Gashapong Cupid เมื่อผมสุ่มกาชาเเล้วได้เป็นกามเทพ

    บทที่ 21

    “ชิ! ใครมันโทรมาเวลาแบบนี้นะ” เป็นหญิงสาวที่บ่นขึ้นมาอย่างหัวเสียกับเสียงโทรศัพท์ของชายหนุ่ม“เป็นสายสำคัญ ไม่งั้นฉันไม่ตั้งให้มันดังเข้ามาวันพักผ่อนแบบนี้หรอก” เอ็ดดี้ก็หงุดหงิดไม่น้อยที่มีคนโทรเข้ามาขัดจังหวะตน แต่เขาก็รีบลุกเดินออกไปเพื่อคุยโทรศัพท์ห่างจากหญิงสาวทันที เหมือนกับว่าจะเป็นเรื่องสำคัญที่ไม่อาจให้เธอรับรู้ได้ แน่นอนว่ากามเทพฝึกหัดที่แอบดูอยู่ใกล้ๆก็อารมณ์เสียไม่น้อย แต่ในเมื่อเอ็ดดี้บอกว่าเป็นเรื่องสำคัญ กรเองก็อยากรู้อยากเห็นด้วยเช่นกัน เขาจึงตามนักธุรกิจหนุ่มเข้าไปเพื่อแอบฟังใกล้ๆ เผื่อว่าจะได้ข้อมูลมาจัดการไอ้ตี๋หื่นกามคนนี้ได้ ใต้ร่มไม้ที่ห่างออกไปจากที่นั่งริมชายหาดประมาณ 50 เมตร เอ็ดดี้รับโทรศัพท์ และกล่าวถามอีกฝ่ายด้วยน้ำเสียงสีหน้าจริงจัง“ว่ายังไง มีข่าวสำคัญอะไรรึเปล่า?”“ฉันขอยกเลิกสัญญาที่ทำไว้กับคุณ!” เสียงหญิงสาวปลายสายดังขึ้นด้วยความโมโห“ยกเลิก? หมายความว่ายังไง? เธอไม่ต้องการผู้ชายคนนั้นแล้วเหรอ?” นักธุรกิจหนุ่มไม่เข้าใจคำพูดที่อีกฝ่ายบอกมา เขาจึงถามย้ำกลับเสียงดังยิ่งตอนนี้เขากำลังอารมณ์ไม่ดีอีกด้วย“ตอนนี้เขากลายเป็นคนพิการไปแล้ว! ถึงฉันได้เข้าไปก็ไม่มีประโยชน์อะไรอีก ฉันไม่อยากดูแลคนพิการไปตลอดชีวิต! เพราะฉะนั้นฉันถึงต้องการยกเลิกสัญญาของเรา!” เสียงหญิงสาวฟังดูเหมือนจะโมโหมาก แม้แต่เสียงหงุดหงิดของเอ็ดดี้ก็ยังไม่อาจเทียบเท่า ตอนนี้นักธุรกิจหนุ่มก็ถึงกับนิ่งอึ้งไปเพราะประหลาดใจกับสิ่งที่อีกฝ่ายบอกมาไม่น้อย อย่างไรก็ตามเหมือนว่าเรื่องราวในครั้งนี้จะสำคัญ เขาจึงไม่อาจยินยอมตามใจหญิงสาวได้หากยังไม่รู้ต้นสายปลายเหตุที่ชัดเจน เขาจึงต้องการรู้รายละเอียดเรื่องที่เกิดขึ้น ไม่ใช่เพียงแค่ลมปากของอีกฝ่าย“ฉันต้องการข้อมูลเกี่ยวกับเรื่องนี้ทั้งหมด ก่อนที่จะตัดสินใจ หากมันพิการจริงๆ และเธอไม่ต้องการมันแล้ว ฉันจะยกเลิกข้อตกลงของเราก็ได้ แต่อย่างน้อยหลักฐานต้องชัดเจน ไม่อย่างนั้นสิ่งที่ฉันลงแรงไปก็เสียเปล่าน่ะสิ”“ฉันจะส่งชื่อโรงพยาบาลไปให้ แล้วที่เหลือคุณคงจะสืบต่อได้เอง ถ้าอย่างนั้นพรุ่งนี้ฉันจะโทรหาคุณตอนเย็นอีกครั้งก็แล้วกัน แค่นี้...” หญิงสาวรีบกล่าวตัดบท แต่ฝ่ายชายก็พูดขัดจังหวะเสียก่อน“เดี๋ยวๆๆ ฉันขอถามอะไรเธออย่างหนึ่งสิ ฉันอยากรู้ว่าทำไมเธอถึงตัดใจง่ายๆแบบนี้ เธอรักวุฒิไกรมากไม่ใช่เหรอ? แล้วสิ่งที่เธอทำมาตั้งแต่เมื่อสองปีก่อนมันไม่เสียเปล่าหรือไง?” เอ็ดดี้กล่าวถามถึงชายหนุ่มผู้เป็นเป้าหมายภารกิจของกามเทพฝึกหัด“นี่ไม่ใช่เรื่องของคุณ! และฉันจะไม่ยอมเสียตัวให้คุณแน่นอน!” หญิงสาวตัดเยื่อใยพร้อมกดตัดสายทิ้งไปด้วยอารมณ์กราดเกรี้ยว“เดี๋ยวสิ จินนี่! จินนี่!” เอ็ดดี้เรียกอีกฝ่ายซ้ำแต่ก็ไม่ทันเสียแล้ว แน่นอนว่าเขารับรู้ได้ถึงความโกรธเกรี้ยวที่เธอแสดงออกผ่านคำพูด ซึ่งนั่นก็ทำให้นักธุรกิจหนุ่มต้องกลับมานิ่งคิดทบทวนอีกครั้งว่าจะดำเนินการอย่างไรต่อไปดี แต่ในส่วนของกามเทพฝึกหัดที่ไปยืนฟังชายหนุ่มคุยโทรศัพท์อยู่ข้างๆก็ได้ยินการสนทนาของเอ็ดดี้กับจินนี่ทุกถ้อยคำ เขาแทบจะยืนช็อกอ้าปากค้างอยู่แบบนั้นด้วยความตกตะลึง‘นี่ฉันไม่คิดมาก่อนเลยนะว่าสองคนนี้จะร่วมมือกันมาตั้งแต่สองปีก่อน ที่แท้เบื้องหลังของเรื่องทั้งหมดก็อยู่ตรงหน้าเท่านั้นเอง ทำไมฉันถึงนึกไม่ออกกันนะ’ แม้ว่าบทสนทนาของทั้งสองคนผ่านโทรศัพท์จะเพียงแค่สั้นๆ แต่เรื่องราวที่พูดออกมาก็ชัดเจน กรที่มองข้ามความสัมพันธ์ของตัวประกอบไปก็อดที่จะกล่าวโทษตัวเองถึงความสะเพร่าไม่รอบคอบครั้งนี้ไม่ได้ เพราะมันเกือบจะทำให้เควสของเขาต้องล้มเหลวเสียแล้ว เอ็ดดี้ที่มีสีหน้าเคร่งขรึมเดินกลับไปหาเจนซึ่งนอนรออยู่บนเก้าอี้ชายหาดอย่างรวดเร็ว ฝ่ายหญิงสาวเมื่อเห็นว่าผู้ชายตรงหน้าท่าทางอารมณ์ไม่ดีก็เปลี่ยนกลับมานั่งในท่าทางเรียบร้อย เตรียมรับฟังคำระบายอารมณ์ของเขา แต่เมื่อเอ็ดดี้มาถึงกลับไม่ได้กล่าวอะไร แต่กลับฉุดแขนของเจนให้ลุกขึ้นยืนด้วยความรุนแรง“โอ้ย! เจนเจ็บนะเอ็ดดี้” หญิงสาวร้องออกมา“เธอช่วยทำให้ฉันอารมณ์ดีขึ้นหน่อยสิ!” ชายหนุ่มสั่งหญิงสาวเสียงแข็ง พร้อมกับที่สายตาของเขากวาดมองตั้งแต่ศีรษะจรดปลายเท้าของเธอ“ตะ...ตรงนี้เลยเหรอคะ?” เจนถามด้วยน้ำเสียงกล้าๆกลัวๆ“ตรงนี้ และเดี๋ยวนี้!” เอ็ดดี้ออกคำสั่งอีกครั้ง แต่เขาก็ไม่รอให้อีกฝ่ายตอบรับชายหนุ่มผู้แข็งกร้าวผลักหญิงสาวร่างบางลงกับผืนทรายร้อนฉ่า แล้วก็ตามลงไปคร่อมทับบนตัวเธอจากนั้นก็....คิดเอาเองแล้วกัน ส่วนกามเทพหนุ่มที่แอบกังวลว่าเอ็ดดี้จะลงมือใช้แผนการร้ายอะไรต่อก็ถึงกับส่ายหัว เขาไม่คาดคิดว่านักธุรกิจหนุ่มไฟแรงจะระบายอารมณ์อย่างเร่าร้อนในที่กลางแจ้งกลางวันแสกๆแบบนี้“เจ้าเอ็ดดี้เอ้ย! นี่แกจะทำจริงๆสินะ เฮ้อ! แล้วฉันจะอยู่ต่อหรือจะไปตามดูคนอื่นดีนะ อืม...อยู่ต่ออีกหน่อยดีกว่า” เมื่อกรตัดสินใจได้เขาก็ตามเข้าไปแอบดูชายหญิงตรงหน้าในระยะใกล้อีกครั้ง เวลาล่วงเลยผ่านไปอีกหลายวัน เรื่องราวที่ดูวุ่นวายซับซ้อนซ่อนเงื่อนของวุฒิไกร และวิภาดากลับกลายเป็นง่ายดายกว่าที่กรคิด เพราะการวินิจฉัยของแพทย์ผู้รักษาชายหนุ่มก็บอกออกมาอย่างชัดเจนว่าร่างกายของเขาอาจจะไม่เหมือนเดิมหลังจากนี้ ตามที่เพื่อนของวุฒิไกรเคยบอกกับจินนี่ ซึ่งนั่นทำให้ข่าวนี้กระจายไปทั่วโซเชียลมีเดียในกลุ่มเพื่อนของชายหนุ่ม และก็ทำให้วิภาดาได้รู้เรื่องนี้เข้าจนได้ หญิงสาวจึงหาทางมาพบกับชายหนุ่มได้ในที่สุดโดยไร้ซึ่งอุปสรรคใดๆขัดขวาง ทั้งจินนี่ที่ถอดใจไปแล้ว และเอ็ดดี้ก็เข้าใจว่าวิภาดาไม่มีทางกลับไปคบกับคนพิการแน่ๆ จึงไม่ได้วางแผนการทำอะไรต่อ แต่ทุกคนรวมทั้งกามเทพฝึกหัดก็ไม่คาดคิดว่า ความสัมพันธ์ที่เคยจบสิ้นลงไปแล้วของทั้งสองคน จะกลับมาผูกพันแน่นแฟ้นยิ่งกว่าเดิม ณ โรงพยาบาล วุฒิไกรในชุดผู้ป่วยยังคงนอนอยู่บนเตียงพร้อมกับมีอุปกรณ์เหล็กดามกระดูกติดตัวอยู่เช่นเดิม แต่สีหน้าของเขากลับสดชื่นขึ้นมาอย่างกับคนที่ไม่ได้เจ็บป่วยอะไรเลย นั่นก็เป็นเพราะวิภาดากำลังนั่งปอกผลไม้อยู่ข้างๆเขานั่นเอง“ดาเอาของชอบมาให้ไกรทานทุกวันแบบนี้ สงสัยกว่าจะออกจากโรงบาลน้ำหนักคงขึ้นอีกเยอะแน่ๆ” วุฒิไกรกล่าวออกมาด้วยน้ำเสียง และรอยยิ้มที่อ่อนโยน“ไกรกินเยอะๆน่ะดีแล้วจะได้หายเร็วๆ เดี๋ยวเย็นนี้ดาให้คนขับรถไปซื้อซาลาเปาหน้าหมีมาให้นะ ทานเยอะๆล่ะ” วิภาดาตอบกลับไปด้วยรอยยิ้มมีความสุขเช่นกัน หากใครได้มาเห็นฉากนี้คงจะรู้สึกว่าบรรยากาศมันช่างหวานหยดย้อยเสียเลยเกิน“แต่ไม่ต้องเอามาเยอะเหมือนวันนั้นนะ เดี๋ยวกินไม่หมดเสียดายแย่” ชายหนุ่มกล่าวเตือนไม่ให้หญิงสาวทำอะไรที่โอเวอร์เกินไป“จ้าๆ แต่ตอนนี้กินแอปเปิลไปก่อนนะ ดาซื้อมาตั้ง 20 ลูกแหนะทานให้หมดด้วย ถ้าเก็บไว้เดี๋ยวจะไม่อร่อย”“โธ่! ดา....” วุฒิไกรส่ายหัวให้กับความเว่อร์ของหญิงสาวอีกครั้ง แต่เขาก็ไม่ได้กล่าวโทษเธอ ใบหน้าของเขากลับเต็มไปด้วยรอยยิ้มแห่งความสุขที่วิภาดามีความห่วงใยให้กับตน “แหวะ! เหม็นความรัก” กรที่นั่งอยู่ใกล้อดไม่ได้ที่จะบ่นออกมาด้วยความหมั่นไส้ จากความตั้งใจมากมายที่ผ่านมา ตัวเขาต้องคอยไปสืบข่าวคนนั้นทีคนนี้ทีเพื่อพยายามป้องกันผู้ไม่ประสงค์ดีต่อหนุ่มสาวคู่นี้ แต่สุดท้ายเป้าหมายเควสทั้งสองคนกลับมารักกันง่ายๆโดยที่เขาไม่ต้องทำอะไรเลยด้วยซ้ำ ซึ่งกามเทพหนุ่มเองก็ไม่ได้เพียงแค่ทำภารกิจแต่เขาก็หาข้อมูลจากคู่มือกามเทพไปด้วย และนั่นก็ทำให้กรได้รู้ว่าเควสแรงค์ F ที่เขารับมาทำนี้มันเป็นเควสง่ายๆสมกับระดับของมัน นั่นก็คือมีอุปสรรคเพียงเล็กน้อยรวมไปถึงมีปัจจัยที่เอื้ออำนวยต่อความสำเร็จสูง แม้ว่าจะมีตัวอิจฉาที่ต้องการทำลายความรักอยู่ก็ตาม“เฮ้อ! บทจะรักก็รักกันขึ้นมาง่ายๆเลยสินะสองคนนี้ ถึงเวลาทำเควสให้มันจบๆไปสักที จงออกมา ธนูแห่งความรัก!”