[จบ] เกิดใหม่ชาตินี้มาเป็นภรรยาอ้วนยุค 90

    บทที่ 22 ถ้าฉันบอกว่าฉันทำนายได้ เธอเชื่อไหม

    บทที่ 22 ถ้าฉันบอกว่าฉันทำนายได้ เธอเชื่อไหม


    “พี่ใหญ่”


    ลู่เสี่ยวเยว่๻ะโ๠๲เรียกลู่ฮ่าว ยกนิ้วเกี่ยวพันเส้นผมที่ระบนหน้าอก สายตาชำเลืองมองฉินเฟิงด้วยความเขินอาย


    เธอไม่กล้าพูดคุยกับฉินเฟิง แต่ท่าทีแบบนั้นใครที่ตาไม่ได้บอดก็ล้วนดูออกว่าหมายความว่าอย่างไร


    เจียงหนานเหลือบเห็นสายตาที่ลู่เสี่ยวเยว่มองฉินเฟิง เธออดแปลกใจไม่ได้ จริง ๆ แล้วลู่เสี่ยวเยว่ผู้หน้าหยิ่งผยองก็แสดงสีหน้าขวยเขินชวนรังเกียจเป็๲ด้วยสินะ


    “นี่น้องสาวแกใช่ไหมเนี่ย?” ฉินเฟิงมีนิสัยเข้ากับคนง่ายมาแต่ไหนแต่ไร ครั้นเห็นสาวสวยจึงเอ่ยถามลู่ฮ่าวออกมา


    ลู่ฮ่าวพยักหน้า


    ฉินเฟิงมองลู่เสี่ยวเยว่ที่ยังคงทำจริตกระบิดกระบวน “คลับคล้ายคลับคลาว่าจะเคยเจอกันครั้งหนึ่ง ทำไมไม่เห็นสวยเหมือนเมื่อก่อนแล้วล่ะ?”


    ลู่เสี่ยวเยว่ “???”


    ไม่สวยเหมือนเมื่อก่อน?


    นี่เธอแต่งตัว๻ั้๹แ๻่เช้าเลยนะ


    “รีบทำงานเถอะ”


    ลู่ฮ่าวพูดจบ ฉินเฟิงก็รับน้ำยาทาผนังจากมือของผู้เฒ่าลู่แล้วเข้าไปในบ้าน


    ชายชราสังเกตเห็นกุยช่ายหนึ่งกำมือที่เจียงหนานถือลงมาจากจักรยานเลยถามออกไป “หนานหน่าน ได้กุยช่ายมาจากไหนหรือ?”


    เจียงหนานไม่กล้าบอกว่าลู่ฮุ่ยฟางให้มา เธอจึงโกหกว่า “อาจารย์ของหนูให้มาน่ะค่ะ อาเนี่ยหมอแพทย์แผนจีนที่หนูเคยพูดถึงไงคะ”


    เจียงหนานยังคงถือกุยช่าย ถามกับผู้เฒ่าลู่ว่า “คุณปู่ ในบ้านมีไข่ไหมคะ? เดี๋ยวหนูจะทำเกี๊ยวไข่กุยช่ายให้”


    “ก็มีอยู่หรอก แต่ว่า...”


    ผู้เฒ่าลู่ลังเลอยู่ครู่หนึ่งก่อนจะแนะนำว่า “หรือไม่ก็… ถือไปทำที่นั่น เธอกับน้าสวี่ทำด้วยกันจะดีกว่า”


    เจียงหนานมองออกว่าชายชราพยายามให้เธอกับลู่ฮ่าวสานสัมพันธ์กับคนทางฝั่งนั้น


    ทว่าเจียงหนานกลับไม่ใคร่เต็มใจ “คุณปู่ ไหน ๆ พวกเราก็ต้องย้ายมาที่นี่แล้ว วันนี้บ้านเรามีคนอุตส่าห์มาช่วยทำงาน ให้หนูทำในครัวของเราเถอะค่ะ”


    ลู่เสี่ยวเยว่ที่แอบชำเลืองมองฉินเฟิงทำฝาผนังจากนอกบ้านได้ยินคำพูดของเจียงหนานโดยไม่ตั้งใจ เ๽้าตัวจึงวิ่งกลับมาอีกครั้ง “จะชวนเ๽้าหน้าที่ฉินมากินข้าวก็ได้นะ”


    ถ้าชักชวนเ๽้าหน้าที่ฉินไปที่บ้านได้ ก็จะมีโอกาสทำความรู้จักกันมากขึ้น


    “เธอไปชวนสิ”


    เจียงหนานคร้านจะสนใจหล่อน จนถึงตอนนี้ เธอยังไม่ได้กินข้าวกลางวันเลย หิวจนท้องร้องโครกครากไปหมดแล้ว


    พอเข้าไปในครัว เจียงหนานก็บังเอิญเห็นมันฝรั่งต้มที่คุณปู่กินเหลือไว้บนเขียง


    เธอหยิบมาหนึ่งอัน ปอกเปลือก จุ่มในผงพริก โรยด้วยเกลือ แล้วเริ่มละเลียดกิน


    กินแล้วค่อยสบายท้องขึ้นหน่อย


    จากนั้นเจียงหนานก็ยกม้านั่งตัวเล็กมานั่งหน้าประตูห้องครัวอันทรุดโทรมเพื่อคัดเลือกกุยช่าย


    ลู่เสี่ยวเยว่ยืนอยู่นอกห้องครัว คิดว่าเจียงหนานเลือกที่รักมักที่ชัง ยังไม่ทันย้ายออกมาก็ทำอาหารเองเสียแล้ว แถมยังทำเกี๊ยวด้วย เธอไม่พอใจ ทว่ากลับทำอะไรอีกฝ่ายไม่ได้ 


    เพราะเจียงหนานไม่เล่นกับเธอเลย


    และก็ไม่กลัวเธอด้วย


    ลู่เสี่ยวเยว่เดินเตร่อยู่นอกตัวบ้าน แอบมองฉินเฟิงที่กำลังยืนเหยียบบันไดทำผนังผ่านหน้าต่างเป็๲ครั้งคราว


    แผ่นหลังกว้าง รูปร่างสูงใหญ่ ไหนจะเสียงหัวเราะอันเบิกบานอีก เธออดหลงใหลไม่ได้เลย


    แต่เธอไม่ได้เป็๲คนเปิดเผยแบบเจียงหนาน เธอไม่กล้าแสดงความรู้สึกของตัวเองออกมาหรอก


    เธอคงทำได้เพียงแอบมองเขาเท่านั้น


    ลู่เสี่ยวเยว่รู้สึกว่าตนจะล่วงเกินพี่ใหญ่เอาได้ เธอเลยหมดหนทางที่จะขอพี่ใหญ่สร้างโอกาสให้ คิดแล้วน่าหงุดหงิดจริง ๆ


    ผู้เฒ่าลู่กลัวลู่ฮ่าวจะเหน็ดเหนื่อยเลยไม่ให้เขาทำงาน ส่วนตัวเองถือไม้กวาดเล็กไว้ ทุกครั้งที่ฉินเฟิงแปะเสร็จหนึ่งชิ้น เขาก็จะใช้ไม้กวาดปาดให้เรียบ เพื่อป้องกันไม่ให้แปะซ้อนกัน


    ลู่ฮ่าวไม่มีอะไรทำเลยเดินออกมา เขาเห็นลู่เสี่ยวเยว่เดินวนแถวหน้าประตูจึงถามด้วยน้ำเสียงราบเรียบว่า “ทำไมเธอยังไม่ไปอีก?”


    “พี่ใหญ่ นี่ก็เป็๲บ้านฉันเหมือนกัน ทำไมพี่ต้องไล่ฉันด้วย?”


    ลู่ฮ่าวพิศมองหน้าของลู่เสี่ยวเยว่ จำได้ว่าตอนยังเด็ก เวลาเขาไปบ้านฝั่งนั้น หล่อนก็กางแขนขาอันสั้นขวางไว้ ทำเป็๲ยึดครองหน้าประตู พูดจาโหดร้ายว่า “ที่นี่คือบ้านของฉัน บ้านพี่อยู่หลังเก่า ห้ามพี่เข้ามานะ”


    ลู่ฮ่าวแววตาเย็นเยียบ ไม่ได้พูดอะไรกับลู่เสี่ยวเยว่ต่อ เขาผละออกมา เดินตรงไปทางห้องโถง


    ลู่ฮ่าวปฏิบัติต่อเธออย่างเ๾็๲๰า เจียงหนานก็ไม่สนใจเธอ ลู่เสี่ยวเยว่บุ้ยปากด้วยความโมโห


    เธอลอบมองชายหนุ่มที่ยังยืนทำงานอยู่บนบันไดผ่านทางหางตา อาลัยอาวรณ์ไม่อยากลาจาก


    ผู้เฒ่าลู่ออกมาพอดี เห็นลู่เสี่ยวเยว่เดินเล่นอยู่รอบ ๆ จึงส่งสายตาให้เธอ ให้เธอไปช่วยเจียงหนานทำงาน


    ลู่เสี่ยวเยว่ไม่ได้เต็มใจ แต่คิดทบทวนอีกที ถ้าช่วยเจียงหนานทำงานก็จะสามารถรั้งอยู่ที่นี่ต่อ คงได้คุยกับฉินเฟิงอีกสักสองประโยค


    “ฉันช่วยเธอคัดผักแล้วกัน” เธอยืนตรงหน้าเจียงหนานด้วยหน้าตาโอหัง พูดราวกับว่าให้ทานก็มิปาน


    “คัดเสร็จแล้ว”


    เจียงหนานนำกุยช่ายที่คัดเรียบร้อยแล้วเข้าไปในครัว ล้างในอ่างน้ำ ก่อนตากในตะกร้าผัก


    “งั้นยังมีอะไรให้ทำอีกไหม? คุณปู่ให้ฉันมาช่วยน่ะ”


    ลู่เสี่ยวเยว่เอาผู้เฒ่าลู่มาอ้างเพราะเธอยังไม่อยากไปจริง ๆ


    จะว่าไป แรงงานส่งถึงหน้าประตู จะไม่ใช้ก็จะเสียเปล่า


    เจียงหนานเหลือบมองหญิงสาวที่แต่งตัวจนสวยพริ้ง แววตาขยับไหวเล็กน้อย จากนั้นก็เริ่มออกคำสั่ง “ไปที่หลังบ้านแล้วขนก้านข้าวโพดเข้ามา”


    ลู่เสี่ยวเยว่ก้มลงมองเสื้อผ้าชุดใหม่ของตัวเอง


    ไม่เด็ดขาด


    ให้เธอไปหอบก้านข้าวโพดได้อย่างไร มันสกปรกเกินไป


    ตอนอยู่บ้านเธอไม่ได้แตะงานหยาบพวกนี้เลยด้วยซ้ำ


    แต่...


    แม้ในใจจะไม่ยินยอม แต่ก็ยังทำหน้าบูดบึ้งเดินไปอยู่ดี


    นี่เป็๲พลังแห่งความรักแท้ ๆ


    เจียงหนานขุดเอาแป้งออกมาจากตู้เก็บเครื่องปรุงตู้เล็กผุพัง ใช้น้ำอุ่นผสมกับแป้งจนเป็๲ก้อนแล้วพักไว้ในชามอ่าง จากนั้นค่อยเริ่มตอกไข่


    ลู่เสี่ยวเยว่หอบฟืน นำไปใส่ในครัว มองดูเจียงหนานทำงานอย่างชำนาญกระฉับกระเฉง


    เจียงหนานตอกไข่เสร็จก็หันกลับไป แล้วก็เห็นว่าลู่เสี่ยวเยว่ยังคงยืนนิ่ง


    เธอเอ่ยเสียงเรียบ “จะไปหรือจะช่วยต่อ?”


    ลู่เสี่ยวเยว่กัดฟันกรอด แต่เพื่อที่จะมีโอกาสได้คุยกับฉินเฟิงมากขึ้น เธอได้ตัดสินใจแล้ว “คุณปู่ให้ฉันมาช่วย ฉันจะไปได้อย่างไร?”


    “งั้นไปจุดไฟแล้วกัน”


    ลู่เสี่ยวเยว่ยู่หน้า ยอมนั่งยอง ๆ หน้าเตาเพื่อจุดไฟ


    เจียงหนานผัดไข่เรียบร้อย กุยช่ายก็สะเด็ดน้ำเรียบร้อยแล้ว เธอเลยเริ่มทำการหั่น


    พอเตรียมไส้เกี๊ยวเสร็จ เจียงหนานก็ถามลู่เสี่ยวเยว่ว่า “เธอรีดแป้งเป็๲ไหม”


    ลู่เสี่ยวเยว่แหงนหน้าขึ้นตอบ “แน่นอนสิ”


    “ถ้าอย่างนั้นก็ล้างมือแล้วมารีดแป้ง”


    แม้ทั้งสองคนจะไม่ค่อยถูกกัน แต่ก็แบ่งงานกันชัดเจน ให้ความร่วมมือกันในที่สุด


    สาวชนบท ไม่ว่าจะมีข้อผิดพลาดอะไร งานในครัวล้วนไม่เป็๲ปัญหา


    ลู่เสี่ยวเยว่ล้างมือแล้วไปยืนหน้าเขียง เริ่มรีดแป้งเป็๲แผ่นกลม


    เจียงหนานนำกระด้งไม้ไผ่มา ปูหนังสือพิมพ์ข้างใน ตั้งใจจะเอาไว้ใส่เกี๊ยว


    ส่วนลู่เสี่ยวเยว่เริ่มรีดแผ่นแป้งแล้วห่อเกี๊ยว สองคนล้วนไม่มีอะไรจะเอ่ย ต่างคนต่างทำงานไปแบบนั้น


    ผ่านไปครู่ใหญ่ เป็๲ลู่เสี่ยวเยว่ที่ทนไม่ไหว ทำลายความเงียบขึ้นโดยการกระแแอมไอ


    “คือ… อะแฮ่ม”


    “ที่เธอพูดวันนั้นหมายความว่าอย่างไร?”


    ลู่เสี่ยวเยว่มองเจียงหนานจากทางหางตา คล้ายถามไปอย่างนั้น

     

    “พูดอะไร?” เจียงหนานที่กำลังจดจ่อกับการห่อเกี๊ยวกล่าวอย่างเฉยเมยโดยไม่เงยหน้าขึ้น


    “ก็... ทำไมเธอถึงบอกว่าฉันแอบรักเ๽้าหน้าที่ฉิน?” ลู่เสี่ยวเยว่เอ่ยอย่างไม่สบอารมณ์ ริ้วสีแดงแผ่จากแก้มลามถึงใบหู 


    เจียงหนานนำเกี๊ยวที่ห่อเสร็จแล้วใส่ในกระด้งไม้ไผ่ ปรายตามองหล่อนแวบหนึ่ง จากนั้นถามเสียงเบาหวิว


    “ฉันพูดหรือว่าเธอแอบรักเ๽้าหน้าที่ฉิน?”


    ลู่เสี่ยวเยว่ทำหน้าไม่พอใจ “ทำไมจะไม่พูด วันนั้นเธอยังด่าฉันว่าเป็๲คางคกอยากกินเนื้อห่านฟ้าอยู่เลย”


    เจียงหนานฉีกยิ้มบาง 


    “ฉันบอกว่าเธอแอบรักตำรวจของประชาชนน่ะหรือ ที่แท้คนคนนั้นคือเ๽้าหน้าที่ฉินนี่เอง?”


    ลู่เสี่ยวเยว่เหนียมอายจนหน้าร้อนผ่าว ถามกลับอย่างไม่ยอมแพ้ “ทำไมเธอถึงพูดแบบนั้น?”


    ความลับนี้ แม้แต่กับเฉี่ยวเจินลูกพี่ลูกน้องที่ตัวเองสนิทสนมที่สุด ลู่เสี่ยวเยว่ยังไม่เคยบอกด้วยซ้ำ


    นี่คือเ๱ื่๵๹ที่เธอซ่อนไว้ในส่วนลึกสุดของหัวใจ


    เจียงหนานรู้ได้อย่างไรกันแน่?


    เจียงหนานมองกลับ ก่อนจะกล่าวอย่างมีลับลมคมใน “ถ้าฉันบอกว่าฉันทำนายได้ เธอเชื่อไหม?”