คำตอบด้วยน้ำเสียงอันนุ่มนวลของต้น ทำให้มิริน ถึงกับเสียอาการจนเผลอกรี๊ดออกมา ด้วยความดีใจ ผิง กับ ภู ถึงกับใเมื่อได้ยินเสียงกรี๊ดของมิริน
" มิริน เป็อะไร? "
ภู รีบวิ่งอย่างร้อนรนใจไปที่โต๊ะที่มิรินอยู่เพื่อดูว่าเกิดอะไรขึ้น
"มิริน เกิดอะไรขึ้น เป็อะไรหรือเปล่า? "
ภูถามมิริน แต่มิรินไม่ได้สนใจคำถามที่ปนความห่วงใยของเขาแม้แต่น้อย กลับมองหาผิงพร้อมกวักมือเรียก
" พี่ผิง พี่ผิง ออกมานี่เร็ว ต้น เอกสิทธิ์ มาที่ร้าน "
ภูถึงกับอุทาน "ห่ะ" เพราะรู้สึกงวยงงๆ กับเหตุการณ์ที่เกิดขึ้น ก่อนที่ผิงจะรีบวิ่งออกมาที่โต๊ะอีกคน เมื่อผิง เห็นใบหน้าขอ งต้น เอกสิทธิ์ ก็กรี๊ดเสียอาการไปอีกคน…
" เป็บ้าอะไรเนี่ย? "
ภูถึงกับอุทานออกมาเมื่อเห็นการแสดงออกทางสีหน้าและท่าทางของทั้งคู่ ที่ดูดีใจจนเกินเหตุ
" สวัสดีค่ะ ชื่อ ชื่อผิงค่ะ เป็ เป็เ้าของร้านนี้ ส่วนนี่คือมิริน เป็พนักงานของร้านค่ะ"
ภู ที่ยืนฟังอยู่ข้างๆ ถึงกับถอนหายใจแล้วส่ายหน้า ก่อนจะเดินกลับไปที่เครื่องชงกาแฟ โดยไม่ได้สนใจอะไร เพราะภู ไม่ชอบเข้าสังคม และ ไม่ได้ชื่นชอบการดูละคร หรือ คลั่งไคล้อะไร ในตัวของนักแสดงอยู่แล้ว…
สำหรับเขา นักแสดงก็เป็แค่คน คนหนึ่ง ไม่ได้มีความพิเศษ หรือต่างจากคนธรรมดาอย่างไรเลย แต่ก็อาจจะต่างแค่คนเหล่านี้มีโอกาสมากกว่าคนอื่นนิดหน่อยเพราะมีชื่อเสียง
" คุณผิง กับ คุณมิริน สินะครับ ยินดีทีได้รู้จักครับ "
ต้นทักทายเพื่อทำความรู้จักแต่เหมือนสายตาเขาจะจ้องมอง มิริน เป็พิเศษ
" คุณต้น มาทำอะไรที่ต่างจังหวัดงั้นเหรอคะ? "
มิรินเอ่ยถามด้วยความสงสัยใคร่รู้ แววตาที่เธอมองเขาเปรียบเหมือนเห็นดวงดาวนับพันล้านดวง ออร่าความเป็ซุปเปอร์สตาร์ของ ต้น เอกสิทธิ์ นี่มันชั่งสว่างไสวจริงๆ
" ออ…มาทำงานน่ะครับ ตอนนี้พักกองอยู่ เลยแวะออกมาหาอะไรทาน พอดีเห็นว่าร้านกาแฟที่นี่ น่ารักดี เลย แวะ เข้ามาดูสักหน่อยน่ะครับ "
ต้นพูดพร้อมชี้นิ้วออกไปด้านนอกร้าน เพื่อบอกตำแหน่งกองถ่ายละครที่เขามาถ่ายทำ ทั้ง ผิง และ มิริน มองตามทิศทางที่ต้นชี้มือ ไม่ไกลมากนักก็ปรากฏเห็นว่ามี เต้นท์กองถ่ายละครอยู่จริงๆ ทั้งคู่ตื่นเต้นมาก ไม่นึกว่าจะมีกองถ่ายละคร มาถ่ายทำใกล้ร้านของพวกเธอขนาดนี้
ในขณะที่ ผิง กับ มิริน กำลังตื่นเต้นกับกองละครตรงหน้า แต่ สำหรับ ต้น นั้น เหมือนว่าสายตาเขายังมอง มิรินอยู่เสมอ
"ทางร้านเราต้องขอขอบพระคุณ คุณต้น มากเลยนะคะ ที่อุตส่าห์แวะเข้ามา ในร้านกาแฟเล็กๆ ของเรา "
ผิงพูดแสดงความขอบคุณ ที่นักแสดงหนุ่มได้เข้ามาใช้บริการที่ร้านของตน เพราะนั้นถือเป็เื่ดีที่จะทำให้ร้านของเธอเป็ที่รู้จักมากขึ้น
" เดิมก็คิดแค่ว่าร้านน่ารักดีเลยอยากแวะเข้ามาครับ ไม่คิดว่า คนในร้าน ก็จะน่ารักด้วย "
ต้นยังคงมองไปที่มิรินพร้อมรอยยิ้ม ทางด้านมิรินก็ยิ้มเขิน บิดตัวไปมา ไม่ได้พูดอะไร
" ไม่คิดว่าคุณต้นจะปากหวานขนาดนี้นะคะเนี่ย"
ผิงพูดพร้อมทำท่าทีเขินอายบิดตัวไปมา โดยที่ไม่รู้ว่าคนที่ต้น หมายถึง คือ มิริน ไม่ใช่ ตัวเธอแต่อย่างใด
" ไม่หรอกครับ… สิ่งที่ผมพูดเป็ความจริงทั้งนั้น เป็เื่ที่น่ายินดีจริงๆ ที่ผมได้รู้จักพวกคุณ "
ต้นยิ้มตอบอย่างมีความสุข
"ออ…. จริงสิ!! คุณมิริน ผมขอไลน์คุณหน่อยได้ไหม? "
ต้นพูดพร้อมเอื้อมมือล้วงโทรศัพท์มือถือแบรนด์ดังจากกระเป๋ากางเกง
" ได้ค่ะ…"
มิรินตอบทันที
" ว่าแต่… คุณต้นจะขอไปทำไมงั้นเหรอค่ะ? "
มิรินถามกลับด้วยความสงสัย
" พอดีผมมาถ่ายละครอยู่ที่โรงเรียนแถวๆ นี้น่ะครับ ผมเลยอยากจะมาเหมาสินค้าในร้าน ไปแจกจ่าย เป็อาหารให้เด็กสักมื้อหนึ่ง"
ต้นอธิบาย แต่ นั่นไม่ใช่จุดประสงค์ที่แท้จริงของเขา เพราะความจริงต้นแค่อยากได้LINEของมิริน เพื่อจะได้มีโอกาสติดต่อ และสานสัมพันธ์กันมากขึ้นเท่านั้นเอง
" ถ้าคุณต้น ้าที่จะซื้อของจากทางร้าน เพื่อไปบริจาคให้เด็กๆ ในละแวกนี้ งั้นคุณต้น แอด LINE ผิงก็ได้นะคะ "
ผิงพูดพร้อมยืนโทรศัพท์ที่เปิดหน้า คิวอาร์โค้ดLINE เรียบร้อยแล้ว แล้วยื่นไปทางต้น
" ไม่เป็ไรครับ.. อย่าลำบากคุณผิงเลยครับ ผม Add LINE คุณมิริน น่าจะสะดวกมากกว่าครับ "
ต้นรีบปฏิเสธแบบนุ่มนวลแต่นั่นก็ทำให้ผิงรู้สึกเสียหน้าไม่น้อย เธอได้แต่ยิ้มเจื่อนๆ ก่อนเก็บโทรศัพท์มือถือของเธอลง ไปอยู่ในกระเป๋ากางเกง
" งั้นก็ได้ค่ะคุณต้น "
***ทั้งคู่แลกLINE กัน***
ต้น มองไปที่นาฬิกาเรือนกลม ที่อยู่บริเวณ้าประตูทางออกของร้าน จิรัตน์ คอฟฟี่ ก่อนจะหันไปคุยกับ ผิง และ มิริน ต่อ…
" ผมต้องขอตัวก่อนนะครับ ต้องไปทำงานต่อแล้ว ไว้เจอกันใหม่นะครับ คุณมิริน "
คำพูดจากต้นชัดเจนว่า้าสื่อสารแค่กับมิรินคนเดียว ก่อนที่เขาจะเดินออกจากร้านไป
" ไว้เจอกันใหม่ค่ะ คุณต้น "
มิรินตอบกลับ พร้อมโบกมือลา จากนั้น ทั้งผิง และ มิริน ก็เดินกลับไปที่เคาน์เตอร์ของร้าน ที่มีภูยืนชงกาแฟอยู่ตรงนั้น…
เมื่อถึงบริเวณเคาน์เตอร์ ทั้งผิง ทั้ง มิริน ก็ทำงานตามหน้าที่ของตนเองเหมือนไม่มีอะไรเกิดขึ้น ตอนนี้พวกเขากลับเข้าสู่โหมดการทำงานแล้ว
" เออ… ภู ่ที่ไปซื้อวัสดุดิบอ่ะ ช่วยซื้อพวกแป้งอเนกประสงค์ เพิ่มให้ซัก5ถุงหน่อยนะ "
ผิงกล่าวกับภู เพื่อวานให้เขาออกไปซื้อของเพื่อเตรียมตัวทำขนม ตามที่ ต้น ได้สั่งไว้
"เอาแป้งมาทำกับเยอะแยะ"
" ซื้อมาเถอะ!! ต้องมีเื่สำคัญแหละถึงได้บอกให้ซื้อ "
"เดี๋ยวๆๆๆ เื่สำคัญที่ว่านี่คืออะไร"
ภูถามเพราะเขาไม่รู้เื่ที่ต้น สั่งให้ร้าน จิรัตน์ฺ คอฟฟี่ ทำขนม 100ชิ้น เพื่อนำไปแจกจ่าย เด็กๆ ในละแวกใกล้เคียง
"คุณต้นเขา จะมาเหมาสินค้าที่ร้านเราไปแจกให้กับเด็ก ที่อยู่โรงเรียน ในละแวกนี้นะ "
มิรินตอบกลับแทนผิง และทุกครั้งที่เธอพูดถึง ต้น ใบหน้าของเธอจะมีรอยยิ้มเสมอ
"อ่อ..ได้สิ… เดี็ยวจัดการให้"
คุยการมิรินเสร็จ ภูก็เปลี่ยนสีหน้าหันไปคุยกับผิง แบบกวนๆ ว่า…
" ก็แค่เนี่ย… "
3 วันถัดมา…
ต้นได้ส่ง LINE หามิริน เพื่อสั่งออเดอร์บราวนี่จำนวน 100 ก้อน โดยต้นจะนำไปบริจาคให้กับเด็กนักเรียนในเวลา 14:00 น. ของวันนั้น
ซึ่งทางร้าน ก็ได้เตรียมสินค้าไว้เป็ที่เรียบร้อย จนถึงเวลาประมาณ 13:30 น.
ภูกำลังยืนอยู่เคาน์เตอร์ กำลังก้มหน้าชงกาแฟ จู่ๆ ผิง เรียกชื่อภู
เขา ค่อยๆ มองไปตามเสียง แต่ เขาถึงกับตกตะลึงเมื่อเห็นมิริน ในชุดกระโปรงสีขาวปล่อยผมยาวสลวย ความสวยของเธอเหมือนทำให้ทุกอย่างหยุดนิ่ง
"ไอ้ภู ฉันเรียกแกอยู่นะ!!! "
ผิงะโ ภูสะดุ้งเล็กน้อย ก่อนจะะโกลับ
" อะไร!!… อยู่กันแค่นี้จะะโทำไม? "
ภูตอบกลับพร้อมหันหน้ามองไปที่ผิง และ ภูสังเกตเห็นว่าทั้งมิรินและผิง แต่งกายในลักษณะเดียวกัน ต่างกันแค่ ชุดกระโปรงของผิงจะเป็สีน้ำตาลอ่อน แต่ของมิรินเป็สีขาว
" ตายละ… อะไรดลใจคุณป้าแต่งตัวแบบนี้นั่นเหรอครับ"
ภูพูดกับผิง ระหว่างที่พูดไปก็เอียงคอไปด้วย เป็ท่าทางที่ยียวน กวนประสาท จริงๆ
" เรียกใครป้า!!! แล้วแกจะเอียงคอทำไม? แกกำลังดูถูกฉันอยู่เหรอ ใช่สิ…ใครจะไปสวยเหมือนมิรินของแกล่ะ "
ผิง พูดกลับด้วยอารมณ์ด้วยความโมโห ในขณะที่ภู กับยืนนิ่ง อ้าปากค้างเล็กน้อย เพราะกำลังเขินกับคำพูดของผิงที่ว่ามิรินสวย เพราะในสายตาของภูนั้น มิรินสวยที่สุดจริง…
" ทำไม แกนิ่งทำไม… แน่จริงเถียงมาสิ "
ผิง ยังคงพูดต่อ แต่ภูไม่ได้พูดตอบโต้.. ภู มองไปทางมิรินสีหน้าของภูเปลี่ยนเป็รอยยิ้ม..
"มิริน จะไปไหนงั้นหรอ? "
ภูหันไปพูดกับมิริน ในขณะที่ผิงได้แต่คิดในใจว่า มันถึงกับเปลี่ยนเื่คุยเลยเหรอเนี่ย…
" ไอ้ภู ไอ้คนสองมาตรฐาน"
ผิงพูด แต่ภู ไม่ได้สนใจ สายตาของเขา ยังคงจดจ่ออยู่ที่คำตอบของมิริน
"ภู… ฉันกับพี่ผิงจะออกไปดู คุณต้น เอาขนมไปบริจาคให้เด็กๆ น่ะ ว่าจะไปกันสักชั่วโมง ่ที่พวกฉันไม่อยู่ ฝากเธอ ดูแลร้านให้ด้วยนะ"
มิรินพูดพร้อมรอยยิ้ม
" ได้สิ… เื่ร้านฉันดูแลเอง ไปเถอะ…"
ภูตอบแบบไม่คิด เพราะเหมือนกำลังตกตะลึงในความสวยของมิรินอยู่ ถึงแม้คำตอบคือเขาจะต้องอยู่เฝ้าร้านตามลำพังเป็เวลาเกือบชั่วโมงก็ตาม
ทั้งคู่เดินออกจากร้าน ระหว่างทาง ผิงก็ได้พูดชื่นชมมิรินว่า…
" เก่งมากเลยจ้ะลูกสาว ที่ทำให้ไอ้บ้านั่นตกตะลึงได้"
ทั้งคู่หัวเราะคิกคักกันสนุกสนาน
หลังจากวันนั้นผ่านไป ต้น ก็ได้หาข้ออ้างในการพูดคุยผ่านLINE กับมิริน อยู่เรื่อยๆ นานวันไปก็สนิทสนมกันมากขึ้นเรื่อยๆ จนวันเวลาผ่านไป ประมาณ1เดือน ทั้งคู่ได้ตกลงแอบคบหากันแบบลับๆ โดยที่ยังไม่มีใครรู้ มีเพียงพวกเขาสองคน
เช้าวันหนึ่ง มีข่าวว่า… ผู้จัดการส่วนตัวของ ต้น เอกสิทธิ์ ได้ของลาออก โดยที่ไม่ทราบเหตุผลที่ได้ชัด ตกตอนเย็นต้น ได้ส่งข้อความทาง LINE ไปหามิริน..
[มิริน ขอโทษทีนะครับ พอดีตอนกลางวันยุ่งๆ นิดหน่อย]
[ไม่เป็ไรค่ะ ฉันเข้าใจคุณงานยุ่ง]
[มิรินครับ… ตอนนี้พวกเราเป็แฟนกันแล้วใช่ไหมครับ]
[ใช่สิคะ…ทำไมคุณถึงถามแบบนั้น?]
[ผมคิดถึงคุณเหลือเกิน… กรุงเทพฯ กับ อุดรธานี ก็ห่างไกลกันมากเลย]
[ไม่เป็ไรค่ะ คุณว่างเมื่อไหร่คุณก็ค่อยแวะมาก็ได้]
[แต่ว่า.. ผมอยากอยู่กับคุณนี่น่า คุณมาอยู่กับผมได้ไหม?]
[ใจเย็นๆ ค่ะต้น คุณเป็ดารานะ ไม่กลัวเป็ข่าวหรอคะ]
[ผมไม่ขอปิดบังคุณนะ ดาราเป็อาชีพที่ผมรัก แต่ คุณก็เช่นกัน]
[ฉันก็รักคุณเช่นกันค่ะต้น]
[คุณมาอยู่ที่กรุงเทพฯกับผมเถอะนะ…]
[ฉันจะไปได้ยังไงฉันมีงานที่ร้านกาแฟต้องทำนะ]
[คุณลาออกจากร้านกาแฟ แล้วมาเป็ผู้จัดการส่วนตัวผม ได้ไหม?]