ฉี่ฮั่นจอมเื่มากเป็บุตรชายของคหบดีผู้มั่งคั่งอันดับต้นๆ แห่งเมืองปู้ชวน กุมพื้นที่เกษตรเศรษฐกิจเอาไว้ในมือมากมาย อาทิ ไร่ข้าวโพด ไร่ข้าวสาลี ไร่ผลซานจา เน้นการส่งออกขายไปยังเมืองอื่นๆ เป็หลัก กำไรงอกงามจนมีทรัพย์สินกองเท่าูเาไท่ซาน
ด้วยความร่ำรวยมือเติบของเขา ไม่มีร้านค้าใดไม่อยากอ้าแขนต้อนรับ แต่สำหรับโรงเตี๊ยมทุกโรงในตรอกผิงเจียแล้ว...นับเป็ฝันร้ายเลยก็ว่าได้
ก็ไม่รู้ว่ามารตนใดเข้าแทรก อาละวาดเื่อาหารเหม็นอยู่ร่ำไป ทั้งๆ ที่ผู้อื่นไม่มีปัญหา แต่เขากลับมีปัญหา เื่นี้ทำให้เหล่าโรงเตี๊ยมปวดเศียรเวียนเกล้าทุกครั้งที่ต้อนรับ ต้องคอยลุ้นกันเสียทุกวันว่าวันนี้เป็โรงเตี๊ยมผู้ใดที่ดวงตก
และโรงเตี๊ยมผู้โชคดีในวันนี้ก็คือ...เหลาชิงฝู
เดิมทีด้วยชื่อเสียงอันดับรั้งท้ายในตรอกผิงเจีย ฉี่ฮั่นจึงไม่เคยย่างเท้ามาที่เหลาชิงฝูมาก่อน เถ้าแก่หลี่ยังเคยเปรยในใจเสียด้วยซ้ำว่านับเป็ความโชคดีในความโชคร้าย
เซียนอินเอ่ยถาม “เขาสั่งอะไรบ้างรึ”
ฉวี่ตงปาดเหงื่อที่ขมับออก “เขามาผู้เดียว สั่งอาหารเพียงสองอย่าง คือปลาหลีฮื๊อน้ำแดง และเกี๊ยวน้ำไส้หมู”
เซียนอินพยักหน้า หันไปจะแบ่งงานกับพ่อครัวจางอย่างที่เคยทำ ตนเองทำของต้มที่พ่อครัวจางไม่ถนัด ส่วนเขาทำของทอดๆ ไป ทว่าพ่อครัวจางชิงพูดออกมาก่อน “ข้าจะทำเกี๊ยวน้ำไส้หมู”
แล้วปัดก้นเดินไปหน้าเตา สั่งผู้ช่วยหวังให้ช่วยเตรียมของทันที
ฉวี่ตงยิ้มแหยเอ่ย “สิ่งที่จอมเื่มากอาละวาดเป็ประจำทุกร้านใน่นี้ ก็คือปลาหลีฮื๊อน้ำแดงนี่แหละ”
“อ้อ” เซียนอินเลิกคิ้ว ถกแขนเสื้อขึ้นเตรียมของพลางเอ่ยถามไปด้วย สีหน้าจริงจังกว่ายามปกติ
“ปกติแล้วเขาอาละวาดว่าอะไรออกมา พี่ตงรู้หรือไม่”
ฉวี่ตงลูบคาง “ปกติเขามักจะบ่นว่า” เด็กหนุ่มเลียนแบบท่าที ทำเสียงขึงขัง “พวกเ้าเอาปลาเน่ามาทำหรืออย่างไร ทำไมเหม็นได้ขนาดนี้! ไปทำมาใหม่!...แต่ก็ยังไม่เคยได้ที่ถูกใจสักที ไม่รู้จะดันทุรังสั่งมันทุกครั้งไปทำไม”
ร่างบางพยักหน้ารับเบาๆ มีดปลายคมกริบในมือหั่นผักเร็วขึ้นจนฉวี่ตงเห็นเป็ภาพพร่ามัว
จากนั้นเด็กสาวจึงหันมาหยิบปลาหลีฮื๊อที่ผู้ช่วยหวังขอดเกล็ดควักเครื่องในออกเอาไว้ วางลงกะละมังไม้อย่างคล่องแคล่ว เติมเกลือลงไป ถูเอาเมือกและเืบนตัวปลาและท้องปลาออก ผู้ช่วยหวังที่ช่วยพ่อครัวจางอยู่เหลือบมองมาอย่างสนใจ เขาไม่เคยเห็นคนเอาเกลือมาถูปลาก่อนเช่นนี้
มือขาวเทน้ำสะอาดลงไปล้างปลา เรียบร้อยแล้วจึงเทน้ำออก ตามด้วยเทเหล้าเหลืองลงไป น้ำสีอำพันไหลเป็สายถูกตัวปลา จากนั้นจึงนำต้นหอมมาขยำเป็ก้อนให้น้ำซึมออกมา จับขิงกับก้อนต้นหอมขัดลงบนผิวมันวาวนั้น เสร็จแล้วค่อยยัดเข้าช่องท้องเอาไว้ หมักทิ้งไว้ชั่วครู่
เซียนอินหยิบขิงและต้นหอมออกมาจากท้องปลา ตั้งกระทะบนเตาเทน้ำมันลงไป ใช้ตะหลิวคนน้ำมันไปเรื่อยๆ จนควันขึ้นเล็กน้อยพอให้กระทะลื่นแล้วเทออก ใส่น้ำมันลงใหม่เล็กน้อย โรยเกลือรอบผิวกระทะ มือขาววางปลาลงใจกลาง เสียงเปรี๊ยะปร๊ะของน้ำมันดังมาไม่ขาดสาย กลิ่นหอมปลาทอดตลบอบอวลไปทั่วครัว
นางพลิกปลากลับ้าลงต้องน้ำมันด้านล่าง ผิวปลาด้านล่างที่พลิกกลับขึ้นมากลายเป็สีน้ำตาลแซมเทา ดูกรอบนอกนุ่มในตามแบบฉบับของปลาทอด
หลังจากเอาปลาขึ้นสะเด็ดน้ำมันแล้ว เซียนอินก็เริ่มลงมือทำน้ำราด นางเทน้ำมันลงรอจนร้อน ใส่ต้นหอม ขิง กระเทียมและพริกชี้ฟ้าที่หั่นไว้แล้วลงไป ตามด้วยเต้าเจี้ยวเผ็ดที่หมักจากถั่วปากอ้า กลางกระทะสีดำมะเมื่อมปรากฏเป็สีขาวนวลของกระเทียมและขิง สีแดงของพริก และสีเขียวของต้นหอมเปี่ยมไปด้วยสีสันละลานตา ตะหลิวคู่ใจสะบัดคนจนทุกอย่างถูกอาบย้อมไปด้วยสีแดงของเต้าเจี้ยวเผ็ด
น้ำมันหอยเข้มข้นถูกเทราดปรุงรสผสมผสานไปกับน้ำปลา ความจริงแล้วเซียนอินชอบปรุงด้วยซีอิ๊วมากกว่า แต่ที่นี่ยังไม่มีผู้ริเริ่มทำซีอิ๊วจึงได้แต่ใช้น้ำปลาแทนไปก่อน ตามด้วยน้ำตาล คนจนได้ที่จึงหย่อนปลาลงน้ำพอให้เนื้อซึมรสค่อยยกปลาออกวางลงจาน ร่างบางขยับมือคล่องแคล่วจัดการปรุงน้ำต่อ เทแป้งข้าวโพดผสมน้ำลงไป ก่อนตักออกก็เทน้ำมันใส่ลงไปเล็กน้อยเพิ่มความวาว แล้วจึงราดลงบนตัวปลาที่นิทรารออยู่บนจานใบยาว
น้ำสีน้ำตาลอมแดงอาบท่วมรอบตัวปลา ราวมัจฉาแหวกว่ายในน้ำตื้น ต้นหอมที่โรยปิดท้ายดุจใบไม้ล่องลอยแตะเหนือผิวน้ำ ประดับไปด้วยสีแดงราวกลีบบุปผายามวสันต์ของพริกชี้ฟ้า ดูงดงามจับตาน่ารับประทาน
ปลาหลีฮื๊อน้ำแดงเสร็จสิ้น กลิ่นหอมโชยเอื่อยมาทำเอาหวังฉวี่ตงที่เดินมารับอาหารต้องกลืนน้ำลายดังอึก
เซียนอินอมยิ้ม “ท่านนำไปขึ้นโต๊ะได้เลย”
แผ่นหลังของฉวี่ตงห่างออกไปพร้อมถาดอาหาร เหลือเซียนอินที่กำลังจัดการอุปกรณ์กับผู้ช่วยหวัง และพ่อครัวจางที่ยืนกอดอกยิ้มแฝงนัยไว้ด้านหลัง
วันนี้นางเด็กปากไม่สิ้นกลิ่นน้ำนมนี่ไม่รอดแน่!
หรงฉี่ฮั่นเป็คนโผงผางผู้หนึ่ง
ด้วยความเป็บุตรชายคนเดียวของคหบดีหรง ถูกพะเน้าพะนอตามใจมาั้แ่เล็ก เขาจึงค่อนข้างมีความเอาแต่ใจสูง แต่โดยพื้นฐานแล้วมิใช่คนเลวร้าย ยามชาวบ้านตรอกซีเจียที่ทำงานในไร่เขามีเื่ลำบากก็มักยื่นมือเข้าช่วยอยู่เป็ประจำ แต่ด้วยความอารมณ์ร้อนของเขา คนทั่วไปก็ไม่อยากเสวนาด้วยเท่าไรอยู่ดี
แต่มีสิ่งหนึ่งที่คนทั่วไปอาจไม่รู้ก็คือ เขาเป็คนที่ฉับไวต่อกลิ่นและรสอย่างมาก
เช่นข้าวสาร หากเริ่มเก็บไว้นานสักหน่อยคนทั่วไปอาจไม่รู้สึกอันใด แต่เขาจะรู้สึกถึงรสชาติที่เปลี่ยนไปได้ทันที กระทั่งใบชาใส่เกินพอดีไปเท่าปลายก้อยเขาก็ยังรู้สึกแย่จนบ้วนทิ้ง เดิมทีสิ่งเหล่านี้ล้วนแก้ปัญหาได้ด้วยเงินและสาวใช้ที่พิถีพิถันชำนาญการชงชา ทว่ากับปลาหลีฮื๊อน้ำแดงนี้กลับไม่เหมือนกัน
ไม่ว่าเขาจะไปสั่งกินที่ไหน ก็ไม่มีร้านใดลบกลิ่นเหม็นที่เขารู้สึกออกไปได้เลย สุดท้ายเขานึกได้ว่ายังไม่เคยมากินอาหารในเหลาชิงฝู จึงมาลองชิมดูสักหน่อย
จานปลาหลีฮื๊อราดน้ำแดงนำมาตั้งโต๊ะพร้อมกับเกี๊ยวน้ำไส้หมู เขาเริ่มชิมน้ำแกงดูก่อนแล้วส่ายหน้า รสชาติอร่อยก็จริง แต่ลิ้นเขาเคยััรสน้ำแกงจากเหลาอันดับหนึ่งของเมืองนี้ ซึ่งทำโดยผู้ติดทำเนียบอันดับต้นๆ ในปลายจวักรังสรรค์มาแล้ว
ความคาดหวังต่อจานปลาหลีฮื๊อน้ำแดงลดลงฮวบ…
แต่อย่างไรก็สั่งมาแล้ว เขาจึงเริ่มตักเนื้อปลามากินต่อ
รสชาติที่แผ่ซ่านหลังปลาและน้ำแดงแตะลิ้นก็ถึงกับทำให้เขาดวงตาเบิกกว้าง
“ไม่...ไม่มี”
เขาพึมพำ
ฉวี่ตงกำลังเดินมาเติมน้ำชาเพิ่มพอดีได้ยินเข้า จึงยิ้มแย้มถามแม้ในใจหวาดหวั่น
“ไม่มีอันใดหรือขอรับคุณชาย หากมีอันใดขาดไป ข้าน้อยจะรีบจัดมาให้ท่านทันที”
ฉี่ฮั่นหันไปเอ่ยเสียงดังกับเด็กหนุ่มจนได้ยินกันทั้งโรงเตี๊ยม คว้าแขนเสื้อเขาเอาไว้แน่น
“ไปเรียกคนทำอาหารจานนี้มา!!!”
ตอนที่ฉวี่ตงเดินเหงื่อแตกพลั่กเข้าครัวมาอย่างเร่งร้อน เซียนอินกำลังหมักเนื้อหมูอยู่
เมื่อเดินมาถึงข้างตัวเซียนอิน เด็กหนุ่มก็บอกนางด้วยน้ำเสียงตื่นตระหนกว่าโต๊ะที่สั่งปลาหลีฮื๊อน้ำแดงเรียกคนทำให้ไปพบ พ่อครัวจางในท่านอนเอกเขนกบนเก้าอี้ยาวส่งเสียงเอ่ยอารมณ์ดี
“แขกเรียกแน่ะ เ้าก็รีบไปเสียสิ”
เซียนอินไม่สนใจเสียงนั้น เดินตามฉวี่ตงออกไปทันที
บุรุษตรงหน้านางเป็ชายหนุ่มอายุราวยี่สิบปี ผิวขาวดุจน้ำนมเฉกคุณชายในห้องหอที่ไม่ค่อยออกแสงแดด ใบหน้ากลมใสราวกับรูปปั้นพระสังกัจจายน์ที่ตั้งอยู่ในร้าน
เขาเอ่ยเสียงดังตามนิสัย “เ้าทำอะไรลงไปกับปลาตัวนี้ ทำไมมันไม่มี!”
ใบหน้าเรียบนิ่งของเซียนอินปรากฏเครื่องหมายคำถามขึ้นมาเล็กน้อย
“ไม่มีอันใดหรือเ้าคะคุณชาย”
เถ้าแก่หลี่เห็นท่าไม่ดีกำลังจะเข้ามาช่วยไกล่เกลี่ย พลันได้ยินคำกล่าวต่อไปก่อนว่า…
“ไม่มีกลิ่นเหม็นน่ะสิ!”
เมื่อได้ยินดังนั้นแม่ครัวสาวจึงหลุดยิ้มออกมา ที่แท้คุณชายคนนี้เอ่ยถึงเื่กลิ่นเหม็นคาวของปลา
นางจึงเอ่ยอธิบาย “ข้าน้อยกำจัดกลิ่นคาวของปลาด้วยเกลือ ขิง ต้นหอม และเหล้าเ้าค่ะ คุณชายจึงไม่ได้กลิ่นเหม็นคาวของปลา”
“เหล้าด้วยรึ ฮ่าๆๆ เป็เช่นนี้เอง” ใบหน้ากลมกลึงหัวเราะจนแก้มกระเพื่อม ในที่สุดเขาก็เจอร้านที่ทำถูกใจเสียที
“วันนี้บิดามีความสุข! รับไป ถือเสียว่าเป็รางวัล”
มืออวบขาวควักก้อนตำลึงเงินออกจากถุงเงินข้างเอวหนึ่งก้อนวางลงบนโต๊ะตรงหน้าเด็กสาว เสียงกร็อกแกร็กที่ดังออกมาจากในถุงประเมินดูแล้วคงมีหลายสิบก้อนทีเดียว
เซียนอินรับไว้อย่างพินอบพิเทา “ขอบคุณคุณชายเ้าค่ะ”
ฉี่ฮั่นยิ้มกว้าง “อื้มๆ กลับไปทำงานเถอะ”
เถ้าแก่หลี่และฉวี่ตงถอนลมหายใจออกมาอย่างโล่งอก เงาหลังเซียนอินหายไปทางห้องครัว
ในขณะเดียวกันนั้นเอง อาภรณ์ดำลายกิเลนเหินก็ก้าวข้ามธรณีประตูของเหลาชิงฝูเข้ามา บุรุษที่เซียนอินเคยเดินชนเมื่อยามก่อนเที่ยงปรากฏตัวในเหลาแห่งนี้พร้อมกับบุรุษอีกสามคน