หลังจากที่ดันเจี้ยนเริ่มโผล่ขึ้นมาตามที่ต่าง ๆ ทั่วโลก สิ่งที่ไม่คาดคิดก็เกิดขึ้นในสังคม วัยรุ่นและกลุ่มโจรเริ่มหันมาใช้ไอเทมและอาวุธที่ได้จากดันเจี้ยนเพื่อสู้กันในที่สาธารณะ ความวุ่นวายเริ่มแพร่กระจายไปทั่วเมือง ผู้คนต่างหวาดกลัวและรู้สึกไม่ปลอดภัยในทุกๆ วัน
ใน่เย็นวันหนึ่ง ณ ใจกลางเมืองเชียงใหม่ ผู้คนกำลังเดินข้ามถนนไปมา เสียงรถและเสียงพูดคุยปกคลุมบรรยากาศ แต่ทันใดนั้น ความเงียบสงบก็ถูกทำลายเมื่อกลุ่มวัยรุ่นเริ่มก่อความวุ่นวาย พวกเขาถือไอเทมจากดันเจี้ยน เช่น ดาบพลังไฟ หอกสายฟ้า และลูกแก้วเวทมนตร์
วัยรุ่นคนหนึ่งที่ถือดาบพลังไฟ ะโอย่างยโส "มาเลย! ใครกล้าเข้ามาก็ลองดู!"
ประชาชนรอบข้างเริ่มกรีดร้องและวิ่งหนีไปที่ปลอดภัย ตำรวจพยายามเข้ามาควบคุมสถานการณ์ แต่พวกเขาก็ไม่สามารถทำอะไรได้มากนักเพราะอาวุธของพวกเขาไม่สามารถเทียบเคียงกับไอเทมจากดันเจี้ยน
ตำรวจคนหนึ่งพยายามเรียกให้วัยรุ่นหยุด "หยุดเดี๋ยวนี้! คุณกำลังทำร้ายคนบริสุทธิ์!"
วัยรุ่นอีกคนหนึ่งที่ถือหอกสายฟ้า หัวเราะอย่างสะใจ "คุณตำรวจคิดว่าคุณจะหยุดพวกเราได้เหรอ? ลองดูสิ!"
ตำรวจพยายามใช้อาวุธปืนยิงเตือน แต่วัยรุ่นใช้ไอเทมจากดันเจี้ยนสร้างโล่พลังป้องกัน ะุไม่สามารถทำอะไรได้ กลุ่มวัยรุ่นยิ่งเพิ่มความกล้าและโจมตีตำรวจ ทำให้ตำรวจต้องถอยหนี
ประชาชนที่ติดอยู่ในสถานการณ์ต่างรู้สึกถึงความกลัวและความไม่ปลอดภัย พวกเขาร้องขอความช่วยเหลือ แต่การปะทะกันยังคงดำเนินไป
เสียงประกาศทางโทรทัศน์รายงานข่าวด่วนเกี่ยวกับเหตุการณ์นี้ "เหตุการณ์ความวุ่นวายในที่สาธารณะเพิ่มขึ้นเนื่องจากการใช้ไอเทมจากดันเจี้ยน ตำรวจและเ้าหน้าที่ไม่สามารถควบคุมสถานการณ์ได้อย่างมีประสิทธิภาพ เนื่องจากอาวุธและไอเทมในดันเจี้ยนส์ที่มีไม่เพียงพอ"
ภาพถ่ายทอดสดแสดงให้เห็นถึงการต่อสู้ที่ดุเดือดและความโกลาหลในที่สาธารณะ "เราขอให้ประชาชนอยู่ในที่ปลอดภัยและหลีกเลี่ยงการเข้าไปในพื้นที่ที่มีความวุ่นวาย ขณะนี้หน่วยงานกำลังพยายามหาทางแก้ไขสถานการณ์"
ในขณะที่สถานการณ์เลวร้ายขึ้นเรื่อย ๆ คนธรรมดาต่างหวาดกลัวและไม่รู้ว่าความปลอดภัยของพวกเขาจะถูกคุ้มครองได้อย่างไร การขาดอาวุธและไอเทมจากดันเจี้ยนในฝั่งของเ้าหน้าที่ทำให้การทำงานของพวกเขาล่าช้าและไม่สามารถระงับเหตุได้อย่างมีประสิทธิภาพ
คินกำลังเตรียมตัวออกจากบ้านเพื่อไปลงดันเจี้ยนกับพวกธีร์ เขารู้สึกตื่นเต้นที่จะได้ผจญภัยในดันเจี้ยนและค้นหาไอเทมพิเศษเพิ่มเติม ขณะที่เขาเดินไปตามถนนในย่านที่คุ้นเคย ทันใดนั้นเขาได้ยินเสียงโหวกเหวกจากทางด้านหน้า
คินรีบเร่งฝีเท้าก้าวไปดูและพบกับกลุ่มวัยรุ่นกำลังล้อมชายหญิงคู่หนึ่งอยู่ ชายหนุ่มพยายามปกป้องหญิงสาวข้างกายโดยใช้มวยไทยต่อสู้ แต่เขาโดนกดดันอย่างหนักจากจำนวนวัยรุ่นที่มากกว่า หญิงสาวพยายามใช้เวทมนตร์รักษาเมื่อชายหนุ่มได้รับาเ็ แต่มันก็ไม่เพียงพอที่จะต้านทานการโจมตีอย่างต่อเนื่อง
กลุ่มวัยรุ่นพวกนี้มีอาวุธจากดันเจี้ยนทั้งดาบไฟ หอกน้ำแข็ง และลูกแก้วเวทมนตร์ ทำให้การต่อสู้ยิ่งทวีความรุนแรงขึ้นไปอีก คินเห็นทั้งสองคนเริ่มเพลี่ยงพล้ำและกำลังจะพ่ายแพ้
"ไม่เอาน่า! พวกคุณทำอะไรอยู่!" คินะโขณะวิ่งเข้ามา
วัยรุ่นคนหนึ่งที่ถือดาบไฟเตรียมตัวจะฟันหญิงสาวจากด้านหลัง คินรีบใช้หอกสายฟ้าที่เขาได้จากดันเจี้ยน เข้าขวางการโจมตี หอกสายฟ้าของคินปล่อยพลังไฟฟ้าออกมาทำให้ดาบไฟของวัยรุ่นคนนั้นหยุดชะงัก
"คุณเป็ใคร!" วัยรุ่นคนหนึ่งะโ "อย่ามายุ่งเื่ของเรา!"
"ผมจะไม่ยอมให้คุณทำร้ายคนบริสุทธิ์!" คินตอบกลับอย่างหนักแน่น
การต่อสู้เริ่มขึ้นอีกครั้ง คินใช้หอกสายฟ้าของเขาป้องกันและโจมตีตอบโต้ กลุ่มวัยรุ่นพยายามโจมตีเขาจากทุกทิศทาง แต่คินสามารถหลบและรับการโจมตีได้อย่างมีประสิทธิภาพ
ชายหนุ่มที่ใช้มวยไทยเห็นคินเข้ามาช่วยจึงรวบรวมพลังและต่อสู้ต่อไป "ขอบคุณมาก! เราจะสู้ไปด้วยกัน!"
การต่อสู้ดำเนินไปอย่างดุเดือด คินพยายามใช้ทักษะของเขาให้มากที่สุด เขาหลบการโจมตีของลูกแก้วเวทมนตร์และตอบโต้ด้วยการฟันกลับด้วยหอกสายฟ้า แสงไฟฟ้าส่องสว่างทำให้ศัตรูเริ่มหวั่นไหว
"ไม่ต้องห่วง! เราจะผ่านมันไปได้!" คินะโให้กำลังใจชายหญิงคู่หนึ่ง
ในที่สุด ความพยายามร่วมกันของคินและชายหญิงทำให้พวกเขาสามารถเอาชนะกลุ่มวัยรุ่นได้ วัยรุ่นบางคนเริ่มหนีหายไปเมื่อเห็นว่าไม่สามารถต่อสู้ต่อได้
"ขอบคุณจริงๆ ถ้าไม่ได้คุณ เราคงแย่แน่ๆ" ชายหนุ่มพูดขณะหายใจหอบ
"ไม่เป็ไรครับ ผมแค่ทำสิ่งที่ถูกต้อง" คินตอบพร้อมรอยยิ้ม "เราไปจากที่นี่กันเถอะ มันยังไม่ปลอดภัย"
หลังจากการต่อสู้อันดุเดือด คิน ชายหนุ่ม และหญิงสาวพยายามหาที่ปลอดภัยและออกจากพื้นที่ เพื่อให้หญิงสาวสามารถรักษาาแให้ชายหนุ่มได้อย่างเต็มที่
หลังจากหาที่ปลอดภัยและรักษาาแเสร็จ คิน ชายหนุ่ม และหญิงสาวก็ได้นั่งลงพักหายใจท่ามกลางความเงียบสงบที่กลับคืนมา
ก้องพูดขึ้นพร้อมรอยยิ้ม "ขอบคุณอีกครั้งนะครับ ถ้าไม่ได้คุณเราคงแย่แน่ ๆ ผมชื่อก้องภพ เรียกผมว่า ก้อง ก็ได้ครับ ส่วนเธอชื่อพิมพ์ พิมพ์ชนก พวกเราเป็แฟนกัน"
คินยิ้มและยื่นมือไปจับ "ยินดีที่ได้รู้จักครับ ผมชื่ออคิน เรียนสั่น ๆว่า คิน"
พิมพ์พยักหน้าและยิ้มบาง ๆ "ขอบคุณมากค่ะคิน ถ้าไม่ได้คุณเข้ามาช่วย เราอาจจะไม่รอด"
ก้องเสริม "ที่เกิดเื่เพราะพวกวัยรุ่นนั้นเห็นพิมพ์อยู่คนเดียว เธอสวยเลยพยายามจะชวนไปเที่ยวด้วย แต่พิมพ์ปฏิเสธเพราะเธอกำลังรอผมอยู่ เรานัดกันว่าจะไปลงดันเจี้ยนด้วยกัน"
พิมพ์พยักหน้า "พอพวกเขาเริ่มรบเร้าหนักเข้า ผมก็มาถึงพอดี เราพยายามจะเดินหนีแต่พวกนั้นไม่ยอมง่าย ๆ และเป็อย่างที่คุณเห็น"
คินพยักหน้า "โลกนี้เริ่มวุ่นวายขึ้นั้แ่มีดันเจี้ยนโผล่มา แต่การใช้พลังหรืออาวุธจากดันเจี้ยนทำร้ายคนอื่นไม่ใช่สิ่งที่ถูกต้อง"
ก้องพยักหน้า "ใช่ เราต้องใช้พลังเหล่านี้เพื่อปกป้องคนที่เรารักและเพื่อช่วยเหลือคนอื่น ไม่ใช่ทำร้ายกันเอง"
คินยิ้ม "ผมกำลังจะไปลงดันเจี้ยนกับเพื่อน ๆ ของผมเหมือนกัน ผมนัดเพื่อนไว้อีกสามคน ถ้าพวกคุณอยากร่วมทีมก็ได้นะ"
ก้องและพิมพ์มองหน้ากันและยิ้ม "พวกเรายินดีมากเลยครับ" ก้องตอบ "มันจะดีมากที่ได้มีคุณคินและทีมของคุณอยู่ด้วย"
พิมพ์พยักหน้า "ใช่ค่ะ ถ้ามีทีมที่แข็งแกร่งแบบนี้ เราก็จะมีโอกาสสำรวจดันเจี้ยนได้มากขึ้นและปลอดภัยขึ้นด้วย"
คินยิ้มอย่างมีความสุข "งั้นเราไปเจอเพื่อน ๆ ของผมกันเถอะ พวกเราจะเป็ทีมที่ดีและแข็งแกร่งแน่นอน"
ทั้งสามคนเดินไปจุดที่นัดพบกับพวกธีร์ แสงแดดยามเช้าทำให้บรรยากาศสดใสและอากาศเย็นสบาย เมื่อมาถึงจุดนัดพบ พวกธีร์ยืนรออยู่พร้อมกับเพื่อนอีกสองคน คินแนะนำก้องและพิมพ์ให้เพื่อนๆ รู้จักและเล่าเื่ที่ช่วยพวกก้องเข้าเพื่อนให้ฟัง
“นี่ก้องและพิมพ์ ผมเจอพวกก้องกับพิมพ์ตอนที่พวกเขากำลังโดนวัยรุ่นกลุ่มหนึ่งล้อมไว้ครับ พวกวัยรุ่นพยายามจะรังแกพิมพ์ ผมเลยเข้าไปช่วย” คินเล่า
ธีร์พยักหน้า “ดีแล้วที่นายเข้าไปช่วยพวกเขา”
ธีร์ยิ้มและยื่นมือไปจับ “ยินดีที่ได้รู้จักครับ”
เพื่อนอีกสองคนของธีร์ก็พยักหน้าและทักทายอย่างเป็มิตร “ยินดีที่ได้รู้จักครับ”
หลังจากทักทายกันเสร็จ
“ฉันชวนทั้งสองคนลงดันเจี้ยนกับพวกเรา” คินบอก
“ยินดีต้อนรับครับ” ธีร์กล่าว
ทุกคนก็เริ่มพูดคุยถึงแผนการสำหรับวันนี้
“วันนี้เราตกลงกันว่าจะลงทะเบียนให้เป็ทางการครับ” คินกล่าว “เพื่อที่เราจะได้เข้าดันเจี้ยนอย่างถูกต้อง ไม่ต้องหลบๆ ซ่อนๆ เข้าอีก เพราะตอนนี้คนที่มาลงทะเบียนน้อยลงแล้ว ทำให้ไม่ต้องรอคิว”
ก้องพยักหน้า “ดีครับ แบบนี้เราจะได้ไม่ต้องกังวลเื่ความปลอดภัยมากนัก”
พิมพ์ยิ้ม “ใช่ค่ะ การลงทะเบียนจะทำให้เรามีสิทธิ์เข้าดันเจี้ยนอย่างถูกต้อง และไม่ต้องหลบๆ ซ่อนๆ”
ธีร์เห็นด้วย “งั้นเราก็ไปลงทะเบียนกันเลยเถอะ”
ทั้งทีมเริ่มเดินทางไปยังสถานที่ลงทะเบียน ขณะที่พวกเขาเดินทางผ่านถนนและตรอกซอกซอย บรรยากาศของเมืองที่เต็มไปด้วยความคึกคักทำให้ทุกคนรู้สึกตื่นเต้น
เมื่อมาถึงสถานที่ลงทะเบียน พวกเขาเห็นแถวคนน้อยลงอย่างที่คินกล่าว ทุกคนเข้าแถวและเริ่มกรอกเอกสารเพื่อทำการลงทะเบียน การลงทะเบียนผ่านไปอย่างรวดเร็วและไม่มีปัญหา
หลังจากที่ทุกคนได้รับบัตรลงทะเบียน พวกเขาก็ยิ้มและพร้อมที่จะออกผจญภัยในดันเจี้ยน
“เราไปกันเถอะ” คินกล่าวด้วยเสียงหนักแน่น “การผจญภัยของเรากำลังจะเริ่มต้นขึ้นแล้ว”