“สุดยอด! ดาเมจหมื่นกว่า?”
“นี่มัน... โคตรจะเพี้ยนเกินไปแล้ว!!”
เมื่อมองดูซากศพมอนสเตอร์ที่เกลื่อนกลาดอยู่รอบตัวลู่เซิ่งก็ตื่นเต้นจนบรรยายไม่ถูก ความกังวลในใจมลายหายไปสิ้น เขาถือค้อนเดินดุ่มๆเข้าไปส่วนลึกของถ้ำปีศาจลาวาอย่างผ่าเผย
[ติ๊ง!]
[ขอแสดงความยินดี คุณกำจัด ‘ปีศาจชั้นต่ำ’ สำเร็จ ได้รับค่าประสบการณ์ 450 หน่วยและได้รับวัสดุ ‘หัวใจแมกมา’ !]
[ติ๊ง!]
[ขอแสดงความยินดี คุณกำจัด ‘นักบวชเพลิง’ สำเร็จ ได้รับค่าประสบการณ์ 620 หน่วยและได้รับอุปกรณ์ ‘กริชอาบเพลิง’ !]
[ติ๊ง!]
[ขอแสดงความยินดี คุณกำจัด ‘อสูรลาวา’ สำเร็จ ได้รับค่าประสบการณ์ 550 หน่วยและได้รับอุปกรณ์ ‘หมวกเกราะขึ้นสนิม’ !]
[ติ๊ง!]
[ขอแสดงความยินดี คุณเลเวลเพิ่มเป็ 21 ได้รับค่าสถานะคงที่5 หน่วย และค่าสถานะอิสระ 5 หน่วย!]
......
ตลอดเส้นทางที่ผ่านมาปีศาจเหวลึกนับไม่ถ้วนพุ่งทะยานออกมาจากแม่น้ำลาวาอย่างต่อเนื่องมีทั้งปีศาจชั้นต่ำที่กางกรงเล็บแยกเขี้ยว มีอสูรลาวาตัวเหนียวหนืดและร้อนระอุรวมถึง นักบวชเพลิงที่คอยปลดปล่อยเวทอัคคีจำนวนมีั้แ่กลุ่มละห้าหกตัวไปจนถึงเจ็ดแปดตัว
ทว่ามอนสเตอร์เหล่านี้ไม่มีแม้แต่ตัวเดียวที่จะขวางฝีเท้าของลู่เซิ่งได้พวกมันแทบจะถูกฆ่าในทันทีที่ปรากฏตัว กลายเป็ปุ๋ยในการอัปเลเวลของเขา
ด้วยความเร็วในการฟาร์มมอนสเตอร์ที่รวดเร็วปานหั่นผักเช่นนี้
เพียงแค่สามนาทีสั้นๆลู่เซิ่งก็มาถึงด่านสุดท้ายสำเร็จ
เมื่อเพ่งมองไปเขาก็เห็นบอสปีศาจตัวหนึ่งสูงกว่าห้าเมตร บนหัวมีเขาร่างกายปกคลุมด้วยเกล็ดสีแดงฉาน ยืนตระหง่านอยู่นิ่งๆ ท่ามกลางลาวาที่เดือดพล่าน
ลู่เซิ่งชำเลืองมองแผงสถานะของมัน
[เป้าหมาย: าาปีศาจเพลิง]
[ประเภท: จ่าฝูงปีศาจ]
[เลเวล: 25]
[ค่าพลังชีวิต: 2,900]
[ค่ามานา: 1,500]
[การประเมินระดับดาวพลังรบ: 122 ดาว]
...ปีศาจที่ทรงพลังตนนี้คือผู้นำแห่งถ้ำปีศาจลาวา!
............
“เืแค่ 2,900 หน่วย นี่น่ะเหรอที่เรียกว่าบอส?”
เมื่อมองดูบอสใหญ่ประจำด่านที่อยู่ไม่ไกลลู่เซิ่งก็เบะปาก
แน่นอนว่านี่ไม่ใช่ความโอหังแต่อยู่ภายใต้การเกื้อหนุนจากพร์ ‘เสริมพลังหมื่นเท่า’กับสกิล ‘พรจาก์’ ด้วยค่าสถานะปัจจุบันของเขาเพียงแค่หวดค้อนลงไปทีเดียวก็สร้างดาเมจได้ไม่ต่ำกว่าหนึ่งหมื่นหน่วยแล้ว
บอสตัวนี้มีเืแค่2,900หน่วย ไม่ถึงเศษเสี้ยวของดาเมจนี้ของเขาด้วยซ้ำเขาจึงไม่เห็นมันอยู่ในสายตา
“เปลวเพลิงจะกลืนกินโลกใบนี้ในที่สุด”
ในขณะเดียวกัน‘าาปีศาจเพลิง’ ก็สังเกตเห็นลู่เซิ่งเช่นกัน
ทว่ามันยังไม่ทันจะได้เริ่มโจมตีก็เห็นลู่เซิ่งพุ่งเข้าใส่ก่อนแล้ว ค้อนศึกในมือวาดเป็เส้นโค้งที่งดงามกลางอากาศ
ปัง!
HP-10,312
“ความตาย... คือการเกิดใหม่!”
พร้อมกับเสียงคำรามแห่งความสิ้นหวังครั้งสุดท้าย
บอสใหญ่แห่งถ้ำปีศาจลาวาผู้เกรียงไกรก็ถูกลู่เซิ่งกำจัดลงอย่างเด็ดขาดและรวดเร็วโดยที่มันยังไม่ทันได้สร้างดาเมจใส่ตัวลู่เซิ่งเลยแม้แต่นิดเดียว
[ติ๊ง!]
[ขอแสดงความยินดี คุณกำจัด ‘าาปีศาจเพลิง’ สำเร็จ ได้รับค่าประสบการณ์ 1,500 หน่วยและได้รับอุปกรณ์ ‘ดาบปีศาจเปลวเพลิง’ และ ‘รองเท้าอัคคี’]
“เอ่อ... จบแล้วเหรอ?”
ลู่เซิ่งยืนอึ้งมองซากศพบอสอยู่พักใหญ่กว่าจะไหวตัวทันเขาอดไม่ได้ที่จะยิ้มเจื่อนออกมา พร้อมกับเปิดช่องเก็บของติดตัวขึ้นดู
ที่ดาวสีน้ำเงินในปัจจุบันหลังจากผู้ใช้อาชีพเปลี่ยนอาชีพแล้ว ทุกคนจะได้รับ ‘ช่องเก็บของติดตัว’ซึ่งมีพื้นที่ประมาณหนึ่งตารางเมตรสามารถบรรจุของเบ็ดเตล็ดได้มากมาย
แน่นอนว่าพื้นที่ของช่องเก็บของติดตัวไม่ได้คงที่เสมอไปแต่มันจะขยายกว้างขึ้นตามเลเวลของผู้ใช้อาชีพที่เพิ่มขึ้น
เมื่อเปิดช่องเก็บของติดตัวออกมาอุปกรณ์ใหม่เอี่ยมสองชิ้นก็ปรากฏแก่สายตาของลู่เซิ่งทันที
[ดาบปีศาจเปลวเพลิง]
[ประเภท: อาวุธมือเดียว]
[พลังโจมตี: 18-25]
[พละกำลัง: +10]
[ความทนทาน: +8]
[ระดับ: ทองแดง]
[เอฟเฟกต์อุปกรณ์: มีโอกาสสร้างดาเมจธาตุไฟ 10 หน่วยแก่เป้าหมาย!]
...อุณหภูมิสูงล้ำที่สถิตอยู่ในดาบเล่มนี้ อาจแผดเผาแม้กระทั่งเ้าของมันเอง!
..................
[รองเท้าอัคคี]
[พลังป้องกัน: +26]
[พละกำลัง: +5]
[ความทนทาน: +5]
[ระดับ: ทองแดง]
...นี่คือรองเท้าเก่าที่ไม่ทราบที่มา
...
“หือ? อุปกรณ์สองชิ้นนี้ไม่เลวเลยแฮะ เหมาะกับฉันดี”
เมื่อเห็นอุปกรณ์ที่บอสดรอปมาลู่เซิ่งก็ตาเป็ประกาย
ในดาวสีน้ำเงินมีการแบ่งระดับของอุปกรณ์อย่างชัดเจน โดยแบ่งเป็ 8 ระดับจากต่ำไปสูงได้แก่: ระดับเหล็กดำ ระดับทองแดง ระดับเงิน ระดับทอง ระดับทองคำมืด ระดับมหากาพย์ระดับตำนาน และระดับเทพเ้า
ยิ่งระดับคุณภาพสูงเท่าไหร่โอกาสที่มันจะดรอปก็ยิ่งน้อยลงเท่านั้น
โดยเฉพาะอุปกรณ์ระดับทองขึ้นไปแทบจะหาได้จากในเหวลึกหรือแดนลับต่างๆ เท่านั้นโอกาสดรอปจากมอนสเตอร์ตามธรรมชาตินั้นต่ำเตี้ยเรี่ยดินเพียง 0.001%
ส่วนอุปกรณ์ระดับทองแดงแม้จะดีกว่าระดับเหล็กดำเพียงเล็กน้อย
แต่เนื่องจากลู่เซิ่งเพิ่งจะเปลี่ยนอาชีพได้ไม่นานบนตัวเขายังไม่มีอุปกรณ์ดีๆ เลยสักชิ้นดังนั้นต่อให้เป็อุปกรณ์ระดับทองแดงสำหรับเขาก็ถือเป็การยกระดับพลังรบได้ไม่น้อยเลยทีเดียว
วืด...
ในตอนนั้นเองเมื่อบอสใหญ่ล้มลง ประตูเคลื่อนย้ายสำหรับออกจากด่านก็ปรากฏขึ้นตรงหน้าลู่เซิ่ง
“ถ้ำปีศาจลาวาโหมดทั่วไปนี่มันไม่มีความท้าทายเลยลองเปลี่ยนความยากดูหน่อยดีกว่า”
เมื่อตัดสินใจได้ลู่เซิ่งก็ไม่รั้งรออยู่ในเหวลึกต่อเขาออกเดินและหายวับเข้าไปในประตูเคลื่อนย้ายตรงหน้าทันที
...
ในขณะเดียวกันที่หน้าทางเข้าถ้ำปีศาจลาวา
“เซวียนเซวียน มาเข้าปาร์ตี้กับพวกเราเถอะ”
ชายหนุ่มร่างกำยำคนหนึ่งกำลังเดินตามหลังหญิงสาวหน้าตาสะสวยพลางกล่าวอย่างกระตือรือร้น“ถึงเธอจะเป็อาชีพระดับอัจฉริยะอย่าง ‘พรานแห่งแสง’แต่สายพรานส่วนใหญ่น่ะเืน้อยเกราะบาง ต่อให้พลังโจมตีสูงแค่ไหนก็ไม่มีทางลุยดันเจี้ยนคนเดียวได้หรอก”
“พอดีเลย ฉันเป็นักรบโล่ ช่วยรับดาเมจให้เธอได้นะ”
พูดถึงตรงนี้ชายหนุ่มร่างั์ดูเหมือนจะกลัวว่าหญิงสาวจะไม่ตกลงเขาจึงชูโล่ในมือขึ้นโชว์อย่างโอ้อวดแล้วเสริมว่า “แถมที่บ้านฉันเพิ่งซื้อชุดเกราะป้องกันระดับทองแดงยกเซตให้ฉันด้วยถ้าเราสองคนอยู่ทีมเดียวกัน ประสิทธิภาพในการเก็บเลเวลต้องเพิ่มขึ้นมากแน่นอน”
“จางเลี่ยง นายเลิกตามติดฉันสักทีได้ไหม? ฉันบอกนายไปแล้วไม่ใช่เหรอว่าฉันมีแฟนแล้ว!”
หญิงสาวโบกมืออย่างรำคาญใจพลางเอ่ยออกมา
“แฟน?”
เมื่อได้ยินเช่นนั้นชายหนุ่มที่ดูประจบประแจงเมื่อครู่ก็ตาขวางขึ้นมาทันที เขากวาดสายตามองไปรอบๆพลางถามเสียงเข้ม “ไหนล่ะ? ทำไมฉันไม่เห็นมีใครเลย?”
“คือว่า...”
เมื่อเห็นชายหนุ่มยังคงกัดไม่ปล่อยหญิงสาวก็รู้สึกปวดหัวตุบๆ
ในจังหวะสำคัญที่เธอกำลังคิดหาเหตุผลมาไล่ชายหนุ่มคนนี้ไปให้พ้นๆ
ทันใดนั้นที่ทางเข้าถ้ำปีศาจลาวาก็เกิดความผันผวนลึกลับขึ้น
วินาทีต่อมาลู่เซิ่งที่เพิ่งผ่านด่านดันเจี้ยนมาเพียงลำพังก็ปรากฏตัวขึ้นที่นั่นอย่างกะทันหัน
“เอ๊ะ?”
เมื่อเห็นลู่เซิ่งหญิงสาวก็ตาเป็ประกาย เธอแทบไม่ต้องคิดพุ่งเข้าไปควงแขนเขาในทันที
หลังจากทำเช่นนั้นเธอก็ไม่ลืมที่จะเชิดหน้าบอกชายหนุ่มร่างั์อย่างภูมิใจว่า“เนี่ยไง แฟนฉันอยู่นี่แล้วไงล่ะ?”