ทะลุมิติไปยุค70sกับระบบร้านค้า

    ตอนที่12

    หลังจากทำการพุดคุยกับลุงเหออยู่ครู่หนึ่ง ซ่งอันหลินก็หอบแจกันกับเก้าอี้ออกมาจากโรงขยะด้วยการจ่ายเงินเพียง3หยวน

    ตอนแรกลุงเหอจะไม่เอาเงินด้วยซ้ำ แต่..ซ่งอันหลินไม่อยากเสี่ยงกับธุรกรรมแบบนี้เกิดรับมาเฉยๆ นังระบบมันบอกว่า

    ติ๊ง..ไม่สามารถซื้อขายได้เพราะเป็๲ของโจร แบบนี้คงแย่แน่ๆ สู้กัดฟันจ่ายๆไปเงิน3หยวนแลกกับความรุ่งโรจน์ที่พึงมีในอนาคตแค่นี้คุ้มเกินคุ้ม

    ซ่งอันหลินบอกกับลุงเหอว่ายังมียาสมุนไพรสูตรลับจากปู่ของปู่อีกสองขนานที่ได้ผลเฉียบขาด นั่นคือยารักษาโรคเก๊าไขข้อเสื่อมกับไข้หวัดแต่..มันเป็๞ความลับเพราะใครกันอยากเจอความวุ่นวาย แต่ถ้าลุงเหอรับปากว่าจะช่วยรักษาความลับ เ๹ื่๪๫ยาก็พอตกลงกันได้ ("…"แล้วมันลับตรงไหน น้องหลินแค่หายี่ปั๊วขายยาในระบบ)

    ซ่งอันหลินพูดไปแบบนั้นเพราะมั่นใจว่าอีกไม่นานประชาชนจะกลับมาค้าขายแลกเปลี่ยนกันได้โดยไม่ต้องใช้คูปอง อีกไม่กี่ปีข้างหน้าประเทศจีนก็จะเปิดประเทศ ตอนนี้เป็๲ปลายปี1976หลังท่านผู้นำคนเก่าเสียชีวิตบ้านเมืองจะระส่ำระสายอยู่ไม่นานก็จะกลับเข้าสู่เหตุการณ์ปกติ 

    ส่วนใหญ่อาจจะวุ่นวายและอันตรายเฉพาะปักกิ่งส่วนมลฑลรอบนอกห่างไกลไม่ได้รับผล กระทบเท่าไหร่

     

    ……. สุดท้ายซ่งอันหลินก็หอบเอาแจกันโบราณใส่ตะกร้าสะพายหลังไว้ ส่วนเก้าอี้ก็หอบออกมาอย่างทุลักทุเลด้วยแขนเพียงข้างเดียวแม้จะหนักอยู่บ้างแต่ก็ต้องทน ลุงเหอพยายามจะยื่นมือเข้ามาช่วยโดยการให้หลานชายออกมาส่ง แกยืนยันว่าสามารถแบกไปส่งให้ได้ถึงบ้าน

    แต่..ซ่งอันหลินย่อมไม่มีทางยอม .เ๱ื่๵๹อะไรล่ะถ้าให้ไปส่งบ้านก็อดเอาขายให้กับระบบน่ะสิแล้วแบบนี้จะซื้อผ้าและข้าวของ อื่นๆจากระบบได้ยังไงล่ะ…โนวเวย์อะ ไม่มีทาง

    ลุงเหอขัดซ่งอันหลินไม่ได้ และชายชราก็คิดได้ว่าไม่ควรยื่นมือเข้าไปในสิ่งที่สหายตัวน้อยผู้นี้ปฎิเสธ สถาณการณ์ของบ้านเมืองในตอนนี้ก็ยังไม่ชัดเจน บางทีสหายตัวน้อยอย่างเสี่ยวหลินอาจจะ๻้๪๫๷า๹เก็บเ๹ื่๪๫บางเ๹ื่๪๫ไว้เป็๞ความลับก็เป็๞ได้

    ทำให้ซ่งอันหลินหอบของสองชิ้นนั้นออกมาอย่างทุลักทุเล ก่อนที่เธอจะออกมาเธอยังบอกลุงซ่งว่า จริงๆแล้วเธออยากได้ตำราเก่าๆหรือพวกรูปภาพเพราะน้องสาวเธอชอบวาดรูปเล่นยามว่าง อีกอย่างตำราเก่าๆสามารถนำมาเป็๲เชื้อเพลิงได้ดีกว่าตำราสมัยใหม่  ทำให้ลุงเหอถึงกับพยักหน้าและยิ้มอย่างมีความหมาย

    ..".."เสี่ยวหลินกำลังจะบอกว่า เธออยากได้ขยะเ๮๧่า๞ั้๞ไปเป็๞เชื้อเพลิง ลุงเหอผู้นี้เข้าใจแล้ว

    เมื่อเดินมาสักพัก ซ่งอันหลลินก็เดินแอบไปตรงซอกของกำแพงร้างตรงมุมที่ลับตาคนเพื่อทำการแลกเปลี่ยนกับระบบ

    “ติ๊ง..ทำรายการขายสำเร็จคุณได้รับเงิน50ล้านหยวน..ติ๊งทำรายการขายสำเร็จคุณได้รับเงิน875,000หยวน”

    เงินห้าสิบล้านหยวนถูกเพิ่มเข้าในระบบพร้อมกับเหรียญทองพิเศษจากการทำธุรกรรมกับระบบอีก508,750เหรียญ

    Wow………เธอรวยแล้ว…….เสียงแห่งความยินดีดังกึกก้องในใจ เธอเดินออกมาจากซอกกำแพงอย่างระมัดระวังแล้วเดินไปสำรวจร้านค้าสหกรณ์ ในหัวของซ่งอันหลินจะไม่สนใจตลาดมืดเลยสักนิด

    ชีวิตจริงนะไม่ใช่นิยายที่จะได้ปลอดภัยไร้รอยขีดข่วนเหมือนตัวเอกในนิยาย เธอไม่เอาชีวิตน้อยๆพร้อมนิ้วทองคำแบบระบบไปเสี่ยงในที่แบบนั้นแน่นอน

    ตอนนี้เธอพบแหล่งสมบัติแล้ว เ๹ื่๪๫อะไรที่จะไปวุ่นวายกับพวกอิทธิพลมืดหรือที่แบบนั้นกัน ก็แค่ทำทีว่ามาขายหญ้าให้ชายลึกลับแค่นี้ก็มีข้อแก้ตัวให้กับครอบครัวแล้ว อีกอย่างเธอไม่กลัวใครจะมาจับผิดเพราะไม่นานการค้าขายก็จะทำได้โดยเสรีแล้ว

    ยิ่งตอนนี้เธอรู้จักลุงเหอแล้วตัวละครลับตัวนี้ก็ถือว่าเป็๲ไพ่ใบหนึ่งในมือของเธอถ้าหากครอบครัวสงสัยก็แค่พาเสี่ยวหลันมาด้วยในภายหน้าแค่นี้ก็มีคำอธิบายกับครอบครัวแล้ว

    ซ่งอันหลินคิดถึงแผนการอันรัดกุม(เธอคิดว่ารัดกุมนะ) ใจก็เปี่ยมไปด้วยความสุขตอนนี้เธอเป็๞คนรวยแล้วแม้จะดูแปลกๆตรงที่รวยจากกองขยะแต่ก็ถือว่ารวยล่ะนะ

    กลับไปต้องจัดชุดใหญ่ให้ครอบครัวแล้ว ซ่งอันหลินเดินตัวปลิวออกมาได้สักพักมองซ้ายมองขวาก็ไม่เห็นสหายจากหมู่บ้านที่เธออาศัยล้อลากเทียมลามาด้วย เอาว่ะเดินก็เดินแค่นี้ยังคงพอมีเวลา

    ซ่งอันหลินเดินออกมาจากในเมืองตานหง คิดวางแผนชีวิตไปเรื่อยเปื่อยรอแขนหายก่อนเถอะเธอจะซื้อจักรยานจากในระบบหรือจะเอาสกู๊ตเตอร์ที่เป็๞แบบมีแบตเตอรี่ชาร์ตด้วยพลังงานแสงอาทิตย์เลยจะได้ไม่เปลืองแรง 

    แค่คิดถึงชีวิตสโลว์ไลท์ในอนาคตเธอก็แทบรอไม่ไหวที่อยากให้ถึงบ้านโดยเร็ว เธอเดินตามถนนออกมาได้สักพักก็เริ่มเหนื่อยหอบแม้หลายวันมานี้เธอจะได้รับอาหารและสารเสริมจากในระบบมาบ้างแต่ร่างกายเดิมก็อ่อนแอเกินไปจึงไม่ได้ช่วยอะไรมาก

    แม้จะดูแข็งแรงและดีกว่าแต่ก่อนมาก แต่ก็ยังไม่เต็มร้อยยังห่างไกลจากคำว่าแข็งแรงอีกมากนัก

    “กริ๊ง.ๆๆๆๆๆ” เสียงกระดิ่งจักรยานดังขึ้นจากด้านหลัง “สหายน้อยท่านนี้จะเข้าหมู่บ้านต้าเจี่ยหรือไม่จะไปด้วยกันไหมผมก็กำลังจะเข้าไปในหมู่บ้านเช่นกัน”

    ซ่งอันหลินหันขวับ “..”  หืม…พบงานดีแถวนี้หนึ่งอัตรา หญิงสาวทำท่าทางไร้เดียงสาขึ้นมาในทันที 

    “ใช่แล้วสหาย ฉันชื่อซ่งอันหลินมาจากหมู่บ้านต้าเจี่ยว่าแต่สหายชื่ออะไรเหรอจะไปที่หมู่บ้านต้าเจี่ยทำไม”

    คำถามดูสอดรู้สอดเห็นยังไงก็ไม่รู้..แต่เมื่อคิดดูแล้วคนสมัยนี้ก็ถามกันตรงๆแบบนั้เป็๞เ๹ื่๪๫ปกตินี่น่าช่างเถอะๆ 

    เธอจะมาคิดเยอะคิดมากกับผู้ชายที่หน้าตาดีทุกคนในโลกใบนี้ไม่ได้นะซ่งอันหลิน ชาติก่อนค้างอยู่บนคานทองไปทีหนึ่งแล้วชาตินี้ได้โอกาสเกิดใหม่..เอิ่ม..แม้จะดูสภาพสังขารที่หน้าสังเวชขนาดนี้ก็ตามทีแต่มันก็ต้องดีกว่าเดิมได้ละน่า

    หญิงสาวจอมมโน สามารถคิดไปได้สามล้านตลบกับแค่ประโยคเดียวที่ผู้ชายพูดด้วยเพียงแค่ผู้ชายคนนั้นหน้าตาดีมากแค่นั้นจริงๆ

    “ผมมาทำงานน่ะ เพิ่งย้ายมาจากเมืองอื่นผมเป็๲เลขาผู้ว่าการเมือง ผมชื่อเฮ่าตงเฉิน” อุ้ย..ในชื่อมีคำว่าเฉินหรือว่าจะเป็๲เนื้อคู่เรากันนะ เขาว่ากันว่าเนื้อคู่มักจะมีอะไรคล้ายกับบิดาตนเอง ผู้ชายรูปหล่อคนนี้มีคำว่าเฉินอยู่ในชื่อเหมือนพ่อเราเลยต้องใช่แน่ๆ

    “……” เสี่ยวหลินจ๊ะเธอจะมโนแบบนี้ไม่ได้ผู้ชายที่มีชื่อเฉินมีเป็๞ร้อยล้านคนเลยนะ

    แม้ซ่งอันหลินจะมีอาการมโนกำเริบในใจมากแค่ไหน..แต่สิ่งที่เห็นตรงหน้าในสายตาของเลขาเฮ่าก็คือเด็กผู้หญิงอายุ14ที่ดูบอบบางแถมแขนหักดูน่าสงสารแค่นั้น แต่แววตาที่ดูเจิดจ้าเหมือนมีดวงดาวอยู่ข้างในเป็๲ร้อยเป็๲พันคู่นั้นของเธอ

    ทำเอาใจของเขาแกว่งๆชอบกล ไม่เอาน่าตงเฉินเธอยังเด็กอยู่ดูตัวผอมๆแทบปลิวลมตรงหน้านั้นสิน่าสงสารมาก(เสียงไรท์ลอยมา)

    “โอ้…ขอบคุณสหายมากแต่จะเป็๲การรบกวนเลขาเฮ่ารึเปล่าคะ ฉัน.เอ่อ ฉันเดินไปเองได้ค่ะ”

     ถึงจะยังไงมารยาทก็ต้องมีนิด..นึง ส่วนจะนกหรือไม่สุดแล้วแต่ชะตาฟ้าก็แล้วกัน เอาเหอะถ้าเขาจะทิ้งผู้หญิงที่สวย(ในอนาคต)และรวยมากๆไปเพราะการปฎิเสธแบบมีมารยาท (มารยาทหรือมารยาอันนี้ไรท์คิดในใจ)ของเธอก็ถือซะว่าชายรูปหล่อตรงหน้าไม่มีคุณสมบัติที่จะให้เธอเก็บเอามามโนได้..ปล่อยไปจ้ะ

     

    ………………………………………………..