ตอนที่ 14: ผู้เฝ้ามองใต้เงาไม้
หอฟ้าครามเงียบสงัดยามเช้า แต่หน้าห้องบัญชาการของหน่วยขอบฟ้าครามกลับเต็มไปด้วยเสียงสนทนาเบา ๆ
ชายหญิงในเครื่องแต่งกายหลากหลาย ทั้งอดีตทหาร ชาวบ้าน นักล่าสัตว์ และแม้แต่ขอทาน ต่างเดินทางมาที่นี่ตามข่าวลือว่า…
“เด็กหนุ่มนามเฟิงิ…จะตั้งกองทัพของตนเอง โดยไม่เลือกแค่ผู้มียศถาบรรดาศักดิ์”
—
เฟิงิยืนบนระเบียงชั้นสองมองดูผู้คนที่มารวมตัวกัน
เหยียนหลียืนกอดอกพิงเสาเงียบ ๆ ซูเหวินไม่ปรากฏตัวในวันนี้ เขาออกไปสำรวจเส้นทางสายใหม่ให้กับหน่วย
“เ้าจะเลือกคนจากสายตาเพียงอย่างเดียวหรือ?”
เหยียนหลีถามเสียงเรียบ
“ไม่…” เฟิงิยิ้มบาง ๆ
“ข้าจะเลือกคนจาก ‘แววตา’ ต่างหาก”
—
การคัดเลือกเริ่มขึ้นอย่างไม่เป็ทางการ
เฟิงิไม่ได้ทดสอบด้วยการจับอาวุธหรือวัดพละกำลัง
แต่กลับตั้งคำถามเพียงข้อเดียวกับทุกคนที่มายืนต่อหน้าเขา
“หากเ้ามีดาบหนึ่งเล่มในมือ…เ้าอยากใช้มันเพื่ออะไร?”
คำตอบมีมากมาย
“ปกป้องครอบครัว”
“ล้างแค้น”
“ไขว่คว้าความยิ่งใหญ่”
บางคนเงียบไม่ตอบ บางคนหัวเราะอย่างเย้ยหยัน
จนกระทั่ง…มีชายคนหนึ่งเดินขึ้นมา
เนื้อตัวสวมเพียงเสื้อผ้าธรรมดาสีซีด ผิวกร้านแดด
แต่ดวงตานิ่งสงบ ต่างจากทุกคนที่พบเจอ
“ข้าชื่อ ลั่วเฉิง”
ชายผู้นั้นเอ่ยเสียงราบเรียบ
“ข้าจะไม่ใช้ดาบ…ข้าจะ ‘วางดาบ’ ให้ผู้อื่นได้หาทางออกที่ไม่ต้องลงมือฆ่ากัน”
เฟิงิเลิกคิ้วเล็กน้อย
“เ้ากลัวการต่อสู้?”
ลั่วเฉิงส่ายหน้า
“ข้าผ่านสนามรบมามากกว่าท่าน…เคยเป็ทหารเดินเท้าในาใหญ่เมื่อสิบปีก่อน
ข้ารอดชีวิตมาได้ไม่ใช่เพราะข้าฆ่าเก่งกว่าใคร
แต่เพราะข้ารู้ว่า…เมื่อใด ‘ไม่ควรฆ่า’ ”
คำตอบนั้น ทำให้เหยียนหลีหันมามองอย่างสนใจ
เฟิงิสบตาชายผู้นั้นครู่หนึ่ง
ก่อนจะกล่าวช้า ๆ
“เ้ามิใช่ทหาร…แต่เ้าคือ ‘สะพาน’ ในา”
นั่นเป็คำยืนยัน
ขุนพลคนที่สองของเฟิงิ—ลั่วเฉิง
ผู้จะกลายเป็นักเจรจา และผู้คุมสายสันติในหมู่กองทัพ ถูกเลือกเข้าสู่หน่วยขอบฟ้าคราม
—
ในยามเย็นวันเดียวกัน
เมื่อดวงตะวันคล้อยลงหลังหอฟ้าคราม
ธงผืนเล็กอีกผืนถูกปักเพิ่มบนกำแพงหิน
นั่นคือธงย่อยของหน่วยขอบฟ้าคราม
ผืนผ้าเรียบง่ายไร้ลวดลาย มีเพียงสีฟ้าเจือจาง
เฟิงิยืนมองมันเงียบ ๆ
“ธงนี้…มิใช่เพื่อให้ชูสูงในสนามรบ
แต่เพื่อเป็สัญลักษณ์ว่าทุกก้าวที่เราก้าว…
จะทิ้งไว้เพียงรอยลม ไม่ใช่รอยเื”
และในค่ำคืนนั้นเอง
สายลมแห่งชื่อเสียงของเขา
เริ่มพัดพาเหล่าผู้ที่ไร้ที่ไป…มุ่งตรงเข้าหาธงผืนนี้มากขึ้นทุกที