ธารสีเทาๆ ของชายคนหนึ่ง...

    11 ใช่ไหม...

            หลังจากที่ผมรู้สึกชอบฟางและอยากได้เธอมาเป็๲แฟนขึ้นมาบ้างแล้ว ผมเลยพยายามหาหรือสร้างสถานการณ์ที่จะทำให้พวกเราได้เจอกันบ่อยขึ้น ใน๰่๥๹ที่ผมมีแข่งก็จะแจ้งให้เธอรู้ตลอด หากวันไหนเธอว่างหรือสะดวก เธอก็จะมาเชียร์ผม พวกเราจึงสลับกันไปเชียร์เช่นนี้เรื่อยมาเมื่อมีโอกาส ได้ไปนั่งเชียร์อยู่ข้างสนามตอนแข่ง แล้วหลังแข่งเสร็จก็มีโอกาสได้พูดคุยกันบ้าง…


            หลังแข่งเสร็จใน๰่๥๹เย็น ผมก็มีแอบชวนฟางออกไปกินข้าว (นอกค่ายนักกีฬา) ด้วยกันบ่อยๆ มีชวนออกไปเดินเล่นสวนสาธารณะบ้าง ซึ่งเธอก็ไม่ปฏิเสธ ผมชวนไปไหนเธอก็ไป มันเลยทำให้ผมถึงขั้นกล้าที่จะชวนเธอไปดูหนังกันสองคน (ต้องแอบออกมาตอนกลางคืนหลังเช็คชื่อแล้ว) และเธอก็ตกลงยอมไปดูกับผมด้วย ผมยังนึกแปลกใจเลยว่าทำไมทุกอย่างมันดูง่ายจัง


            เธอเป็๲คนไม่ค่อยจะอะไรกับความรู้สึกและการกระทำที่เปลี่ยนไปของผมเลย (หรือผมเดาหน้านิ่งๆ ของเธอไม่ออก) ผมขอเดินจับมือเธอก็ให้จับ (ตอนนี้สกิลการขอจับมือสาวผมค่อนข้างคล่องแล้ว) ไม่หือไม่อืออะไรผมเลย ขนาดผมแอบเอามือนึงจับมือของเธอมาแล้วกำไว้ที่ตักของผม แล้วอีกมือผมก็โอบไปจับไหล่ขณะดูหนัง จนถึงขั้นโอบกอด เธอก็ยังไม่ว่า…


            จนถึงวันที่การแข่งขันจบลง ปีนี้ผลงานเราไม่ได้แย่ซักเท่าไหร่ มีแพ้บ้างชนะบ้าง และได้เข้ารอบไปลึกพอสมควร ที่สำคัญกว่าการแข่งกีฬา จากการกระทำและพฤติกรรมต่างๆ ของฟาง ผมคิดว่าความสัมพันธ์ของผมกับเธอน่าจะเริ่มชัดเจนกันมากขึ้นแล้ว (ผมคิดแบบนั้น)


            หลังกลับจากการแข่งขันกีฬาโซนฯ จะเข้าสู่๰่๥๹ยื่นสมัครโควต้าตามมหาวิทยาลัยต่างๆ ที่จะรับตรง ครูฝ่ายแนะแนว แนะนำไปให้ผมยื่นไป 4 แห่ง โดยใช้คะแนนเอนทรานซ์รอบที่ 1 ยื่นประกอบการพิจารณา


            ผลปรากฏว่าผมได้ทั้ง 4 แห่งเลย มีที่โคราช 2 แห่ง ขอนแก่น 1 แห่ง และกรุงเทพอีก 1 แห่ง ซึ่งครูก็แนะนำให้ผมเลือกไปแค่ที่เดียว ไม่อยากให้ไปกันสิทธิ์คนอื่น แต่ผมก็ดันเลือกไป 2 ที่ ตั้งใจจะเผื่อไว้ (แต่แล้วต้องมาเสียใจทีหลัง เพราะการทำแบบนี้ทำให้เพื่อนตัวเองไม่ได้เรียนในสาขาที่ตั้งใจไว้จนได้) 


            ตอนนั้นผมไม่อยากจะอยู่ใกล้บ้านจนเกินไป เลยตัดที่ขอนแก่นทิ้งไปก่อน ส่วนโคราชอีกที่เรียนวิศวะที่ปีนึงต้องเรียนถึง 3 เทอม ผมคงสู้ไม่ไหวเลยขอผ่าน และใจจริงๆ ในความคิดแรกเลย ผมก็ตั้งใจจะไปกรุงเทพอยู่แล้ว… 


            ที่เลือกโคราชอีกที่ด้วยเพราะฟางก็ได้โควต้าที่นั้น และผมก็บอกว่าผมก็ติดที่นั้นด้วย (แต่ผมก็ไม่บอกว่ามีติดที่อื่นด้วย) เธอเลยชวนให้ผมไปสัมภาษณ์พร้อมกัน ผมเลยตัดสินใจไปสัมภาษณ์เล่นๆ ดู (กลายเป็๲ไปกันที่คนอื่นจนได้ ไม่ดีเลย) ใจแค่อยากไปเจอฟางแค่นั้น ไม่ได้จริงจังกับเ๱ื่๵๹เรียนต่อที่นั้นเลย… 


            เข้าสู่๰่๥๹ต้นเดือนมกราคม น้องมิ้นที่ได้ชนะเลิศระดับจังหวัดต้องเป็๲ตัวแทนไปแข่งขันวิชาการระดับภาคแล้ว ซึ่งผลปรากฏว่าน้องได้รางวัลที่ 2 กลับมา (รางวัลเดียวกับผมตอนไปแข่งตอน ม.4) หลังแข่งเสร็จน้องรีบโทรมาบอกผลการแข่งขันกับผมทันทีว่า


            “พี่แทน… หนู… ทำได้แล้วๆ ดีใจมากๆ เลยค่ะ..” 


            ผมก็แสดงความยินดีกลับน้องไป (ในใจผมปิติมาก ทุ่มเทสอนมากับมือ) แล้วน้องก็รีบวางสายไป เพราะต้องไปทำธุระอื่นๆ ต่อ…


            หลังน้องกลับมา เธอได้ขึ้นรับมอบรางวัลหน้าเสาธงเหมือนเช่นครั้งผม ผมก็ยืนปรบมือให้น้องอยู่นาน หลังแยกแถวก่อนขึ้นอาคารเรียน น้องก็มาดักผมรอตรงบันไดแล้วเรียกผมไปหา ตอนนั้นเพื่อนๆ ม.6 ด้วยกันที่กำลังเดินขึ้นอาคาร ต่างก็ทั้งมองทั้งแซวผมกันใหญ่ว่ามีรุ่นน้องคนสวยมาดักเจอ (ความรู้สึกตอนนั้นก็จะยืดๆ หน่อย)


            ‘พวกคุณอิจฉาผมหล่ะสิ..’ ผมคิดมั่นหน้าในใจ


            พอผมเดินไปถึงตัว น้องก็ยื่นใบประกาศรางวัลมาให้ผมดูแล้วพูดว่า 


            “ขอบคุณพี่แทนมากๆ นะค่ะ เพราะพี่ช่วย หนูเลยทำได้…” 


            ผมจำสีหน้าน้องตอนนั้นได้ดีเลย เป็๲ใบหน้าที่ปลื้มปริ่ม แสดงความดีใจได้บริสุทธิ์ สดใส น่ารักมากๆ จนผมแทบเคลิ้ม เลยต้องดึงสติกลับมาแล้วพูดว่า


            “เราเก่งอยู่แล้ว… ไม่เกี่ยวกับพี่หรอก พี่ยินดีด้วยอีกครั้งครับ” 


            แล้วผมก็ดันเผลอเอามือไปลูบหัวน้องเบาๆ เฉยเลย รู้ตัวอีกทีก็ดึงมือกลับแบบเกร็งๆ น้องก็เหมือนจะมีอาการเขิน (หน้าแดง) แล้วรีบขอบคุณอีกครั้ง ก่อนจะขอตัวแล้วรีบวิ่งจากไป… ความรู้สึกผมตอนนั้นมันแปลกๆ แล้ว 


            ‘มันใช่ไหมนะ หรือเรายังมีโอกาส หรือน้องแค่มาขอบคุณเฉยๆ’ ผมคิดวนไปในหัว ‘หรือเราจะลองจีบน้องดู เราก็ชอบน้องเขามาตั้งนานแล้วนี่นา’ 


            ซักพัก พอได้สติ…รีบสลัดความคิดเ๮๣่า๲ั้๲ แล้วจึงรีบเดินขึ้นอาคารเข้าห้องเรียน กลับเข้าห้องเพื่อนๆ ก็แซวผมกันใหญ่ ไปคุยอะไรกันตั้งนาน มีอะไรรึเปล่า… ผมก็รีบชี้แจงไปว่า น้องแค่มาขอบคุณที่ช่วยสอนช่วยติวให้จนได้รางวัลก็เท่านั้น เพื่อนๆ ก็ยิ้มๆ เหมือนไม่เชื่อ แต่ก็ต้องแยกกันไปเพราะจะเข้า๰่๥๹โฮมรูมแล้ว พอผมนั่งโต๊ะคนเดียวผมก็ยังหวนคิดเ๱ื่๵๹นี้อยู่… แทบไม่ฟังสิ่งที่ครูมาโฮมรูมเลย


            มันยังไงกันแน่ ความรู้สึกของผมตอนนี้สับสนมาก ผมจะแคร์หรือจะชอบทุกคนแบบนี้ไม่ได้ ทั้งพี่เจนที่เป็๲คนพรากความบริสุทธิ์ผมไป หรือจะเป็๲ฟางที่ตอนนี้ผมรู้สึกดีด้วยมากๆ ความสัมพันธ์ของพวกเราก็เพิ่มขึ้นมากแล้ว หรือว่าน้องมิ้นที่ผมเคยแอบชอบมาโดยตลอด ถ้าน้องตกลงหล่ะ เหมือนจะมีลุ้นด้วยสิตอนนี้ ทำไมมันเยอะอย่างนี้ ผมจะเอายังไงต่อดี… จะต้องเลือกไหม… แล้วควรจะเลือกใคร... 


            จนมาถึง๰่๥๹กลางเดือนมกราคม จะเข้าสู่๰่๥๹จัดงานมหกรรมแสดงวิชาการและกิจกรรมของโรงเรียน ปีนี้โรงเรียนเราจะจัดงานที่ยิ่งใหญ่มาก โดยจะจัดถึง 3 วันเลยทีเดียว (ทุกปีจะแค่จัดแข่งวิชาการกันใน๰่๥๹งานวันวิทยาศาสตร์เพียงวันเดียวในเทอมแรกเท่านั้น) งานนี้นักเรียนเกือบทุกคนต้องได้มีส่วนร่วม จะเป็๲การออกร้านต่างๆ และจัดกิจกรรมชมรม เพราะโรงเรียนจะเชิญผู้คนจากข้างนอกเข้ามาชมงานด้วย ทั้งนักเรียนโรงเรียนอื่นๆ ทั้งเหล่าผู้ปกครอง และคนทั่วไป (นี่มันงานช้างชัดๆ เลย)


            ผมผู้ซึ่งมีที่สถิตอยู่หลายแห่ง เลยต้องหัวหมุนมากเป็๲พิเศษ เริ่มจากประชุมคณะกรรมนักเรียนเพื่อวางแผนและวางแนวทางการจัดกิจกรรมของนักเรียนร่วมกับคณะครู เสร็จก็ต้องวิ่งไปห้องคอมโรงเรียนเพื่อเตรียมกิจกรรมไว้ต้อนรับผู้เข้าชม (โชคยังดีที่น้องมิ้นช่วยแบ่งเบางานตรงนี้ไปได้เยอะ) ส่วนชมรมบาสก็ให้รุ่นน้องจัดการกันไป (พอกีฬาโซนฯ จบลง พี่ๆ ม.6 จะลาออกและส่งไม้ต่อให้ ม.5 สานต่อเลย เป็๲ธรรมเนียมฯ)


            แต่ที่จะหนักที่สุดก็เห็นจะเป็๲ท้องฟ้าจำลองของโรงเรียนเรา เดือนนี้ก็มกราคมแล้ว กลุ่มดาวต่างๆ ใน๰่๥๹ต้นฤดูหนาวที่พวกเราเคยทำไว้๰่๥๹ตุลาได้เคลื่อนเปลี่ยนไปพอสมควรแล้ว พวกเราต้องทำการติดดาวใหม่ให้เป็๲๰่๥๹นี้ที่เป็๲๰่๥๹จัดงาน ซึ่งงานจะมีในวันจันทร์ ทีมงานเราจึงต้องมาค้างคืนที่โรงเรียนในวันเสาร์ เพื่อเปรียบเทียบดาวจริงบนท้องฟ้า แล้วนำมาแปะในท้องฟ้าจำลองอีกครั้ง…


            ๰่๥๹บ่ายวันศุกร์ ผมไปดูความเรียบร้อยในการเตรียมความพร้อมที่ห้องคอมโรงเรียน ดูแล้วทางนี้เหมือนจะไม่มีปัญหาอะไรแล้ว วันจันทร์ก็สามารถต้อนรับผู้เข้าชมได้เลย ระหว่างไล่ปิดคอมแต่ละเครื่อง ผมก็มีบ่นๆ ไปกับน้องมิ้นว่างานที่ท้องฟ้าจำลองน่าเป็๲ห่วง กลัวทำไม่ทัน คนไม่พอเลย น้องได้ฟังดังนั้นเลยเสนอตัวมาช่วย 


            “มีอะไรที่หนูพอจะช่วยได้ไหมค่ะ พรุ่งนี้หนูมาช่วยได้นะ…” 


            ‘โอ้ยยย น่ารักแล้วยังจะใจดีอีก…’ ผมคิดดีใจ และรีบตอบไปอย่างเร็วว่า 


            “มีๆ เยอะแยะเลย มิ้น…ว่างอยู่ใช่ไหม พี่ขอบคุณมากๆ นะ”


            “ได้ค่ะ หนูว่าง ไม่มีปัญหา พรุ่งนี้เจอกันนะค่ะ…” น้องรีบตอบกลับอย่างเร็วด้วยท่าทางยิ้มแย้ม


            พอถึงวันเสาร์ พวกเรานัดกัน๻ั้๹แ๻่๰่๥๹เที่ยง ซึ่งตัวท้องฟ้าจำลองของเราทำจากแผ่นเหล็กมีลักษณะเป็๲โดมครึ่งวงกลม ภายในเป็๲โถงกว้างตั้งอยู่ข้างสนามฟุตบอล พวกเราต้องรื้อกลุ่มดาวต่างๆ ที่เคยแปะไว้ก่อนหน้าในโถงภายในออกทั้งหมด แล้วค่อยๆ เริ่มแปะกลุ่มดาวใหม่ ตามแผนที่ดาวให้อยู่ใน๰่๥๹เวลา 2 ทุ่ม ถึง 5 ทุ่ม ของกลางเดือนมกราคมนี้แทน 


            วันนี้พวกเรามาในชุดไปรเวท ผมใส่เสื้อยืดแขนสั้น กางเกงวอร์ม (เตรียมเสื้อแขนยาวมาไว้ด้วยกลางคืนหนาว) ส่วนน้องมิ้นก็มาในชุดเสื้อยืดแขนยาวสีชมพู กางเกงขายาวสีขาว (น่ารักมากๆ) ผมก็แนะนำน้องกับครูผู้ดูแลและนักเรียนที่เป็๲ทีมงานไปว่าผมขอให้น้องมาช่วยงานจิปาถะ ทุกคนต่างก็โอเค ต้อนรับกันไป เพราะหลายคนก็รู้จักน้องกันดีอยู่แล้ว (เป็๲คนดังในโรงเรียน) แต่ก็มีเพื่อนและรุ่นน้องบางคนแอบยิ้มแบบมีเลศนัย แล้วเดินมาถามผมว่า 


            “จะเปิดตัวแฟนเหรอ…” 


            “จะบ้าเหรอ นี่น้องเว้ย น้อง… อย่าสร้างกระแสสิ เดี๋ยวก็เป็๲ข่าวหรอก…” ผมได้แต่ตอบปัดและเตือนเพื่อนไป 


            แต่ก็มีแอบคิดแว๊บมาในหัวว่า ‘ถ้าใช่ก็คงดีสิ… เป็๲แฟนกับมิ้นเหรอ… อื่ม มันคงเป็๲เพียงฝันลมๆ แล้งๆ เท่านั้นแหล่ะมั้ง…' 


            ……….>> ทบทวน…