ในร้านขนมไทยศกุนตลา หญิงสาวอุ้มท้องอุ้ยอ้ายช่วยเด็กในร้านจัดของ เพราะเป็คนตัวเล็กและท้องลูกแฝดทำให้ท้องของเธอ่ใกล้กำหนดคลอดจึงดูใหญ่มาก แม้นายแพทย์หนุ่มจะสั่งกำชับไม่ให้หญิงสาวทำงาน แต่คนไม่เคยอยู่นิ่งอย่างเธอก็ไม่เคยทนได้นาน ต้องช่วยหยิบจับอะไรเล็กๆ น้อยๆ
นายแพทย์ธนานนท์กลายเป็แขกประจำของที่ร้าน ไม่ได้เป็ที่สงสัยแปลกใจอะไร เพราะคนที่ไปร่วมงานแต่งงานคิดว่าชายหนุ่มเป็พ่อของเด็กในท้อง อีกทั้งนายแพทย์หนุ่มก็ใช้สรรพนามเรียกขานนางวรากุลว่าแม่ทุกคำ
ความรู้สึกดีในใจก่อตัวขึ้นเมื่อนายแพทย์หนุ่มได้ัักับความเป็ตัวตนของศกุนตลา เธอเป็ผู้หญิงเรียบง่าย เป็กันเอง เป็คนเข้าใจและมีสติและใช้เหตุผลกับทุกการกระทำในชีวิต
“วันนี้คนไข้ของหมอดื้ออีกแล้วใช่ไหมครับ” ชายหนุ่มส่งเสียงทักเข้ามาก่อนที่ตัวของเขาจะเดินมาถึง ในมือของเขาถือเครื่องดื่มบำรุงร่างกายสำหรับคนตั้งครรภ์พะรุงพะรัง เป็ภาพที่ทุกคนเห็นแบบนี้จนชินตา
รอยยิ้มกว้างของนายแพทย์หนุ่มทำให้เขาเป็ที่รักของทุกคนในร้าน ขามาก็ขนของฝากมากมายติดไม้ติดมือมาด้วย ขากลับเขาก็มักจะอุดหนุนขนมที่ร้านและนำกลับไปฝากเ้าหน้าที่ที่โรงพยาบาลเสมอ นั่นเป็ความเสมอต้นเสมอปลายที่ทุกคนในร้านเห็น
แม้ว่าบุคคลภายนอกจะเข้าใจว่านายแพทย์หนุ่มเป็พ่อของเด็กในครรภ์หญิงสาว แต่ศกุนตลาก็ไม่สามารถปกปิดความจริงกับคนในร้านได้ ทุกคนที่อยู่ที่นี่เปรียบเสมือนพี่น้อง และต่างก็เชียร์คุณหมอหนุ่มจนออกนอกหน้า ถ้าหากว่าศกุนตลาจะเริ่มต้นชีวิตคู่กับใครสักคน
“ดื้อมากกว่าเดิมทุกวันค่ะคุณหมอ” มารดาของหญิงสาวเป็ฝ่ายตอบพร้อมกับส่งยิ้มให้แขกประจำของร้าน ชำเลืองไปมองลูกสาวที่ยืนอยู่อีกมุมและยิ้มขำๆ
ชายหนุ่มวางของลงบนโต๊ะและยกมือไหว้ผู้สูงวัยกว่า รับมุกหยอกเอินหญิงสาวต่ออย่างเป็กันเอง “ดื้อมากอย่างนี้คงต้องจับไปนอนรอคลอดที่โรงพยาบาลดีกว่าไหมครับ”
“น่าจะดีค่ะ น้าก็กลัวว่าจะเกิดอุบัติเหตุจนเป็อันตราย ใกล้จะคลอดยิ่งต้องระวัง” นางทิพย์สกุลรีบเสริมความคิดของนายแพทย์หนุ่ม เพราะในระยะหลังศกุนตลายิ่งเร่งทำงานมากขึ้นกว่าเดิมจนทุกคนเป็ห่วง ทั้งที่ถึงเวลาที่เธอควรจะพักแล้ว
ศกุนตลาอยากจัดการทุกอย่างให้เรียบร้อยก่อนคลอด เพราะหลังจากคลอดเธอต้องย้ายไปอยู่ที่บ้านของนางวรากุลตามสัญญา จากตอนแรกที่ต้องย้ายไปั้แ่ตอนตั้งท้อง แต่เธอก็ขอผลัดผ่อนเรื่อยมา ที่เร่งทำงานหนักก็เพราะไม่อยากเป็กังวล
“สวัสดีค่ะพี่หมอ” ศกุนตลาเดินเข้ามาหานายแพทย์หนุ่ม เพราะว่าเขาเป็แขกประจำจนคุ้นเคย แม้เธอจะกล่าวทักทาย แต่ใบหน้างอง้ำของเธอก็แสดงออกได้อย่างชัดเจนว่าไม่อยู่ในโหมดอารมณ์ยินดี
“เป็อะไรอีก... หืม!” นายแพทย์หนุ่มแกล้งถาม
“ก็ทุกคนใจร้ายกับตลากันหมดเลย” หญิงสาวบอกออกมาเสียงเบา ทำหน้าเง้างอน หากแต่คนนั่งมองกลับหัวเราะขำออกมา
“พี่หมอทำให้ตลางอนอีกแล้วใช่ไหม ถ้าวันนี้พี่หมอว่างพาไปเลี้ยงไอศกรีมจะหายงอนหรือเปล่านะ” ชายหนุ่มบอกเย้าๆ
หญิงสาวตาโต สีหน้าของเธอเปลี่ยนไปทันที จากหน้ามุ่ยเมื่อครู่กลายเป็ยิ้มกว้าง ทำท่ากระดี๊กระด๊าดีใจออกนอกหน้า
“ไม่ได้งอนสักหน่อย แต่พี่หมอต้องเลี้ยงจริงๆ นะคะ” หญิงสาวบอกเสียงใส
ศกุนตลาไม่เคยเป็แบบนี้มาก่อน แต่หลังจากตั้งครรภ์เธอก็มีอาการซึมเศร้า บ่อยครั้งที่เธองอนคนรอบข้างอย่างไม่มีสาเหตุ ทั้งที่ก่อนหน้าเคยเป็คนมีเหตุผล แต่สำหรับนายแพทย์หนุ่ม เขากลับชอบทำให้หญิงสาวงอน และมีความสุขทุกครั้งที่เห็นหญิงสาวยิ้มร่าอย่างมีความสุขจากการกระทำของเขา
“วันนี้พี่หมอว่าง อาสาเป็สารถีขับรถพาตลาไปซื้อของใช้เตรียมตัวคลอด แถมด้วยพาไปกินไอศกรีมร้านโปรดด้วย” ชายหนุ่มบอกด้วยน้ำเสียงนุ่มนวล
หญิงสาวยิ้มแป้น “ตลาไปแต่งตัวเลยนะคะ” เธอบอกพร้อมกับหมุนตัวกลับเดินขึ้นไปบนบ้าน
อีกนิสัยของศกุนตลาที่เปลี่ยนไปอย่างสิ้นเชิง ใน่ที่ตั้งครรภ์หญิงสาวชอบออกไปช้อปปิ้งและได้พบเจอผู้คน จากที่เมื่อก่อนเธอชอบขลุกอยู่แต่ที่ร้านไม่ค่อยได้ออกไปไหน นอกเสียจากว่ามีงานจัดเลี้ยงด้านนอกเท่านั้น
เมื่อเห็นความปรู๊ดปร๊าดของลูกสาว นางทิพย์สกุลก็อดตำหนิไม่ได้อีกครั้ง “ทำไมต้องดีใจขนาดนั้นด้วยนะตลา แล้วดูกิริยามารยาทเข้า เป็สาวเป็นาง แถมกำลังท้องกำลังไส้อยู่แท้ๆ”
หญิงสาวที่วิ่งไปถึงเชิงบันไดหันกลับมามองมารดา เมื่อเจอสายตาตำหนิ ความดีใจของเธอก็ลดลงและค่อยๆ ก้าวขาขึ้นบนบ้านอย่างระมัดระวัง
ศกุนตลาค่อยๆ ย่อตัวลงนั่งบนขอบเตียงของตัวเองเพื่อพักเหนื่อย เธอต้องอุ้มน้ำหนักตัวที่เพิ่มขึ้นมากกว่ายี่สิบกิโลกรัมและเดินขึ้นบันได
มือเล็กยกขึ้นลูบหน้าท้องที่นูนเด่น สิ่งมีชีวิตที่อยู่ในท้องต่างดิ้นทักทายปลายมืออุ่นของมารดา ทุกครั้งที่เธอใช้มือัับนหน้าท้องพวกเขาก็จะตอบรับแบบนี้เสมอ ยิ่งใกล้คลอดเธอก็ยิ่งรู้สึกใจหาย ถึงแม้ว่าเธอจะต้องทนอึดอัดกับน้ำหนักตัวที่เพิ่มขึ้นและเดินไม่สะดวก แต่ ณ วันนี้ เธอกลับอยากให้พวกเขาอยู่ในท้องของเธอไปเรื่อยๆ อย่างไม่มีกำหนด
“อยู่กับแม่อย่างนี้ไปเรื่อยๆ ได้ไหม แม่ไม่อยากให้ถึงวันนั้นเลย แม้จะอยากเห็นหน้าลูกมากแค่ไหนก็ตาม แต่นั่นก็หมายถึงว่าลูกอีกคนต้องถูกพรากออกไปจากอก” หญิงสาวบอกกับเด็กในครรภ์เสียงแ่ น้ำตาของเธอคลอหน่วย
สายใยความผูกพันระหว่างแม่ลูกก่อตัวแแ่ขึ้นทุกวัน ความรักที่เพิ่มมากขึ้นก็ยิ่งทำให้เธอทรมานหัวใจมากขึ้นตามไปด้วยเช่นกัน เมื่อนึกถึงวันที่ต้องพรากจาก ยิ่งพวกเขาเป็คู่แฝด มันไม่ยุติธรรมกับพวกเขาเลยถ้าต้องแยกจากกัน และในหัวอกของคนเป็แม่มันแหลกสลายไปแล้วครึ่งหนึ่ง
หญิงสาวกะพริบตาถี่ๆ เพื่อขับไล่น้ำตาไม่ให้ไหลย้อนกลับเข้าไปข้างใน ย้ำบอกกับตัวเองว่าต้องเข้มแข็งและยอมรับในสิ่งที่ตัวเองได้ตัดสินใจมาแล้วั้แ่ต้น อย่างน้อยเธอก็มีลูกหนึ่งคนที่ยังอยู่กับเธอ และอีกคนยังอยู่ในสายตาให้เธอได้ชื่นชมการเติบโตของเขา นางวรากุลคงไม่ใจร้ายกับเธอมากถึงขั้นไม่ให้ได้เจอกับลูก
หลังจากพักจนหายเหนื่อยหญิงสาวก็ลุกขึ้นไปเตรียมของและแต่งตัวใหม่ เธออาบน้ำชำระร่างกายเพื่อให้ใบหน้าดูผ่องใส เธอไม่อยากให้ใครได้เห็นแววตาหม่นหมองและรับรู้ถึงความรู้สึกเศร้าสร้อยที่มีในหัวใจ
นิยายเสียงตอนที่สองมาแล้วนะคะ กดฟังได้เลยค่ะ
ในเสียงอ่านจะเร็วกว่าอัพตอนนะคะ
อ่านฉบับเต็มๆ แบบไม่ค้างคา
มีรูปเล่มนะคะ
อีบุ๊กจิ้มที่ลิงค์ได้เลยค่ะ
สำหรับนักอ่านที่ไม่มีเวลาอ่าน ฝากติดตามเสียงอ่านในช่องนิยายเสียงด้วยนะคะ
บันทึกเสียงจบเล่มแล้ว ตอนนี้อยู่ในขั้นตอนของการตัดต่อ กด Sub รอได้เลยค่ะ
ประเดิมเื่แรก คุณแม่ฝากรัก คุณพ่อรับฝากและเชตสลัดคานค่ะ
ช่อง BaanRarisa Story คลิกที่รูปภาพได้เลยค่ะ