ลูกค้าในบาร์นั้นดูจะมีแต่ผู้ชายซึ่งมีทั้งโคบาลและชาวประมงซึ่งต้องนับเป็ส่วนผสมที่ผิดธรรมดาอยู่ไม่มีใครนั่งตรงสตูลค่อนไปทางท้ายของเคาท์เตอร์ แองจี้จึงเดินเงียบๆเข้าไปตรงสตูลตัวสุดท้าย การปรากฏตัวของเธอมิใช่ว่าจะไม่มีใครสังเกตเห็นเอาเสียเลยเพราะเธอได้รับความสนใจจากผู้ชายในห้องนั้นมากกว่าหนึ่งคน ซึ่งมองมาด้วยความชื่นชมแต่ท่าทางของเธอมิได้บอกอาการเชิญชวนให้ใครเข้าใกล้ดังนั้นคนที่มองตามจึงออกจะผิดหวังอยู่
บาร์เทนเดอร์ผมดำอยู่ในวัยราว40 รูปร่างของเขาบอกว่ากำลังจะอ้วนเข้าทุกที สีหน้ากร้าวกระด้างออกจะหยิ่งๆแต่แววในดวงตาดูอ่อนโยนอย่างประหลาดขณะที่เดินมาหยุดอยู่เบื้องหน้าแองจี้ที่นั่งอยู่บนสตูล
“ดื่มอะไรดี?”
เขาวางมือที่เต็มไปด้วยขนลงบนขอบเคาน์เตอร์เหมือนจะรองรับน้ำหนักไว้
ถ้าแองจี้จะดื่มเครื่องดื่มที่มีแอลกอฮอล์สักอย่างมันก็มักจะเป็ไวน์ขาว แต่ดูเหมือนเป็ไปไม่ได้สำหรับการที่จะสั่งเครื่องดื่มชนิดนั้นในบาร์นี้
“ขอเบียร์ค่ะตราอะไรก็ได้” เธอไม่สนใจในความแตกต่างของตราเลย
ขณะที่แองจี้เปิดซองบุหรี่ออกเพื่อจุดสูบบาร์เทนเดอร์ก็รินเบียร์ใส่แก้วให้จนเกือบเต็มเดินมาหยุดอยู่เบื้องหน้าก้มลงควานหาที่รองแก้ว แล้วจึงได้วางแก้วเบียร์ให้
“ผมไม่เคยเห็นคุณแถวนี้มาก่อนนี่”เขาเอ่ยขึ้นรอยยิ้มจาง ๆ ปรากฏอยู่บนใบหน้า “คุณอยู่แถวนี้เองหรือครับ?”
“เคยอยู่ค่ะ”แองจี้ตอบอย่างยอมรับก่อนที่จะดึงก้านไม้ขีดออกจากแผงขีดขึ้นจุดบุหรี่เกือบจะสำลักเมื่ออัดควันเข้าไป
“กลับมาเยี่ยมละมังครับ?”
บาร์เทนเดอร์ยังเดาต่อ
“เปล่าหรอกค่ะ”
แองจี้ไม่รังเกียจที่จะมีเพื่อนคุยแต่มีได้สนใจในการสนทนาด้วยเท่านั้น
“แถวนี้มันเปลี่ยนไปมากเจริญขึ้นทุกวัน มีนักทัศนาจรทั้งฤดูร้อนฤดูหนาว” เขาว่า
“ค่ะ”
บาร์เทนเดอร์ผู้นั้นลอบชำเลืองมองอย่างจับสังเกตในคำตอบของเธอก่อนที่จะเดินเลยไปทางด้านอื่นแองจี้เคาะเถ้าบุหรี่ลงในที่เขี่ยยกเบียร์เย็นๆ ตรงหน้าขึ้นมาจิบเธอได้ปฏิญาณกับตัวเองแล้วว่าจะไม่คิดอะไรมากไปกว่านี้แต่ก็ยังอดใคร่รู้ไม่ได้ว่าอะไรจะเกิดขึ้นถ้าเธอจะโทรศัพท์ไปหามาริสสาแต่แล้วก็รีบปัดความคิดนั้นออกจากสมองกำหนดใจตัวเองให้รับฟังแต่เสียงเพลงที่ดังมาจากตู้เพลงที่ไม่ไกลนักเพียงแต่ไม่อาจจับใจความเนื้อร้องได้
โคบาลผู้หนึ่งสำแดงความสนใจในตัวเธอออกมาอย่างมากเขากำลังมองมาทางเธออย่างใช้ความคิดคล้ายจะพยายามนึกให้ออกว่าเคยเห็นเธอที่ไหนมาก่อนใบหน้าของเขาประกอบด้วยหนวดกระจุกสีน้ำตาล สวมกางเกงยีนส์และเสื้อแบบตะวันตกสวมหมวกปีกกว้างซึ่งสายคาดทำด้วยขนนกเขาจ้องมองแองจี้อยู่เช่นนั้นจนไม่สามารถจะเก็บความสงสัยไว้ได้อีกต่อไปจึงลุกขึ้นจากเก้าอี้เดินเข้ามาใกล้
แองจี้สังเกตเห็นเขาตอนที่เขาเดินเข้ามาเอนร่างพิงเคาน์เตอร์หันมาทางสตูลที่เธอนั่งอยู่รอยยิ้มประดับอยู่บนริมฝีปาก แองจี้เบือนหน้าหนีอย่างชาเย็น ดวงตาสีฟ้าของโคบาลคนนั้นหรี่ลงอย่างใช้ความคิดราวกับจะยังไม่แน่ใจอยู่
“ถ้าผมจะพูดออกไปมันก็เหมือนกับประโยคคำพูดในหนังเก่าๆหรือประโยคเก่าๆ ในหนังที่ไม่เข้าท่า”
เขาเอ่ยขึ้น
“แต่ผมก็อยากรู้อยู่เหมือนกันว่าผมเคยรู้จักคุณหรือเปล่า?”
แองจี้รู้สึกหนาวเยือกลงไปถึงไขสันหลังหันมามองโคบาลคนนั้นแวบหนึ่ง และมองเห็นความคุ้นตาในใบหน้าของเขา
“ไม่หรอกค่ะฉันไม่คิดอย่างนั้นเลย”
เธอปฏิเสธทั้งๆที่ไม่แน่ใจนัก
“แต่ผมกลับมั่นใจว่าต้องเคยพบกันที่ไหนมาก่อนแน่”
เขายืนยันส่ายศีรษะช้าๆ
“คุณอยู่แถวนี้หรือเปล่าล่ะ?”
“เปล่า”
เธอเพิ่งดับบุหรี่ลงเมื่อครู่นี้เองแต่ความหวาดหวั่นที่เกิดขึ้นทำให้เริ่มควานหาตัวใหม่
เสียงไล้ท์เตอร์ถูกจัดขึ้นโคบาลผู้นั้นยื่นไฟเข้ามาใกล้และช่วยจุดบุหรี่ให้แองจี้พยายามหลีกเลี่ยงสายตาคมปลาบคู่นั้น
“ผมก็เคยเดินทางไปเที่ยวไหนต่อไหนมาเหมือนกันนะแล้วคุณล่ะมาจากไหน?” เขาถาม
“อริโซน่าค่ะ”
มือที่จับแก้วเบียร์ไว้กระชับแน่นเข้าดวงตาจับอยู่กับกลุ่มควันที่ลอยตัวขึ้นจากมวนบุหรี่ที่คีบไว้ระหว่างนิ้วรู้สึกเหมือนตัวเองถูกต้อนมาติดขอบ
รอยยิ้มที่ปรากฏอยู่บนใบหน้าของเขาให้ยามนี้คล้ายจะรู้สึกเสียใจในคำตอบของเธอ
“ผมไม่เคยไปที่นั่นเสียด้วยสิ”
เขาอึ้งไปเป็ครูพิจารณาใบหน้าด้านข้างของเธอ
“แต่ผมว่าเราต้องเคยพบกันมาก่อนแน่มันเป็ไปไม่ได้ที่ผมจะลืมผู้หญิงตาสีฟ้าผมสีบลอนด์อย่างนี้เสียง่ายๆ เมื่อเห็นแองจี้มิได้ตอบรับในคำกึ่งอภินันทนาการนั้น เขาก็พูดต่อ
“เออ....ผมยังไม่ได้แนะนำตัวเองเลยผมชื่อเคลลี่ครับ...เคลลี่ เรโนลด์ส”
ชื่อของเขาก่อให้เกิดความตระหนกขึ้นมาทันทีเป็ชื่อที่เธอนึกไม่ออกแต่แรกนั่นเอง และเป็ชื่อของเพื่อนชายคนที่มาริสสาออกเดตด้วยในฤดูร้อนเมื่อ7 ปีก่อนเคลลี่ต้องรู้จักเธอแน่ แต่หลังจากที่เวลาผ่านไปถึง 7ปีเช่นนี้เขาอาจจะยังจำเธอไม่ได้และเธอเองก็จำเขาไม่ได้เช่นกันแองจี้พยายามบังคับตัวเองไว้มิให้แสดงกิริยาผิดปกติออกไปอำพรางความรู้สึกที่ชื่อของเขาได้ก่อให้เกิดขึ้นอยู่ในขณะนี้
“ขอโทษนะคะฉันไม่เคยได้ยินชื่อนี้มาก่อนเลยจริงๆ”
เธอพูดปดออกไปอย่างหน้าตาเฉยและไม่ยอมบอกชื่อตัวเองให้เขารู้ด้วย
“ผมสาบานได้เลยว่าผมต้องรู้จักคุณแน่”
เคลลี่ยังคงที่มแทงต่อไปแต่แองจี้ไม่สนใจ ไม่พยายามแสดงความตื่นเต้นออกมา
“บางทีหน้าตาฉันอาจจะทำให้คุณนึกไปถึงคนอื่นที่คล้ายกันก็ได้เื่อย่างนี้มันเกิดขึ้นอยู่เสมอนี่คะ”
เธอตอบพร้อมกับยักไหล่
“ก็อาจจะเป็ได้”
แต่น้ำเสียงของเคลลี่มิได้บอกว่าเขาเชื่อตามไปด้วยเลยเลื่อนร่างขึ้นนั่งบนสตูลตัวต่อจากเธอ ยังไม่ยอมเลิกง่ายๆ
“เอาละครับก็ขอถามด้วยประโยคที่ไม่เข้าท่าอีกสักคำเถอะ ว่าอะไรทำให้ผู้หญิงสวยๆอย่างคุณมาเที่ยวในเมืองเหงาๆ ในเท็กซัสอย่างนี้ล่ะ ไม่มีอะไรให้ดูเลยนี่”
“ฉันก็เห็นจะต้องขอยืมคำพูดเก่าๆมาใช้เหมือนกันค่ะ”
ริมฝีปากของเธอเครียดเขม็ง
“ว่าเพราะฉันบังเอิญผ่านมาน่ะสิคะ”
“...แล้วก็เลยหยุดพักค้างคืนที่นี่เสียสักคืน”
เขาช่วยสรุปให้ความสงสัยยังไม่คลายไปจากใจ
“เื่นั้นมันก็ไม่ใช่เื่ผิดปรกติอะไรนี่”
แองจี้ป้องกันตัวเอง
“เพราะเมืองนี้ก็เป็เมืองที่นักท่องเที่ยวมากันอยู่แล้ว”
“นั่นสิผมก็ว่ายังงั้นเหมือนกัน”
เคลลี่คล้อยตามอย่างไม่เต็มใจเลยจุดบุหรี่ให้ตัวเองชำเลืองมองเธอจากปลายหางตา
“บางทีเราอาจจะเคยพบกันใน ซาน แอนโตนิโอก็เป็ได้นะ”
“ฉันไม่เคยไปที่นั่นหรอกค่ะ”
แองจี้บอกตัวเองว่าควรจะหาทางยุติการสนทนาทำนองนี้ลงได้แล้วเพื่อมิให้เขาต้องซักไซ้ไล่เลียงต่อไป
เคลลี่เม้มปากอย่างใช้ความคิดชูนิ้วเป็สัญญาณให้บาร์เทนเดอร์
“ขอเบียร์นะอัล”
เขาสั่งพร้อมกับหันมาพูดกับแองยิ้มๆว่า
“ขอผมเลี้ยงเครื่องดื่มคุณสักแก้วนะ”
“ไม่ค่ะขอบคุณ”
แองจี้ปฏิเสธทันที
“ที่สั่งมานี่ยังแทบไม่ได้แตะเลย”
เธอยกแก้วเบียร์ตรงหน้าขึ้นจิบรสชาติมันเปลี่ยนไป เมื่อความเย็นคลายลง
ความเงียบเกิดขึ้นชั่วขณะเมื่อบาร์เทนเดอร์เอาขวดเบียร์กับแก้วมาตั้งให้เขาเคลลี่ซุกมือลงไปในกระเป๋าหยิบเงินขึ้นมาจ่ายเมื่อบาร์เทนเดอร์ถอยออกไปเพื่อจะหยิบเงินทอนโคบาลผู้นั้นก็หันมามองแองจี้อย่างพิจารณาอีกครั้ง
“เมื่อครู่นี้คุณบอกว่าคุณชื่ออะไรนะครับ?”
เขาถามอย่างไม่มีปี่มีขลุ่ย
เื่ออกจะใกล้อันตรายเข้ามาทุกทีเขาอาจจะจำเธอได้ทันทีเมื่อบอกชื่อออกไป อะไรจะเกิดขึ้นถ้าเขาเกิดรู้เื่ขึ้นมา? ถ้าเขาโทรศัพท์ไปหาเดคและบอกว่าเธอมาอยู่ในเมืองนี้แล้วเล่า? นรกต้องะเิออกแน่ๆ ...เธอพร้อมแล้วหรือที่จะต้อนรับสถานการณ์นั้น?หรือว่าพร้อมแล้วสำหรับในทางตรงกันข้าม? มันเป็ความคิดที่แองจี้ยังไม่กล้าตัดสินใจใดๆลงไปทั้งสิ้น และถ้าขึ้นอยู่ต่อไปไม่นานเคลลี่ เรย์โนลด์จะต้องบังคับให้เธอต้องกระทำในสิ่งที่ไม่้าทำอย่างแน่นอน
“ฉันไม่ได้บอกชื่อตัวเองหรอกค่ะ”
น้ำเสียงของเธอเยือกเย็นด้วยความประหวั่น
และแล้วด้วยความหวาดหวั่นจนผิดธรรมชาติ แองจี้รวบซองบุหรี่กับไม้ขีด กวาดใส่ลงในกระเป๋าเลื่อนตัวลงจากสตูลตั้งท่าจะเดินออก แต่ทว่าเขาเอื้อมมาจับแขนเธอไว้ความแปลกใจผสมกับความคลางแคลงเป็ความรู้สึกที่แสดงอยู่ในสีหน้าของเขา
“อย่าเพิ่งไปสิครับ”
เขาท้วงขึ้น
“ดึกแล้วค่ะวันนี้ดิฉันก็เหนื่อยมาทั้งวันแล้วด้วย”
เธอดึงตัวเองออกจากการเกาะกุมของเขา“กู๊ด ไนท์นะคะ มิสเตอร์เรย์โนลด์”
ขณะที่เดินออกมาตามทางเดินเพื่อจะออกจากบาร์นั้นแองจี้สามารถจะรู้ได้ว่ามีสายตาของเขาที่มองตามหลังมาั้แ่นาทีแรกจนนาทีสุดท้ายที่เขาพยายามจะนึกให้ได้ว่าเคยพบเธอที่ไหนและเมื่อไรมาก่อนแองจี้มีความรู้สึกว่าตัวเองรับสถานการณ์ในครั้งนี้อย่างแย่ที่สุด เมื่อนึกถึงว่าเขาใคร่จะรู้ให้ได้ว่าเธอเป็ใครแทนการหนีมาเสียดื้อๆ เช่นนี้เธอน่าจะคิดชื่ออะไรขึ้นมาก็ได้แล้วก็บอกเขาไปแทนที่จะปฏิเสธไม่ยอมบอกให้เขารู้แต่เมื่อมาถึงเวลานี้มันก็สายเกินแก้เสียแล้ว แองจี้นึกโกรธตัวเองโกรธที่กลัวมากไปแม้แต่ในเื่เล็กๆ น้อยๆ เช่นนี้