นิสัยข้าเปลี่ยนยาก

    บทที่ ๑๕ เกาะนรก

            บทที่ 15 เกาะนรก 

            สุดท้ายก็ไร้ข้ออ้างหลบเลี่ยงไม่ดื่มยาแม้ปากไม่รู้รสแต่ความรู้สึกข่มไม่ได้ลดหย่อนน้อยลงเลย

            อู่เทียนไฉ่ให้หลินหลานหรูดื่มยาจนหมดถ้วยจากนั้นเดินกลับออกไป ไม่รบกวนนางอีก เมื่อประตูไม้ฉลุลายปิดลงห้องทั้งห้องจึงตกอยู่ในความเงียบ

            หลินหลานหรูเยี่ยมหน้ามองออกไปยังห้องชั้นนอกบนโต๊ะมีชุดน้ำชาชุดหนึ่งซึ่งถูกใช้แล้วสองที่ ประตูหน้าห้องกรุกระดาษสีขาวขุ่น มองไม่เห็นเงาคนเดินผ่านแต่ได้ยินเสียงย่ำเท้าเบาๆ

            นางดึงความสนใจกลับมาสำรวจภายในห้องเชิงเทียนชุดใหญ่จุดไฟสว่างทั้งฝั่งซ้ายและขวาส่วนเครื่องเรือนภายในห้องไม่ถือว่ามีพร้อมครบครันทุกอย่างถูกจัดวางเท่าที่จำเป็นต้องใช้ สภาพห้องโดยรวมไม่ได้โอ่อ่าฟุ่มเฟือยอะไรคล้ายทุกอย่างจัดเตรียมไว้สำหรับเด็กผู้หญิงอย่างไรอย่างนั้น

            หลินหลานหรูนั่งสงบเสงี่ยมอยู่บนเตียงต่ออีกสักพักจนมั่นใจแล้วว่าไม่มีผู้ใดย้อนกลับเข้ามา ค่อยพาตัวเองลงจากเตียงเดินตรงไปที่หน้ากระจกสำริดบานใหญ่ขนาดเต็มตัวคน

            นางมองเห็นผ้าพันแผลสีขาวพันรอบศีรษะก็ยิ่งรู้สึกว่าบาดแผลน่าจะหนักหนาสาหัสมาก

            ชั่งใจอยู่นานทีเดียวกว่าจะเอื้อมมือไปปลดผ้าพันแผลบนใบหน้าออกค่อยๆ คลายออกทีละชั้น จนกระทั่งผ้าสีขาวยาวเหยียดร่วงลงพื้น

            หลินหลานหรูเอ่ยคำใดไม่ออกอึ้งจนอ้าปากตาค้าง

            แม้แผลไม่ใหญ่...แต่น่าเกลียดยิ่ง! ฮือ!! หน้าข้าเละอย่างกับผี ผู้ใดจะแต่งข้าเข้าจวนกันเล่าอ๊าก!!! เส้นผมก็ยังน่าเกลียด ถูกไฟเลียซะจนหยิกหย็อง...

            "......" ไม่อาจหาคำใดมาอธิบายสีหน้าของนางเวลานี้ได้

            เสียงคร่ำครวญในใจหลินหลานหรูดังซ้ำแล้วซ้ำเล่าคอตกแล้วตกอีก เงยหน้าขึ้นมา ภาพในกระจกก็ยังคงเดิม ยืนจนเหมื่อยขา กว่าจะทำใจได้ใช้เวลาไปเกือบสองชั่วยาม

            ในที่สุดก็ตัดสินใจหันหลังให้กระจกเดินตรงไปที่หน้าต่าง หวังใช้ธรรมชาติบำบัดจิตใจที่แสนบอบช้ำ

            เรือสำเภาลำใหญ่แล่นไปบนผืนน้ำอย่างเชื่องช้าแต่มั่นคงสงบนิ่งทิวทัศน์ด้านนอกนับว่าไม่เลวเลยทีเดียว ผืนน้ำไร้ขอบเขต เกลียวคลื่นม้วนพับไปกับสายลมท้องฟ้าสดใสไร้เมฆบัง ทิวเขาสูงใหญ่ตั้งตระหง่านรอรับอยู่ไกลๆ

            ทว่ายืนไปได้ไม่นานก็รู้สึกหนาวเดินกลับไปหยิบเสื้อคลุมไหล่กันลมสีดำบนเตียงมาสวมกลิ่นหอบบนเสื้อเป็นเอกลักษณ์ไม่ดาษดื่นเหมือนเครื่องหอมสตรีอยู่แต่ในห้องหออบอุ่นอ่อนโยนแฝงความรู้สึกปลอดภัย คล้ายกลิ่นอายของบุรุษเพศ?

            เอ๊ะ!? เหตุใดจึงรู้สึกว่ากลิ่นนี้คุ้นๆได้ยินมาว่าเสื้อคลุมหนอนไหมปีศาจพันปีหายากนักหากได้หลอมรวมกับเลือดผู้เป็นเจ้าของ จากนั้นผ่านความเป็นความตายร่วมกันมามันจะรับกลิ่นกายของคนผู้นั้นมาด้วย และไม่มีทางลบเลือนไปอีกพันปี

            ...ว่าแต่เสื้อคลุมผืนนี้เป็นของผู้ใดกัน

            หลินหลานหรูเอี้ยวตัวไปด้านหลังมองชายเสื้อคลุมไหล่ที่ยาวเฟื้อยไม่เหมาะกับคนตัวเล็กเตี้ยอย่างนางเสียจริงจะเอาไปตัดแล้วเย็บใหม่ก็หาใช่เรื่องที่ควรหลังตัดเย็บและผ่านการหลอมรวมด้วยเลือดมาแล้วครั้งหนึ่ง ไม่ว่าจะของมีคมชนิดใดล้วนตัดไม่ขาดสรรพคุณที่พิเศษสุดคือทนไฟขนาดแท้

            คิดมาถึงตรงนี้นางจึงยกขอบเสื้อคลุมขึ้นสัมผัสกลิ่นอย่างตั้งใจสมองประมวลผลได้อย่างรวดเร็ว กลิ่นนี้ก็มีอยู่คนเดียว ...เสวี่ยเฟิ่ง?

            หลินหลานหรูพลันตาโตสูดกลิ่นพิสูจน์ซ้ำอีกสามครั้งก็ยังให้ผลเหมือนเดิม

            เมื่อรู้ดังนั้นในใจนางทั้งแค้นทั้งชิงชังดึงเสื้อคลุมเทอะทะถอดสะบัดขึ้นแล้วเขวี้ยงลงพื้นอย่างไม่ถนอมจากนั้นก็เชิดหน้ายกแขนกอดอกพร้อมหันหลังให้

            เขาหันกระบี่มาที่นางแล้วทิ้งเสื้อคลุมไว้ให้หรือไร้ยางอายนัก คิดใช้สิ่งนี้ตอกย้ำนางหรือไร ฝันไปเถอะ นางจะเอาเสื้อคลุมนี้ไปเผาไฟทิ้ง...แต่เผาไม่ได้นี่

            เสื้อคลุมนี้ทนไฟได้น่าอัศจรรย์นักร้อนไม่หวั่น เย็นไม่กล้ำกราย ของมีคมใดล้วนไม่คณา...นางอดชำเลืองมองกองผ้าสีดำบนพื้นไม่ได้ สุดท้ายก็ถอนหายใจออกมาอย่างพ่ายแพ้"เห็นแก่ที่เจ้าทนเย็นทนร้อนได้ ข้าจะหลับหูหลับตาลืมๆ เจ้านายของเจ้าแล้วกัน"

            เมื่อหาข้ออ้างดีๆ ได้แล้วหลินหลานหรูพลันยิ้มแฉ่ง โน้มตัวลงเก็บเสื้อคลุมขึ้นมาแล้วใช้มือปัดๆ อย่างถนอมนัยน์ตาน้ำหมึกฮุยโม่เปล่งประกายสดใสวาววับยินดีอย่างบ้าคลั่งที่ได้ของวิเศษมาถือครอง "ข้าก็คือนายของเจ้าคนใหม่แล้วฮ่าๆ "

            เสียงหัวเราะของนางกังวานใสฟังดูชั่วร้ายสะใจยิ่ง

            หลินหลานหรูสวมเสื้อคลุมกลับมาใหม่นางพยายามผูกสายแต่ทำหลุดมือไปหลายครั้ง เสื้อคลุมมีชีวิตมันกำลังต่อต้านนางอยู่เป็นแน่

            นางไม่รู้ว่าความจริงแล้วเป็นนางผูกไม่ถนัดเองต่างหาก

            หลินหลานหรูไม่ทันผูกสายเสื้อคลุมเสร็จพลันนึกบางอย่างขึ้นมาได้ จึงล้วงหาของในอกเสื้อสีขาวตัวบาง ทว่า...

            ไม่มี?

            ไม่มีสิ่งใดห้อยที่คอของนางป้ายสีดำสองชิ้นหายไปตั้งแต่เมื่อใดเป็นใครเปลี่ยนเสื้อผ้าให้นางแล้วหยิบติดมือไปด้วย

            หลินหลานหรูไม่สนใจผูกเชือกอีกรวบสาบเสื้อคลุมไว้ด้วยมือเดียวแล้วเปิดประตูออกจากห้อง เดินลงน้ำหนักเท้าแรงๆตามอารมณ์ที่เริ่มปะทุก่อนสอบถามบ่าวที่เดินสวนผ่านระหว่างทางว่าเจ้านายของเรือลำนี้อยู่ที่ใดเมื่อได้ความแล้วจึงเดินตรงไปที่ส่วนท้ายสุดของเรือทันที

            ส่วนท้ายสุดของเรือเป็นพื้นที่เปิดโล่งรับลมและชมวิวกลางท้องน้ำพื้นเรือถูกยกระดับให้สูงขึ้นเล็กน้อย ไม่ให้ระเบียงด้านข้างบดบังสายตาจนเกินไปข้าวของเครื่องใช้และสิ่งประดับถูกจัดวางอย่างเป็นระเบียบโต๊ะเก้าอี้มีพร้อมหลายชุดแต่ไม่วางระเกะระกะสายตา

            อู่เทียนไฉ่กับผู้เฒ่าเหลียงกำลังประชันหมากกระดานหนึ่งกันอยู่ท่ามกลางท้องฟ้าสดใสปลอดโปร่งด้านนอกลมพัดแรงจึงไม่ได้ยินเสียงฝีเท้าเล็กแต่หนักเดินใกล้เข้ามา

            "ของของข้าอยู่ที่ใด!"นางร้องขึ้นประโยคแรก

            อู่เทียนไฉ่เลิกคิ้วมองเด็กหญิงน้อยในเสื้อคลุมไหล่รุ่มร่ามสีดำตัวใหญ่นางยังสวมไม่เสร็จก็เดินออกมาทั้งอย่างนี้มิหนำซ้ำยังไม่สวมเสื้อตัวนอกบดบังร่างกายตอนนี้นางยังเด็กไม่เป็นไรแต่หากโตขึ้นแล้วยังไม่ระวังเช่นนี้เขาที่เป็นบิดาบุญธรรมจะปล่อยให้นางเผชิญสายตาผู้อื่นมองอย่างหยามเกียรติได้อย่างไร

            "บอกมา! ของของข้าอยู่ที่ใด"

            อู่เทียนไฉ่เก็บสีหน้ากังวลเมื่อครู่ลงวางหมากสีดำกลับเข้าโถเก็บด้วยอากัปกิริยาเนิบช้าแต่สง่างามก่อนหันไปกระชับเสื้อคลุมไหล่ของหลินหลานหรูให้เข้าที่ผูกสายเสื้อคลุมด้วยเงื่อนปมง่ายๆ เฉกเช่นบิดาหวงแหนบุตรสาวผู้หนึ่งพลางเอ่ยย้อนถามอย่างไม่จริงจังเท่าไรนัก "เจ้าหมายถึงของสิ่งใดล่ะ"

            หลินหลานหรูตอบทันที"สร้อยที่ห้อยป้ายสีดำสองชิ้น ซึ่งเคยสวมอยู่กับตัวข้าท่านเอาไปใช่หรือไม่"

            อู่เทียนไฉ่ผูกเงื่อนสายเสื้อคลุมเสร็จเรียบร้อยไม่ทันตอบคำถามนาง หลินหลานหรูพลันทุบโต๊ะด้วยกำปั้นเล็กจ้อยเสียงดังปึก!จ้องด้วยสายตาเหี้ยมเกรียมดุดันหวังข่มขู่บิดาบุตรธรรมในอนาคตให้ผงะแต่คนผงะกลับเป็นผู้เฒ่าเหลียงแทนเสียได้

            กระดานหมากสั่นน้อยๆผู้เฒ่าเหลียงใจหายใจคว่ำขึ้นมาฉับพลัน เกรงหมากจะเคลื่อนทั้งกระดานพ่อลูกคู่นี้ช่างไม่เห็นใจคนแก่เช่นเขาเลยสักนิด

            ผู้เฒ่าเหลียงแอบปาดเหงื่อบนหน้าผากหากต้องเล่นใหม่เกรงว่าโอกาสชนะจะริบหรี่ ละสายตาจากกระดานหมากมาได้ก็เอ่ยกับหลินหลานหรูอย่างสุภาพและให้เกียรติ"คุณหนู ตอนที่พวกเราช่วยเจ้าออกมา บนตัวก็ไม่พบของสิ่งใดหากมีป้ายสีดำเช่นที่เจ้าว่าจริง ข้าย่อมให้บ่าวรับใช้เก็บไว้ให้อย่างแน่นอน"

            อู่เทียนไฉ่ยิ้มกริ่มเมื่อเห็นคิ้วเล็กๆของนางขมวดเป็นปมพลางหลุบตาครุ่นคิดไม่ตก เขาจึงปล่อยให้นางใช้เวลาคิดส่วนตนเองหันไปเดินหมากบนกระดานต่อคีบหมากสีดำวางบนกระดานด้วยแววตาและท่าทางสุขุมเยือกเย็นขณะเดียวกันก็ลอบยิ้มเจ้าเล่ห์ไปด้วย ก่อนเอ่ยขึ้นมาอย่างไร้สัญญาณคล้ายเรื่องที่พูดไม่ได้สลักสำคัญอันใด

            "ส่วนใหญ่แล้วตอนที่จับเด็กมาของทุกชิ้นจะถูกคนของอู่เสียวฉีเก็บไป เสื้อผ้า ของมีค่าเครื่องใช้ส่วนตัวที่ติดมาพร้อมกับพวกเจ้าจะถูกแยกเก็บไว้อีกที่เพราะสิ่งเหล่านั้นจะกลายเป็นแรงผลักดันให้พวกเจ้าต่อสู้และค้นหาตัวตนจากความทรงจำที่หายไป ไม่แน่ว่าของของเจ้าอาจอยู่ที่พวกเขากระมังหากอยากได้คืนก็ต้องขึ้นเกาะไปเอาเอง"

            "นี่..."นางรู้สึกเหมือนตกลงไปในบ่อน้ำลึกไร้ก้นของอู่เทียนไฉ่อีกแล้วไม่ว่าจะเอ่ยจะพูดหรือจะทำอันใด ไม่เคยที่นางจะตามคนเจ้าเล่ห์ผู้นี้ได้ทัน"ข้าจะมั่นใจได้อย่างไรว่าป้ายของข้าไม่ได้อยู่ที่ท่าน หากท่านกุเรื่องทั้งหมดขึ้นข้าจะต่างอะไรกับคนโง่งมไร้สมองเบาปัญญาผู้หนึ่ง"

            อู่เทียนไฉ่คีบตัวหมากในโถวางลงบนกระดานเผยรอยยิ้มบนใบหน้าเล็กน้อย แววตาเปิดเผยจริงใจแฝงความเด็ดขาดในทีไม่คล้ายว่ากำลังโกหกนางอยู่

            "ที่มาของข้าเชื่อว่าท่านอาสามคงเล่าให้เจ้าฟังมาไม่น้อย ส่วนเรื่องป้ายของเจ้าข้าไม่มีความจำเป็นใดที่ต้องโกหกเรื่องที่เล่าให้ฟังทั้งหมดข้ากุขึ้นเองหรือไม่เจ้าจะเชื่อไม่เชื่อก็ไตร่ตรองเอาเองเถิด"

            หลินหลานหรูเม้มริมฝีปากราวกำลังอดทนอดกลั้นไม่มีทางใดที่นางจะเลี่ยงการขึ้นเกาะได้เลยใช่หรือไม่อย่างน้อยเขาควรให้ทางเลือกเหลือรอดแก่นางบ้าง ไม่ใช่ยัดเยียดส่งให้เช่นนี้มารปีศาจตนนี้เผด็จการเกินไปแล้ว!

            "ท่านไม่ให้ข้อมูลใดกับข้าเรื่องเกาะนรกนั่น!"

            "เรื่องบางเรื่องรู้ล่วงหน้าอาจไม่ใช่ผลดีเจ้าอย่าลืมว่าเด็กทุกคนล้วนไร้ความทรงจำ หากเจ้ารู้มากอาจเผยพิรุธให้อู่เสียวฉีจับผิด"

            อะไรก็ไม่ได้! เขาจงใจส่งนางไปตายชัดๆ

            ปึก!

            หนนี้นางทุบกำปั้นลงบนกระดานหมากอย่างอัดอั้นหมากขาวหมากดำกระจายไปทั่วโต๊ะ บางส่วนกระเด็นลงไปนอนเล่นอยู่บนพื้น

            ผู้เฒ่าเหลียงแทบความดันขึ้นอ้าปากตาค้างมองกระดานหมากว่างเปล่าอย่างอาลัย

            "อย่าฝันเลยว่าข้าจะยอมเป็นบุตรเจ้า!"หลินหลานหรูเอ่ยด้วยโทสะที่กำลังทะยานสูง ก่อนสะบัดหน้าหนีเดินลากเสื้อคลุมยาวเหยียดกลับห้อง

            นัยน์ตาดำขลับของอู่เทียนไฉ่หดเล็กลงเล็กน้อยใบหน้าเปลี่ยนเป็นเย็นชาเรียบเฉยมองตามหลังหลินหลานหรูด้วยสายตายากคาดเดาความรู้สึกทว่าผู้เฒ่าเหลียงนั้นตอนนี้เกือบเป็นลมล้มพับ

            "ท่านอู่ หมากกระดานนี้เรา..."

            "ผู้เฒ่าเหลียงหมากกระดานนี้คงเล่นต่อไม่ได้แล้วล่ะ เรามาเริ่มเล่นใหม่กันดีหรือไม่"อู่เทียนไฉ่แววตาเป็นประกาย เผยรอยยิ้มเล็กน้อยยามเอ่ยกับผู้เฒ่า

            ผู้เฒ่าเหลียงเหงื่อตกจำใจต้องเริ่มใหม่ทั้งกระดาน จากนี้โอกาสชนะคงเป็นศูนย์เขาต้องเสียสิ่งประดิษฐ์ชิ้นใหม่ให้ท่านประมุขอีกแล้ว

            อู่เทียนไฉ่เหมือนรับรู้พูดปลอบผู้เฒ่าเหลียงว่า "ข้าจะให้นางเป็นของขวัญใช้ป้องกันตัวเมื่อขึ้นเกาะ"

             

             

            หลินหลานหรูเดินกระทืบเท้ากลับเข้าห้องพักข้างนอกลมแรงทำให้รู้สึกเจ็บตึงๆ บนผิวหน้า หางตาเหลือบไปเห็นชุดน้ำชาบนโต๊ะจึงหยิบด้วยชาบนถาดรองชาซึ่งทำจากไม้เนื้อดีสีน้ำตาลมันวาวหงายขึ้นมาแล้วรินดื่มไปหลายอึก กระนั้นก็ไม่สามารถดับเพลิงโทสะในใจให้มอดลงได้

            "บัดซบ! เหลวไหลสิ้นดี!"หลินหลานหรูสบถคำหยาบออกไป

            ป้ายสองชิ้นนั้นนับเป็นอะไรไม่สำคัญกับข้าสักนิด! ไม่เลยสักนิด!

            นางวางถ้วยชาจนเกิดเสียงดังปึก!

            ผ่านไปสักพักเท้าเล็กๆนั้นยกถีบเก้าอี้กลมล้มตึงกลิ้งไปถึงหน้าประตู บ่าวเพิ่งเปิดเข้ามาต่างตกใจ

            เดิมทีตั้งใจยกอาหารและเสื้อผ้ามาให้คุณหนูผลัดเปลี่ยนแล้วจะอยู่ช่วยนางสวมเสื้อผ้า เพราะได้รับคำสั่งมาว่า 'ต้องแต่งตัวคุณหนูให้เรียบร้อยและมิดชิด' แต่ดันเข้ามาไม่ถูกจังหวะจึงเปลี่ยนแผนกะทันหันรีบเร่งฝีเท้าวางของลงบนโต๊ะก่อนร่นถอยหลังกลับออกไปอย่างรีบร้อน

            หลินหลานหรูสงบอารมณ์ลงได้ในที่สุดนางทิ้งตัวลงนั่งบนเก้าอี้กลมด้านหลังเมื่อคิดไตร่ตรองเรื่องทุกอย่างให้ถี่ถ้วนแล้วพลันรู้สึกไร้เรี่ยวแรงขึ้นมาไม่ว่าจะดีหรือร้าย ทางออกเดียวสำหรับตอนนี้ที่ควรทำคือขึ้นเกาะ

            ป้ายไม้สีดำเป็นเบาะแสชิ้นเดียวที่นางมีผู้ใดอยู่เบื้องหลังการสังหารท่านแม่ยังไม่ชัดเจน นางไม่อาจวางใจได้ไม่อาจให้ท่านแม่ตายไปโดยไม่ได้รับความเป็นธรรม ต้องมีคนชดใช้เรื่องนี้!

            ยังมีป้ายคำสั่งทหารองครักษ์เงาประจำตัวองค์ชายอีกอัน...ป้ายนี้เป็นของเสวี่ยเฟิ่งที่เคยให้นาง ถึงจะเกลียดชังเขามากเพียงใดแต่ป้ายคือความทรงจำหนึ่งเดียวที่นางมีและเป็นความทรงจำเดียวที่นางสามารถจับต้องได้อย่างน้อยนางก็มั่นใจได้ว่าเสวี่ยเฟิ่งคนก่อนยกป้ายนี้ให้นางด้วยความจริงใจเป็นตัวแทนความรู้สึกดีที่สหายในวัยเยาว์ผู้หนึ่งเคยมอบให้...ก็เท่านั้น

            ส่วนตอนนี้เขาจะเป็นอย่างไรก็ช่างเถอะเจอกันอีกครั้งคือศัตรู ไม่ใช่สหายที่นางเคยรู้จักและไว้ใจอีกแล้ว

            หรือถ้าหากจวนตัวเมื่อไรนางยังสามารถใช้ป้ายคำสั่งทหารนี้เป็นเครื่องมือให้ร้ายเขาจนต้องโทษประหารชีวิตได้

            หลินหลานหรูเชิดหน้าขึ้นอย่างทระนงนัยน์ตาน้ำหมึกฮุยโม่เฉยชาเย่อหยิ่งไม่แยแสถูกผิดปรายตามองเสื้อผ้าบนโต๊ะประหนึ่งตาหงส์มองอีกา ...มีกรรไกรอยู่เล่มหนึ่งพอดี

             

             

            เบื้องหน้าคือเกาะนรก

            ไม่มีภาพและไม่มีข้อมูลใดเกี่ยวกับเกาะนี้ในหัวของหลินหลานหรูแม้แต่น้อยนางกำลังเผชิญอยู่กับเจ้าสิ่งใดกันนะ

            บรรยากาศรอบเกาะดูอึมครึมน่ากลัวเป็นที่สุดสภาพป่าด้านข้างเงียบฉี่ไร้สิงสาราสัตว์ปีนป่ายหาอาหาร ใบไม้เขียวครึ้มผิดฤดูยามลมพัดโยกกลับรู้สึกเหมือนปีศาจต้นไม้กำลังขยับมือโบกทักทายอย่างไรอย่างนั้น...น่า ขน ลุก

            เอี๊ยดอ๊าด! เสียงพื้นไม้บนท่าน้ำยามขยับสภาพเงียบเหงาร้างไร้ผู้คน พื้นไม้ที่หลินหลานหรูกำลังยืนเหยียบอยู่ผุพังจนไม่น่าจะรับน้ำหนักคนสามคนได้เพราะอย่างนั้นผู้คุมหน้ากากยักษ์ที่มารอรับถึงได้ยืนห่างตั้งไกล

            ตะไคร้น้ำสีดำเขียวแดงเกาะหนากว่าสองชุ่นต้นหญ้าใบแหลมคมขึ้นในน้ำเน่าแฉะ มองไม่เห็นปลาแม้สักตัวพืชพรรณสิ่งมีชีวิตบนบกดูรูปลักษณ์ประหลาดแปลกตา ...น่าสยอง

            นางเห็นหนอนตัวเท่าคนนอนเล่นบนพื้นด้วย!

            "ข้าจะกลับขึ้นเรือ!"ไวเท่าความคิด หลินหลานหรูหันหลังกลับทันที อู่เทียนไฉ่คว้าคอเสื้อนางไว้

            หลินหลานหรูจนใจถูกหิ้วกลับมายืนตรงหน้าเขาอีกตามเดิม ใบหน้าเล็กเหยแล้วเหยอีกราวกับโลกจะพังลงมาอย่างไรอย่างนั้น

            อู่เทียนไฉ่โน้มตัวลงมาเล็กน้อยวางมือข้างหนึ่งค้างบนไหล่นางนัยน์ตาคมกริบลุ่มลึกมองสบดวงตาน้ำหมึกฮุยโม่ของเด็กหญิงเอ่ยด้วยน้ำเสียงนุ่มละมุนไม่ปรากฏความเย็นชาเหมือนยามปกติ "อาหลันข้าส่งเจ้าได้แค่นี้ เจ้าต้องเอาตัวรอดบนเกาะให้ได้"

            เมื่อกล่าวจบอู่เทียนไฉ่ส่งกระบอกไม้รูปร่างประหลาดให้นางอันหนึ่งพร้อมกับตำราสองเล่มแล้วเอ่ยอธิบายคร่าวๆ "กระบอกไม้อันนี้ใช้ไม่ยาก เพียงมองผ่านตาก็ใช้ได้แล้วมันคืออาวุธลับร้ายแรงซึ่งเคลือบด้วยพิษเก้าชนิดที่ผู้เฒ่าเหลียงเป็นคนประดิษฐ์ขึ้นเมื่อถึงคราวจวนตัวให้เจ้าใช้มันป้องกันศัตรู"

            หลินหลานหรูรับมาด้วยสีหน้าหนักใจนางคล้ายเด็กน้อยที่กำลังทุกข์ตรมเพราะไม่อยากไปโรงเรียนไม่มีผิด เป็นโรงเรียนก็ดีสินี่มันโรงเชือดกันชัดๆ

            "ไม่มีทางอื่นเลยหรือข้าไม่ขึ้นไปไม่ได้หรือ" นางเอ่ยเสียงอ้อนวอนนัยน์ตาวูบไหวน่าสงสารเป็นที่สุด หันมองไปด้านหลัง ผู้คุมหน้ากากยักษ์ยืนส่งสายตากดดันมาไม่ต่างจากครูที่กำลังยืนรอรับเด็กนักเรียนนี่มันสถานที่อันใดกัน

            "ถ้าเจ้าไม่อยากได้ของสองชิ้นนั้นคืนข้าจะพาเจ้ากลับขึ้นเรือเดียวนี้แหละ" อู่เทียนไฉ่ยิ้มเจ้าเล่ห์อีกแล้ว

            ผู้เฒ่าเหลียงยืนมองเงียบๆเยื้องไปด้านหลังท่านประมุข ส่งสายตายิ้มละมุนน้อยๆ ให้กำลังใจคุณหนู

            หลินหลานหรูปิดปากสนิททันที

            อู่เทียนไฉ่จึงพูดอีกว่า"ส่วนตำราสองเล่มนี้ เมื่อเจ้าท่องจำจนขึ้นใจแล้วก็ให้เผาทิ้งจำไว้ระหว่างที่อยู่บนเกาะ ฝึกเคล็ดวิชาของพรรคมารให้สำเร็จภายในสามปีแต่อย่าเผลอใช้วิชานี้ออกมาให้ใครเห็นเป็นอันขาด หากอู่เสียวฉีจับได้เจ้าอาจตายทั้งเป็น"

            หลินหลานหรูขนลุกเกรียว เผด็จการ เผด็จการสุดโต่งนี่มันยัดเยียดกันเห็นๆ

            "เจ้าตัดผมแล้วหล่อขึ้นเยอะ"อู่เทียนไฉ่พลันเปลี่ยนเรื่องกะทันหันเลื่อนมือขึ้นลูบศีรษะเล็กผมสั้นกุดของหลินหลานหรู เอ่ยเย้านางเล่นให้คลายความตึงเครียดลง

            หลินหลานหรูเหมือนถูกจี้จุดไม่ชอบเข้าให้จึงผลักมืออู่เทียนไฉ่ออกห่างถูกเขาล้อเช่นนี้ตั้งแต่อยู่บนเรือ จะไม่ให้ตัดผมได้อย่างไรนางเสียดายแทบเป็นแทบตาย ไม่ตัดก็ไม่ได้ตอนนี้จึงไม่ต่างจากเด็กชายหน้าตาอัปลักษณ์วัยสามขวบ

            "เอาเถอะ เสร็จงานนี้เมื่อไรข้าจะรับเจ้าเป็นบุตร ห้าปีพอหรือไม่"

            "เหตุใดท่านไม่แต่งภรรยาเล่าจะมีสักกี่คนก็ได้ไม่ใช่หรือ ...ข้าหมายถึงมีลูกกี่คนก็ย่อมได้อย่ามายุ่งกับข้าได้หรือไม่"

            "หึๆ อาหลันสตรีนั้นยุ่งยากน่าปวดหัว อีกอย่างข้าไม่ชอบเด็กทารกมิหนำซ้ำจะเลี้ยงอย่างไรให้ฉลาดเหมือนเจ้า มิสู่รับเจ้าเป็นบุตรนั้นดีแล้ว"

            "ท่านชอบบุรุษก็บอกมาเถิด"

            อู่เทียนไฉ่พลันหน้าตึงแต่ยังคงความสง่าผ่าเผยเยี่ยงผู้ปกครองพรรคมารทั้งสิบแปดนิกายเขาสะบัดชายแขนเสื้อแล้วเชิดหน้าขึ้นอย่างทระนงองอาจ เอ่ยเสียงหนักแน่นเด็ดขาด"ข้าเกลียดเรื่องเช่นนั้นที่สุด"

            ผู้เฒ่าเหลียงเห็นท่าไม่ดีจึงยื่นห่อผ้าสีน้ำตาลให้เด็กหญิงหวังสงบคลื่นลมล่องหนนี้ลง "คุณหนู ห่อผ้าของเจ้า"

            หลินหลานหรูรับมาอย่างเคารพนับถือแล้วเก็บตำราพร้อมอาวุธลับไว้ในห่อผ้า หากไม่ติดที่ว่าต้องขึ้นเกาะนางจะคำนับผู้เฒ่าเหลียงเป็นอาจารย์

            นัยน์ตาหลินหลานหรูเป็นประกายเลื่อมใสยามมองผู้เฒ่าเหลียงอู่เทียนไฉ่กระแอมทีหนึ่ง นึกหวงบุตรสาวขึ้นมาทันควัน จับศีรษะนางหมุนหันไปทางเกาะก่อนตวัดสายตาคมกริบเจือจิตสังหารคาดโทษผู้เฒ่าเหลียง

            ผู้เฒ่าเหลียงไม่รู้ไม่ชี้ก้มหน้ามองสำรวจพื้นไม้แล้วหมุนตัวเดินกลับขึ้นเรือ

            อู่เทียนไฉ่โน้มตัวเอ่ยกำชับหลินหลานหรูเป็นครั้งสุดท้าย"...เขาจะนำทางเจ้าไป ดูแลตัวเองด้วย"

            จากนั้นก็ออกคำสั่งกับผู้คุมสวมหน้ากากไปอีกหลายประโยคก่อนที่ผู้คุมจะเดินนำทางพาหลินหลานหรูขึ้นเกาะ

            เดินจากมาแล้วอู่เทียนไฉ่ยังยืนมองอยู่ที่เดิม นางไม่ได้หันหลังกลับ ทิ้งคนและเรือลำใหญ่เอาไว้เบื้องหลังกระชับห่อผ้าแล้วตวัดสะพายไว้บนไหล่เดินตามหลังผู้คุมไปด้วยความรู้สึกหนักอึ้งเจือความโดดเดี่ยวบนสถานที่อันเหมือนนรก

            นับจากนี้ข้าต้องพึ่งตัวเองแล้ว

            ผู้คุมหน้ากากยักษ์พาหลินหลานหรูลัดเลาะเดินฝ่าไปตามพงหญ้าสีน้ำตาลแซมเขียวดอกสีม่วงมีหนามแหลมเล็ก ทำราวกับกำลังลักลอบค้าสิ่งผิดกฎหมายไม่มีบทสนทนากระชับมิตรใดเกิดขึ้นระหว่างทางแค่ต่างคนต่างเดินก็รู้สึกยากเย็นเกินพอแล้ว

            ต้นหญ้าสูงยาวท่วมศีรษะใบเล็กแหลมคมระคายผิว ดอกสีม่วงส่งกลิ่นฉุนแทงจมูกหนามขนาดเล็กบนดอกเคลือบพิษอ่อนๆ ทำให้ระคายเคือง ยามลากผ่านใบหน้าและลำคอจึงรู้สึกคันเป็นรอยแดงบนพื้นดินยังเปียกแฉะมีน้ำเน่าขังยามเดินรองเท้ามักเกี่ยวเอาวัชพืชเน่าเหม็นติดมาด้วยสภาพอากาศเย็นจัดจนผิวหนังแห้งตึง รอบด้านมีแต่พงหญ้ารกเลื้อย

            ไม่มีเส้นทางขึ้นเกาะที่ดีกว่านี้แล้วหรือ

            หลินหลานหรูเดินไปไม่วายบ่นไปในใจอีกหลายประโยคเสื้อผ้าป่านเข้ารูปเนื้อหยาบมีดอกหญ้าแซมติดมาด้วย ยิ่งเดิน ยิ่งเงียบ ยิ่งวังเวงและไม่มีทีท่าว่าจะเดินพ้นเขตพงหญ้าเสียทีอยากรู้นักว่าพงหญ้าป่านี้ผืนใหญ่ขนาดไหนตัวนางจะเป็นแค่เศษเสี้ยวเล็กจ้อยที่กำลังแหวกหญ้าไปอยู่หรือไม่ ลำพังแค่สีเสื้อก็กลืนหายไปกับใบหญ้าแล้วหากไม่มีผู้คุมหน้ากากยักษ์เดินนำ ต้องคิดว่าตนกำลังเดินหลงทางอยู่เป็นแน่

            พลันนกฝูงหนึ่งตกใจบินหนีพรึ่บๆออกจากพงหญ้า หลินหลานหรูสะดุ้งโหยงจนกระโดดหนีพลางหันขวับไปด้านข้างอย่างระแวดระวัง เสียงอีการ้องก๊าๆ บินข้ามศีรษะท้องฟ้าปลอดโปร่งสว่างสดใสเช่นเดิม พอเลื่อนสายตากลับลงมาแล้วคิดจะเดินต่อทว่า...ผู้คุมหายไปแล้ว?

            "อ๊ะ!"หลินหลานหรูเจ็บแปลบที่ท้ายทอย ภาพตรงหน้าพร่าเลือนยอดหญ้าเริ่มเอนเอียงไปด้านข้าง

            ชัดเจนว่า... ข้ากำลังจะหมดสติ!

             

    คล้ายกับเรื่องนิสัยข้าเปลี่ยนยาก ที่คุณอ่าน

    หลินเว่ยเว่ยสาวน้อยจอมพลัง (นิยายแปล)***จบแล้ว***

    หลินเว่ยเว่ยสาวน้อยจอมพลัง (นิยายแปล)***จบแล้ว***

    นิยาย ย้อนยุค,อนาคต
    355K 668
    ระบบเปลี่ยนชีวิต

    ระบบเปลี่ยนชีวิต

    นิยาย แฟนตาซี
    627K 658
    ภรรยานายพรานตัวน้อยกับระบบร้านค้ามือสอง [วางจำหน่ายถึงวันที่ 31-10-2569]

    ภรรยานายพรานตัวน้อยกับระบบร้านค้ามือสอง [วางจำหน่ายถึงวันที่ 31-10-2569]

    นิยาย รัก
    712K 1023
    ก็แค่ตาลุงธรรมดาๆ คนหนึ่งที่บังเอิญได้รับพรจากพระเจ้าแล้วถูกส่งไปยังต่างโลก

    ก็แค่ตาลุงธรรมดาๆ คนหนึ่งที่บังเอิญได้รับพรจากพระเจ้าแล้วถูกส่งไปยังต่างโลก

    นิยาย แฟนตาซี
    161K 179
    พลิกฟ้าคืนชีวาชายาอนุ [แปลจบแล้ว]

    พลิกฟ้าคืนชีวาชายาอนุ [แปลจบแล้ว]

    นิยาย ย้อนยุค,อนาคต
    295K 786
    ยามสกุณาหวนคืนขับขาน โผทะยานสู่ยุค 80

    ยามสกุณาหวนคืนขับขาน โผทะยานสู่ยุค 80

    นิยาย รัก
    627K 1276
    ตำนานวิญญาณแฟนซี (Seirei Gensouki)

    ตำนานวิญญาณแฟนซี (Seirei Gensouki)

    นิยาย แฟนตาซี
    3.26M 1036
    นายน้อยเจ้าสำราญ **จบแล้ว**

    นายน้อยเจ้าสำราญ **จบแล้ว**

    นิยาย ย้อนยุค,อนาคต
    489K 1390
    ทะลุมิติไปเป็นแพทย์หญิงชนบทตัวน้อยๆ [วางจำหน่ายถึงวันที่ 31-10-2569]

    ทะลุมิติไปเป็นแพทย์หญิงชนบทตัวน้อยๆ [วางจำหน่ายถึงวันที่ 31-10-2569]

    นิยาย รัก
    862K 774
    มังกรพิชิตฟ้าออนไลน์ [แปลจบแล้ว]

    มังกรพิชิตฟ้าออนไลน์ [แปลจบแล้ว]

    นิยาย เกมออนไลน์
    3.72M 1271