บทที่ 10 ไม่เคยเป็แบบนี้
สำหรับลู่จิ่นเนี่ยน นี่เป็ความรู้สึกที่เธอไม่เคยมีมาก่อนในอดีต
และการร่วมรักกับมู่จือเหยียนก็มีนับครั้งได้ ทั้งยังเกิดขึ้นตอนกลางคืน เมื่อผู้ชายคนนี้เมาเท่านั้น
ท่ามกลางแสงสว่างในเวลากลางวัน และมู่จือเหยียนที่ยังคงสติทว่าโหดร้ายราวสัตว์เดรัจฉานเช่นนี้ เธอไม่เคยพบเห็นมาก่อนเลย
“มู่จือเหยียน อย่ามาแตะต้องฉันนะ!” หญิงสาวดิ้นรนต่อสู้อย่างรุนแรง
ทว่ายิ่งเธอต้านทานมากเท่าไร ไฟแค้นที่คุกรุ่นในใจของมู่จือเหยียน ก็ยิ่งลุกโชนมากขึ้นเท่านั้น
เขาอดไม่ได้คิดถึงความใกล้ชิดระหว่างเธอกับไป๋จื่อซวิน ที่หน้าโรงพยาบาลในวันนี้
เธอทักทายผู้ชายคนอื่นด้วยรอยยิ้ม แต่ทำไมเวลาอยู่กับเขา ถึงได้ปฏิเสธทุกวิถีทาง?
มู่จือเหยียนกดทับทุกการเคลื่อนไหวที่เธอต่อต้านไว้อย่างมั่นคง และฉีกกระชากเสื้อผ้าเธอออก
สิ่งที่เกิดขึ้นทั้งหมด ไร้ซึ่งความอ่อนโยน
ทว่าคล้ายกับเป็การเอาชนะและประกาศอำนาจอย่างเหนือชั้นมากกว่า
ลู่จิ่นเนี่ยนกลั้นความเ็ปราวกับร่างถูกฉีกขาด หล่อนเบือนหน้าหนีไปทางอื่น และบดบังน้ำตาที่ไหลรินจากหางตาไว้ได้ทันพอดี
มู่จือเหยียนคล้ายสัตว์ป่าที่หลุดการควบคุม เขาพลิกตัวไปมา เรียกร้องสิ่งนั้นจากเธอซ้ำแล้วซ้ำเล่า
ลู่จิ่นเนี่ยนเหนื่อยล้าและทรมาน ร่างกายเ็ปราวกับถูกบดขยี้ในนรก ร่างกายเจ็บช้ำไปถึงกระดูก หญิงสาวไม่ได้รอให้การร่วมรักครั้งนี้ถึงตอนจบก็พลันหมดสติไปก่อน
ใน่เวลานั้น มู่จือเหยียนก็ตระหนักได้ว่าเขาสูญเสียการควบคุม
หญิงสาวตัวเล็กในอ้อมแขนของเขาใบหน้าซีดเผือด ขนตางอนสีดำขลับปิดสนิท ทิ้งไว้เพียงคราบน้ำตา น่าสงสารและอ่อนแอ
หัวใจของมู่จือเหยียน ราวกับถูกสิ่งบอบบางนุ่มนวลทิ่มแทง ความรู้สึกร้อนรุ่มพวยพุ่งขึ้นมายากจะอธิบาย
การกระทำที่หยาบกร้านและรุนแรงเมื่อครู่ ก็หยุดชะงักลงในพริบตา
นิ้วมือชายหนุ่มค่อย ๆ ปัดเส้นผมสีดำที่เปียกชุ่มไปด้วยเหงื่อออกจากใบหน้าของหญิงสาว ั์ตาสีเข้มปรากฏร่องรอยความเ็ป และความอ่อนโยนวาบผ่านไปเล็กน้อย
เขาพลิกตัวลุกขึ้นจากโซฟา มองไปรอบ ๆ หยิบเสื้อเชิ้ตของตัวเองขึ้นมาห่อหุ้มหญิงสาวร่างบางที่นอนขดตัวบนโซฟาอย่างเบามือ แล้วอุ้มเธอขึ้นไปบนห้องนอนอย่างอ่อนโยน
ทันทีที่เขาวางเธอลงบนเตียงนุ่มขนาดใหญ่ ลู่จิ่นเนี่ยนขดตัวเข้าไปในผ้าห่มทันที กระทั่งใบหน้าเล็กก็ซ่อนตัวอยู่ใต้ผ้าห่ม คล้ายกับอำพรางตัวเองเอาไว้
มู่จือเหยียนยิ้มบาง ๆ ในตอนที่เขากำลังจัดผ้าห่มให้เธอ เขาสังเกตเห็นร่างกายขาวเนียนของหญิงสาว เขาก็เห็นร่องรอยที่ตัวเองฝากไว้บนผิวกายขาวเนียนของลู่จิ่นเนี่ยน
ั์ตาหม่นหมองลง เขาใช้มือััรอยฟกช้ำอย่างแ่เบา
เมื่อิัถูกัั ลู่จิ่นเนี่ยนก็สะดุ้งอีกครั้ง ริมฝีปากบางพึมพำว่า “อย่านะ”
มู่จือเหยียนขมวดคิ้วด้วยความรู้สึกผิด วันนี้เขากินยาผิดไปหรือเปล่า? ถึงได้ทำกับเธอรุนแรงแบบนี้?
หลังจากคิดอยู่สักพัก เพื่อชดเชยความผิด ชายหนุ่มก็ทำในสิ่งที่ไม่เคยทำมาก่อน เขาไปเอาน้ำอุ่นมาจากห้องน้ำ ชุบผ้าขนหนูเนื้อนุ่มลงไป จากนั้นก็เช็ดตัวหญิงสาวอย่างเบามือและระมัดระวัง
สุดท้าย จึงปิดประตูเบา ๆ แล้วออกจากห้องไป
ที่ชั้นล่าง พ่อบ้านกำลังเก็บกวาดความยุ่งเหยิงในห้องรับแขก เมื่อเห็นคุณชายลงมา เขาก็รีบก้มหน้าลงและพูดอย่างนอบน้อมว่า “คุณชาย”
มู่จือเหยียนพยักหน้าอย่างเรียบเฉย แล้วเดินตรงไปที่ประตู
ก่อนออกจากบ้าน เขาหันกลับมาสั่งว่า “ทำข้าวต้มกับขนมไว้ รอเธอตื่น ค่อยยกไป”
“ครับ” พ่อบ้านตอบรับ ท่วาในใจเกิดความรู้สึกแปลกประหลาด เป็เพราะปกติคุณชายไม่เคยสนใจลู่จิ่นเนี่ยนมาก่อน
แต่วันนี้เขากลับใส่ใจหญิงสาว หรือว่าความสัมพันธ์ของทั้งคู่จะดีขึ้นแล้ว?
เมื่อลู่จิ่นเนี่ยนตื่นขึ้น ก็เป็ตอนเช้าของวันถัดไป
ร่างกายของเธอปวดอย่างหนัก โดยเฉพาะตอนที่ลุกจากเตียง เธอเกือบจะยืนไม่ไหว นอกจากนี้ข้อเท้าก็เริ่มเจ็บขึ้นมาโดยไม่ทราบสาเหตุ