หลังจากทำการพุดคุยกับลุงเหออยู่ครู่หนึ่ง ซ่งอันหลินก็หอบแจกันกับเก้าอี้ออกมาจากโรงขยะด้วยการจ่ายเงินเพียง3หยวน
ตอนแรกลุงเหอจะไม่เอาเงินด้วยซ้ำ แต่..ซ่งอันหลินไม่อยากเสี่ยงกับธุรกรรมแบบนี้เกิดรับมาเฉยๆ นังระบบมันบอกว่า
ติ๊ง..ไม่สามารถซื้อขายได้เพราะเป็ของโจร แบบนี้คงแย่แน่ๆ สู้กัดฟันจ่ายๆไปเงิน3หยวนแลกกับความรุ่งโรจน์ที่พึงมีในอนาคตแค่นี้คุ้มเกินคุ้ม
ซ่งอันหลินบอกกับลุงเหอว่ายังมียาสมุนไพรสูตรลับจากปู่ของปู่อีกสองขนานที่ได้ผลเฉียบขาด นั่นคือยารักษาโรคเก๊าไขข้อเสื่อมกับไข้หวัดแต่..มันเป็ความลับเพราะใครกันอยากเจอความวุ่นวาย แต่ถ้าลุงเหอรับปากว่าจะช่วยรักษาความลับ เื่ยาก็พอตกลงกันได้ ("…"แล้วมันลับตรงไหน น้องหลินแค่หายี่ปั๊วขายยาในระบบ)
ซ่งอันหลินพูดไปแบบนั้นเพราะมั่นใจว่าอีกไม่นานประชาชนจะกลับมาค้าขายแลกเปลี่ยนกันได้โดยไม่ต้องใช้คูปอง อีกไม่กี่ปีข้างหน้าประเทศจีนก็จะเปิดประเทศ ตอนนี้เป็ปลายปี1976หลังท่านผู้นำคนเก่าเสียชีวิตบ้านเมืองจะระส่ำระสายอยู่ไม่นานก็จะกลับเข้าสู่เหตุการณ์ปกติ
ส่วนใหญ่อาจจะวุ่นวายและอันตรายเฉพาะปักกิ่งส่วนมลฑลรอบนอกห่างไกลไม่ได้รับผล กระทบเท่าไหร่
……. สุดท้ายซ่งอันหลินก็หอบเอาแจกันโบราณใส่ตะกร้าสะพายหลังไว้ ส่วนเก้าอี้ก็หอบออกมาอย่างทุลักทุเลด้วยแขนเพียงข้างเดียวแม้จะหนักอยู่บ้างแต่ก็ต้องทน ลุงเหอพยายามจะยื่นมือเข้ามาช่วยโดยการให้หลานชายออกมาส่ง แกยืนยันว่าสามารถแบกไปส่งให้ได้ถึงบ้าน
แต่..ซ่งอันหลินย่อมไม่มีทางยอม .เื่อะไรล่ะถ้าให้ไปส่งบ้านก็อดเอาขายให้กับระบบน่ะสิแล้วแบบนี้จะซื้อผ้าและข้าวของ อื่นๆจากระบบได้ยังไงล่ะ…โนวเวย์อะ ไม่มีทาง
ลุงเหอขัดซ่งอันหลินไม่ได้ และชายชราก็คิดได้ว่าไม่ควรยื่นมือเข้าไปในสิ่งที่สหายตัวน้อยผู้นี้ปฎิเสธ สถาณการณ์ของบ้านเมืองในตอนนี้ก็ยังไม่ชัดเจน บางทีสหายตัวน้อยอย่างเสี่ยวหลินอาจจะ้าเก็บเื่บางเื่ไว้เป็ความลับก็เป็ได้
ทำให้ซ่งอันหลินหอบของสองชิ้นนั้นออกมาอย่างทุลักทุเล ก่อนที่เธอจะออกมาเธอยังบอกลุงซ่งว่า จริงๆแล้วเธออยากได้ตำราเก่าๆหรือพวกรูปภาพเพราะน้องสาวเธอชอบวาดรูปเล่นยามว่าง อีกอย่างตำราเก่าๆสามารถนำมาเป็เชื้อเพลิงได้ดีกว่าตำราสมัยใหม่ ทำให้ลุงเหอถึงกับพยักหน้าและยิ้มอย่างมีความหมาย
..".."เสี่ยวหลินกำลังจะบอกว่า เธออยากได้ขยะเ่าั้ไปเป็เชื้อเพลิง ลุงเหอผู้นี้เข้าใจแล้ว
เมื่อเดินมาสักพัก ซ่งอันหลลินก็เดินแอบไปตรงซอกของกำแพงร้างตรงมุมที่ลับตาคนเพื่อทำการแลกเปลี่ยนกับระบบ
“ติ๊ง..ทำรายการขายสำเร็จคุณได้รับเงิน50ล้านหยวน..ติ๊งทำรายการขายสำเร็จคุณได้รับเงิน875,000หยวน”
เงินห้าสิบล้านหยวนถูกเพิ่มเข้าในระบบพร้อมกับเหรียญทองพิเศษจากการทำธุรกรรมกับระบบอีก508,750เหรียญ
Wow………เธอรวยแล้ว…….เสียงแห่งความยินดีดังกึกก้องในใจ เธอเดินออกมาจากซอกกำแพงอย่างระมัดระวังแล้วเดินไปสำรวจร้านค้าสหกรณ์ ในหัวของซ่งอันหลินจะไม่สนใจตลาดมืดเลยสักนิด
ชีวิตจริงนะไม่ใช่นิยายที่จะได้ปลอดภัยไร้รอยขีดข่วนเหมือนตัวเอกในนิยาย เธอไม่เอาชีวิตน้อยๆพร้อมนิ้วทองคำแบบระบบไปเสี่ยงในที่แบบนั้นแน่นอน
ตอนนี้เธอพบแหล่งสมบัติแล้ว เื่อะไรที่จะไปวุ่นวายกับพวกอิทธิพลมืดหรือที่แบบนั้นกัน ก็แค่ทำทีว่ามาขายหญ้าให้ชายลึกลับแค่นี้ก็มีข้อแก้ตัวให้กับครอบครัวแล้ว อีกอย่างเธอไม่กลัวใครจะมาจับผิดเพราะไม่นานการค้าขายก็จะทำได้โดยเสรีแล้ว
ยิ่งตอนนี้เธอรู้จักลุงเหอแล้วตัวละครลับตัวนี้ก็ถือว่าเป็ไพ่ใบหนึ่งในมือของเธอถ้าหากครอบครัวสงสัยก็แค่พาเสี่ยวหลันมาด้วยในภายหน้าแค่นี้ก็มีคำอธิบายกับครอบครัวแล้ว
ซ่งอันหลินคิดถึงแผนการอันรัดกุม(เธอคิดว่ารัดกุมนะ) ใจก็เปี่ยมไปด้วยความสุขตอนนี้เธอเป็คนรวยแล้วแม้จะดูแปลกๆตรงที่รวยจากกองขยะแต่ก็ถือว่ารวยล่ะนะ
กลับไปต้องจัดชุดใหญ่ให้ครอบครัวแล้ว ซ่งอันหลินเดินตัวปลิวออกมาได้สักพักมองซ้ายมองขวาก็ไม่เห็นสหายจากหมู่บ้านที่เธออาศัยล้อลากเทียมลามาด้วย เอาว่ะเดินก็เดินแค่นี้ยังคงพอมีเวลา
ซ่งอันหลินเดินออกมาจากในเมืองตานหง คิดวางแผนชีวิตไปเรื่อยเปื่อยรอแขนหายก่อนเถอะเธอจะซื้อจักรยานจากในระบบหรือจะเอาสกู๊ตเตอร์ที่เป็แบบมีแบตเตอรี่ชาร์ตด้วยพลังงานแสงอาทิตย์เลยจะได้ไม่เปลืองแรง
แค่คิดถึงชีวิตสโลว์ไลท์ในอนาคตเธอก็แทบรอไม่ไหวที่อยากให้ถึงบ้านโดยเร็ว เธอเดินตามถนนออกมาได้สักพักก็เริ่มเหนื่อยหอบแม้หลายวันมานี้เธอจะได้รับอาหารและสารเสริมจากในระบบมาบ้างแต่ร่างกายเดิมก็อ่อนแอเกินไปจึงไม่ได้ช่วยอะไรมาก
แม้จะดูแข็งแรงและดีกว่าแต่ก่อนมาก แต่ก็ยังไม่เต็มร้อยยังห่างไกลจากคำว่าแข็งแรงอีกมากนัก
“กริ๊ง.ๆๆๆๆๆ” เสียงกระดิ่งจักรยานดังขึ้นจากด้านหลัง “สหายน้อยท่านนี้จะเข้าหมู่บ้านต้าเจี่ยหรือไม่จะไปด้วยกันไหมผมก็กำลังจะเข้าไปในหมู่บ้านเช่นกัน”
ซ่งอันหลินหันขวับ “..” หืม…พบงานดีแถวนี้หนึ่งอัตรา หญิงสาวทำท่าทางไร้เดียงสาขึ้นมาในทันที
“ใช่แล้วสหาย ฉันชื่อซ่งอันหลินมาจากหมู่บ้านต้าเจี่ยว่าแต่สหายชื่ออะไรเหรอจะไปที่หมู่บ้านต้าเจี่ยทำไม”
คำถามดูสอดรู้สอดเห็นยังไงก็ไม่รู้..แต่เมื่อคิดดูแล้วคนสมัยนี้ก็ถามกันตรงๆแบบนั้เป็เื่ปกตินี่น่าช่างเถอะๆ
เธอจะมาคิดเยอะคิดมากกับผู้ชายที่หน้าตาดีทุกคนในโลกใบนี้ไม่ได้นะซ่งอันหลิน ชาติก่อนค้างอยู่บนคานทองไปทีหนึ่งแล้วชาตินี้ได้โอกาสเกิดใหม่..เอิ่ม..แม้จะดูสภาพสังขารที่หน้าสังเวชขนาดนี้ก็ตามทีแต่มันก็ต้องดีกว่าเดิมได้ละน่า
หญิงสาวจอมมโน สามารถคิดไปได้สามล้านตลบกับแค่ประโยคเดียวที่ผู้ชายพูดด้วยเพียงแค่ผู้ชายคนนั้นหน้าตาดีมากแค่นั้นจริงๆ
“ผมมาทำงานน่ะ เพิ่งย้ายมาจากเมืองอื่นผมเป็เลขาผู้ว่าการเมือง ผมชื่อเฮ่าตงเฉิน” อุ้ย..ในชื่อมีคำว่าเฉินหรือว่าจะเป็เนื้อคู่เรากันนะ เขาว่ากันว่าเนื้อคู่มักจะมีอะไรคล้ายกับบิดาตนเอง ผู้ชายรูปหล่อคนนี้มีคำว่าเฉินอยู่ในชื่อเหมือนพ่อเราเลยต้องใช่แน่ๆ
“……” เสี่ยวหลินจ๊ะเธอจะมโนแบบนี้ไม่ได้ผู้ชายที่มีชื่อเฉินมีเป็ร้อยล้านคนเลยนะ
แม้ซ่งอันหลินจะมีอาการมโนกำเริบในใจมากแค่ไหน..แต่สิ่งที่เห็นตรงหน้าในสายตาของเลขาเฮ่าก็คือเด็กผู้หญิงอายุ14ที่ดูบอบบางแถมแขนหักดูน่าสงสารแค่นั้น แต่แววตาที่ดูเจิดจ้าเหมือนมีดวงดาวอยู่ข้างในเป็ร้อยเป็พันคู่นั้นของเธอ
ทำเอาใจของเขาแกว่งๆชอบกล ไม่เอาน่าตงเฉินเธอยังเด็กอยู่ดูตัวผอมๆแทบปลิวลมตรงหน้านั้นสิน่าสงสารมาก(เสียงไรท์ลอยมา)
“โอ้…ขอบคุณสหายมากแต่จะเป็การรบกวนเลขาเฮ่ารึเปล่าคะ ฉัน.เอ่อ ฉันเดินไปเองได้ค่ะ”
ถึงจะยังไงมารยาทก็ต้องมีนิด..นึง ส่วนจะนกหรือไม่สุดแล้วแต่ชะตาฟ้าก็แล้วกัน เอาเหอะถ้าเขาจะทิ้งผู้หญิงที่สวย(ในอนาคต)และรวยมากๆไปเพราะการปฎิเสธแบบมีมารยาท (มารยาทหรือมารยาอันนี้ไรท์คิดในใจ)ของเธอก็ถือซะว่าชายรูปหล่อตรงหน้าไม่มีคุณสมบัติที่จะให้เธอเก็บเอามามโนได้..ปล่อยไปจ้ะ
………………………………………………..