หลิวอี้มาถึงหอแสงจันทร์ก็ไม่เห็นคนอื่นๆที่มาล้อมรอบที่ตรงนี้ตอนแรกๆ เขาจึงเดินเข้าไปถามผู้ดูแล
“ข้าสามารถเข้าไปตอนนี้จะได้หรือไม่”
“ที่นั่งธรรมดาล้วนเต็มหมดแล้ว แต่ยังเหลือที่นั่งสวนตัวอีกหนึ่งที่ ท่านสนใจจะเข้าไปหรือไม่ แต่ท่านจะต้องจ่ายหินกำเนิดปราณจำนวน 50 ก้อน”
“ได้”หลิวอี้ยอมจ่ายแพง เพราะ้าที่จะไปชมความงดงามของหลี่จือเหยา ว่านางจะงดงามแค่ไหนถึงกับทำให้คนอื่นๆต้องมายืนรอเยอะขนาดนี้
หญิงต้อนรับนำทางหลิวอี้ไปที่ห้องส่วนตัว ที่เหลืออยู่เพียงหนึ่งห้อง เขามาถึงห้องก็พอจะรู้ว่าทำไมถึงไม่มีคนจองห้องนี้เพราะว่าทำเลของห้องจะมองเห็นเพียงด้านข้างของคนที่เเสดงอยู่บนเวที
หลิวอี้นั่งลงก็มีคนนำสุราอาหารมาให้กับเขากินดื่มระหว่างรอการเเสดง เขารอไปได้สักพักก็มีหญิงสาวหนึ่งนางเดินขึ้นไปบนเวที
“วันนี้เป็วันพิเศษสำหรับทุกท่าน วันนี้แม่นางหลี่จือเหยา นอกจากนางจะมาร่ายรำกระบี่ให้กับพวกท่านชม นางยังจะเลือกผู้โชคดีหนึ่งท่านร่วมพูดคุยเเละดื่มสุรากับนางเป็การส่วนตัว”ทุกคนที่อยู่ภายในห้องส่วนตัวและที่นั่งธรรมดาต่างก็ส่งเสียงกระซิบกระซาบกันออกมา
“ส่วนกติกาแม่นางจะเป็คนบอกกับพวกท่านเอง”
จากนั้นก็มีเสียงดนตรีดังขึ้นมา หญิงสาวที่อยู่ในชุดสีเเดงใส่ผ้าปิดหน้าเพียงบางๆลอยตัวออกมาและเริ่มร่ายรำกระบี่
บุรุษหนุ่มทุกคนที่อยู่ภายในหอเเสงจันทร์แถบจะหยุดหายใจ เพราะการร่ายลำกระบี่ของหลี่จือเหยา ช่างยั่วยวนใจพวกเขายิ่งนัก ตอนนี้ความคิดของพวกเขาแต่ละคนมีความคิดที่เหมือนๆกันคืออยากจะขึ้นเตียงกับนาง
ภายในห้องส่วนตัวที่หลิวอี้นั่งอยู่ เขาก็มองเห็นการร่ายรำของนาง ถึงแม้ว่าจะไม่สามารถมองเห็นใบหน้าของนางได้ชัดเจน แต่เขาก็รู้สึกว่านางเป็หญิงงามอันดับต้นๆของยุคนี้ แต่สิ่งที่หลิวอี้แปลกใจก็คือ ระดับพลังของนางอยู่ในขั้นปรมาจารย์ ขั้นต่ำ อายุของนางน่าจะยังไม่ถึง 30 ปีแต่ระดับพลังของนางสูงถึงขั้นนี้แสดงว่านางไม่ธรรมดา แต่ทำไมนางถึงมาอยู่ในที่แห่งนี้นางน่าจะอยู่ภายในสำนักใหญ่สักแห่งและตั้งใจฝึกฝนอีกไม่นานนางก็อาจจะไปถึงขั้นจักรพรรดิได้ หลิวอี้สงสัยจึงใช้พลังของเขาจ้องมองไปยังภายในร่างกายของนาง เขาจึงได้รู้ว่าร่างกายของนางมีปัญหาบางอย่าง น่าเสียดายจริงๆ
หลี่จือเหยาที่กำลังร่ายรำกระบี่ นางรู้สึกว่าถูกใครบางคนกำลังจ้องมองนาง นางรู้สึกว่าเขามองเข้าไปถึงภายในร่างกายของนางได้เลย แต่ก็เพียงแค่แว็บเดียว
หลังจากการร่ายรำของจือเหยาหยุดลง ทุกคนต่างก็ปรบมือเสียงดัง
“ขอบคุณทุกท่านที่มาชมการร่ายรำของจือเหยา ผู้ดูแลน่าจะบอกกับทุกท่านไปแล้ว วันนี่จือเหยาจะร่วมดื่มกับแขกพิเศษหนึ่งท่าน ส่วนกติกาของข้าก็คือให้ทุกท่านเเสดงความคิดเห็นเกี่ยวกับการร่ายรำกระบี่ของข้า หากใครแสดงความคิดเห็นได้ถูกใจ ข้าจะร่วมดื่มด้วยเ้าค่ะ”
หลังจากที่นางพูดเสร็จต่างก็มีคนเเสดงความคิดของพวกเขาเกี่ยวกับการร่ายรำกระบี่ของนาง ทุกคนแทบจะเเสดงความคิดเห็นของตัวเองไปจนหมดแต่ก็ยังไม่ถูกใจของนาง ตอนนี้เหลือเพียงห้องสุดท้ายที่ไม่ได้แสดงความคิดเห็น
“ไม่ทราบว่าคุณชายที่อยู่ห้องสุดท้ายจะไม่ลองเเสดงความคิดเห็นหรือเ้าคะ หรือว่าการร่ายรำของจือเหยาจะไม่สวยงามและไม่ถูกใจคุณชาย”
หลังจากที่นางพูดจบประโยคน์ เหล่าบุรุษที่อยู่ภายในหอต่างก็ะโและส่งเสียงด่าทอหลิวอี้
“ข้าไม่อยากจะพูดกับคนที่กำลังจะตาย”
ทุกคนที่อยู่ภายในห้องถึงกับโกธแค้นและะโออกมาหวังจะสู้กับหลิวอี้
จือเหยาได้ฟังคำพูดที่ดังออกมาจากชายที่อยู่ภายในห้องสุดท้าย นางถึงกับตัวสั่นพร้อมทั้งกำมือของนางแน่น นางหันไปพยักหน้าให้คนของนางจากนั้นนางก็พูดขึ้น
“น่าเสียดายที่วันนี้ไม่มีใครสามารถทำให้ข้าสนใจได้ วันนี้จือเหยาคงจะต้องขอตัวก่อน”
นางลอยตัวออกจากเวทีและกลับไปที่เรือนที่พักของนาง
หลิวอี้กินอาหารจนหมดเพราะเขารู้สึกว่าอาหารที่นี่อร่อยถูกปากเขา สงสัยจะต้องเเวะมากินบ่อยๆ ในขณะที่หลิวอี้กำลังจะออกจากห้องได้มีหญิงรับใช้เข้ามาหาเขา
“แม่นางจือเหยาเชิญคุณชายไปพบที่เรือนกลางน้ำของนางเ้าค่ะ”
“หากข้าไปข้าจะได้อะไรตอบแทน”
หญิงรับใช้ถึงกับอึ้งและพูดไม่ออก
“หากท่านยอมมาพบข้า ท่านอยากจะได้อะไรข้าก็จะยอม”
อยู่ก็มีเสียงดังเข้ามาภายในหูของหลิวอี้
“เชิญแม่นางนำทางข้า”
สาวใช้ไม่เข้าใจในตัวของชายผู้นี้ ตอนแรกนางนึกว่าเขาจะไม่ยอมไป