“ อาซัน เล่าเื่กระจกนี้ให้ข้าฟังทั้งหมด”
อาซันเล่าั้แ่ต้นให้เทียนฟังจนจบ แล้วเทียนก็ใช้ััตรวจสอบถึงที่มาที่ไปของกระจกบานนี้ ในที่สุดก็เข้าใจ ม่านฟ้านั่งรอฟังข่าว ด้วยใจที่ไม่เป็สุข เพราะไม่เคยห่างทาวอนแม้สักวันเดียวเทียนถอนใจออกมาทีหนึ่ง
“ มันคงเป็ชะตาของทาวอน ที่ต้องเผชิญเื่แบบนี้เข้าสักวัน พวกเราไปขวางไว้มันจะเป็การทำลายความสุขชั่วชีวิตของทาวอน” เทียนเอ่ยขึ้นมาแล้วมองหน้าม่านฟ้า และจับมือให้กำลังใจ แต่ม่านฟ้ายังไม่เข้าใจ อาซันก็เช่นกัน
“ กระจกบานนี้เรียกว่ากระจกนิรันดร์ ผู้สร้างตั้งใจสร้างไว้เก็บิญญาของคนรักหากผู้ใดเสียชีวิตก่อนก็จะเข้ามาอยู่ในกระจกบานนี้ โดยมีคาถากำกับเฉพาะคนรักกันเท่านั้น “ เทียนเล่าไปเรื่อยๆ
“ แล้วทำไมถึงพาทาวอนหายไปเลยล่ะ” อาซันถาม
“ กระจกบานนี้ทำมาเป็คู่ มี สองบาน บานหนึ่งอยู่ที่นี่ อีกบานหนึ่งอยู่มิติที่ 9 เวลานี้ทาวอนถูกดูดไปอยู่มิติที่ 9” เทียนอธิบาย
“ พี่เทียนไปตามลูกกลับมาเถอะ ป่านนี้ร้องไห้แย่แล้ว” ม่านฟ้าเข้าใจทาวอนอย่างดี
“ รอก่อนเถอะ ถ้าไปพาทาวอนกลับเวลานี้พวกเราจะทำลายความสุขชั่วชีวิตของทาวอนนะ” เทียนเอ่ยอย่างไม่ค่อยเต็มใจนัก
“ หมายความว่าอะไร” ม่านฟ้าสงสัย
“ กระจกบานนี้ไม่ใช่แค่เพียงเก็บิญญาคนรักเท่านั้น แต่มันยังมีหน้าที่จับคู่ให้คนรักได้กลับมาอยู่คู่กันอีกด้วย” เทียนพูดออกมาแต่ในใจรู้สึกไม่ค่อยสบายนักที่รู้ว่าลูกจะมีคู่รักแล้ว นี่หมายความว่าลูกทาวอนจะมีคนรักแล้วหรือ ม่านฟ้าใ ตั้งสติไม่ทัน เพราะยังไม่เคยคิดถึงเื่นี้... อาซันก็อึ้งไปเหมือนกัน
เมืองนภา์
“ ที่เมืองนภา์มีที่ใดน่าเที่ยวบ้าง” ทาวอนถามองค์ชายเก้า
“ ที่นี่มีูเาที่สูงเลยเมฆไปอีก เป็ดินแดน์ก็ว่าได้ เป็ที่ตั้งสำนักสันติ์ ข้าเองก็ศึกษาที่นี่ เป็ศิษย์หลักเชียวนะ” องค์ชายเก้าคุยเบาๆ
“ พาไปหน่อยข้าอยากเห็น” ทาวอนอยากไป องค์ชายเก้าจึงต้องพาไปที่สำนักสันติธรรม พอไปถึงมีศิษย์ในสำนักเข้ามาทักองค์ชายเก้าหลายคน และแต่ละคนก็มองที่ทาวอนด้วยสายตาแปลกๆ จนทาวอนสงสัย องค์ชายเก้าพาทาวอนไปที่จุดชมวิว
“ โอ้ว สวยจังเลย” ทาวอนร้องออกมาอย่างมีความสุขลืมเื่คิดถึงบ้านไปเลยจากนั้นก็มีหนุ่มสาวกลุ่มหนึงเดินเข้ามาหาจุดที่ทั้งสองยืนอยู่
“ น้องเก้า เ้าจะไม่แนะนำ แม่นางน้อยคนนี้ให้พี่สี่หน่อยหรือ” องค์ชายสี่เอ่ยทักทาย
“ พี่สี่ นี่ทาวอน สหายของข้า” องค์ชายเก้าเอ่ยเสียงเรียบ แต่ทาวอนมองด้วยหางตาแล้วก็ไม่มองอีกเลยมองวิวสวยกว่า ทำเอาสตรีที่มากับองค์ชายเก้าไม่พอใจยิ่งนัก
“ ที่บ้านไม่ได้สอนมารยาทหรือยังไง นี่คือองค์ชายสี่ แห่งราชวงศ์เซีย เ้าเป็ใครกันกล้าเสียมารยาทเช่นนี้” สตรีคนที่มากับองค์ชายสี่เดินเชิดหน้าเข้ามาใกล้กับทาวอน เปรี้ยง ! ทาวอนตบเข้าที่ใบหน้าสตรีคนนี้หน้าคมำไปกองกับพื้นฟันหักไปหลายซี่ ไม่เพียงเท่านนั้น ทาวอนยังเตะเข้ากลางลำตัวอีกที พลั่ก ร่างกระเด็นไปอยุู่ที่ปลายเท้าองค์ชายสี่ทันที กระอักเืออกมาสลบคาเท้าองค์ชายสี่ ทุกคนต่างตกตะลึงไม่คิดว่า ทาวอนจะอัดแม่นางซาซ่า ทายาทท่านแม่ทัพใหญ่แห่งเมืองนภา์เช่นนี้
องค์ชายเก้าคว้ามือ ทาวอนรีบออกจากที่นี่ทันที แต่ไม่ทันแล้ว ลูกน้องของท่านแม่ทัพนับสิบ โผล่ขึ้นมาทันที ที่คุณหนูซาซ่า โดนอัดไปกองกับพื้น
“ องค์ชายเก้า ได้โปรดอย่างยุ่งเกี่ยวกับเื่นี้ แม่นางผู้นี้ต้องไปพบท่านแม่ทัพใหญ่ เพื่อรับโทษ” องครักษ์ของคุณหนูซาซ่า ขวางทั้งสองคนเอาไว้
ทาวอนพยายามแกะมือ องค์ชายเก้า แต่องค์ชายเก้าไม่ยอมปล่อย
“ ก็ต้องลองดู ว่าเ้ากล้าจับข้าด้วยหรือไม่” องค์ชายปล่อยมือทาวอนแล้วพุ่งเข้าชกองครักษ์ทั้งสิบคนที่บุกเข้ามาเพื่อจะจับตัวทาวอน ทาวอนปล่อยหุ่นกลเทพเ้าออกมา20ตัวแล้วสั่งให้อัดองครักษ์ทั้งสิบ ไม่กี่อึดใจ ทั้งสิบก็หมอบคาเท้าหุ่นกลของท่านเฮเฟตัส ทาวอนสั่งหุ่นกลกลับมา
“ ไปกันเถอะข้าหิวแล้ว” ทาวอนบอกองค์ชายเก้า ซึ่งยืนอึ้งพูดไม่ออกเลย พอตั้งสติได้เลยรีบเดินตามทาวอนทันที สร้างความโกรธแค้นให้กับ องค์ชายสี่ยิ่งนัก
ที่คนรักถูกอัดคาสลบคาเท้าขนาดนี้ จึงส่งข่าวไปที่ท่านแม่ทัพใหญ่ทันที และยังส่งข่าวไปที่ท่านหญิงซีซี ลูกสาวเสนาบดีกลาโหม คู่หมั้นขององค์ชายเก้าอีกด้วย
องค์ชายเก้าพาทาวอนมากินอาหารในร้านค้าในเมือง ผู้คนต่างก็มองด้วยความตื่นตะลึงเพราะความงามของทาวอน องค์ชายเก้าสั่งอาหารให้ทาวอนลองชิม
ทาวอนชอบชิมอาหารมากว่ากิน จึงขิมอย่างละนิดละหน่อยจนแทบจะหมดแมนูในร้าน
“ ทาวอน เ้าไปทำร้ายซาซ่าแบบนั้น ไม่กลัวแม่ทัพใหญ่จะเอาเื่เ้าหรือ” องค์ชายเก้าสงสัยทาวอนคิดอย่างไร
“ ไม่กลัว ท่านว่า ข้าสมควรกลัวหรือไม่ หากมีใครลบหลู่บิดามารดาเช่นนี้”
“ เ้าพูดถูก แต่เ้าไม่ต้องห่วงไม่มีใครกล้ามาหาเื่เ้าในตำหนักของข้า”องค์ชายเก้าให้ความมั่นใจ
ทั้งสองกลับมาถึงตำหนัก ทาวอนก็เข้าไปสังเกตที่กระจกต่อ ส่วนองค์ชายเก้าเรียกองครักษ์ออกมาทั้งหมดให้คอยเฝ้าระวังคนร้ายที่อาจจะเข้ามาในคืนนี้ด้วย
ส่วนทาวอนเฝ้าสังเกตุกระจกจนง่วงแล้วหลับไป ก่อนหลับทาวอนปล่อยเ้าแพนด้าน้อยซึ่งเวลานี้ตัวมันก็ยังเล็กเหมือนเดิม คอยเฝ้าอยู่ข้างเตียง
กลางดึกก็มีนักฆ่าลอบเข้ามาจริงๆ ด้วยแสดงว่าแม่ทัพใหญ่คงแค้น ทาวอนมากจน
ไม่สนใจความรู้สึกผิดชอบชั่วดีแล้ว นักฆ่าเกือบห้าสิบคน เข้ามาด้านในตำหนักขององค์ชายเก้า เ้าแพนด้าสะกิดทาวอนให้ตื่น ทาวอนงัวเงียแต่ก็รู้ว่าคนร้ายเข้ามาเพื่อทำร้ายตน เลยหยิบเข็มสังหารออกมา พอกับจำนวนคน แล้วใช้จิตตั้งพิกัดเป้าหมายไว้ชัดเจน จึงปล่อยเข็มสังหารที่พุ่งออกไปทันทีทั้ง 50 เล่ม เข็มสังหารพุ่งเข้าเจาะกลางหน้าผากนักฆ่าทั้ง 50 คนตายคาที่ทั้งหมดเลย
จากนั้นทาวอนก็นอนต่ออย่างสงบไม่ออกมาดูผลงานเลย ฝ่ายองครักษ์ขององค์ชายเก้าต่างตกตะลึงที่เห็น นักฆ่าทั้ง 50 คนต่างล้มตายภายในตำหนักมากมายขนาดนี้ หรือนี่เป็ฝีมือของทาวอน องค์ชายเก้าคิด จากนั้นก็สั่งให้เอาศพไปไว้ด้านนอกให้ทางการมาเอาศพไปจัดการ
รุ่งเช้ามีคนมาหาองค์ชายเก้าแต่เช้า คือท่านหญิงซีซีลูกสาวเสนาบดีกลาโหม
“ ท่านพี่เซียมัส”
“ ซีซี เ้ามาได้ยังไง มีอะไรหรือเปล่า” องค์ชายเก้าเอ่ยถาม
“ ข้าได้ยินข่าวเมื่อวานเกิดเื่กับท่าน มีคนสร้างปัญหาให้ท่านเื่นี้เป็ความจริงหรือไม่” ซีซี รีบเอ่ยถามด้วยความเป็ห่วง
“ ไม่มีปัญหาอะไรนี่” องค์ชายเก้าเอ่ยไม่เต็มเสียง
“ ท่านพี่ท่านไม่ควรให้นางสร้างปัญหาระหว่างท่านกับท่านแม่ทัพใหญ่นะ”ซีซีแนะนำ
“ ข้ารู้ว่าควรทำอย่างไร” องค์ชายเก้าตอบไม่เต็มเสียง จากนั้นทาวอนก็เดินออกมาจากห้องนอนขององค์ชายเก้า แล้วบอกว่า
“ ท่านเซียมัส ข้าไปรอด้านนอกนะ “ ทาวอนพูดเสร็จก็ออกไปรอด้านนอกเพราะว่าวันนี้ องค์ชายเก้าจะพานางไปเที่ยว ในเมืองเขตแดนใต้ ซึ่งที่นั่นมีขนมรังนกซึ่งทาวอนชอบกินมากที่สุด
“ ข้าต้องไปแล้ว เ้ากลับไปเถอะ” พูดจบเซียมัสก็เดินตามทาวอนออกไปทันที
ทิ้งให้ซีซี มองตามหลังด้วยความแค้นใจ ที่คู่หมั้นของตนพาผู้หญิงอื่น ไปเที่ยวต่อหน้าต่อตาเช่นนี้ทาวอนออกมาจากตำหนักก็รู้สึกได้ถึงความไม่พอใจ ของซีซี
“ นี่ข้าสร้างปัญหาให้กับท่านอีกแล้วใช่ไหม” ทาวอนเอ่ยปากขณะที่กำลังเดินทางไปเที่ยวแดนใต้
“ ไม่เลย “ เซียมัสพูดสั้นๆ จากนั้นเซียมัสก็พาทาวอน ไปที่เครื่องเคลื่อนย้ายเพื่อจะลงไปเที่ยวดินแดนทางใต้ ทั้งสองมาถึงเมืองบนเกาะแห่งหนึ่ง
“ที่นี่มีทะเลที่สวยงามมาก และมีเกาะแก่ง อยู่อีกหลายร้อยเกาะ แต่มีที่หนึ่งข้าอยากจะพาเ้าไปชม “ เซียมัสพูดแล้วยิ้ม ทำให้ทาวอนอยากรู้ เซียมัสพาทาวอนขึ้นเรือต่อไปอีกทีพอมาถึงเกาะแห่งหนึ่ง ก็พาทาวอนเดินเข้าไปบนเกาะเล็กๆ
ทีู่เาเล็กๆ ล้อมรอบอีกที พอเดินลอดูเาเข้าไป ก็มีเหมือนแอ่งน้ำขนาดเท่าสนามฟุตบอลพื้นแผ่นน้ำสีเขียวใสราวกับกระจก ทำให้ทาวอนมาถึงแล้วตื่นตาตื่นใจมาก ถึงกับลงไปเอามือัักับน้ำ
“ ที่นี่เรียกว่าทะเลมรกต เป็ที่ท่องเที่ยว ที่ข้าชอบมากที่สุด และเ้าคิดว่าที่นี่เป็อย่างไร” เซียมัสมองไปรอบๆหลังพูดจบแต่ไม่เห็นทาวอนเสียแล้ว ทาวอนพุ่งลงไปในน้ำ ไปโผล่กลางทะเลมรกตเสียแล้ว ที่นี่ไม่มีคลื่นลม น้ำที่นี่ผุดขึ้นมาจากทรายซึ่งเป็น้ำทะเล ทำให้กรองน้ำให้ทั้งสะอาดและลดความเค็มของทะเลไปด้วย ทาวอนเล่นน้ำอยู่สักพักก็เริ่มเบื่อเพราะคิดถึงบ้าน เลยขึ้นจากน้ำและสลัดตัว
ครั้งเดียวเนื้อตัวและเสื้อผ้าก็แห้งทันที
“ เป็อะไร” เซียมัสเห็นทาวอนทำท่าเซื่องซึม
“ ข้าคิดถึงบ้าน คิดถึงท่านพ่อ ท่านแม่ พี่ใหญ่ พี่รอง พี่สาม น้องเล็ก ซูไค ซูกัส อาจารย์หญิง ท่านปู่ ท่านย่า” ทาวอนคิดถึงทุกคนเลย
“ เ้านี่ดีนะ ยังมีคนให้คิดถึง ข้าไม่มีเลย แม้แต่พ่อกับแม่ ข้าคิดถึง แต่ก็ไม่มีสิทธิเข้าไปได้ ยิ่งพี่น้องไม่ต้องพูดถึง ห้ามพบหาสมาคมกันอีก” เซียมัสพูดออกมาเช่นกัน สร้างความสงสัยให้กับทาวอน
“ พ่อกับแม่ ก็ไปหาไม่ได้ พี่น้องก็ห้ามคบหากัน โลกนี้มีแบบนี้ด้วยหรือ”
“ กฏของราชวงศ์เซีย เป็เช่นนี้ ถ้าข้าอยากพบกับเสด็จพ่อกับเสด็จแม่ ต้องทำเื่ไปกรมวังก่อน หลังได้รักการอนุมัติ ต้องรอให้ท่านบอกเวลานัดว่าจะได้เข้าพบเมื่อไร ส่วนพี่น้อง ห้ามคบหาสมาคม กัน เพราะท่านพ่ออยากให้มีการแข่งขันกันเพื่อสร้างผลงาน เพื่อชิงตำแหน่งรัชทายาท” เซียมัสเอ่ยอย่างไม่ค่อยสบายใจเท่าไร
“ กฏบ้านท่านนี่มากเกินไปจริงๆ ถ้าเป็ข้าคงอึดอัดตายแน่เลย” ทาวอนคิดแล้วอยู่กับท่านพ่อกับท่านแม่นั้นดีที่สุดแล้ว หลังจากนั้นเซียมัสก็พาทาวอนไปกินขนมรังนกที่แสนอร่อย จนทาวอนต้องขอห่อเอากินต่ออีก
“ ถ้าเ้าชอบข้าจะให้พวกเขาเอาไปส่งที่ตำหนัก แล้วทุกวันข้าจะสั่งทำให้เ้ากินทุกวันเลย กลัวว่าเ้ากินไม่กี่วันก็จะเบื่อเสียก่อน” เซียมัสพูดแล้วยิ้ม
“ ไม่ ข้าไม่เบื่อข้าชอบ รังนกตุ๋นแบบนี้ที่สุด” ทาวอนพบของอร่อยอีกแล้ว
ขณะนั่งเรือกลับไปเกาะใหญ่ ในน้ำทะเลก็เกิดมีบางอย่างเคลื่อนไหว อย่างรวดเร็วแล้วพุ่งเข้ามาที่เรือของทาวอน ตูม ! เรือะเิกระจาย ทาวอนลอยไปบนฟ้าแล้วเรียกเมฆสีชมพูประจำตัวออกมา แล้วดึงเซียมัสมาอยู่บนเมฆด้วย แล้วมองไปที่สัตว์ประหลาดที่ทำลายเรือ
“ อสูรคลาเคน” เซียมัสร้องขึ้นมาอย่างใ