เช้าวันธรรมดาเหมือนทุกวัน แสงแดดอ่อน ๆ ส่องลอดหน้าต่างกระทบกับโต๊ะเรียน เสียงนกร้องเบา ๆ จากต้นไม้ข้างนอกช่วยเติมเต็มความเงียบในห้องเรียน แต่ความคิดของผมกลับไม่ปกติเลย
ผมนั่งอยู่ที่โต๊ะ มองออกไปนอกหน้าต่างอย่างเหม่อลอย
สายตาเผลอเหลือบไปยังโต๊ะข้างหน้า — ที่ที่ซาโยะนั่งประจำ
วันนี้เธอมาเช้ากว่าปกติ ผมเห็นเธอกำลังจัดสมุดในกระเป๋าอย่างตั้งใจ
เธอหันมายิ้มให้เพื่อนที่ทักทาย แล้วหัวเราะเบา ๆ กับเื่อะไรบางอย่าง
แค่เห็นรอยยิ้มของเธอ... หัวใจผมก็เต้นแรงขึ้นมาโดยไม่รู้ตัว
วันเกิดของซาโยะ... อีกไม่กี่วันเอง
ผมไม่เคยซื้อของขวัญให้ใครนอกจากพ่อแม่มาก่อน
และครั้งนี้มันต่างออกไปมาก... เพราะคนที่ผมอยากให้ ไม่ใช่แค่ “ใครก็ได้”
เสียงเพื่อน ๆ คุยกันเบา ๆ อยู่รอบตัว แต่ในหัวผมกลับมีเสียงเดียวที่ดังขึ้นเรื่อย ๆ
เสียงคำถามที่วนเวียนไม่หยุด — ควรให้ของขวัญแบบไหนถึงจะเหมาะ?
จะดูมากเกินไปไหม... ถ้าให้ในฐานะที่มากกว่าเพื่อน?
“เฮ้ ฮารุกิ คิดอะไรอยู่?”
เสียงของเคนตะดังขึ้นข้าง ๆ ผมสะดุ้งเล็กน้อย
“อ๊ะ... เปล่า ไม่มีอะไรหรอก” ผมรีบตอบ
“โกหกชัด ๆ นายทำหน้าคิดหนักเหมือนจะสอบพรุ่งนี้แต่ยังไม่ได้อ่านหนังสือเลยนะ”
เคนตะหัวเราะเบา ๆ พลางเท้าคางมองผมอย่างจับผิด
ผมลังเลอยู่ครู่หนึ่ง ก่อนจะตัดสินใจพูดออกไปเบา ๆ
“คือ... ฉันอยากซื้อของขวัญให้ซาโยะน่ะ”
“หา!? ของขวัญ!? นายเนี่ยนะ?” เคนตะเบิกตากว้างทันที
“อย่าพูดเสียงดังสิ...” ผมรีบห้ามก่อนที่คนอื่นจะได้ยิน
“โอเค ๆ แล้วคิดจะซื้ออะไรล่ะ?”
“นั่นแหละปัญหา... ฉันไม่รู้เลยว่าจะซื้ออะไรดี”
เคนตะทำท่าคิด ก่อนจะยิ้มเ้าเล่ห์ขึ้นมา
“งั้น... ชวนมิซากิไปด้วยไหม? เธอเป็นผู้หญิง น่าจะช่วยได้เยอะเลยนะ”
ยังไม่ทันที่ผมจะตอบ เคนตะก็ลุกไปเรียกมิซากิทันที
เธอเดินมาพร้อมสีหน้าประหลาดใจเล็กน้อย
“นี่ๆ กำลังจะเริ่มจีบเขาแล้วเหรอ?”
เธอพูดพร้อมรอยยิ้มล้อเลียน
“ไม่ใช่น่ะ... นี่ของขวัญเพื่อนน่ะ”
ผมหน้าแดงขึ้นมาทันที ถึงแม้ซาโยะจะไม่ได้อยู่ที่โต๊ะตอนนี้ แต่แค่คำพูดของมิซากิก็ทำให้ใจผมเต้นแรงไม่หยุด
“ของขวัญเพื่อนเหรอ~” มิซากิยิ้มกว้าง “แล้วเพื่อนคนนั้นชื่อขึ้นต้นด้วย ‘ซา’ ใช่ไหม?”
“เธอรู้ได้ไงเนี่ย...” ผมพึมพำเบา ๆ
“ก็เห็นนายมองเธอบ่อยจะตายไป” เคนตะเสริมทันที
“ฉันไม่ได้มองขนาดนั้นซะหน่อย...” ผมพยายามปฏิเสธ แต่เสียงมันเบากว่าที่ตั้งใจไว้มาก
“เอาน่า ไม่ต้องเขินหรอก” มิซากิหัวเราะเบา ๆ “ถ้านายจริงจัง ฉันจะช่วยเลือกของขวัญให้ก็ได้”
“จริงเหรอ?” ผมเงยหน้าขึ้นมองเธอ
“แน่นอน แต่มีข้อแม้...” เธอทำหน้าจริงจังขึ้นมาเล็กน้อย
“อะไรเหรอ?”
“เลิกทำหน้าเหมือนจะเป็ลมทุกครั้งที่พูดถึงเธอได้แล้วน่า!”
ทั้งเคนตะและมิซากิหัวเราะพร้อมกัน ส่วนผมก็ได้แต่ยิ้มแห้ง ๆ
...
หลังเลิกเรียน ผมกับเคนตะเดินไปที่ย่านร้านค้าในเมือง พร้อมกับ มิซากิ ที่มาสมทบทีหลัง
“ขอบใจนะที่มาด้วย” ผมพูดเบา ๆ ระหว่างเดิน
“ไม่เป็ไรหรอก ฮารุกิ” มิซากิยิ้ม
“แต่ก็น่ะไอศกรีมร้านนั้นหน้ากินจังน้า”มิซากิชี้ไปที่ร้านขายไอศกรีม
“อ้อ...รับทราบ”
“ฉันด้วยสิ”เคนตะที่อยากได้เหมือนกัน
“ฝันไปเถอะ”
ฮารุกิที่เห็นแล้วก็เข้าใจว่ามิซากิ ต้องการค่าคำแนะนำที่ช่วยเลือกของขวัญสิร้ายกาจจริงๆ เลยนะ สุดท้ายฮารุกิก็ต้องจำใจซื้อไอศกรีมให้มิซากิ
จากนั้นเราก็เดินมาอยู่ที่หน้าร้านของขวัญเล็ก ๆ ที่ตกแต่งด้วยไฟสีอุ่น ๆ
ในตู้โชว์มีทั้งตุ๊กตา เครื่องประดับ สมุดโน้ต และของจุกจิกมากมาย
แต่ผมกลับยืนนิ่งอยู่ตรงนั้น ไม่กล้าเดินเข้าไป
“จะเข้าไปดูไหมล่ะ?” เคนตะถาม
“ฉันไม่รู้จริง ๆ ว่าเธอจะชอบอะไร... กลัวซื้อไปแล้วเธอจะรู้สึกว่าไม่จำเป็”
แต่แล้วความทรงจำหนึ่งก็ผุดขึ้นมาในหัว — วันที่เราไปเกมเซ็นเตอร์ด้วยกัน
ตอนนั้นผมพยายามคีบตุ๊กตากระต่ายตัวเล็ก ๆ ให้เธออยู่ตั้งหลายรอบ จนเหรียญแทบหมด
เธอยืนอยู่ข้าง ๆ หัวเราะเบา ๆ แล้วพูดว่า
“ไม่ต้องได้ก็ไม่เป็ไรหรอก แค่เห็นนายตั้งใจขนาดนั้นก็ดีใจแล้ว”
แต่สุดท้าย... ผมก็คีบได้จริง ๆ
เธอกอดตุ๊กตากระต่ายไว้แน่น แล้วพูดขอบคุณด้วยรอยยิ้มที่ผมไม่มีวันลืม
ความทรงจำนั้นยังชัดเจนในใจผม และมันทำให้ผมรู้ว่า — ไม่ใช่แค่ของที่ให้ แต่เป็ความรู้สึกที่ส่งไปพร้อมกันต่างหากที่สำคัญ
“ของขวัญมันไม่ใช่แค่ของที่ให้หรอกนะ” เคนตะพูดพลางยิ้ม
“มันคือความรู้สึกที่นายอยากส่งไปต่างหาก”
“แล้วถ้าเธอไม่เข้าใจล่ะ...” ผมพูดเบา ๆ
“ถ้าเธอเป็ซาโยะที่นายพูดถึง... ฉันว่านายไม่ต้องกลัวหรอก” มิซากิพูดเสริม
ผมพยักหน้าเบา ๆ แล้วผลักประตูร้านเข้าไป
ภายในร้านอบอุ่นและเงียบสงบ
ผมเดินดูของทีละชิ้นอย่างลังเล ใจเต้นแรงทุกครั้งที่หยิบของขึ้นมาดู
“อันนี้ล่ะ?” มิซากิหยิบตุ๊กตาหมีตัวเล็ก ๆ ที่ใส่ผ้าพันคอสีฟ้าอ่อน
“มันน่ารักดีนะ แล้วก็ไม่ดูเป็ของที่ใกล้ชิดเกินไปด้วย”
ผมมองตุ๊กตาตัวนั้นอย่างพิจารณา
มันดูเรียบง่าย แต่ก็นุ่มนวลและอบอุ่น เหมือนกับตัวตนของซาโยะ
“หรือจะเอาตัวนี้?” เคนตะชี้ไปที่ตุ๊กตาแมวที่กำลังนอนขดตัว
“เธอชอบแมวไม่ใช่เหรอ?”
ผมลังเลอยู่ครู่หนึ่ง ก่อนจะหยิบตุ๊กตาหมีตัวแรกขึ้นมา
มันไม่ได้มีข้อความอะไร ไม่มีสัญลักษณ์พิเศษ
แค่เป็ตุ๊กตาหมีธรรมดา ๆ ที่ดู... เหมาะกับเธอ
“ฮารุกิ นายโอเคไหม?” มิซากิถามเบา ๆ
“อืม... ฉันว่าตัวนี้แหละ” ผมพยักหน้าเบา ๆ
“ดีแล้วล่ะ” มิซากิยิ้ม “มันดูอบอุ่นดีนะ เหมือนเธอเลย”

หลังจากที่ผมตัดสินใจอยู่ซักพักก็ได้คำตอบ ดีจริง ๆ ที่พามิซากิและเคนตะมาด้วย ไม่งั้นตอนนี้ผมคงต้องเดินวนอยู่แถวนี้พักใหญ่เลยละ
จากนั้นผมเดินออกจากร้านพร้อมถุงกระดาษเล็ก ๆ ในมือ มิซากิกับเคนตะก็แยกย้ายกับฮารุกิเพราะทั้งสองคนเหมือนจะไปที่อื่นด้วยกันอีก หัวใจผมยังคงเต้นแรงไม่หยุด
ผมเดินต่อไปตามทางเดินในห้างสรรพสินค้า แสงแดดยามเย็นเริ่มอ่อนลงเรื่อย ๆ
แล้วสายตาผมก็เหลือบไปเห็นร้านเกมเซ็นเตอร์ที่อยู่ถัดไปไม่ไกล
ตู้คีบตุ๊กตายังตั้งอยู่ตรงมุมเดิม หน้าร้านยังเปิดเพลงจังหวะสนุก ๆ เหมือนวันนั้น
ผมหยุดยืนมองอยู่ครู่หนึ่ง
ภาพในหัวผมย้อนกลับไปทันที — วันที่ผมพยายามคีบตุ๊กตากระต่ายให้ซาโยะ
เธอยืนอยู่ข้าง ๆ หัวเราะเบา ๆ ทุกครั้งที่ผมพลาด แล้วพูดว่า
“ไม่ต้องได้ก็ไม่เป็ไรหรอก แค่เห็นนายตั้งใจขนาดนั้นก็ดีใจแล้ว”
แต่สุดท้าย... ผมก็คีบได้จริง ๆ
เธอกอดมันไว้แน่น แล้วพูดขอบคุณด้วยรอยยิ้มที่ผมไม่มีวันลืม
ผมหันกลับมามองถุงของขวัญในมือ
มันอาจจะเป็แค่ตุ๊กตาหมีธรรมดา ๆ
แต่สำหรับผม... มันคือความรู้สึกที่อยากส่งไปให้เธออีกครั้ง
นี่มันแค่ของขวัญ... หรือบางอย่างที่มากกว่านั้นกันแน่นะ
ผมยังตอบตัวเองไม่ได้
แต่สิ่งหนึ่งที่ผมรู้แน่ ๆ คือ... ผมอยากเห็นรอยยิ้มของเธอในวันนั้น
หลังจากกลับถึงห้อง ผมก็ทิ้งตัวลงบนเตียงอย่างเหนื่อยล้า แต่ในหัวกลับเต็มไปด้วยความคิดเื่วันเกิดของซาโยะ
12 มิถุนายน... อีกไม่กี่วันเอง
ผมอยากให้เธอมีความสุข อยากเห็นรอยยิ้มของเธออีกครั้ง
จริง ๆ แล้ว... ผมก็อยากจัดปาร์ตี้แค่เราสองคนด้วยซ้ำ
แต่ก็รู้ดีว่าแบบนั้นมันเร็วเกินไป
ถึงเราสี่คนจะเริ่มสนิทกันแล้ว แต่ก็ยังไม่ได้รู้จักกันลึกซึ้งนัก
บางที... ปาร์ตี้เล็ก ๆ นี้อาจเป็โอกาสดีที่เราจะได้ใกล้ชิดกันมากขึ้น
ผมหยิบโทรศัพท์ขึ้นมา แล้วกดโทรหาเคนตะทันที
“ฮาโหล... เคนตะ”
“ว่าไงฮารุกิ โทรมาซะดึกเลย มีอะไรหรือเปล่า?”
“ก็ไม่ใช่เื่ใหญ่อะไรมากหรอก” ผมพูดพลางยิ้ม
“12 มิถุนายน นายว่างไหม?”
“ฮืม... ว่างสิ มีอะไรวันนั้นเหรอ?”
“อ้อ ฉันยังไม่ได้บอกสินะ... วันนั้นคือวันเกิดของซาโยะ”
“อ้อ เข้าใจแล้ว ถึงว่าทำไม่นี้นายดูจริงจังกับของขวัญนัก”
“ใช่เลย ว่าแต่นายสนใจมาปาร์ตี้ที่ห้องฉันไหม? ฉันว่าจะชวนซาโยะมาด้วย”
“โอ้ ได้สิ!” เสียงเคนตะฟังดูตื่นเต้น
“แล้วมิซากิล่ะ สะดวกวันนั้นไหม?”
“ยัยนั่นน่ะเหรอ? สะดวกอยู่แล้วล่ะ”
“ไม่ถามก่อนหน่อยเหรอ?” ผมหัวเราะ
“ฮ่าฮ่าฮ่า ก็รู้นิสัยเธอดีไง”
“เยส! มีคนช่วยจัดห้องแล้ว!” ผมเผลอหลุดเสียงออกมาอย่างดีใจ
“ห๊ะ นี่นายจะให้ฉันเป็ทาสหรือไง?”
“อุ๊บ เปล่านะ... อ๊ะๆ สัญญาณไม่ดีเลย...”
“เดี๋—” ติ๊ด
ผมรีบตัดสายก่อนที่เคนตะจะพูดจบ
ก็... มันก็จริงอย่างที่เขาว่าแหละ ผมจะให้เขามาช่วยงานฟรี ฮ่าฮ่า เยี่ยมไปเลย
ห้องกลับสู่ความเงียบอีกครั้ง
ผมเดินไปนั่งที่ปลายเตียง มองเพดานพลางคิด
จะตกแต่งห้องยังไงดีนะ? ทำอาหารอะไรดี?
ครั้งนี้ผมเอาจริงเอาจังที่สุดเลย
ไม่ใช่แค่เพราะอยากให้ปาร์ตี้ออกมาดี
แต่เพราะอยากให้เธอรู้ว่า... ผมใส่ใจ
แต่ก็คงไม่ต้องยิ่งใหญ่ขนาดเอาไปประกวดได้หรอก
เอาแค่พอประมาณ พอให้เธอยิ้มได้... ก็พอแล้ว
ระหว่างที่คิดไปเรื่อย ๆ เปลือกตาผมก็เริ่มหนักขึ้น
สุดท้าย... ผมก็เผลอหลับไปพร้อมกับรอยยิ้มจาง ๆ บนใบหน้า