หลังจากนั้นครูฝึกก็ส่งหน่วยปฐมพยาบาลมา คัง มินฮยอน ได้รับการรักษาเบื้องต้น เขาถูกหามกลับมาที่ฐาน โดยมี ชเว จุนยอง ที่คอยตามติดเขามาตลอดเวลา
ห้องพยาบาล...
“มินฮยอน...ไม่เป็ไรแน่นะ” มุน ดงกยู มองข้อเท้าที่ถูกดามเฝือกอ่อนเอาไว้ของเพื่อนสนิทของเขา
“แล้วหมอว่ายังไงบ้าง?” อัน เซจุน ถาม
“นั่นสิ” จอง ฮยอนชิก ถามด้วยความอยากรู้
“พักสัก 1 อาทิตย์ก็น่าจะดีขึ้น” คัง มินฮยอน ตอบพวกเขา “ขอโทษที...” ดีนะว่าทีมของเขาชิงธงมาได้ ไม่อย่างนั้นเขาคงรู้สึกผิดมากแน่ ๆ ที่มีส่วนทำให้ทีมของตัวเองแพ้
“ไม่ต้องคิดมากน่า...ดีเท่าไหร่แล้วที่ข้อเท้าไม่หักนะ” มุน ดงกยู ปลอบใจเพื่อนของเขา
ชเว จุนยอง มองคนที่นอนอยู่บนเตียงเงียบ ๆ รู้สึกได้ถึงอารมณ์ที่ไม่ค่อยสงบของตัวเอง ััยังคงหลงเหลืออยู่ที่มือของเขา กลิ่นเหงื่อ เสียงหอบหายใจ และเสียงหัวใจเต้น เขายังคงรู้สึกถึงมันอยู่เลย...
กลางดึก…ห้องพักค่ายทหาร
ภายในห้องพักที่เงียบสงัด มีเพียงเสียงลมหายใจที่ดังเป็จังหวะ ชเว จุนยอง นอนตะแคงสายตาทอดมองคนที่นอนอยู่อีกเตียง ข้อเท้าที่ขาวสะอาดของ คัง มินฮยอน บวมแดงเล็กน้อย และเขารู้สึกดีที่เห็นร่องรอยสีแดงบนผิวขาว ๆ นั่น…
คัง มินฮยอน ที่นอนตะแคงหันหลังให้กับ ชเว จุนยอง รู้สึกได้ถึงสายตาที่จ้องมองมาของคนที่อยู่อีกเตียง สายตานั้นราวกับกำลังจ้องมองเขาอย่างทะลุปรุโปร่ง ตอนนั้นเองที่ คัง มินฮยอน รู้สึกได้ถึงััเย็น ๆ ตรงข้อเท้าของเขา เขาสะดุ้งเล็กน้อย และรีบชักเท้าหนี ก่อนจะหันไปเผชิญหน้ากับคนที่นอนอยู่อีกเตียง
ดวงตาของ ชเว จุนยอง ทอดมองตรงรอยช้ำราวกับกำลังหลงใหลก่อนที่ริมฝีปากจะคลี่ยิ้มบางเฉียบ คล้ายพึงพอใจที่ได้เห็นอีกฝ่ายตกอยู่ในสภาพนี้
ชเว จุนยอง โน้มหน้าเข้ามาใกล้เขา “ตอนที่ฮยอนเจ็บ…ผมชอบนะ” เขากระซิบเบาเบาน้ำเสียงนุ่มแต่เต็มไปด้วยความอยาก “เพราะมันทำให้นายหนีไปไหนไม่ได้!”
คัง มินฮยอน เบิกตากว้างจ้องมองเขาอย่างกรุ่นโกรธ “ไอ้โรคจิต!”
“จุ๊จุ๊…เบาเสียงลงหน่อยสิ อยากให้คนอื่นได้ยินหรือไงว่าเรากำลังแอบคุยกัน”
“ไอ้!” คัง มินฮยอน เม้มปากแน่น หัวใจเต้นแรง รู้สึกได้ถึงสายตาที่ไม่ใช่เพียงแค่ห่วงใย แต่เป็ความยึดติดที่เกินพอดี ความหลงใหลที่แอบโรคจิตเล็กน้อย และยิ่งน่าหวาดหวั่นเพราะในขณะเดียวกัน…เขาก็ไม่รู้จะทำยังไงกับ ชเว จุนยอง ดี ให้ตายเถอะ! ทำไมเขาต้องมาเจอกับเื่แบบนี้ด้วยนะ
หลังจากผ่านไปหนึ่งสัปดาห์ ข้อเท้าที่าเ็ของผมก็หายดี และตอนนี้ผมก็นั่งอยู่ในแถวที่มีครูฝึกยืนค้ำอยู่หน้าแถว พลางกวาดสายตามองเหล่าทหารที่ถูกฝึกใน่ที่ผ่านมา “ยินดีด้วยสำหรับการฝึกหลายสัปดาห์ที่ผ่านมา พวกนายอดทนกันได้ดี!” ครูฝึกเว้นระยะก่อนจะพูดต่อไปว่า “แต่อย่าเพิ่งดีใจไปล่ะ! ต่อจากนี้แหละจะเป็ของจริง!”
ครูฝึกเริ่มอธิบายตารางการฝึกของวันนี้ การฝึกแก๊สน้ำตา (ห้องแก๊ส) เหล่าทหารใหม่ต้องสวมใส่หน้ากากกันแก๊ส และถอดออกในห้องที่เต็มไปด้วยควัน
กลุ่มของ คัง มินฮยอน เข้าไปเป็กลุ่มที่สอง เมื่อเข้าไปด้านในครูฝึกก็ให้สวมใส่หน้ากากกันแก๊ส หลังจากนั้นไม่นานแก๊สน้ำตาก็ถูกปล่อยออกมาจนเต็ม ภายในห้องสี่เหลี่ยมเต็มไปด้วยควัน หลังจากนั้นครูฝึกก็สั่งให้ถอดหน้ากากกันแก๊สออก
เสียงไอและน้ำตาไหลพรากดังระงม แต่ทุกคนต้องยืนตรงแล้วะโชื่อ และหมายเลขของตนดังลั่น พวกเขาต้องข่มกลั้นอาการไอ พยายามเบิกตาให้กว้างทั้ง ๆ ที่ดวงตาแดงก่ำ
ครูฝึกยืนมองอย่างเข้มงวด พร้อมจดบันทึกว่าใครพยายามอดทนได้มากน้อยแค่ไหน หลังจากผ่านการฝึกอย่างทรมาน
่ค่ำ…
หลังจากผ่านการฝึกหนักมาทั้งวัน คัง มินฮยอน และคนอื่น ๆ ต้องกลับมานั่งเขียนบันทึกประจำวัน บางคนแอบถอนหายใจอย่างเหนื่อยล้า เสียงครูฝึกยังคงดังก้องอยู่ในหัว “ (ทหารไม่มีวันยอมแพ้!) ”
คัง มินฮยอน เขียนบันทึกประจำวันเสร็จเรียบร้อย เขาเอนตัวลงบนเตียงฟังเสียงไอแห้ง ๆ ของเพื่อนทหารที่ดังไม่ขาดหู แขนขาบางคนช้ำเพราะล้มลงตอนวิ่ง ิญญาแทบหลุดเพราะการฝึกด้วยแก๊สน้ำตา แต่ท่ามกลางความเหนื่อยล้ากับมีเสียงกระซิบเล็ก ๆ
“เฮ้ นายทำดีแล้วนะ วันนี้เกือบวิ่งแซงครูฝึกได้เลย”
“ถ้าไม่ได้แกะโบอกตอนใส่หน้ากาก ก็คงทำผิดไปแล้ว”
เสียงหัวเราะแ่ ๆ ดังขึ้นแม้จะยังรู้สึกเจ็บคอ ทุกคนรู้สึกได้ว่าพวกเขาไม่ได้อยู่เพียงลำพังอีกต่อไป
คัง มินฮยอน ยังคงรู้สึกแสบตาไม่หาย เขานอนหงายจ้องมองเพดาน ฟังเพื่อนทหารพูดคุยกัน แต่ก็ยังรู้สึกได้ว่าสายตาของ ชเว จุนยอง นั้นไม่เคยล่ะไปจากตัวเขา ‘ให้ตายเถอะ’ จะจ้องให้ทะลุเลยหรือยังไงกัน ในที่สุด คัง มินฮยอน ก็หมดความอดทน เขาหันไปเผชิญหน้ากับ ชเว จุนยอง ตรง ๆ
ชั่วขณะนึงสายตาสองคู่สบประสานกันในความมืด ถึงจะมองเห็นราง ๆ จากแสงสว่างของดวงจันทร์ ความตั้งใจแรกที่จะด่าไอ้ ชเว จุนยอง ก็เหมือนถูกกลืนหายไปในลำคอ ั์ตาสีดำที่จ้องมองมาเหมือนอยากจะกลืนกินเขาเข้าไปนั้น…มันช่างรุนแรงนัก!
แย่แล้วสิ! หัวใจของเขาดันเต้นแรงอย่างไม่อาจควบคุมได้ “มองอะไร?” คัง มินฮยอน บังคับตัวเองให้นิ่งสงบ และมีสติมากยิ่งขึ้น อย่าไปสนใจ! อย่าไปมองหาความหมายของั์ตาคู่นั้นของเขาเลย เมิน ๆ ไปซะ!
“มองกระต่ายขาเจ็บ…”
“เลิกวุ่นวายสักที…ไปหาคนที่เป็เหมือนนายเถอะ!”
แววตาของ ชเว จุนยอง สั่นไหวเล็กน้อยก่อนที่มันจะหายไป เขาคลี่ยิ้มบาง ก่อนจะะเิเสียงหัวเราะออกมา “รู้อยู่แล้วสินะ!” ตอนนั้นเองแววตาของเขาเปลี่ยนไปอีกครั้ง คราวนี้เองที่เขาเผยทุกสิ่งทุกอย่าง ออกมาอย่างชัดเจนผ่านแววตาดำขลับคู่นั้น
คัง มินฮยอน สะดุ้งน้อย ๆ เมื่อเห็นแววตาของเขาที่จ้องมองมาตรง ๆ
“ดี! ต่อไปก็ไม่ต้องปิดบังแล้ว” ชเว จุนยอง พูดพลางเลียริมฝีปากของตนเอง ก่อนจะครางในลำคอเบาเบา
“ไอ้! ไอ้คนหมกมุ่น!” บ้าไปแล้วไอ้ ชเว จุนยอง มันเป็บ้าไปแล้วสินะ คัง มินฮยอน รีบหลบสายตาคู่นั้นที่จ้องมองมาอย่างเปิดเผย จะทำเป็ไม่รับรู้เหมือนตอนแรกไม่ได้แล้ว แล้วทีนี้เขาต้องทำยังไงล่ะ ไล่มันก็ไม่ไป เขาไปทำผิดพลาดตรงไหนกัน!
ทั้ง ๆ ที่ตั้งใจว่าจะไม่เอาตัวเองเข้าไปยุ่งเกี่ยวกับคนทั้ง 3 อีก แต่ดูเหมือนว่าพระเ้าจะไม่เข้าข้างเขา เลยเหวี่ยงเขาให้เข้าไปอยู่ท่ามกลางวงโครจรของคนทั้ง 3 อีกครั้ง
“ฮยอน…ยอม (รับ) เถอะ” ชเว จุนยอง เรียกชื่อของ คัง มินฮยอน เบาเบาเสียงของเขาทุ้มต่ำจนขนลุก
“ยอมรับกับผีนะสิ!” คัง มินฮยอน พูดก่อนจะตะแคงหันหนีไปอีกทางไม่อาจทนสายตาของ ชเว จุนยอง ได้อีกต่อไป ไอ้ฮยอน! ไอ้บ้าเอ้ย! หยุดคิดฟุ้งซ่านได้แล้ว เขาข่มตานอนหลับทั้งทั้งที่ภายในจิตใจของเขาสับสนวุ่นวายเกินกว่าจะข่มตาหลับลงได้
ชเว จุนยอง จ้องมองลำคอขาวผ่อง ของคนที่นอนอยู่ ความรู้สึกที่เคยปิดกั้นเอาไว้มันยิ่งรุนแรงขึ้นทุกที อยากจะทำให้ลำคอขาว ๆ นั้นเป็รอยจริง ๆ เขาจะอดกลั้นความ้าอยากไปได้อีกนานแค่ไหนกัน เขากัดฟันแน่นจนรู้สึกปวดกรามไปหมด พยายามข่มตานอน และไม่คิดอะไร ทั้ง ๆ ที่ส่วนล่างของเขานั้นคับแน่นจนรู้สึกเจ็บไปหมด อ่าา…ทรมานจัง
คัง มินฮยอน ยกมือขึ้นปิดหูของเขาเอาไว้แน่น เสียงครางเบา ๆ ของไอ้ ชเว จุนยอง ทำเอาเขาเสี่ยวสันหลัง ขนแขนลุกซู่ไปจนถึงต้นคอของเขา อ๊ากก… ไอ้โรคจิต! ไอ้ ชเว จุนยอง ไปตายซะ!