เมื่อ กุสุมา ได้ทำการฝากครรภ์เสร็จเรียบร้อยแล้ว โทมัส ก็พาหญิงสาวไปยังบริษัทที่เขาทำงานอยู่ เพราะจะต้องเข้าร่วมประชุมด่วน ซึ่งไม่อาจจะยกเลิกไปได้ในวันนี้
“ผมขอโทษนะที่รัก! มันเป็นการประชุมที่สำคัญจริงๆ จะไม่ไปร่วมประชุมก็ไม่ได้” โทมัส หันมาบอกคนตัวเล็กอย่างขอโทษขออภัยจริงๆ และสำนักผิดทั้งสีหน้าและท่าทาง
“ไม่เป็นไรค่ะ อย่าคิดมากสิค่ะ ดีซะอีกสุจะได้ไปเห็นบริษัทที่คุณทำงานอยู่น่ะค่ะ จะได้เป็นการเปิดหูเปิดตาด้วย”
กุสุมา ส่งยิ้มให้คนตัวโต พร้อมกับใช้มือเรียวเล็กจับแก้มสากของชายหนุ่ม ก่อนจะพูดปลอบประโลมคนตัวโตยิ้มๆ อย่างไม่คิดจะถือสาหรือซีเรียสอะไร ที่จะต้องไปรอชายหนุ่มอยู่ที่บริษัท
“ก็ผมเป็นห่วงสุนี่นา กลัวว่าสุจะเบื่อเอาได้” โทมัส กล่าวพร้อมกับมองหน้าคนตัวเล็กอย่างออดอ้อน และยังกระชับอ้อมแขนแกร่งให้แน่นขึ้นอีก
“ไม่เบื่อหรอกค่ะ แค่นี้เอง อย่าคิดมากสิคะ เดี๋ยวจะแก่เร็วนะเอ้า!” กุสุมา กล่าวเย้าแหย่คนตัวโต อย่างอารมณ์ดี
“หึหึ! ผมโชคดีที่สุดเลยรู้ไหมที่ได้คุณมาเป็นเมียและแม่ของลูกผม ผมไม่เคยคิดเลยว่าจะมีความสุขในวันนี้ได้ ต้องขอบคุณสุจริงๆ นะ ที่รัก”
โทมัส มองใบหน้าสวยหวานซึ้งที่อยู่ใกล้ใบหน้าครามครันไม่ถึงคืบ อย่างเว้าวอนหวานเยิ้ม ก่อนจะพูดบอกสิ่งที่เก็บงำอยู่ภายในใจออกมาให้เจ้าหล่อนได้รับรู้ด้วยน้ำเสียงจริงจัง
พอรถยนต์คันหรูจอดลงที่หน้าบริษัท โทมัส ก้าวลงมาจากในรถ พร้อมกับยื่นมือใหญ่ ให้คนตัวเล็กจับเพื่อจะได้ออกมาจากในตัวรถได้สะดวก และทั้งสองก็พากันเดินไปข้างในตัวตึก ไปยังลิฟต์โดยสาร ซึ่งระหว่างที่เดินไปด้วยกัน พนักงานที่ทำงานที่บริษัทของ โทมัส ก็ต่างพากันหันมาเมียงมอง จดๆ จ้องๆ อย่างสงสัย เพราะร้อยวันพันปี ไม่เคยเห็นเจ้าของบริษัท จะพาผู้หญิงคนไหนมาที่บริษัทเลยสักคน และแถมยังจับมือถือแขน พากันเดินเข้าไปในลิฟต์ด้วยอีกต่างหาก
กุสุมา ไปนั่งรอนอนรอ โทมัส อยู่ที่ห้องทำงานของชายหนุ่ม โดยมี โอเบีย ซึ่งเป็นที่รู้จักกันอยู่แล้วได้อำนวยความสะดวก ให้แก่ว่าที่ภรรยาของเจ้านายอย่างเต็มที่ ไม่มีขาดตกบกพร่องเลยแม้แต่น้อย และแถม โทมัส ยังไม่ให้ โอเบีย เข้าร่วมในการประชุมครั้งนี้ด้วย ให้อยู่คอยดูแล กุสุมา โดยที่ โทมัส จะเป็นผู้อัดเสียงการสนทนาในการประชุมกันในครั้งนี้ให้ด้วยตัวเอง และจะนำมาให้ โอเบีย เพื่อนำไปถอดข้อความ และค่อยส่งรายงานการประชุมมาให้ในภายหลัง
กุสุมา นั่งๆ นอนๆ อ่านหนังสือที่ โอเบีย นำมาให้อ่านจนเผลอหลับไปบนโซฟา มารู้สึกตัวอีกทีก็ตอนที่มีคนเปิดประตูเข้ามาในห้องนั้นแหละ ซึ่งหญิงสาวรู้สึกว่าจะไม่ใช่มีแค่ โทมัส เพียงคนเดียวที่เดินเข้ามา รู้สึกว่ามีเสียงค้นๆ ของใครบางคนที่เดินเข้ามากับ โทมัส ด้วย ซึ่งก็เป็นจริงอย่างที่หญิงสาวคิด ผู้ที่เดินเข้ามากับ โทมัส ด้วยก็คือ ครูส นั้นเอง
“สวัสดีค่ะ คุณครูส น่าอายจังเลยที่สุเผลอนอนหลับไป” กุสุมา ลุกขึ้นนั่ง ก่อนจะกล่าวร้องทักทายแขกผู้เดินเข้ามาพร้อมกับ โทมัส อย่างอายๆ พร้อมกับยกมือขึ้นสางผมลวกๆ อย่างให้เข้าที่เข้าทาง
“สวัสดีครับคุณสุ ไม่เห็นเป็นไรเลย ดีซะอีกคนท้องนอนเยอะๆ นั้นแหละดี” ครูส กล่าวออกมาพร้อมกับยิ้มบางๆ อย่างผู้ใหญ่ใจดี ส่งมาให้ กุสุมา ที่ยังนั่งอยู่บนโซฟา
โทมัส เดินเข้ามานั่งลงข้างๆ กายของ กุสุมา พร้อมกับใช้มือใหญ่โอบไปยังเอวบางอย่างรักใคร่หวงแหน และแถมยังก้มยังจุมพิตที่หน้าผากนวลเนียนใสด้วยอีกต่างหาก และ ครูส ก็ได้เดินตามชายหนุ่มมานั่งลงที่โซฟา ที่ฝั่งตรงข้ามทั้งสองหนุ่มสาวด้วยเช่นกัน
“ผมต้องขอโทษจริงๆ นะครับกับเรื่องที่ เจสซิก้า ไปทำเรื่องไว้กับคุณสุน่ะครับ และขอบคุณจริงๆ ที่คุณสุไม่เอาความกับลูกสาวของผม ผมผิดเองที่เลี้ยงลูกไม่ดี ตามใจแกมากจนเกินไป จนทำให้เสียคนแบบนี้”
ครูส มองหน้า กุสุมา กล่าวถึงเรื่องที่ตนได้รับรู้รับฟังมาจากปาก โทมัส และได้กล่าวขอโทษขอโพยแทนผู้เป็นลูกสาวสุดที่รัก อย่างสำนึกผิดในการกระทำของผู้เป็นลูกสาวสุดที่รักนั้นจริงๆ
“ไม่เป็นไรหรอกค่ะ ตอนนี้สุก็ไม่เป็นอะไรแล้วด้วย คุณครูสอย่าได้คิดมากเลยค่ะ มันน่าจะเป็นแค่อุบัติเหตุเท่านั้นแหละค่ะ”
กุสุมา บอกกล่าวให้ ครูส อย่างไม่ให้คิดมาก แต่ตัวเธอนี้สิกลับไม่คิดว่า ที่เธอเกือบเอาชีวิตไม่รอดในวันนั้น จะเป็นเพียงแค่อุบัติเหตุจริงๆ อย่างที่ เจสซิก้า กล่าวแก้ตัวมาในวันนั้นหรอก แต่เธอก็ไม่มีอะไรเป็นหลักฐานว่า เจสซิก้า จะมีเจตนาทำร้ายเธอ จึงไม่อยากจะใส่ร้ายป้ายสี เผื่อว่าหากไม่เป็นอย่างที่คิด คนที่ถูกใส่ร้ายป้ายสีจะเสียหายเอาได้ จึงคิดและพูดในทางบวกเอาไว้ก่อน
๑๐๑๐๑๐๑๐๑๐๑๐๑๐๑๐๑๐๑๐๑๐๑๐๑๐๑๐๑๐๑๐๑๐๑๐๑๐๑๐๑๐๑๐๑๐๑๐๑๐