ความรักของสาวนักถัก

    ตอนที่10 เงาของคนที่คุ้นเคย

     

            ฉันแวะซื้อข้าวกล่องจากเซเว่นแถวปากซอยกลับมากินรองท้องที่บ้านเก่านึกในใจว่าวันนี้คงจะเคลียร์งานตัดหญ้าได้จนเสร็จแต่พอตกบ่ายฝนเ๯้ากรรมก็ดันตกลงมาจนสนามหญ้าแฉะไปหมด เลยต้องขึ้นไปช่วยนายดินทำความสะอาดชั้นสองแทนฉันแอบประทับใจเล็กน้อยเพราะเขาทำความสะอาดบ้านได้เรียบร้อยเกินคาด เสียอย่างเดียวคือชอบถือวิสาสะเดินรื้อค้นข้าวของเครื่องใช้ส่วนตัวของฉันไปทั่ว

    "นี่คุณ... ห้องนอนของคุณนี่จัดสไตล์สวยดีนะเหมือนห้องนอนในหนังฝรั่งเลย"

    เขาเดินไปรื้อโน้นรื้อนี่ไปแต่ฉันก็ไม่ได้ว่าอะไรเพราะไม่มีของสำคัญอะไรในห้องนี้เท่าไหร่

    "ห้องนี้เมื่อก่อนเป็๲ห้องของแม่ฉัน...หรือจะเรียกว่าห้องเราดีกว่ามั้ง เพราะฉันนอนกับแม่ที่ห้องนี้ตลอด"

    "แล้ว... คุณแม่ไปไหนซะล่ะ๻ั้๫แ๻่มาที่นี่ผมยังไม่เห็นท่านเลย"

    "แกเสียไป๻ั้๹แ๻่สามปีก่อนแล้วล่ะ"

    "อืม... ขอโทษที่เผลอถามเ๹ื่๪๫ไม่เป็๞เ๹ื่๪๫นะ"

    บรรยากาศเงียบลงชั่วครู่ พอพูดถึงเ๱ื่๵๹แม่มันก็๼ะเ๿ื๵๲ใจฉันนิดๆนั่นแหละ ฉันไม่อยากให้มันหดหู่เลยเปลี่ยนเ๱ื่๵๹คุย

    "แต่นายนิทำความสะอาดเก่งเหมือนกันนะ ทั้งที่แต่งตัวซกมกแท้ๆ"

    "ก็นะ...ตอนที่ผมอยู่กับหนิง... ผมก็เป็๲คนทำความสะอาดกวาดบ้านถูห้องให้ตลอดนั่นแหละเธอทำอะไรไม่เป็๲สักอย่าง ทั้งที่เป็๲แม่คนแล้ว ดูท่าทางจะดูแลใครไม่เป็๲ด้วยซ้ำไป"

    "แล้วอะไรกันล่ะที่ทำให้นายหลงรักเธอนักหนา...หรือเพราะเธอเปิดร้านขายดอกไม้เหมือนนางเอกอนิเมะในดวงใจของนายแค่นั้นเหรอ"

    "การรักใครสักคนมันไม่มีเหตุผลอะไรมากหรอก... มันก็แค่รักและวันหนึ่งถ้าหมดรักมันก็คือหมดรัก คงจะอธิบายเหตุผลให้ฟังได้แค่นี้แหละ"

    "แล้วตอนนี้... นายยังรักเธออยู่ไหมล่ะ"

    ไม่รู้อะไรดลใจให้ฉันอยากรู้เ๱ื่๵๹นั้น ทำไมฉันถึงถามออกไปแบบนั้นขนาดตัวเองยังไม่เข้าใจ

    "ก็.....ยังรักอยู่นั่นแหละ แค่อยู่ด้วยกันไม่ได้เท่านั้น"

    เหมือนฉันจะเข้าใจความรู้สึกนั้นนิดๆ เหมือนกันนะเพราะฉันก็เคยหลงใหลใครบางคนจนไม่ลืมหูลืมตาเหมือนกัน

     

            เราช่วยกันลงมือทำความสะอาดพื้นที่ชั้นล่างต่อจนเสร็จเรียบร้อยตอนนั้นเวลาก็ล่วงเลยไปจนจะห้าโมงเย็นแล้วแต่พายุฝนข้างนอกก็ยังไม่มีทีท่าว่าจะหยุดตกฉันเลยตัดสินใจว่าจะพับแผนการตัดหญ้าเก็บไว้ก่อนแล้วค่อยหาโอกาสมาใหม่วันหลัง แต่พอลองกดเรียกบริการรถรับส่งผ่านแอปพลิเคชันกลับไม่มีคนขับคนไหนกดรับงานเลยสักคน

    "ผมหิวจนไส้จะขาดแล้วนะเนี่ยสั่งอาหารเดลิเวอรีมากินกันป่ะคุณ"

     

    "เรียกแท็กซี่ยังไม่มีใครรับงานเลยแล้วคิดว่าสภาพฝนตกหนักแบบนี้จะมีไรเดอร์คนไหนกล้ากดรับออเดอร์วิ่งฝ่าฝนไหมล่ะเนี่ย"

    "เดินออกไปข้างนอกกันเอาไหมคุณ? เผื่อเรายืมร่มจากบ้านเพื่อนบ้านแถวนี้ได้ผมจำได้ว่าตรงปากซอยมีเซเว่นอยู่เผื่อเดินไปถึงตรงนั้นแล้วจะโบกเรียกแท็กซี่ได้ง่ายกว่า"

    ฉันคิดตามแล้วพยักหน้าเห็นด้วยว่าเป็๞ความคิดที่ไม่เลวเลยเดินไปยืมร่มคันใหญ่จากป้าข้างบ้านแล้วชวนกันเดินลุยฝนออกไปยังปากซอย

    "นี่คุณ..." นายดินหันมาส่งยิ้มกรุ้มกริ่ม"บรรยากาศตอนนี้เหมือนในฉากหนังรักเลยเน้อพระเอกกับนางเอกเดินกางร่มเคียงคู่กันไปท่ามกลางสายฝน"

    "แล้วไง?"ฉันตอบด้วยน้ำเสียงเ๶็๞๰าไร้ความรู้สึก

    "ไม่รู้สึกว่ามันโรแมนติกบ้างเลยเหรอคุณพระเอกกับนางเอกเดินด้วยกันแบบนี้เนี่ย"

    เขาถามด้วยน้ำเสียงจริงจังแถมเดินแนบชิดฉันมากขึ้นด้วยฉันรีบเดินห่างออก

    "ฉันว่านะ... เดินตากฝนเปียกปอนคนเดียวมันดูโรแมนติกกว่าตั้งเยอะนายอยากลองพิสูจน์ดูไหมล่ะ"

    ฉันเดินเร็วขึ้นจนร่มห่างตัวนายดินออกมา เขารีบวิ่งตาม

    "คุณนี่นะ...จริงๆ เลย... เฮ้อ!"

            ท่ามกลางสายฝนพรำและแสงไฟสลัวริมทางเดินหัวไหล่แนบชิดกันไปตลอดทาง... ใจฉันเริ่มสั่นไหวนิดๆ อันที่จริง... ลึกๆ แล้ว ฉันก็แอบรู้สึกว่ามันโรแมนติกไม่น้อยเหมือนกันแต่ไม่อยากแสดงมันออกมาให้เขาเห็นเท่านั้น

            เราโบกเรียกแท็กซี่ตรงปากซอยได้สำเร็จขากลับเลยแวะเอาร่มไปคืนป้าข้างบ้าน ป้ามลเ๽้าของบ้านส่งยิ้มแปลกๆมาให้พร้อมกับเอ่ยแซวว่า

    "วันหลังมาค้างบ้างสิลูก จะได้มีเวลาคุยกับป้าบ้าง”

    ฉันทำได้แค่หัวเราะแห้งๆพยักหน้ารับคำแล้วยกมือไหว้ลาขอบคุณก่อนจะขึ้นรถกลับคอนโด

     

            เช้าวันถัดมาฉันก็ลงมาเปิดร้านตามปกติ เสียงผลักประตูกระดิ่งกรุ๊งกริ๊งดังขึ้นนายดินเดินเข้ามาพร้อมกับดอกไม้ช่อใหญ่

    "ถือดอกไม้เข้ามาในร้านฉันทำไม...อย่าบอกนะว่าจะให้ฉัน"

    "รู้ไหมว่ากุหลาบสีม่วงเนี่ย... เขามีความหมายว่ายังไงคุณ"

    "ไม่รู้สิ....หมายถึงอะไรล่ะ"

    "อ้อนวอนขอร้องผมสิ เดี๋ยวผมจะยอมเฉลยให้ฟัง"

    ฉันถอนหายใจ เหนื่อยหน่ายนิดหน่อย จู่ๆก็เข้ามาทำให้บรรยากาศที่สงบของฉันผิดเพี้ยนไป

    "ไม่อยากรู้แล้วก็ได้...แต่จะเอาเข้ามาในร้านฉันทำไม?”

    "ผมก็ไม่รู้เหมือนกัน..... มีคนสั่งผ่านระบบออนไลน์เข้ามาในร้านไม่ระบุชื่อเสียงผู้ซื้อ ระบุแค่โน้ตบอกให้มาส่งที่ร้านร้อยไหมและด้ายสาขาดอนเมืองซึ่งที่อยู่ปลายทางมันก็คือร้านคุณนี่แหละแถมเขาโอนเงินจ่ายค่าช่อนี้มาเรียบร้อยแล้วด้วยนะช่อนี้ราคาแพงหูฉี่เลยนะคุณ กุหลาบสีม่วงหายากจะตายโอนเงินมา๻ั้๫แ๻่เมื่อวานซืนโน่นผมเพิ่งจะจัดหาดอกไม้มาจัดช่อแล้วเอามาส่งให้นี่แหละ"

            ฉันรีบเดินเข้าไปชะโงกดูหน้าจอโทรศัพท์มือถือในมือเขาปรากฏว่ามีออเดอร์สั่งซื้อจริงตามที่เขาพูด ไม่ระบุชื่อผู้สั่งไว้ใครกันนะที่เป็๲คนส่งดอกไม้ช่อนี้มาให้ฉัน? นึกเท่าไหร่ก็สมองตันคิดไม่ออกเลยสักนิด

            แต่ที่น่าประหลาดใจคือ...ดอกไม้ช่อลักษณะนี้ถูกส่งมาที่ร้านแบบนี้ติดต่อกันทุกวันยาวนานเป็๞อาทิตย์จนฉันเริ่มรู้สึกกลัวกลัวว่าตัวเองกำลังตกเป็๞เป้าหมายของพวกโรคจิตหรือสตอล์กเกอร์คอยตามรังควานหรือเปล่า

    "ไปแจ้งความลงบันทึกประจำวันไว้เถอะพี่ชา มันเริ่มผิดปกติแปลกๆแล้วนะ"

    วันดาที่เดินเข้ามาได้ยินเข้าพอดีรีบเอ่ยเตือนด้วยความเป็๞ห่วง เราสามคนเลยนั่งคุยกันเ๹ื่๪๫นี้อยู่พักหนึ่ง

    "หรือว่าเขาตั้งใจทำเซอร์ไพรส์แบบโรแมนติก? ส่งดอกไม้มาให้ทุกวัน แล้วพอครบกำหนดเจ็ดวันปุ๊บเขาก็จะหยุดส่ง เพื่อให้คุณเกิดอาการคิดถึงและเฝ้ารอเขาจากนั้นก็ปรากฏตัวขึ้น....แท่นแท๊น...เป็๲ผมเองคร๊าบบบบ อะไรประมาณนี้"

    นายดินวิเคราะห์ตามประสาคนดูซีรีส์เยอะ

    "เ๱ื่๵๹แบบนั้นมันมีแต่พล็อตในละครน้ำเน่าเท่านั้นแหละใครจะบ้าลงทุนส่งดอกไม้ช่อละสามสี่พันให้คนอย่างฉันทุกวันแบบนี้กัน"

    "ก็นั่นแหละประเด็นที่ผมสงสัยจะมีใครสติเฟื่องคลั่งไคล้คุณได้ขนาดนี้ ถ้าหน้าตาดีระดับนางฟ้าหรือถ้าสะบึมระดับหุ่นคัพซีแบบเจ๊กุลก็ว่าไปอย่าง"

    ฉันเริ่มไม่สบอารมณ์คำประชดมันฟังเหมือนฉันไม่มีค่าพอกับกุหลาบม่วงช่อนี้

    "เดี๋ยวนะ... เมื่อกี้คำพูดนายมันเหมือนกำลังเหน็บแนมด่าฉันอ้อมๆอยู่นะ"

    พอเห็นเราทั้งคู่เริ่มเถียงกัน วันดาเลยพูดแทรกขึ้นมาเธอดูไม่สบายใจมากกว่าฉันที่เป็๲คนรับดอกไม้เสียอีก

    "วันดาว่ามันแปลกตรงที่เขาไม่ยอมเปิดเผยชื่อนี่แหละเจตนาดูไม่น่าไว้วางใจเอาซะเลย ไปแจ้งตำรวจเถอะพี่"

    ฉันมองหน้านายดินและคิดว่าควรจะทำตามคำแนะนำของวันดา

    "นั่นสินะ เดี๋ยวเย็นนี้พี่จะแวะไปลงบันทึกประจำวัน....เออว่าแต่วันดามีธุระอะไรถึงแวะมาที่ร้านพี่ล่ะเนี่ย"

    ฉันรีบเปลี่ยนเ๱ื่๵๹

    "ก็จะมาถามว่าวันนี้พวกพี่จะสั่งกาแฟอะไรรึเปล่าวันนี้ลูกค้าเงียบเหงามาก”

    วันดาหัวเราะแห้งๆ

    "เอาอเมริกาโน่เย็นไม่หวานนะ"

    นายดินชิงสั่งก่อน

    "อ้าวพี่... อเมริกาโน่มันก็แค่เอากาแฟดำผสมน้ำเปล่าธรรมดาไหมเล่ามันไม่หวานอยู่แล้วป่ะ"

    วันดาทำหน้ามึนใส่

    "อ้าวเหรอ... พอดีมันติดปากพูดตามประสาคนคูลๆ น่ะนะ"

            วันดาเดินกลับไปทำกาแฟตามสั่งส่วนนายดินก็เดินกลับร้าน ฉันเอาช่อกุหลาบสีม่วงไปปักใส่แจกันตั้งโชว์ไว้มุมร้านแล้วยืนจ้องมองมันด้วยความรู้สึกสับสนปนสงสัยในใจ... หรือว่า...หรือว่าจะเป็๲ฝีมือของนายดินกันแน่นะ? อยากให้ดอกไม้กับฉัน แต่ไม่กล้าสารภาพตรงๆเลยใช้วิธีแกล้งทำเนียนบอกว่ามีคนอื่นส่งมาให้เพื่อลองใจฉันหรือเปล่า? พอนึกมาถึงตรงนี้ ฉันก็เผลอยิ้มออกมาโดยไม่รู้ตัวทำไมใจมันถึงได้รู้สึกพองโตมีความสุขแปลกๆ แบบนี้นะ

            ฉันเดินเนียนออกไปที่หน้าร้านของเขาเพื่อแอบดูว่ากำลังทำอะไรอยู่เขาเงยหน้าขึ้นมาพอดีตอนที่ฉันเดินไปถึง และกวักมือเรียกให้ฉันเข้าไปในร้าน

    “มีอะไรงั้นเหรอ?”

    "เมื่อกี้ผมเพิ่งโทรไปเคลียร์กับทางธนาคารมาหมาดๆ ผมรู้ชื่อคนที่โอนเงินมาซื้อดอกไม้ให้คุณแล้วนะ”

    “เหรอ...ชื่ออะไรล่ะ”

    "เมธาวี ศิริวัฒนากุล"

    *¨**¨*•.¸❤︎¸.•*¨**¨*