และแล้วหวนเจินก็ยังไม่สามารถตามหาแม่นางไป่ิเจอ นางก็เลยเดินทางไปที่ศาลเพื่อฟังการตัดสินโทษ
ใต้เท้าหานเว่ยได้ทำการสอบสวนคดีวางยาพิษในเหล้าเพื่อสังหารไป่ซู่
“เบิกตัวผู้ร้องทุกข์” ใต้เท้าหานเว่ยกล่าว
“ฮือฮือ ข้าน้อยชื่อจินเหลียง เป็ฮูหยินของไป่ซู่หรือผู้เสียชีวิต สองวันก่อนข้าและสามีได้เข้าไปซื้อเหล้าร้อยปีจากร้านขายของเก่าหมายเลข 10 พอกลับไปถึงบ้าน สามีของข้าก็อยากจะชิมเพราะอยากรู้ว่าเหล้านั้นมีรสชาติอย่างไร แต่เพราะสามีข้าเป็คอเหล้าทำให้เขาติดลมจนดื่มไปเรื่อยๆ ไม่ยอมหยุด ในตอนนั้นข้าต้องเข้าครัวทำอาหารเลยไม่ได้อยู่ดูแลสามี หลังจากนั้นหนึ่งชั่วยามก็เห็นเขากลายเป็ศพไปแล้วเ้าค่ะ” จินเหลียงร้องไห้สะอึกสะอื้น
“แล้วเ้ารู้ได้อย่างไรว่าเขาเสียชีวิตเพราะเหล้าไหนั้น” ใต้เท้าสงสัย
“เด็กรับใช้นามว่า ผายหู่ เป็พยานได้เ้าค่ะ เขาเป็ผู้เห็นเหตุการณ์ทั้งหมด” จินเหลียงปาดน้ำตา
“เบิกตัวผายหู่” ใต้เท้ากล่าว
“ข้าน้อยชื่อผายหู่ขอรับ ข้าน้อยเป็คนใช้ประจำตระกูลไป่” ผายหู่แนะนำตัว
“เ้าเห็นอะไรบ้าง” ใต้เท้ารีบถาม
“ข้าน้อยได้ยินเสียงโหวกเหวกโวยวายก็เลยลองเข้าไปดูในห้องทำงานของนายท่าน พอเปิดประตูเข้าไป ข้าน้อยก็เห็นท่านไป่ซู่ปัดไหเหล้าจนแตกกระจายทั่วพื้นห้อง จากนั้นเขาก็เริ่มมองเห็นภาพลวงตา เขาบอกว่ามองเห็นแมลงอะไรก็ไม่รู้บินเข้าไปหาเขาเต็มไปหมด ทั้งๆ ที่ข้าน้อยก็ไม่เห็นว่าจะมีอะไรเลย สักพักท่านไป่ซู่ก็วิ่งไปหยิบมีดสั้นที่เก็บไว้ในตู้ลับ จากนั้นก็กรีดเฉือนตัวเองเพื่อไล่แมลงที่ชอนไขเข้าตัวให้ออกมาจากตัวเขาให้จงได้ ข้าน้อยจึงเรียกคนอื่นให้เข้ามาช่วยกันห้ามปรามนายท่าน แต่นายท่านก็ยังอาละวาดไม่หยุด สักพักเขาก็มีน้ำลายฟูมปากและเสียชีวิตไปในที่สุดขอรับ” ผายหู่เล่า
“เบิกตัวหมอชันสูตรศพ” ใต้เท้ากล่าว
“ข้าน้อยชื่อ เจียงฟุ เป็หมอชันสูตรขอรับ” เจียงฟุแนะนำตัว
“หลังจากที่เ้าได้ตรวจสอบเหล้าที่เหลืออยู่ในจอก พบอะไรหรือไม่” ใต้เท้าไต่ถาม
“ในเหล้านี้มีพิษจริงๆ ขอรับ และเมื่อชันสูตรศพแล้ว ก็พบว่าไป่ซู่เสียชีวิตจากการได้รับพิษในเหล้าจริงๆ ขอรับ” เจียงฟุกล่าว
“เบิกตัวซวงเหมย” ใต้เท้าเบิกตัวผู้ถูกกล่าวหาว่าวางยาพิษฆ่าไป่ซู่
“ข้าน้อยซวงเหมย ขอคารวะใต้เท้าเ้าค่ะ” เหมยซูกล่าว
“เ้าวางยาพิษลงในเหล้าจริงหรือไม่” ใต้เท้ารีบถาม
“ไม่เป็ความจริงเ้าค่ะ ข้าได้รับสินค้ามาเช่นไรก็ขายเช่นนั้น ซึ่งร้านนั้นได้ขายเหล้าเพียง 3 ไหเท่านั้น โดยหลังจากที่ทางร้านของพวกข้าได้ขายเหล้าไปหนึ่งไหแล้ว จากนั้นก็มีลูกค้าคนที่สองได้เข้ามาซื้อเหล้าอีกสองไหที่เหลือ ซึ่งลูกค้าคนนั้นก็ให้ทางร้านพวกข้าลองทดสอบเหล้าในไหที่สอง ผู้ดื่มเหล้าก็ทานได้ปกติและไม่ได้รับอันตรายใดๆ ดังนั้นลูกค้าจึงรับไหที่สามกลับบ้านไปเ้าค่ะ” เหมยซูกล่าวตามความเป็จริง
“บางทีเ้าอาจวางยาเฉพาะเหล้าไหที่หนึ่งก็เป็ได้” จินเหลียงกล่าว
“ข้าจะทำเช่นนั้นทำไมกัน ในเมื่อข้าก็ไม่เคยรู้จักครอบครัวของท่านและไม่เคยมีความแค้นต่อพวกท่านเลยสักนิด แล้วข้าจะมีแรงจูงใจอะไร” เหมยซูกล่าวแย้ง
“บังอาจ! ข้ายังไม่สั่งให้พูด พวกเ้าห้ามพูดเด็ดขาด” ใต้เท้าดุ
“ขออภัยเ้าค่ะใต้เท้า ข้าแค้นแทนสามีจริงๆ” จินเหลียงยังคงใช้ผ้าเช็ดหน้าเช็ดน้ำตาไม่หยุด
“ใครเป็คนนำสินค้ามาขาย” ใต้เท้าถามต่อ
“ท่านป้าเหวยลู่เ้าค่ะ” เหมยซูกล่าวอ้าง
“เบิกตัวเหวยลู่” ใต้เท้ากล่าว
“ข้าน้อยชื่อเหวยลู่ คารวะใต้เท้าเ้าค่ะ” ท่านป้าเหวยลู่กล่าว
“เ้าได้เหล้ามาได้อย่างไร” ใต้เท้าสงสัย
“ข้านั้นดั้นด้นไปถึงเมืองหลูโจวเพื่อไปหาซื้อเหล้าร้อยปีจากท่านพ่อเฒ่าไห่เล่ย ซึ่งท่านพ่อเฒ่าได้ตักเหล้าจากโอ่งขนาดใหญ่และแบ่งใส่ให้ข้าทั้งหมดสามไหเ้าค่ะ” ท่านป้ากล่าว
“ดังนั้นเหล้าทั้งสามไหจึงมาจากโอ่งใบเดียวกันสินะ” ใต้เท้ากล่าวอย่างเข้าใจ
“ใช่แล้วเ้าค่ะ” ท่านป้ายืนยัน
“แล้วเ้ามีความแค้นอะไรต่อครอบครัวตระกูลไป่หรือไม่” ใต้เท้าลองถาม
“ข้าไม่รู้จักพวกเขาเลยสักนิดเ้าค่ะ อีกอย่างข้าให้ซวงเหมยเป็ผู้ดูแลร้าน ดังนั้นข้าจะไม่มีทางรู้ได้เลยว่านางจะขายสินค้าให้แก่ผู้ใด” ท่านป้ากล่าว
“เบิกตัวผู้ทดสอบเหล้าไหที่สอง” ใต้เท้าเรียกตัวซานชุย
“ข้าน้อยชื่อซานชุย เป็ผู้ทดสอบเหล้าขอรับ” ซานชุยกล่าว
“เ้าดื่มเหล้าหมดไหที่สองเลยอย่างนั้นหรือ” ใต้เท้าสงสัย
“ใช่ขอรับ เหล้านี้มีรสชาติดีมากทำให้ข้าน้อยเผลอดื่มจนเมามายไม่ได้สติ” ซานชุยกล่าว
“แล้วเ้ามองเห็นภาพหลอนหรือไม่” ใต้เท้าสงสัย
“ไม่ขอรับ ข้าน้อยแค่เมาและหลับไปเท่านั้น” ซานชุยกล่าว
“เรียนใต้เท้า ตามที่ข้าสันนิษฐาน บางทีซวงเหมยอาจใส่ยาในเหล้าไหที่หนึ่งเท่านั้นก็เป็ได้นะเ้าค่ะ” จินเหลียงกล่าว
“เอาล่ะ หลักฐานยังคงไม่แน่ชัดว่าใครวางยาในเหล้า ทหาร! จงนำตัวซวงเหมยไปขังไว้ก่อน รอการตัดสินคดีครั้งต่อไป เลิกศาล” ใต้เท้าสั่งการ
********************************************
ณ บ้านของตระกูลไป่
“ท่านไม่มีสิทธิ์มาไล่ข้าแบบนี้นะเ้าคะ” ไป่ิหรือน้องสามีกล่าว
“ทำไมจะไม่มีสิทธิ์ ในเมื่อข้าได้เป็เ้าของบ้านคนใหม่แล้ว” จินเหลียงกล่าวอ้าง
“นี่คือบ้านตระกูลไป่นะเ้าคะ ยังไงข้ากับพี่ชายก็มีสิทธิ์ในบ้านหลังนี้คนละครึ่ง” ไป่ิกล่าวอ้าง
“เ้าผิดแล้ว ท่านพ่อท่านแม่มอบบ้านหลังนี้ให้แก่ท่านพี่ไป่ซู่แต่เพียงผู้เดียวต่างหาก ถ้าเ้าไม่เชื่อก็ดูพินัยกรรมได้เลย” จินเหลียงกล่าวอ้าง
“ท่านพ่อ ท่านแม่ของข้าตายกะทันหันเพราะมองเห็นภาพหลอนไม่ต่างจากพี่ชาย แล้วพวกท่านจะเอาเวลาไหนไปเขียนพินัยกรรม อีกอย่างสาเหตุการเสียชีวิตระหว่างพี่ชายและท่านพ่อท่านแม่ของข้าก็เหมือนกันไม่มีผิด แสดงว่ามันอาจเป็ฝีมือของเ้า และเ้าก็เป็คนปลอมแปลงพินัยกรรมขึ้นมาเองล่ะสิ” ไป่ิคาดการณ์
“อย่าปรักปรำข้า ไปได้แล้ว อย่าให้ข้าต้องสั่งให้เด็กๆ จับเ้าโยนออกไป” จินเหลียงกล่าวอย่างโมโห
ไป่ิจำต้องเก็บข้าวของออกไปจากบ้านที่นางเติบโตมา พอเดินออกไปนางก็สวนทางกับชายหนุ่มหน้าตาหล่อเหลาคนหนึ่ง นางคิดในใจว่า “ศพพี่ข้ายังไม่ทันฝัง ท่านก็มีสามีใหม่แล้วอย่างนั้นหรือ ทำไมท่านถึงไม่ยอมให้เกียรติพี่ชายข้าบ้าง”
“มาแล้วงั้นหรือ หยวนกว้าน ข้าคิดถึงเ้าจริงๆ” จินเหลียงเดินเข้าไปสวมกอดฝ่ายชายโดยไม่เกรงใจใคร
“บ้านหลังนี้เป็ของเ้าแล้วงั้นหรือ” หยวนกว้านสงสัย
“ใช่! ข้าปลอมลายมือสามีเพื่อเขียนพินัยกรรมยกทรัพย์สมบัติให้ข้าแล้ว อย่าห่วงไปเลย” จินเหลียงกระซิบบอก
หยวนกว้านกอดจินเหลียงจากนั้นก็อุ้มหญิงสาวเข้าไปในห้องนอน และหัวร่อต่อกระซิกโดยไม่เกรงใจใคร ทั้งๆ ที่ตอนนี้ก็ยังเป็่ไว้ทุกข์ให้สามีเก่าอยู่
********************************************
เช้าวันรุ่งขึ้น จินเหลียงถูกเชิญตัวให้ไปขึ้นศาลั้แ่เช้า
“เรียนใต้เท้า มีหลักฐานเพิ่มเติมที่สามารถเอาผิดซวงเหมยได้แล้วงั้นหรือเ้าคะ” จินเหลียงสงสัย
“เปล่า! มีคนมาฟ้องร้องว่าเ้าได้เขียนพินัยกรรมปลอม” ใต้เท้ากล่าว
“ไม่เป็ความจริงนะเ้าคะ ข้าถูกปรักปรำ ใครกันที่กลั่นแกล้งข้าเช่นนี้” จินเหลียงไม่ยอมรับ
“เบิกตัวไป่ิ” ใต้เท้ากล่าว
“ข้าน้อยไป่ิ เป็น้องสาวของไป่ซู่ ข้าน้อยขอคารวะใต้เท้าเ้าค่ะ” ไป่ิแนะนำตัว
“เหตุใดเ้าถึงกล่าวหาว่าพี่สะใภ้เป็ผู้ปลอมพินัยกรรมล่ะ” ใต้เท้าสงสัย
“เนื่องจากพี่ชายข้ายังหนุ่มยังแน่นและแข็งแรงดีทุกอย่าง และเขาก็เพิ่งเป็ผู้สืบต่อมรดกจากท่านพ่อท่านแม่ จึงไม่มีทางที่ท่านพี่จะรีบเขียนพินัยกรรมในตอนนี้เ้าค่ะ” ไป่ิกล่าว
“ท่านพี่เตรียมการไว้ก่อนต่างหาก” จินเหลียงแย้ง
“อีกอย่าง ท่านพี่เคยกล่าวว่าเพื่อเป็ธรรม เขาจะมอบทรัพย์สมบัติให้ข้าครึ่งหนึ่งเพื่อให้ข้าใช้สำหรับไปตั้งตัวในระหว่างที่ข้ายังไม่ออกเรือนเ้าค่ะ” ไป่ิกล่าว
“งั้นเ้าก็น่าสงสัยมากที่สุด บางทีเ้าอาจบงการให้ร้านขายของเก่าวางยาพี่ชายข้า เพื่อที่จะได้ฮุบทรัพย์สมบัติสินะ” จินเหลียงคาดการณ์
“ข้ามีพยานที่สามารถเอาผิดท่านได้” ไป่ิแย้ง
“ใครจะมาเป็พยานให้เ้า” จินเหลียงไม่เชื่อ
“เลิกถกเถียงกันได้แล้ว หากฝ่าฝืนอีก ข้าจะโบยทั้งคู่” ใต้เท้ารีบขู่
“เ้าค่ะใต้เท้า” ทั้งสองรับคำ
“เรียนใต้เท้า ท่านเบิกตัวพ่อบ้านให้ช่วยพิสูจน์อักษรก็ได้เ้าค่ะ เขาสามารถยืนยันได้ว่าพินัยกรรมที่สามียกสมบัติให้ข้านั้นเป็ของจริง” จินเหลียงกล่าวอ้าง
“เบิกตัวพ่อบ้านตระกูลไป่” ใต้เท้ากล่าว
“ข้าน้อยพ่อบ้านตระกูลไป่ นามว่าเปียงหยาง คำนับใต้เท้า” เปียงหยางคารวะใต้เท้า
“เ้ายืนยันแน่นะว่าพินัยกรรมนั้นเป็ของจริง” ใต้เท้าสงสัย
ท่านพ่อบ้านรับพินัยกรรมจากเ้าหน้าที่มาตรวจสอบอักษร เมื่อดูเสร็จก็กล่าวว่า “นี่เป็ลายมือของนายท่านจริงๆ ขอรับ”
“เรียนใต้เท้า พี่สะใภ้ของข้าเป็บัณฑิตสาวที่มีความสามารถในการปลอมแปลงลายมือได้เ้าค่ะ” ไป่ิรีบรายงาน
“เ้าไม่มีหลักฐาน อย่าปรักปรำข้า” จินเหลียงแย้ง
“ข้าน้อยมีพยานสามคนที่บอกได้ว่าพี่สะใภ้ของข้าปลอมแปลงพินัยกรรมทั้งของพี่ชาย และของท่านพ่อเ้าค่ะ ไม่เพียงเท่านั้น พวกเขายังเป็พยานที่ยืนยันได้ว่านางลอบวางยาพิษบุพการีของข้าและพี่ชายของข้าด้วยเ้าค่ะ” ไป่ิกล่าวด้วยน้ำเสียงจริงจัง นางมั่นใจว่าพยานทั้งสามสามารถเอาผิดพี่สะใภ้ได้
“การสร้างพยานเท็จนั้นมีความผิดนะ เ้าอย่าลืมสิ” จินเหลียงรีบขู่
“เอาล่ะ เบิกตัวพยานปากที่หนึ่ง” ใต้เท้ากล่าว
“ข้าน้อยคือบัณฑิตฟางซั่ว มีหน้าที่เป็อาจารย์สอนเด็กเล็กจนถึงเด็กโตขอรับ” ฟางซั่วกล่าว
“ท่านรู้จักผู้หญิงตรงหน้าหรือไม่” ใต้เท้าชี้ไปทางจินเหลียง
“รู้จักขอรับ นางคือลูกศิษย์ของข้าน้อยเอง” ฟางซั่วจำได้ไม่เคยลืม
“นางมีความสามารถปลอมแปลงลายมือได้จริงหรือ” ใต้เท้าสงสัย
“ใช่แล้วขอรับ นางมีความสามารถนั้นจริงๆ” ฟางซั่วยืนยัน
“ท่านได้รับค่าจ้างเท่าไหร่ ถึงปรักปรำศิษย์เช่นนี้เ้าคะ” และจินเหลียงก็หันไปกล่าวกับใต้เท้าว่า “ไม่เป็ความจริงนะเ้าคะ”
“นอกจากข้าแล้ว บรรดาลูกศิษย์คนอื่นๆ ก็รู้ เพราะมีศิษย์บางคนที่เป็คนี้เี พวกเขาก็ใช้วิธีจ้างจินเหลียงให้ปลอมลายมือตัวเองเพื่อคัดลอกตำรา ในตอนแรกๆ ข้าก็จับไม่ได้ แต่ผ่านไปไม่นานก็มีศิษย์ที่มีนิสัยซื่อสัตย์มาฟ้องข้า ข้าก็เลยไล่นางออกจากสำนักบัณฑิต เพราะนางไร้ซึ่งคุณธรรม แทนที่จะส่งเสริมให้เพื่อนๆ เป็คนมีวิชาความรู้ นางกลับโลภรับค่าจ้างปลอมลายมือเพื่อสนับสนุนให้พวกเขากลายเป็คนเกียจคร้าน ซึ่งต่อไปพวกเขาก็จะกลายเป็บัณฑิตจอมปลอมที่มีเพียงใบประกาศวุฒิการศึกษาแต่ไม่ได้มีความรู้จริงๆ” ฟางซั่วกล่าว
“เอาล่ะ ไว้วันหลังข้าค่อยเชิญตัวลูกศิษย์ท่านมาสอบปากคำเพิ่มเติมก็แล้วกัน” ใต้เท้ากล่าว
“ข้ายอมรับก็ได้เ้าค่ะว่าข้าปลอมลายมือได้จริงๆ แต่นั่นก็ไม่ได้หมายความว่าข้านั้นปลอมพินัยกรรมนี่เ้าคะ” จินเหลียงกล่าว
“งั้นพวกเรามาฟังพยานคนถัดไปก็แล้วกัน เบิกตัวพยานคนที่สอง” ใต้เท้าเรียกตัว
“ข้าน้อย หยวนกว้าน คำนับใต้เท้าขอรับ” หยวนกว้านคารวะใต้เท้า
“นี่เ้า!” จินเหลียงใสุดขีดเพราะนั่นคือสามีใหม่ของนาง
“เ้ารู้จักเขาอย่างนั้นหรือ” ใต้เท้าสงสัย
“ไม่รู้จักเ้าค่ะ” จินเหลียงรีบส่ายหน้ากลบเกลื่อน
“จะไม่รู้จักได้ยังไง ก็ในเมื่อเขากับท่านมีความสัมพันธ์กันทั้งคืนนี่” ไป่ิแย้งเพราะนางเห็นกับตา
“เ้าคงเกลียดข้ามาก เ้าก็เลยใส่ร้ายป้ายสีข้าเช่นนี้ สามีข้าเพิ่งจะเสียชีวิตไป ข้าคงไม่มีอารมณ์ชายตามองใครได้หรอก” จินเหลียงกล่าว
“เรียนใต้เท้า จินเหลียงคนนี้เป็คนบอกข้าน้อยเองว่า นางได้ปลอมพินัยกรรมสามีโดยยกทรัพย์สินทั้งหมดให้กับนาง ไม่เพียงเท่านั้นนางก็บอกอีกว่านางได้วางยาพิษที่มีผลทำให้จิตหลอนลงในเหล้าร้อยปี เมื่อสามีตายไปเพราะพิษ นางก็ไปร้องทุกข์และโยนความผิดทุกอย่างไปให้ร้านขายของเก่าขอรับ และที่ไม่น่าเชื่อก็คือ นางยังบอกอีกว่านางเคยวางยาพิษให้พ่อปู่แม่ย่ามาแล้ว จากนั้นก็ปลอมพินัยกรรมยกทรัพย์สมบัติทั้งหมดให้สามีของตัวเอง” หยวนกว้านยืนยัน
“ไป่ิจ้างเ้าให้มาปรักปรำข้าสินะ เรียนใต้เท้า ทุกอย่างที่เขาพูดล้วนเป็เื่โกหก เขาต้องได้รับค่าจ้างมาเป็แน่เ้าค่ะ” จินเหลียงกล่าว
“ในเมื่อเ้ายังไม่สารภาพผิดอีก ข้าก็ยังมีพยานปากที่สาม” ใต้เท้ากล่าว
“เรียนใต้เท้า ข้าน้อยไป่ซู่ คำนับใต้เท้าขอรับ” ไป่ซู่แสดงตัว
“ปะ ไป่ซู่ เ้ายังไม่ตายอย่างนั้นหรือ” จินเหลียงใสุดขีดเพราะนางเห็นศพสามีกับตา
“ข้านึกไม่ถึงเลยว่า เ้าจะกล้าคบชู้สู่ชาย และเป็คนวางยาพิษใส่เหล้าให้ข้าดื่ม ไม่เพียงเท่านั้นเ้ายังปลอมพินัยกรรมขึ้นมา ข้ายังไม่มีทายาทเลยด้วยซ้ำ ข้าจะรีบเขียนพินัยกรรมขึ้นมาทำไม” ไป่ซู่นึกเจ็บใจที่โดนคนใกล้ชิดปองร้าย
“ท่านพี่! ท่านพูดอะไรเ้าคะ ใครจะกล้าวางยาท่าน นี่ท่านยังไม่ตายงั้นหรือเ้าคะ ข้าดีใจจริงๆ ที่ท่านยังไม่ตาย” จินเหลียงจึงลุกขึ้นยืนและเดินเข้าไปกอดสามี
ไป่ซู่นึกรังเกียจ เขาจึงรีบลุกและเดินหนีทันที “อย่าเข้าใกล้ข้า! ข้าไม่มีฮูหยินอสรพิษอย่างเ้า เ้าทำร้ายครอบครัวของข้า เ้าฆ่าบุพการีของข้าด้วยการวางยาพิษ ข้าอยากฆ่าเ้าเพื่อแก้แค้นยิ่งนัก แต่ข้าไม่อยากเปื้อนเืชั่วๆ ของเ้า ข้าจึงยอมทำทุกอย่างเพื่อให้เ้าได้รับโทษทัณฑ์อย่างสาสม”
“ท่านอยากมีฮูหยินใหม่มากกว่า ดังนั้นท่านจึงร่วมมือกับทุกคนรวมหัวกันหลอกข้าเช่นนี้ ท่าน้ากำจัดข้าั้แ่แรกใช่หรือไม่” จินเหลียงแสร้งร้องไห้และต่อว่าสามี
“ผิดแล้ว! จินเหลียง ข้าจะเล่าทุกอย่างให้เ้าฟังเอง เริ่มแรกสามีของเ้านั้นได้สงสัยพฤติกรรมของเ้า เขาสงสัยว่าเ้าเป็คนวางยาพิษในอาหารให้ท่านพ่อท่านแม่ของเขาทาน แต่นั่นเขาก็ทำเพียงเก็บความสงสัยไว้ในใจ จนกระทั่งวันหนึ่ง เขาได้พาลูกน้องหน้าตาหล่อเหลานามว่า หยวนกว้าน มาแนะนำให้เ้ารู้จัก และเชิญให้เขาร่วมรับประทานอาหารด้วย ซึ่งเ้านั้นก็รู้สึกชื่นชอบชายผู้นี้ขึ้นมา เ้าพยายามส่งสายตาและยั่วยวนเขา หยวนกว้านผู้ซึ่งมีความกตัญญู เขาจึงนำความไปบอกไป่ซู่ สามีของเ้าจึงบอกให้หยวนกว้านยอมแสดงตามน้ำไปก่อน เพื่อที่เขาจะได้พิสูจน์อะไรบางอย่าง จนกระทั่งหยวนกว้านได้แสดงละครว่ามีใจให้เ้าตอบ ดังนั้นเ้าจึงยอมบอกแผนการลอบฆ่าสามีตัวเองให้เขาฟัง หยวนกว้านพยายามเออออกับเ้าไปก่อน แล้วค่อยบอกแผนการทุกอย่างให้สามีของเ้าฟัง หลังจากนั้นสามีของเ้าและหยวนกว้านจึงมาร้องทุกข์ต่อศาลว่าเ้ามีแผนการที่จะฆ่าเขา เพื่อพิสูจน์ความจริง ข้าก็เลยมอบหมายให้มือปราบและทหารคอยเฝ้าสังเกตการณ์ อีกทั้งยังให้ชายทั้งสองคอยแสดงละครตามน้ำเพื่อดูพฤติกรรมของเ้าต่อไป ดังนั้นคำพูด พฤติกรรมวางยา หรือการลอบคบชู้ก็มิอาจหลุดรอดพ้นสายตาคนของข้าไปได้หรอก เ้าจงยอมรับความผิดเสียเถิด” ใต้เท้าอธิบายแผนการทั้งหมด
“อะไรกันเ้าคะ! นี่ท่านก็ร่วมมือจัดฉากไปด้วยงั้นหรือเ้าคะ มันจะไม่เป็การรังแกชาวบ้านตาดำๆ อย่างข้าไปหน่อยหรือ ข้าไม่ได้ทำอะไรผิด ข้าไม่สารภาพอะไรทั้งนั้น” จินเหลียงยังคงไม่ยอมรับความผิด
“เื่ราวมาถึงขั้นนี้แล้ว แม้สามีของเ้าจะไม่เอาเื่ที่เ้าลอบวางยาเขา แต่เื่ที่เ้าไปวางยาฆ่าพ่อปู่แม่ย่าจนเสียชีวิต เ้าต้องได้รับโทษ” ใต้เท้ากล่าว
“ข้าไม่ผิด ตระกูลไป่้ากำจัดข้า ข้าไม่สารภาพอะไรทั้งนั้น” จินเหลียงยังคงไม่ยอมรับ
“ทหาร! จับนางไปโบยจนกว่านางจะยอมรับผิด” เนื่องจากพยานและหลักฐานแน่ชัดแล้ว แต่คนร้ายยังคงดื้อดึงไม่ยอมรับผิด ดังนั้นใต้เท้าจำต้องใช้ไม้แข็ง
“ปล่อยข้า! ปล่อยข้า!” จินเหลียงดิ้นรนขัดขืน
ผ่านไปครึ่งชั่วยาม จินเหลียงก็ยอมเขียนชื่อยอมรับคำสารภาพ และต้องได้รับโทษปะาชีวิตในวันพรุ่งนี้ตอนเที่ยง
“ปิดคดีวางยาพิษฆ่าคนเพื่อฮุบมรดก เลิกศาล” ใต้เท้ากล่าว
********************************************
ณ บ้านของไป่ซู่
“ข้าขอโทษ ที่เอ่อได้มีความสัมพันธ์กับฮูหยินของท่านขอรับ” หยวนกว้านรู้สึกผิด
“นั่นเป็เพราะข้าบังคับให้เ้ายอมแสดงละครตามน้ำต่างหาก ไม่ใช่ความผิดของเ้าหรอก และที่สำคัญข้าต้องขอบคุณที่เ้ามีส่วนช่วยให้ข้าได้แก้แค้นให้ท่านพ่อท่านแม่ได้สำเร็จ” ไป่ซู่เข้าใจดีทุกอย่าง
“เมื่อไม่มีอะไรแล้ว ข้าจะรีบนำทรัพย์สมบัติที่ฮูหยินของท่านฝากข้าไปจำนำมาส่งคืนท่านในวันพรุ่งนี้นะขอรับ ตอนนี้ข้าขอตัวก่อน” หยวนกว้านกล่าวลา
“ขอบคุณมาก ข้าไม่ส่งนะ” ไป่ซู่รู้สึกซึ้งใจที่เขามีลูกน้องที่ดี
ไป่ิเดินมาหาและกล่าวว่า “ในที่สุดท่านพ่อท่านแม่ก็สามารถจากไปอย่างสงบได้เสียทีนะเ้าคะ คนร้ายตัวจริงได้รับผลกรรมแล้ว”
“ขอบใจเ้ามากที่นำไหเหล้ามาสับเปลี่ยน ข้าจึงแสดงได้เหมือนจนจินเหลียงไม่ได้ติดใจสงสัยอะไร ส่วนไหเหล้าที่จินเหลียงใส่ยาพิษลงไปนั้นก็ได้ถูกนำไปตรวจสอบว่ามีพิษจริงๆ จึงเป็การพิสูจน์ว่าเื่ที่พวกเราสงสัยนั้นเป็เื่จริง” ไป่ซู่กล่าว
“ท่านไม่เสียใจหรือเ้าคะที่ฮูหยินของท่านจะต้องตายในวันพรุ่งนี้แล้ว” ไป่ิสงสัย
“ข้ายอมรับว่าข้าเสียใจ เพราะข้านั้นรักนางมาก แต่ในเมื่อนางกระทำความผิดนางก็ต้องถูกลงโทษ” ไป่ซู่กล่าว
“เมื่อท่านทำใจได้แล้ว ก็ดีแล้วเ้าค่ะ” ไป่ิกล่าว
“ข้าจะทำตามเจตนารมณ์เดิม ข้าจะแบ่งสมบัติให้เ้าครึ่งหนึ่งเพื่อไว้สำหรับตั้งตัวนะ ข้าไม่อยากให้มีการแก่งแย่งมรดกภายหลังอีก” ไป่ซู่ตั้งใจไว้แล้ว
“ขอบคุณมากเ้าค่ะ” ไป่ินับถือพี่ชายมากที่เขาไม่หลงเชื่อคำยุยงของพี่สะใภ้ และมีความยุติธรรมยอมมอบทรัพย์สมบัติให้นางครึ่งหนึ่ง
“อ้อใช่! ท่านมือปราบฝากมาบอกว่า ให้เ้าเตรียมตัวเป็เ้าสาวได้แล้ว เขาจะมาสู่ขอเ้าในวันพรุ่งนี้” ไป่ซู่กล่าว
“ทำไมเร็วขนาดนั้นล่ะเ้าคะ ข้าเตรียมใจไม่ทัน” ไป่ิใ
“เขากลัวเ้าจะหอบสมบัติหนีเขาไปน่ะสิ” ไป่ซู่กล่าวยิ้มๆ เมื่อเห็นน้องสาวอายจนหน้าแดง
********************************************
ณ จวนใต้เท้าหานเว่ย
เหมยซู หวนเจินและเหวยลู่ นั่งรับประทานอาหารอย่างเอร็ดอร่อย ในห้องรับประทานอาหารที่จัดไว้อย่างดี
“คดีไม่น่าปิดเร็วเลยนะเ้าคะ ข้าจะได้นอนห้องดีๆ และทานอาหารอร่อยๆ แบบนี้ไปเรื่อยๆ” เหมยซูรู้สึกติดใจ
“ไม่น่าเชื่อว่าใต้เท้าจะร่วมมือกับท่านไป่ซู่จัดฉากคดีฆาตกรรมเพื่อเอาผิดจินเหลียงแบบนี้นะเ้าคะ” หวนเจินกล่าว
“นับว่าของเก่าหมายเลข 9 ก็มีคุณประโยชน์ไว้สำหรับจัดฉากครั้งนี้นะ” เหวยลู่กล่าวบ้าง
“เื่นี้ต้องขอบคุณหยวนกว้าน ที่เขายอมแสดงละครตามน้ำ และนำเื่ราวทุกอย่างไปบอกผู้มีพระคุณ จนนำไปสู่การแจ้งทางการและการจัดฉากแบบนี้” เหมยซูกล่าว
“วันพรุ่งนี้ก็จะได้ขายของเก่าชิ้นสุดท้ายแล้ว ดีใจจังเลยเ้าค่ะ” หวนเจินกล่าว
“ขายสินค้ารอบนี้ระวังตัวหน่อยก็แล้วกัน” เหวยลู่กล่าวด้วยน้ำเสียงจริงจัง
“มันเป็อะไรหรือเ้าคะ” เหมยซูอยากรู้
“เดี๋ยวเ้าก็รู้เองนั่นแหละ ข้าวางลายแทงหากุญแจเปิดกล่องหมายเลข 10 ไว้บนโต๊ะในร้านขายของเก่าแล้ว” เหวยลู่กล่าว
“อะไรนะเ้าคะ! ต้องตามหากุญแจเปิดกล่องก่อนหรือนี่” เหมยซูใ
“ของชิ้นสุดท้ายก็ต้องยากนิดนึง” เหวยลู่ยิ้มมุมปาก นางคิดว่าเื่อะไรจะให้ชดใช้หนี้หมดได้อย่างง่ายดาย
“แม่นางซวงเหมย มีคน้าพบเ้า” ท่านมือปราบกล่าว
“เ้าค่ะ ข้าจะออกไปเดี๋ยวนี้” เหมยซูแปลกใจว่าใครกันที่มาหานางถึงที่จวนใต้เท้า
เหมยซูเดินออกไปหลังจวนก็พบว่า นางคือเหรินซวง
“ท่านมีเื่อะไรกับข้าหรือเ้าคะ” เหมยซูสงสัย
“เ้าเห็นอะไรมั้ย” เหรินซวงอวดสร้อย
เหมยซูมองเห็นเหรินซวงกำลังสวมสร้อยมรกตของตระกูลเหลียง ก็เลยว่า “ท่านหมั้นกับท่านเหลียงกังแล้วหรือเ้าคะ”
“ใช่! วันนี้ข้าก็แค่จะมาบอกว่า ห้ามเ้ายุ่งเกี่ยวกับเหลียงกังอีก” เหรินซวงกล่าว
“ข้าเองก็ไม่อยากแย่งผู้ชายกับใคร ข้ารับปากว่าจะไม่ยุ่งเกี่ยวกับชายคนนั้นอีก ท่านมีเื่แค่นี้ใช่มั้ย งั้นข้าขอตัว” เหมยซูไม่อยากพูดอะไรอีก
“ข้าจะขอซื้อของเก่าหมายเลข 10 เ้าจะได้หมดหนี้สินและไปจากเมืองหนานโจวเสียที” เหรินซวงเสนอ
“ขอโทษด้วยเ้าค่ะ ข้าต้องเปิดกล่องจนรู้เสียก่อนว่าภายในกล่องนั้นมีอะไร หากเป็กล่องเปล่า ร้านข้าอาจเสื่อมเสียชื่อเสียงได้” เหมยซูกล่าวอ้าง
“ก็แค่ใช้กุญแจเปิดกล่องไม่ใช่หรือ” เหรินซวงไม่เข้าใจ
“ท่านป้าเหวยลู่ให้ลายแทงไปตามหากุญแจเองเ้าค่ะ” เหมยซูกล่าว
“งั้นวันพรุ่งนี้ข้าจะส่งคนมาช่วยเ้าออกตามหากุญแจก็แล้วกัน ข้าไปล่ะ” เหรินซวงยอมทำทุกอย่างเพื่อที่จะให้ซวงเหมยออกไปจากเมืองหนานโจวโดยไว
“ขอบคุณเ้าค่ะ” เหมยซูรู้สึกเหมือนมีอะไรมาบีบคอ ตอนนี้นางรู้สึกจุกอกและพยายามสกัดกลั้นน้ำตาไม่ให้ไหลเพื่อชายหลายใจคนนั้น นางคิดในใจว่า “ข้าเข้าใจท่านแล้วเ้าค่ะ ท่านป้าเหวยลู่”