หลังจากที่ผมรู้สึกชอบฟางและอยากได้เธอมาเป็แฟนขึ้นมาบ้างแล้ว ผมเลยพยายามหาหรือสร้างสถานการณ์ที่จะทำให้พวกเราได้เจอกันบ่อยขึ้น ใน่ที่ผมมีแข่งก็จะแจ้งให้เธอรู้ตลอด หากวันไหนเธอว่างหรือสะดวก เธอก็จะมาเชียร์ผม พวกเราจึงสลับกันไปเชียร์เช่นนี้เรื่อยมาเมื่อมีโอกาส ได้ไปนั่งเชียร์อยู่ข้างสนามตอนแข่ง แล้วหลังแข่งเสร็จก็มีโอกาสได้พูดคุยกันบ้าง…
หลังแข่งเสร็จใน่เย็น ผมก็มีแอบชวนฟางออกไปกินข้าว (นอกค่ายนักกีฬา) ด้วยกันบ่อยๆ มีชวนออกไปเดินเล่นสวนสาธารณะบ้าง ซึ่งเธอก็ไม่ปฏิเสธ ผมชวนไปไหนเธอก็ไป มันเลยทำให้ผมถึงขั้นกล้าที่จะชวนเธอไปดูหนังกันสองคน (ต้องแอบออกมาตอนกลางคืนหลังเช็คชื่อแล้ว) และเธอก็ตกลงยอมไปดูกับผมด้วย ผมยังนึกแปลกใจเลยว่าทำไมทุกอย่างมันดูง่ายจัง
เธอเป็คนไม่ค่อยจะอะไรกับความรู้สึกและการกระทำที่เปลี่ยนไปของผมเลย (หรือผมเดาหน้านิ่งๆ ของเธอไม่ออก) ผมขอเดินจับมือเธอก็ให้จับ (ตอนนี้สกิลการขอจับมือสาวผมค่อนข้างคล่องแล้ว) ไม่หือไม่อืออะไรผมเลย ขนาดผมแอบเอามือนึงจับมือของเธอมาแล้วกำไว้ที่ตักของผม แล้วอีกมือผมก็โอบไปจับไหล่ขณะดูหนัง จนถึงขั้นโอบกอด เธอก็ยังไม่ว่า…
จนถึงวันที่การแข่งขันจบลง ปีนี้ผลงานเราไม่ได้แย่ซักเท่าไหร่ มีแพ้บ้างชนะบ้าง และได้เข้ารอบไปลึกพอสมควร ที่สำคัญกว่าการแข่งกีฬา จากการกระทำและพฤติกรรมต่างๆ ของฟาง ผมคิดว่าความสัมพันธ์ของผมกับเธอน่าจะเริ่มชัดเจนกันมากขึ้นแล้ว (ผมคิดแบบนั้น)
หลังกลับจากการแข่งขันกีฬาโซนฯ จะเข้าสู่่ยื่นสมัครโควต้าตามมหาวิทยาลัยต่างๆ ที่จะรับตรง ครูฝ่ายแนะแนว แนะนำไปให้ผมยื่นไป 4 แห่ง โดยใช้คะแนนเอนทรานซ์รอบที่ 1 ยื่นประกอบการพิจารณา
ผลปรากฏว่าผมได้ทั้ง 4 แห่งเลย มีที่โคราช 2 แห่ง ขอนแก่น 1 แห่ง และกรุงเทพอีก 1 แห่ง ซึ่งครูก็แนะนำให้ผมเลือกไปแค่ที่เดียว ไม่อยากให้ไปกันสิทธิ์คนอื่น แต่ผมก็ดันเลือกไป 2 ที่ ตั้งใจจะเผื่อไว้ (แต่แล้วต้องมาเสียใจทีหลัง เพราะการทำแบบนี้ทำให้เพื่อนตัวเองไม่ได้เรียนในสาขาที่ตั้งใจไว้จนได้)
ตอนนั้นผมไม่อยากจะอยู่ใกล้บ้านจนเกินไป เลยตัดที่ขอนแก่นทิ้งไปก่อน ส่วนโคราชอีกที่เรียนวิศวะที่ปีนึงต้องเรียนถึง 3 เทอม ผมคงสู้ไม่ไหวเลยขอผ่าน และใจจริงๆ ในความคิดแรกเลย ผมก็ตั้งใจจะไปกรุงเทพอยู่แล้ว…
ที่เลือกโคราชอีกที่ด้วยเพราะฟางก็ได้โควต้าที่นั้น และผมก็บอกว่าผมก็ติดที่นั้นด้วย (แต่ผมก็ไม่บอกว่ามีติดที่อื่นด้วย) เธอเลยชวนให้ผมไปสัมภาษณ์พร้อมกัน ผมเลยตัดสินใจไปสัมภาษณ์เล่นๆ ดู (กลายเป็ไปกันที่คนอื่นจนได้ ไม่ดีเลย) ใจแค่อยากไปเจอฟางแค่นั้น ไม่ได้จริงจังกับเื่เรียนต่อที่นั้นเลย…
เข้าสู่่ต้นเดือนมกราคม น้องมิ้นที่ได้ชนะเลิศระดับจังหวัดต้องเป็ตัวแทนไปแข่งขันวิชาการระดับภาคแล้ว ซึ่งผลปรากฏว่าน้องได้รางวัลที่ 2 กลับมา (รางวัลเดียวกับผมตอนไปแข่งตอน ม.4) หลังแข่งเสร็จน้องรีบโทรมาบอกผลการแข่งขันกับผมทันทีว่า
“พี่แทน… หนู… ทำได้แล้วๆ ดีใจมากๆ เลยค่ะ..”
ผมก็แสดงความยินดีกลับน้องไป (ในใจผมปิติมาก ทุ่มเทสอนมากับมือ) แล้วน้องก็รีบวางสายไป เพราะต้องไปทำธุระอื่นๆ ต่อ…
หลังน้องกลับมา เธอได้ขึ้นรับมอบรางวัลหน้าเสาธงเหมือนเช่นครั้งผม ผมก็ยืนปรบมือให้น้องอยู่นาน หลังแยกแถวก่อนขึ้นอาคารเรียน น้องก็มาดักผมรอตรงบันไดแล้วเรียกผมไปหา ตอนนั้นเพื่อนๆ ม.6 ด้วยกันที่กำลังเดินขึ้นอาคาร ต่างก็ทั้งมองทั้งแซวผมกันใหญ่ว่ามีรุ่นน้องคนสวยมาดักเจอ (ความรู้สึกตอนนั้นก็จะยืดๆ หน่อย)
‘พวกคุณอิจฉาผมหล่ะสิ..’ ผมคิดมั่นหน้าในใจ
พอผมเดินไปถึงตัว น้องก็ยื่นใบประกาศรางวัลมาให้ผมดูแล้วพูดว่า
“ขอบคุณพี่แทนมากๆ นะค่ะ เพราะพี่ช่วย หนูเลยทำได้…”
ผมจำสีหน้าน้องตอนนั้นได้ดีเลย เป็ใบหน้าที่ปลื้มปริ่ม แสดงความดีใจได้บริสุทธิ์ สดใส น่ารักมากๆ จนผมแทบเคลิ้ม เลยต้องดึงสติกลับมาแล้วพูดว่า
“เราเก่งอยู่แล้ว… ไม่เกี่ยวกับพี่หรอก พี่ยินดีด้วยอีกครั้งครับ”
แล้วผมก็ดันเผลอเอามือไปลูบหัวน้องเบาๆ เฉยเลย รู้ตัวอีกทีก็ดึงมือกลับแบบเกร็งๆ น้องก็เหมือนจะมีอาการเขิน (หน้าแดง) แล้วรีบขอบคุณอีกครั้ง ก่อนจะขอตัวแล้วรีบวิ่งจากไป… ความรู้สึกผมตอนนั้นมันแปลกๆ แล้ว
‘มันใช่ไหมนะ หรือเรายังมีโอกาส หรือน้องแค่มาขอบคุณเฉยๆ’ ผมคิดวนไปในหัว ‘หรือเราจะลองจีบน้องดู เราก็ชอบน้องเขามาตั้งนานแล้วนี่นา’
ซักพัก พอได้สติ…รีบสลัดความคิดเ่าั้ แล้วจึงรีบเดินขึ้นอาคารเข้าห้องเรียน กลับเข้าห้องเพื่อนๆ ก็แซวผมกันใหญ่ ไปคุยอะไรกันตั้งนาน มีอะไรรึเปล่า… ผมก็รีบชี้แจงไปว่า น้องแค่มาขอบคุณที่ช่วยสอนช่วยติวให้จนได้รางวัลก็เท่านั้น เพื่อนๆ ก็ยิ้มๆ เหมือนไม่เชื่อ แต่ก็ต้องแยกกันไปเพราะจะเข้า่โฮมรูมแล้ว พอผมนั่งโต๊ะคนเดียวผมก็ยังหวนคิดเื่นี้อยู่… แทบไม่ฟังสิ่งที่ครูมาโฮมรูมเลย
มันยังไงกันแน่ ความรู้สึกของผมตอนนี้สับสนมาก ผมจะแคร์หรือจะชอบทุกคนแบบนี้ไม่ได้ ทั้งพี่เจนที่เป็คนพรากความบริสุทธิ์ผมไป หรือจะเป็ฟางที่ตอนนี้ผมรู้สึกดีด้วยมากๆ ความสัมพันธ์ของพวกเราก็เพิ่มขึ้นมากแล้ว หรือว่าน้องมิ้นที่ผมเคยแอบชอบมาโดยตลอด ถ้าน้องตกลงหล่ะ เหมือนจะมีลุ้นด้วยสิตอนนี้ ทำไมมันเยอะอย่างนี้ ผมจะเอายังไงต่อดี… จะต้องเลือกไหม… แล้วควรจะเลือกใคร...
จนมาถึง่กลางเดือนมกราคม จะเข้าสู่่จัดงานมหกรรมแสดงวิชาการและกิจกรรมของโรงเรียน ปีนี้โรงเรียนเราจะจัดงานที่ยิ่งใหญ่มาก โดยจะจัดถึง 3 วันเลยทีเดียว (ทุกปีจะแค่จัดแข่งวิชาการกันใน่งานวันวิทยาศาสตร์เพียงวันเดียวในเทอมแรกเท่านั้น) งานนี้นักเรียนเกือบทุกคนต้องได้มีส่วนร่วม จะเป็การออกร้านต่างๆ และจัดกิจกรรมชมรม เพราะโรงเรียนจะเชิญผู้คนจากข้างนอกเข้ามาชมงานด้วย ทั้งนักเรียนโรงเรียนอื่นๆ ทั้งเหล่าผู้ปกครอง และคนทั่วไป (นี่มันงานช้างชัดๆ เลย)
ผมผู้ซึ่งมีที่สถิตอยู่หลายแห่ง เลยต้องหัวหมุนมากเป็พิเศษ เริ่มจากประชุมคณะกรรมนักเรียนเพื่อวางแผนและวางแนวทางการจัดกิจกรรมของนักเรียนร่วมกับคณะครู เสร็จก็ต้องวิ่งไปห้องคอมโรงเรียนเพื่อเตรียมกิจกรรมไว้ต้อนรับผู้เข้าชม (โชคยังดีที่น้องมิ้นช่วยแบ่งเบางานตรงนี้ไปได้เยอะ) ส่วนชมรมบาสก็ให้รุ่นน้องจัดการกันไป (พอกีฬาโซนฯ จบลง พี่ๆ ม.6 จะลาออกและส่งไม้ต่อให้ ม.5 สานต่อเลย เป็ธรรมเนียมฯ)
แต่ที่จะหนักที่สุดก็เห็นจะเป็ท้องฟ้าจำลองของโรงเรียนเรา เดือนนี้ก็มกราคมแล้ว กลุ่มดาวต่างๆ ใน่ต้นฤดูหนาวที่พวกเราเคยทำไว้่ตุลาได้เคลื่อนเปลี่ยนไปพอสมควรแล้ว พวกเราต้องทำการติดดาวใหม่ให้เป็่นี้ที่เป็่จัดงาน ซึ่งงานจะมีในวันจันทร์ ทีมงานเราจึงต้องมาค้างคืนที่โรงเรียนในวันเสาร์ เพื่อเปรียบเทียบดาวจริงบนท้องฟ้า แล้วนำมาแปะในท้องฟ้าจำลองอีกครั้ง…
่บ่ายวันศุกร์ ผมไปดูความเรียบร้อยในการเตรียมความพร้อมที่ห้องคอมโรงเรียน ดูแล้วทางนี้เหมือนจะไม่มีปัญหาอะไรแล้ว วันจันทร์ก็สามารถต้อนรับผู้เข้าชมได้เลย ระหว่างไล่ปิดคอมแต่ละเครื่อง ผมก็มีบ่นๆ ไปกับน้องมิ้นว่างานที่ท้องฟ้าจำลองน่าเป็ห่วง กลัวทำไม่ทัน คนไม่พอเลย น้องได้ฟังดังนั้นเลยเสนอตัวมาช่วย
“มีอะไรที่หนูพอจะช่วยได้ไหมค่ะ พรุ่งนี้หนูมาช่วยได้นะ…”
‘โอ้ยยย น่ารักแล้วยังจะใจดีอีก…’ ผมคิดดีใจ และรีบตอบไปอย่างเร็วว่า
“มีๆ เยอะแยะเลย มิ้น…ว่างอยู่ใช่ไหม พี่ขอบคุณมากๆ นะ”
“ได้ค่ะ หนูว่าง ไม่มีปัญหา พรุ่งนี้เจอกันนะค่ะ…” น้องรีบตอบกลับอย่างเร็วด้วยท่าทางยิ้มแย้ม
พอถึงวันเสาร์ พวกเรานัดกันั้แ่่เที่ยง ซึ่งตัวท้องฟ้าจำลองของเราทำจากแผ่นเหล็กมีลักษณะเป็โดมครึ่งวงกลม ภายในเป็โถงกว้างตั้งอยู่ข้างสนามฟุตบอล พวกเราต้องรื้อกลุ่มดาวต่างๆ ที่เคยแปะไว้ก่อนหน้าในโถงภายในออกทั้งหมด แล้วค่อยๆ เริ่มแปะกลุ่มดาวใหม่ ตามแผนที่ดาวให้อยู่ใน่เวลา 2 ทุ่ม ถึง 5 ทุ่ม ของกลางเดือนมกราคมนี้แทน
วันนี้พวกเรามาในชุดไปรเวท ผมใส่เสื้อยืดแขนสั้น กางเกงวอร์ม (เตรียมเสื้อแขนยาวมาไว้ด้วยกลางคืนหนาว) ส่วนน้องมิ้นก็มาในชุดเสื้อยืดแขนยาวสีชมพู กางเกงขายาวสีขาว (น่ารักมากๆ) ผมก็แนะนำน้องกับครูผู้ดูแลและนักเรียนที่เป็ทีมงานไปว่าผมขอให้น้องมาช่วยงานจิปาถะ ทุกคนต่างก็โอเค ต้อนรับกันไป เพราะหลายคนก็รู้จักน้องกันดีอยู่แล้ว (เป็คนดังในโรงเรียน) แต่ก็มีเพื่อนและรุ่นน้องบางคนแอบยิ้มแบบมีเลศนัย แล้วเดินมาถามผมว่า
“จะเปิดตัวแฟนเหรอ…”
“จะบ้าเหรอ นี่น้องเว้ย น้อง… อย่าสร้างกระแสสิ เดี๋ยวก็เป็ข่าวหรอก…” ผมได้แต่ตอบปัดและเตือนเพื่อนไป
แต่ก็มีแอบคิดแว๊บมาในหัวว่า ‘ถ้าใช่ก็คงดีสิ… เป็แฟนกับมิ้นเหรอ… อื่ม มันคงเป็เพียงฝันลมๆ แล้งๆ เท่านั้นแหล่ะมั้ง…'
……….>> ทบทวน…