ห้อง 4/10
สงสัยฉันจะเข้าข้างตัวเองมากไป ไม่มีวี่แววแอคมี่รอฉันที่ห้องเลยก็อย่างว่าแหละนะใครจะรอ เวลาพักก็แค่ชั่วโมงเดียวอีกอย่างตะกี้ฉันก็รีบออกไปไม่ทันได้บอกให้รอด้วย
“เห้อ ไปโรงอาหารดีกว่า”
ณ โรงอาหาร
กินอะไรดีน้าเมื่อวานฉันลองกินก๋วยเตี๋ยวน้ำตกร้านเดียวกับแอคมี่ เผ็ดชะมัด วันนี้คงต้องลองร้านอื่นแล้วแหละเอ้ ร้านข้าวมันไก่ก็น่ากิน อ๊ะ! ร้านส้มตำก็น่าโดนหรือจะข้าวราดแกงดีนะ โอ้ยยยย หิว ตาลาย เลือกไม่ถูกจริงๆ
“เพิ่งมากินข้าวหรอ”
อ๊ะเสียงแอคมี่นี่
“อื้อ” ฉันตอบไปสั้นๆเพราะลึกๆก็งอนอยู่ทำไมไม่คิดจะรอกันเลยนะ
“อือ งั้นฉันไปก่อนนะ”
อะ อ้าว ไหงไม่คิดจะง้อฉันเลยล่ะ นี่ไม่รู้จริงๆหรอว่าฉันงอน โอ้ยยยจะบ้าตาย หิวก็หิว โมโหก็โมโห สุดท้ายฉันเลยไปสั่งข้าวราดแกงรีบๆกินรีบๆขึ้นห้องเหอะ ข้าวมื้อนี้กลายเป็ไม่อร่อยไปเลย!
ฉันกินข้าวแล้วก็เดินกลับมาที่ห้องเรียนอย่างรวดเร็วไม่มีอารมณ์หาของหวานกินอะไรทั้งนั้น พอมาถึงก็เห็นแอคมี่นั่งอยู่ก่อนแล้ว
“เป็ไง กินข้าวอร่อยมั้ย” แอคมี่ชวนฉันคุยราวกับไม่มีอะไรเกิดขึ้น
“อื้อ ก็ดี” ฉันตอบแบบขอไปที ไม่อยากคุยด้วยเลยสักนิด
“แล้วกินอะไรมาล่ะ” หึ ทำเป็ถามนั่นนี่ อยากจะง้อก็บอกมาเถอะ
“กินแกงเขียวหวาน หมูทอด แล้วก็ไก่ทอด” ฉันตอบกลับไปแบบเริ่มจะอารมณ์ดีขึ้นมาแล้ว
“อือ วันนี้ก็กินให้เต็มที่นะเพราะพรุ่งนี้เธอจะไม่ได้กินอะไรแบบนี้แล้ว”
“วะ ว่าไงนะ ทำไมอะ ป้าเ้าของร้านจะเลิกขายแล้วหรอ ฮือออ อะไรกันฉันชอบหมูทอดร้านป้าแกมากๆเลยนะ” โอ้ยยเื่เศร้าวันนี้ของฉันเลยยย
“ไม่ใช่ ป้ายังขายเหมือนเดิม”
“อ้าว แล้วทำไมฉันจะกินอีกไม่ได้ล่ะ”
“เพราะเธอต้องเตรียมความพร้อมก่อนการประกวดจะมาถึงไง”
“เดี๋ยวนะ! ฉันไม่เข้าใจประกวดก็ส่วนประกวดสิเกี่ยวอะไรกับเื่การกินของฉันยะ” ฉันขอเถียงใจขาดเลยเื่อะไรฉันจะต้องมาทิ้งความสุขหนึ่งเดียวของฉันด้วยฉันอยากกินอาหารอร่อยๆทุกมื้อถ้าไม่ได้กินของอร่อยแล้วฉันจะมีชีวิตอยู่ไปทำไม!T___T
“แล้วมันจะไม่เกี่ยวได้ยังไง อย่าลืมนะวันประกวดเธอต้องแต่งตัวสวยๆถ้าเธออ้วนขึ้นแล้วเธอจะมั่นใจในตัวเองหรอ”
“มั่นใจ! อ้วนแล้วไม่สวยตรงไหนอีกอย่างฉันก็ไม่ได้กินอะไรมากมายถึงขนาดต้องน้ำหนักเพิ่มสักหน่อย”
“แต่ฟังจากชื่อเมนูที่เธอกินนี่ก็เสี่ยงเหมือนกันนะ แถมไม่มีประโยชน์ด้วย”แอคมี่ยังคงดื้อรั้นบังคับฉันต่อ
“เหอะ ไม่ต้องมาพูดเลยนะ ยังไงฉันก็ไม่เลิกกินหรอก”
“แล้วใครบอกให้เธอเลิกกิน ฉันก็แค่อยากให้เธอลดๆของมัน ของทอดลงบ้างไม่ใช่แค่เพื่อหุ่นดีแต่มันยังดีต่อสุขภาพเธอด้วย ลองดูก็ไม่เสียหายทำไมแค่นี้พิกเล็ตคนเก่งไม่สู้แล้วหรือไง”
“ได้! ฉันจะทำให้ดูแต่ถ้าฉันเหลืออดเมื่อไหร่ฉันจะขอลาออกจากการประกวดเลย”
ยิ้มอะไร ใช่ เมื่อกี้ฉันเห็นแอคมี่ยิ้มมุมปาก นี่ฉันกำลังโมโหอยู่นะยะ!
“ดี อ่อ อีกเื่หนึ่ง”
“อะไรอี้กกกกกก” ยังไม่หมดอีกหรอออออ
“ต่อไปนี้ทุกเย็นเธอจะต้องไปออกกำลังกายกับฉัน”
“ว่า ไง นะ!!!!”
“ปกติแล้วเธอออกกำลังกายบ้างหรือเปล่า”
“เดี๋ยวๆๆๆ ใจเย็นก่อนนะฉันยังไม่ตกลงทำไมฉันต้องทำอะไรแบบนั้นด้วย”
“นอกจากดูแลเื่อาหารแล้วเธอก็ต้องดูแลเื่สุขภาพตัวเองด้วย”
“แล้วมันเกี่ยวอะไรกับการประกวดไม่ทราบที่ฉันรู้มาคือต้องคิดการแสดงแล้วก็โชว์วิสัยทัศน์ไม่ใช่หรอไม่ได้มีแข่งกีฬาหรือแข่งสาวหุ่นสวยสักหน่อย”
“เธอนี่คิดตื้นชะมัดจะบอกอะไรให้นะ” แอคมี่ทำท่านั่งกอดอกวางมาดพร้อมมองมาที่ฉัน แหวะเท่ตายแหละ
“การที่เธอคุมอาหารออกกำลังกายมันจะทำให้เธอแข็งแรงมากขึ้น ทั้งหุ่นสวย สุขภาพดีแล้วก็จะส่งผลถึงการซ้อมการแสดงด้วย เธอจะมีเรี่ยวแรงมากขึ้น”
“พูดซะอย่างกะว่าเธอจะให้ฉันโชว์การแสดงผาดโผนแบบนั้นแหละ”เหอะ ชักไม่อยากประกวดแล้วสิ
“ก็ไม่ถึงขั้นนั้นแต่ฉันยากให้เธอโชว์ Cover dance”
“ไม่!!!!” ไม่มีทาง ปกติปรบมือให้ตรงจังหวะก็ยากสำหรับฉันแล้วนี่จะให้มาเต้นจริงจังแบบนั้น ฝันไปเถอะ ได้โชว์ห่วยให้คนทั้งโรงเรียนเห็นแน่ๆ
“ตกลงตามนั้นฉันจะเป็คนซ้อมให้เธอเองเริ่มวันพรุ่งนี้ละกัน” เดี๋ยวไม่ได้ยินที่ฉันบอกว่าไม่หรือยังไงยะ
“เดี๋ยว แอค…”
“ครูกำลังจะมาแล้วฉันขอเตรียมตัวเรียนก่อนนะ”
กรี้ดดดดดดดดดดดดดดนี่มันมัดมือชกกันชัดๆ ฮือๆ ยัยแอคมี่เธอมันร้ายที่สุดแล้วแบบนี้ฉันจะทำไงล่ะเนี่ยย โอ้ยยย ของอร่อยก็อดกินตอนเย็นก็ต้องมาออกกำลังกายอีก ชีวิตสาว ม.ปลายเลิกเรียนไปเดทกับหนุ่มๆของฉันได้พังลงแล้วสินะ L
ปิ๊งป่อง…
เลิกเรียนสักที เห้ออวันนี้ปวดหัวชะมัด โชคดีที่วันนี้ไม่มีการบ้าน แต่โชคร้ายคือพรุ่งนี้มีสอบย่อยขำๆ(อีกแล้ว)จ้ากะว่ากลับไปจะนั่งดูซีรีส์เกาหลีสักหน่อย จบละ
“วันนี้ก็กลับบ้านไปเตรียมตัวให้พร้อมนะพรุ่งนี้เราจะได้มาเริ่มกัน” แอคมี่หันมาพูดกับฉัน เชอะเธอคิดว่าเธอเป็ใคร ถึงจะมาสั่งให้ฉันทำนู่นทำนี่ ไม่ถามความเห็นกันสักคำแบบนี้มันน่าน้อยใจจริงๆ
ฉันไม่ตอบ ไม่มองแล้วก็ทำเป็ไม่สนใจเก็บของใส่กระเป๋าเตรียมเดินออกจากห้องเรียนจังหวะที่ฉันลุกขึ้นจากเก้าอี้ ก็ต้องใเมื่อแอคมี่ดึงมือฉันเอาไว้!
“อ๊ะ! อะไรของเธอปล่อยฉันนะ” ฉันร้องเสียงหลง คนเอาแต่ใจ!กล้าดียังไงมาดึงมือคนอื่นแบบนี้
“เป็อะไรคุยกันให้รู้เื่ก่อน” แอคมี่ถามฉันด้วยน้ำเสียงเครียด ขณะที่มือก็ยังกำแขนฉันแน่นไม่ยอมปล่อยง่ายๆ
“เปล่าฉันรีบกลับบ้าน” ฉันโกหกออกไปเพราะไม่อยากคุยด้วย
“เชื่อก็บ้าแล้วเธอทำหน้ามุ่ยั้แ่เมื่อตอนบ่ายจนเลิกเรียน แถมฉันคุยด้วยก็ไม่ตอบ มีอะไรก็พูดกันตรงๆสิ”หึ ไม่รู้จริงๆหรอว่าฉันน้อยใจ!
“เธอแคร์ด้วยหรือไงว่าฉันจะคิดจะรู้สึกอะไร เห็นเมื่อกี้เอาแต่บังคับให้ฉันทำนู่นนี่นั่น”
“โถ่เอ้ยนึกว่าเื่อะไร เห้อออ”
“ถอนหายใจแบบนี้หมายความว่ายังไง”
“ฟังนะพิกเล็ตที่ฉันพูดไปเมื่อตอนเที่ยงคือฉันอยากให้เธอรู้ว่าฉันตั้งใจกับงานนี้จริงๆ”
“ถ้าเธอกลัวตัวเองจะเสียชื่อขนาดนั้นทำไมไม่ขอครูลงประกวดเองเลยล่ะ ฉันไม่ได้อยากประกวดสักหน่อย” จู่ๆฉันก็เริ่มน้ำตาคลอ ฮึก! ห้ามร้องไห้เด็ดขาดพิกเล็ตเื่แค่นี้อย่าอ่อนแอร์สิ!
“ฉันไม่ได้สนใจเื่ชื่อเสียงอะไรนั่นหรอกฉันสนใจแต่เธอยังไม่เข้าใจอีกหรอ!” แอคมี่ตะคอกเสียงดังจนฉันใคราวนี้น้ำตาที่กลั้นเอาไว้ไหลออกมาอย่างห้ามไม่อยู่จริงๆ
“ฮึกๆๆๆสนใจฉัน ทำเพื่อฉัน แล้วทำไมไม่ฟังกันบ้าง”
“พะ พิกเล็ตฉันขอโทษ หยุดร้องไห้เถอะนะ” แอคมี่หน้าเสียที่เห็นฉันร้องไห้พร้อมหยิบกระดาษทิชชู่มาซับน้ำตาให้ฉัน แต่นั่นก็ไม่ทำให้ฉันหายโกรธหรอกนะ
“เธอน่ะ เอาแต่ใจตัวเองที่สุด คิดแต่ว่าจะให้ฉันทำอย่างนั้นอย่างนี้เธอไม่เคยถามฉันสักคำ ฉันไม่อยากเต้น” ใช่และฉันก็จะไม่เต้นด้วย
“โอเคๆ ฉันไม่บังคับเธอแล้ว ไม่เต้นก็ไม่เต้น เอางี้เธออยากทำไรบอกฉันมาเลยฉันไม่ห้ามเธอแล้ว นะๆๆ หยุดร้องเถอะ” แอคมี่ส่งยิ้มหวานมาให้ฉันทำให้ฉันเห็นลักยิ้มเล็กๆของเธอ จะว่าไปก็น่ารักดีเหมือนกันนะเนี่ย ฮิฮิ
เดี๋ยว! เธอจะหายโกรธง่ายๆเพราะแค่เห็นลักยิ้มของแอคมี่ไม่ได้นะพิกเล็ต เห้อ
“ฉันอยากกลับบ้าน” ฉันสงบลงพร้อมทำท่าลุกขึ้นคราวนี้แอคมี่ยอมปล่อยให้ฉันลุกขึ้นแต่โดยดี
“เดี๋ยวฉันไปส่ง”
“ไม่ต้อง” ฉันรีบปฏิเสธทันที
“ยังไงเราก็กลับทางเดียวกัน บ้านเราอยู่ซอยเดียวกันเธอลืมไปแล้วหรอ”
นั่นไง โชว์เอ๋ออีกแล้วฉัน อุตส่าห์จะเก๊กขรึมสักหน่อย
“เอ่อ…อื้ม งั้นไปกันเถอะ”
ฉันเหนื่อยที่จะเล่นตัวแล้วสุดท้ายเราสองคนก็เดินกลับบ้านโดยที่ไม่ได้พูดอะไรกันสักคำแอบอึดอัดแต่ฉันก็ไม่อยากเป็ฝ่ายเริ่มคุยก่อนก็เื่นี้เขาผิดนี่นะก็ต้องเป็ฝ่ายตามง้อฉันถูกแล้ว
ห้องนอนพิกเล็ต
เห้อทำไมถึงไม่สบายใจแบบนี้นะ จู่ๆฉันก็นึกถึงเื่ที่ทะเลาะกับแอคมี่นี่ฉันทำเกินไปหรือเปล่านะ ถ้าคิดอีกแง่หนึ่งเขาอาจเป็ห่วงฉันจริงๆก็ได้
“เห้อ ไม่เห็นต้องไปสนใจเลยพิกเล็ต ก็เธอไม่อยากทำก็ไม่ต้องทำถูกต้องละไง ปิดไฟนอนดีกว่า”
ฉันนอนพลิกตัวไปมา พยายามข่มตาให้หลับแล้วก็ลืมๆเื่แอคมี่ไปซะแต่พยายามเท่าไหร่ก็ยิ่งนึกถึงเขา เกิดอะไรขึ้นกับฉันเนี่ย เอาล่ะฉันยอมแพ้เปิดไฟไปเลย ไม่หลับก็ไม่ต้องหลับ!
ฉันลุกขึ้นมานั่งตรงโต๊ะคอมแล้วก็นั่งคิดเื่ระหว่างฉันกับแอคมี่อีกครั้ง จริงๆการประกวดดาวครั้งนี้แอคมี่เองก็กลายเป็คนที่มีบทบาทแม้จะไม่ใช่คนที่ลงประกวดเองแต่เขาก็ทุ่มทุนมากจริงๆดูจากความตั้งใจที่จะให้ฉันเปลี่ยนแปลงตัวเองงั้นลองมาคิดแบบไม่อคติละกัน ถ้าฉันลองทำตามเขาบอกจะเป็ยังไงนะ งดของมัน ของทอดเป็เวลา 2 อาทิตย์อย่างนั้นหรอ เห้อ แค่คิดก็เหนื่อยแล้ว แต่ถ้าแลกมากับการที่ฉันจะหุ่นสวยสุขภาพดี อันที่จริงมันก็น่าลองอยู่ โอเค ฉันจะลองดู!
อย่างที่สอง ออกกำลังกายงั้นหรอ เอาจริงๆสมัย ม.ต้นฉันเคยเป็นักกีฬาวิ่งอยู่นะ แต่พอย้ายโรงเรียนมาเรียน ม.ปลายฉันก็ี้เีไปหมด วันๆอยากกลับบ้านมานอนเล่นทำอะไรไร้สาระของฉันบ้างแต่เอาเถอะแค่ 2 อาทิตย์เอง มาคิดๆดูก็ไม่น่าจะลำบากอะไรมากโอเค ฉันจะออกกำลังกายหลังเลิกเรียนทุกวัน!
อย่างสุดท้าย Cover dance แค่คิดก็งานยากละั้แ่เกิดมาไม่เคยเต้นจริงๆจัง อย่างมากก็เต้นไก่ย่างตอนเรียนอยู่ ป.4 แถมยังเต้นอยู่แถวหลังเพราะเต้นไม่สวยอี้กกก ข้อนี้ฉันขอพิจารณาอีกทีละกัน
“เอาล่ะพิกเล็ต เธอต้องสู้ๆ” ฮึบๆ
ห้องนอนแอคมี่ (แอคมี่)
นี่ฉันทำพิกเล็ตเสียใจขนาดนั้นเลยหรือแย่ชะมัดที่ทำยัยนั่นร้องไห้ ปกติเห็นวันๆเอาแต่ยิ้มหวานไปเรื่อยพอเห็นพิกเล็ตน้ำตาคลอตอนนั้นใจฉันแทบหล่นไปอยู่ที่ตาตุ่ม เห้อทำไมฉันถึงแคร์เธอขนาดนี้นะ
“ขอโทษนะพิกเล็ต” ฉันมองออกไปนอกหน้าต่างเห็นบ้านพิกเล็ตหวังว่าเธอจะรับฟังคำขอโทษของฉันนะ
ณ ห้องเรียน 4/10
วันนี้ฉันเดินมาเรียนโดยปราศจากแอคมี่ ใช่แล้วแอคมี่คงโกรธฉันมากก็เลยไม่รอกัน ฉันก็อุตส่าห์ยืนรออยู่หน้าซอยจนเกือบจะมาสายแล้วก็เป็อย่างที่คิด แอคมี่มานั่งอยู่ที่โต๊ะก่อนฉันแล้ว เอาวะครั้งนี้ควรเป็ฉันที่เริ่มบทสนทนาก่อน
“หวัดดีแอคมี่” ฉันส่งยิ้มหวานให้แอคมี่อย่างที่ชอบทำ
“หวัดดี” แอคมี่หันมายิ้มมุมปากให้ฉันทีหนึ่งก่อนจะหันไปอ่านหนังสือภาษาอังกฤษในมือ
“มาถึงนานแล้วหรอ วันนี้ฉันออกจากบ้านไม่เจอเธอเลย”
“อื้อ วันนี้ฉันตื่นเช้าน่ะเลยมาถึงโรงเรียนไว” แอคมี่ตอบด้วยน้ำเสียงเ็าเล่นเอาฉันเดาไม่ออกเลยว่าตอนนี้เขาคิดอะไรอยู่
“เอ่อ…เื่เมื่อวานน่ะ”
“ไม่เป็ไร ฉันเข้าใจ ไว้เราค่อยมาช่วยกันคิดการแสดงเอาที่เธอถนัดแล้วกัน”
ยังไม่ทันที่ฉันจะพูดจบแอคมี่ก็พูดสวนขึ้นมาก่อน
“ฉันโอเคนะ ฉันจะทำตามที่เธอบอกเมื่อวาน”
“อะไรนะ” แอคมี่ทำหน้าเหมือนไม่เชื่อกับสิ่งที่ได้ยิน
“อื้อ ฉันมาลองคิดดูแล้วลองดูสักตั้งก็ไม่เสียหายเรามาเริ่มกันวันนี้เลยไหม”
“เหอะ เธอนี่สองจิตสองใจสุดๆเลย” แอคมี่มองฉันด้วยสายตาแข็งๆปนอบอุ่นเหมือนแค่ตั้งใจจะหยอกกันเล่นเท่านั้น
“ฮ่าๆ เอาน่า อดทนกับฉันหน่อยนะแล้วพิกเล็ตคนนี้จะไม่ทำให้แอคมี่ผิดหวังค่ะ”ฉันยิ้มแก้มแทบปริตามสไตล์ให้แอคมี่อีกครั้ง
“อ่า อื้ม สู้ๆละกัน” แอคมี่หน้าแดง ฮิฮิสงสัยจะไม่เคยโดนเพื่อนง้อแบบนี้แน่ๆ
“ว่าแต่ตอนนี้เราเป็เพื่อนกันละเนอะ”
“ก็ใช่น่ะสิ จะเป็ไรได้อีก” แอคมี่ถามไปก้มหน้าไป
“นั่นสิเนอะ ดีใจจังที่เธอรับฉันเป็เพื่อน ฉันชอบเธอมากนะแอคมี่….”