฮุ่ยจวินก็จะไม่รอดพ้นจากอ้อมแขนของเ้าแล้ว"
ร่างสูงเด้งตัวนั่งหลังตรงอย่างสนใจแผนการของสหาย ดวงตาคมดุวาววับเป็ประกายอย่างตื่นเต้น
"เ้าช่วยยกตัวอย่างให้ข้าฟังได้หรือไม่"
สองบุรุษนั่งหันหน้าเข่าชิดกันเพื่อวางแผนตะล่อมสองพี่น้องตระกูลหรงให้เดินเข้ามาในกับดักของตัวเองกว่าหลายชั่วยามจึงแยกย้ายกันพร้อมกับรอยยิ้มที่จุดขึ้นบนใบหน้าอย่างคนมากแผนการ
และวันถัดมาหรงเยว่ซีก็ได้เจอกับฮ่องเต้ที่คราวนี้อยู่ในชุดสีเขียวอ่อนทำให้อีกฝ่ายดูงดงามแบบอ่อนหวานเสียจนแม้แต่เกออย่างเขากับเสี่ยวเว่ยยังตาพร่ามัวไปกับความงามของฮ่องเต้ผู้นี้
ดวงตาเรียวก้มลงมองชุดที่เขาใส่ก็พบว่าเป็สีเขียวเข้มที่ส่งให้เขาดูเคร่งขรึมราวกับบุรุษผู้ใฝ่รู้ด้านวิชาการ
ยามที่เขากับฮ่องเต้ผู้นี้เดินด้วยกันหากมีคนมองจากด้านหลังคงคิดว่ากำลังมองคู่รักที่สวมใส่เสื้อผ้าสีเดียวกันราวกับนัดหมายกันมา และแน่นอนว่าด้วยรูปร่างของเขาต้องถูกนึกว่าเป็สามีและอีกฝ่ายเป็ภรรยาเป็แน่
คู่รักงั้นเหรอ อึ๋ย ขนลุก!
สามีภรรยาอะไรกัน ศูนย์กับศูนย์เดินด้วยกันต่างหาก เพียงแค่คิดว่าจะถูกแปะป้ายคำว่าสามีใส่ตัว เขาก็รู้สึกขนแขนขนลุกเกรียวกราวขึ้นมาจริงๆ
แม้ว่าจะมีร่างกายสูงใหญ่ไม่ได้เอวบางร่างน้อยเช่นฮ่องเต้ แต่เขาก็ชัดเจนมากในความชอบบนเตียงที่จะยึดมั่นเป็ภรรยาเท่านั้น
เขานึกภาพไม่ออกเลยว่าเขาจะเป็สามีของฮ่องเต้ผู้นี้ได้ยังไง...
เดี๋ยวนะ ทำไมเขาเหมือนจะนึกออกขึ้นมานิดหน่อยล่ะ!
หรงเยว่ซีลอบกลืนน้ำลายลงคออย่างตื่นตระหนก เขารีบสลัดความคิดที่แสนน่ากลัวในสมองออกทันทีด้วยการส่ายหน้าอย่างรุนแรง
"คุณชายสามไม่สบายหรือไม่ เหตุใดจึงส่ายหัวแรงเช่นนั้น หรือว่าท่านปวดหัวงั้นเหรอ"
น้ำเสียงแสนนุ่มนวลดังขึ้นด้านข้างของเขาแฝงความห่วงใยออกมาอย่างชัดเจน หรงเยว่ซีที่ไม่รู้ว่าฮ่องเต้ทรงขยับมานั่งชิดเขาขนาดนี้ั้แ่เมื่อไหร่ตัวแข็งทื่อทันที เมื่อมีมือเรียวบางแถมยังมีกลิ่นหอมชวนดอมดมยื่นมาวางทาบทับลงบนหน้าผากของเขาอย่างอ่อนโยน
"เอ่อ ฮะ ฮ่องเต้"
"ตัวของท่านไม่ร้อน หรือว่าท่านมีแค่อาการปวดหัวกัน"
ชิดเกินไปแล้ว! ฮ่องเต้ท่านอย่าเอาใบหน้าสวยๆ ของท่านขยับเข้ามาใกล้ข้าขนาดนี้ได้หรือไม่!
หายใจเข้า ข้าเป็ศูนย์ หายใจออก จำไว้ว่าข้าเป็ศูนย์
ให้ตายเถอะหรงเยว่ซี อย่าเผลอไปบอกใครเชียวว่าเมื่อครู่นี้หัวใจของเขาเผลอเต้นแรงเพราะได้เห็นใบหน้างดงามของฮ่องเต้แบบใกล้ชิด ไหนจะกลิ่นกายหอมๆ ที่ติดจมูกนี่อีก
หรงเยว่ซี เ้าห้ามหวั่นไหวเด็ดขาด!!
Talk : ซีซีแข็งใจไว้ลูก พี่เต้พึ่งเริ่มเองนะ หนูจะรีบเทิร์นไม่ด้ายยยย!