“อืออออ” หวงหลงที่สลบไปหลายวันค่อยลืมตาขึ้นอย่างช้าๆ พร้อมกับสอดส่องไปทั่ว…และพบว่าเป็ห้องพักของตนโดยมีซิ่วอิงได้นอนฟุบอยู่ข้างๆเตียง หวงหลงจึงค่อยๆ เอามือไปลูบหัวของซิ่วอิงอย่างอ่อนโยน
ซิ่วอิงค่อยๆลืมตาขึ้นอย่างช้าๆ เมื่อนางพบว่ามีมือของใครบางคนกำลังลูบหัวนาง
“เ้าฟื้นแล้ว” ซิ่วอิงร้องไห้และะโอย่างดีใจพร้อมพุ่งเข้าไปกอดหวงหลงในทันที แม้ว่าหวงหลงจะรู้สึกเจ็บแต่ก็ไม่แสดงท่าทีอะไร เด็กหนุ่มทำเพียงลูบหัวของซิ่วอิง ที่บัดนี้มีน้ำตาไหลรินออกมาจากใบหน้า
“ข้าไม่เป็อะไรแล้ว เ้าอย่าได้ร้องอีกเลย” หวงหลงพูดปลอบซิ่วอิง
“ข้านึกว่าเ้าจะไม่ฟื้นอีกแล้ว....รู้ไหมเ้าสลบไปหลายวันมาก” ซิ่วอิงสะอื้น
“ข้าไม่เป็อะไรง่ายๆหรอก ไม่เช่นนั้นแล้วเ้าจะไม่มีคนให้กอด” หวงหลงยิ้ม
“ตาบ้า....” เมื่อซิ่วอิงได้ยินคำพูดของหวงหลงจึงเริ่มรู้ตัวว่าตนเองเผลอไปกอดเด็กหนุ่มเข้าแล้ว ก่อนจะผลักตัวเด็กหนุ่มออกอย่างเขินอาย ก่อนจะวิ่งออกไปแจ้งข่าวการฟื้นของหวงหลงให้ฮูหยินหวง
.....
หลังจากที่ซิ่วอิงออกไม่นานฮูหยินกับประมุขหวงก็เข้ามา โดยฮูหยินหวงได้ร้องไห้ดีใจไม่ต่างจากซิ่วอิงทำให้หวงหลง ประมุขหวง และซิ่วอิงต่างช่วยกันปลอบประโลมนาง
จนนางดีขึ้นจึงได้จัดแจงให้คนใช้นำอาหารต่างๆมาแก่หวงหลง ก่อนที่ทั้งสามจะจากไปประมุขหวงได้เรียกให้หวงหลงเข้ามาพบกับตนที่ห้องทำงานหลังจากจัดแจงตัวเองเสร็จ
....
“ท่านพ่อ...ท่านมีอะไรรึ ถึงเรียกพบข้า” หวงหลงประสานมือเพื่อแสดงความเคารพ
“หวงหลง...วันนี้พ่อจะบอกอะไรบางอย่างให้เ้าทราบ” ประมุขหวงมองไปยังหวงหลง
“เื่ของซิ่วอิง...ใช่หรือไม่” ประมุขหวงพยักหน้าตอบรับ
“หวงหลง...เ้าคงได้ยินตำนานเกี่ยวกับผนึกวิเศษไป๋อิงใช่หรือไม่” ประมุขหวงถามออกไป
“ผนึกวิเศษไป๋อิงที่ใช้ผนึกเผ่ามาร ..ข้าเคยอ่านเจอจากตำรา....แต่ข้าไม่เข้าใจว่ามันเกี่ยวกับซิ่วอิงยังไง” หวงหลงแสดงสีหน้าสงสัยเพราะหวงหลงเคยอ่านเื่ผนึกวิเศษไป๋อิงเจอในตำราที่หอตำราประจำหมู่บ้าน แต่ไม่มีรายละเอียดอะไรมากนัก
“ จากตำราในความเห็นของเ้าผนึกวิเศษไป๋อิง คงเป็ของวิเศษชนิดหนึ่งใช่หรือไม่....แต่ความจริงแล้วผนึกไป๋อิงคือลูกแก้วดวงจิตแห่ง์… ว่ากันว่าดวงจิตแก้วนั้นสามารถดูดซับพลังแห่งฟ้าดินและแปรเปลี่ยนเป็พลังอันยิ่งใหญ่ซึ่งครั้งล่าสุดใช้ในการขับไล่แม่ทัพและสร้างผนึกป้องกันแผ่นดินหลิงเอาไว้ แต่ว่าทุกๆห้าร้อยปีมันจะเสื่อมและต้องสะสมพลังใหม่ทุกครั้ง ” ประมุขหวงกล่าว
“ท่านพ่อจะท่านบอกข้าว่าซิ่วอิงคือผนึกวิเศษไป๋อิง….เช่นนั้นรึ” หวงหลงทำหน้าใ
“ ไม่ใช่ก็ใกล้เคียง….ต้องเรียกว่าของผนึกวิเศษเป็ส่วนหนึ่งของนางเพราะมันถูกทำให้เป็จุดเชื่อมชีพจรที่สูญเสียไปของนาง" ประมุขจ้องมองไปยังหวงหลงเพื่อดูท่าที
“ท่านพ่อท่านจะบอกข้าว่าซิ่วอิงมีจุดเชื่อมชีพจรคือลูกแก้ววิเศษไป๋อิงเช่นนั้นรึขอรับ” หวงหลงถามออกไป
“ใช่ เพราะในอดีตตอนที่ข้าเจอนาง มีคนผู้หนึ่งมอบนางมาให้แก่ข้าซึ่งในตอนนั้นคนผู้นั้นได้ข้อร้องข้าให้ดูแลนางและได้มอบจี้หยกชิ้นนี้ให้แก่ข้า” ประมุขหวงล้วงเข้าไปในเสื้อพร้อมกับหยิบจี้หยกสีขาวที่สลักคำว่า “อวี่”
"อวี่" ในที่นี่พ่อว่าน่าจะหมายถึงตระกูลของนางแต่หาใช่ตระกูลทั่วไปในแผ่นดินหลิงไม่…เพราะกลิ่นอายในตัวนางเหมือนคนของเผ่าเทพ “ ประมุขหวงมองหน้าหวงหลงอีกครั้ง
“ เผ่าเทพ เช่นนั้นรึ…เป็ไปได้เช่นไร” หวงหลงแสดงสีหน้าตื่นตะลึง
"โลกใบนี้ไม่ใช่มีแค่เผ่าเทพหรอก ยังมีอีกหลายเผ่าพันธุ์นัก…เ้าก็หน้าจะเคยได้ยินถึงห้าสำนักใหญ่ที่คอยค้ำจุนแผ่นดินไว้คือ สำนักัฟ้า สำนักหงส์เพลิง สำนักเต่าทมิฬ สำนักพยัคฆ์เมฆา และสำนักเทพกิเลน ซึ่งทุกสำนักนั้นมีชื่อเรียกของสัตว์เทวะแทบทั้งสิ้น
อีกทั้งยังสืบทอดเคล็ดวิชาที่โด่งดังไม่ว่าจะเป็ เคล็ดวิชาัทลายปฐี ของสำนักัฟ้า เปลวเพลิงนิรันดร์แห่งสำนักหงส์เพลิง กายาทมิฬจากสำนักเต่าทมิฬ ท่าร่างเทียบเมฆาของสำนักพยัคฆ์เมฆา และสุดท้ายร่างเทพอัสนีของสำนักเทพกิเลน
ซึ่งทักษะเ่าั้ต่างหยิบยืมมาจากสัตว์เทวะทั้งสิ้น ไม่ว่าจะเป็ พลังปฐีและไม้ของัฟ้า พลังเปลวเพลิงะของหงส์เพลิง พลังวารีของเต่าทมิฬ พลังวายุของพยัคฆ์ขาว และพลังอัสนีของกิเลน ทุกอย่างเ้าสำนักรุ่นแรกต่างพากันร่ำเรียนและดัดแปลงมาแม้ทักษะที่ได้มาจะไม่สมบูรณ์เนื่องจากความเปราะบางของร่างกายมนุษย์ก็ตาม
แต่ถึงยังนั้นทักษะเ่าั้ต่างก็บ่งบอกได้ถึงการมีตัวตนของสัตว์ เทวะ และนอกจากแผ่นดินหลิงยังมีแผ่นดินอีกมากมาย รวมถึงเผ่ามารก็เป็หนึ่งในนั้น….เอาละพวกเรามาเข้าเื่ของซิ่วอิงกันต่อ อย่างที่พ่อบอกผนึกวิเศษไป๋อิงต้องเสื่อมพลังลงแต่ด้วยที่มันโดนทำให้เป็จุดเชื่อมชีพจรทำให้พลังของมันยังอยู่แม้จะผ่านมาห้าร้อยปีผนึกก็คลายไม่สมบูรณ์ แต่การที่เผ่ามารมาพบนางเข้านี่แหละปัญหา " ประมุขหวงทำท่าทีครุ่นคิด
“นางจะเป็อะไรหรือไม่ท่านพ่อ”หวงหลงถาม
“เ้าไม่ต้องกังวล....ถึงเผ่ามารจะรู้เื่ของนาง ก็ใช่ว่าใครจะเข้ามายังหมู่บ้านหวงได้อย่างง่ายได้ พ่อได้สั่งให้ตั้งค่ายกลักลืนโลหิตไปแล้ว ต่อให้เป็เผ่ามารก็ตามทีไม่ว่ายังไงพวกมันต้องใช้เวลาอย่างน้อยหนึ่งปีเพื่อค้นพบที่แห่งนี้ ซึ่งเป็เวลาที่เพียงพอที่พวกเราจะอพยพออกไปตั้งรกรากที่แห่งใหม่”ประมุขหวงถอนหายใจ
“ท่านพ่อด้วยพลังของท่านรวมถึงผู้าุโเพียงพอที่จะป้องกันที่แห่งนี้ เหตุใดพวกเราต้องอพยพ” ประมุขเดินเข้าไปจับไหล่ของหวงหลงก่อนจะให้มองออกไปนอกหน้าต่าง
“ที่ลูกพ่อ...เ้าเห็นอะไรนอกหน้าต่างไหม หมู่บ้านหวงของเราจะเกิดขึ้นมาไม่ได้ถ้าไม่มีพวกเขา” หวงหลงมองไปออกไปนอกหน้าต่างที่เต็มไปด้วยผู้คนที่เดินทักทายกัน เด็กเล็กที่กำลังเล่นกันอย่างสนุกสนานในทุ่งหญ้า
“เ้าเห็นแล้วใช่ไหม พวกเขาเ่าั้ถึงแม้ไม่มีพลังยุทธ์ แต่สามารถทำให้หมู่บ้านหวงแห่งนี้เกิดขึ้นมาได้ เ้าพูดถูกด้วยพลังของข้าและผู้าุโอาจจะสามารถต้านทานพลังของพรรคมารได้ แต่พวกเขาล่ะ
ข้ามิอาจเห็นพวกเขาตายต่อหน้าต่อตายของข้าได้ ต่อให้พวกพวกเราย้ายไปอยู่ที่ใดบนแผ่นดินนี้หากยังมีพวกเขาเ่าั้อยู่ หมู่บ้านหวงยังไงก็ยังเป็หมู่บ้านหวง เ้าเข้าใจข้าหรือไม่” ประมุขเอามือของตนลูบหัวหวงหลงอย่างอ่อนโยน
“ข้าเข้าใจแล้วท่านพ่อ” หวงหลงยิ้ม
“ดีๆ...หวงหลงหลังจากนี้พ่อคนนี้มีเื่อยากจะขอร้องเ้า” หวงหลงแหงนมองไปยังประมุขหวง
“ แต่ข้าอยากให้เ้าปกป้องนาง ไว้ให้ดีเพราะนางถือเป็คนของหมู่บ้านหวง อีกทั้งข้ายังอยากให้เ้าเดินทางเพื่อตามหาตัวตนของที่แท้จริงของนาง และสุดท้ายอาจมีาเกิดขึ้นในแผ่นดินหลิงแต่พ่ออยากให้เ้าเดินตามทางที่เ้าเลือก พ่อขอมากไปหรือไม่” ประมุขหวงเอ่ย
“ท่านพ่อ...ท่านอย่ากล่าวเช่นนั้น คำขอของท่านลูกคนนี้สามารถทำให้ได้แต่ด้วยความสามารถของข้าตอนนี้ข้าไม่แน่ใจว่าจะทำตามคำขอของท่านได้อย่างดีหรือไม่” หวงหลงแสดงใบหน้าเศร้า
“ฮ่าๆๆ ....ดี ดี สมแล้วที่เป็ลูกของข้า เ้าไม่ต้องกังวลไปหนึ่งปีหลังจากนี้พ่อจะสอนทักษะยุทธ์ของข้าให้แก่เ้าทั้งหมด พ่อเชื่อว่าภายในหนึ่งปีด้วยมั่นสมองของเ้าสามารถเรียนรู้มันได้ทั้งหมด” หวงหลงยิ้มออกมาเพื่อได้ฟังคำพูดของประมุขหวง
“ท่านพ่อ...ท่านจะสอนอะไรให้แก่ข้าเช่นนั้นรึ” หวงหลงยิ้มกว้าง
“ทักษะที่พ่อจะสอนต่อไปนี้เรียกว่า เคล็ดวิชาัเทวะ ซึ่งเป็หนึ่งในเคล็ดวิชาที่ของสัตว์เทวะที่แท้จริง ไม่ใช่ฉบับดัดแปลง แบบพวกห้าสำนักใหญ่ ดังนั้นพลังของมันจึงใช้ได้เต็มร้อยส่วน ส่วนความรุนแรงจะขึ้นอยู่กับพลังพื้นฐานของเ้า ยิ่งเ้ามีพลังพื้นฐานดีพลังที่ใช้ออกมาจะทวีความรุนแรงไปด้วย แบ่งออกเป็สามส่วน คือ ลมหายใจ กำลังภายนอก และสุดท้ายคือ กำลังภายใน”
“โดยพื้นฐานแรกที่ข้าจะสอนเ้าคือ การกำหนดลมหายใจ ชื่อเคล็ดคือ “ลมหายใจแห่งั”
….
“เคล็ดวิชาลมหายใจแห่งัเช่นนั้นรึ” หวงหลงถามออกไปด้วยความสงสัย
“ถูกต้อง...เคล็ดวิชาที่พ่อจะสอนเ้าเป็หนึ่งในเคล็ดวิชาัเทวะประจำตระกูลหวงของเรา ส่วนรายละเอียดพ่อค่อยอธิบายเ้าสามสี่วันนี้พ่ออยากให้เ้าพักผ่อนและดูแลตัวเองให้หายดีก่อน แล้วพ่อจะเริ่มสั่งสอนเ้า เอาละเ้ากลับไปพักผ่อนได้แล้ว” ประมุขหวงค่อยผลักหวงหลงออกจากห้องของตนอย่างช้า
เมื่อหวงหลงเห็นว่าบิดาไม่มีอะไรจะพูดต่อจึงกลับไปยังห้องพักของตนโดยไม่ทันได้สังเกตว่าฮูหยินหวงแอบฟังอยู่
“ท่านพี่...ท่านทำเช่นนี้จะดีรึ...ข้าไม่อยากห่างจากลูกของเราไปเลย” ฮูหยินหวงค่อยเดินเข้ามาหาประมุขหวง
“น้องหญิง...สักวันอินทรีต้องโบยบินด้วยปีกของตนเอง อีกทั้งหวงหลงยังเป็ความหวังเดียวของพวกเรา...ข้าก็ไม่ต่างจากเ้าถ้าเป็ไปได้ข้าอยากใช้ชีวิตอย่างสงบสุขอยู่ด้วยกันสามคน พ่อแม่ลูก และมองหวงหลงเติบโตด้วยสายตาของข้าเอง...แต่พวกเรามิอาจทำเช่นนั้นได้
เพราะพวกเรายังมีสิ่งที่สำคัญที่ต้องทำอีกมากมาย...แต่ก่อนอื่นน้องหญิงข้ายังมีเื่ที่จะข้อร้องเ้า” ประมุขหวงโอบเอวของฮูหยินหวง
“ท่านไม่ต้องมาอ้อนข้า....พวกเราไม่ใช่หนุ่มสาวแล้วนะ ท่านอยากได้อะไรบอกข้ามา” ฮูหยินหวงเขินอาย
“เื่ที่ข้าอยากจะข้อร้องเ้าก็คือ...” ประมุขหวงมองไปยังฮูหยินหวง
“ท่านคงอยากให้ข้าสอนวรยุทธ์ให้แก่ซิ่วอิงใช่หรือไม่” ฮูหยินหวงแทรกขึ้น
“ไม่ว่าผ่านมานานแค่ไหนเ้าก็งดงามและรู้ใจข้าเช่นเคย” ประมุขหวงสบตาฮูหยินพร้อมกับยิ้มออกมา
“ก็แน่ละซิ...ไม่เช่นนั้นข้าจะเป็ภรรยาของท่านได้รึ” ฮูหยินหัวเราะก่อนจะหนีจากอ้อมกอดจากประมุขหวง เพื่อไปตามซิ่วอิงมาเข้าพบ
.....
สามสี่วันต่อมาประมุขหวงได้นำหวงหลงเข้าไปในป่าลึกโดยให้หวงหลงแต่งกายมิดชิดเพื่อเข้ารับการฝึกฝนเคล็ดวิชาแรก ประมุขหวงนำทางหวงหลงจนไปหยุดอยู่หน้าน้ำตกขนาดใหญ่สูงเสียดฟ้า
“ท่านพ่อ...ท่านพาข้ามายังน้ำตกธาร์ หรือว่าท่านจะให้ข้าปีนไปบนยอดน้ำตก” หวงหลงมองไปยังจุดยอดของน้ำตกที่สูงเสียดฟ้า สาเหตุที่น้ำตกได้ชื่อว่าธาร์ ว่ากันว่าจุดยอดของมันเป็ที่ตั้งของ์จึงได้ชื่อมาเช่นนี้
“ข้าก็อยากจะทำเช่นนั้น...แต่ตอนนี้ร่างกายของเ้ายังไม่แข็งแกร่งพอที่จะขึ้นไปบนยอดของมัน” ประมุขหวงกล่าวด้วยน้ำเสียงสบายๆ แต่หวงหลงกลับกลืนน้ำลายอย่างไม่รู้ตัว
“เอาละ....พ่อจะสอนเคล็ดวิชา ลมหายใจแห่งั ให้เ้าขอให้เ้าจงตั้งใจฟังมันให้ดี...เคล็ดวิชาลมหายใจแห่งัเป็เคล็ดวิชากำหนดลมหายใจ....หนึ่งในสามเคล็ดวิชาัเทวะ เป็เคล็ดวิชาแรกที่จะต้องฝึกก่อนจะไปฝึกเคล็ดวิชาในลำดับถัดไป ว่ากันว่าเป็เคล็ดวิชาที่ศึกษามาจากจักรพรรดิั
จักรพรรดิัถือเป็สัตว์เทวะเผ่าัที่ปกครองมังการทั้งปวง มีพลังในการทำลายล้างที่สูงั้แ่กำเนิด แต่นอกจากพลังแล้วยังมีสิ่งที่เหนือกว่าัตัวอื่นคือสติปัญญาอันโดดเด่น ว่ากันว่าจักรพรรดิัสามารถควบคุมพลังอันมหาศาล โดยใช้การกำหนดลมหายใจ เพื่อไม่ให้ใช้พลังงานและปราณมากเกินไป ดังนั้น ลมหายใจแห่งัคือการควบคุมการใช้พลังของตนให้มั่นคงนั่นเอง ” ประมุขเอามือไขว่หลังดั่งผู้มีความรู้
“ท่านพ่อแต่ตลอดชีวิตของข้า...ไม่มีพลังปราณ แล้วข้าจะฝึกได้รึ” หวงหลงทำหน้าสงสัย
“ฮ่าๆ...ไม่หรอก วิชาลมหายใจแห่งั ไม่จำเป็ต้องใช้กับพลังปราณเพียงอย่างเดียว แม้แต่กำลังภายนอกก็สามารถทำได้ ตัวอย่างเช่น...” ประมุขหวงเดินไปยังต้นไม้ใกล้ๆก่อนจะต่อยออกไปทำให้ต้นไม้หักโค่นอย่างรวดเร็ว และค่อยย้ายไปยังต้นไม้ที่สองก่อนจะใช้นิ้วดีดก็สามารถหักโค่นต้นไม้ได้
สร้างความตื่นใให้แก่หวงหลงเป็อยากมากเพราะประมุขไม่ได้ใช้พลังปราณแต่อย่างใดใช้แต่กำลังกายของตนพียงเท่านั้น
“เ้าเห็นรึยัง ตนแรกข้าต่อยออกไปด้วยแรงเต็มที่ ต้นไม้มันหักโค่นก็จริงแต่พ่อจะต้องสูญเสียแรงที่ไม่จำเป็ไปอย่างมายมาย แต่กลับกันในต้นที่สองพ่อกับทำเพียงแค่ดีดออกไปก็สามารถหักโค่นมันได้ด้วยแรงที่ใช้ออกไปเพียงน้อยนิด เ้าคิดว่าอะไรคือหัวใจสำคัญของเคล็ดวิชานี้” ประมุขหวงมองไปยังหวงหลง
“อืมม...หัวใจสำคัญของ ลมหายใจแห่งัคือ การควบคุมสมาธิใช่หรือไม่” หวงหลงตอบ
“ถูกต้อง...” ประมุขหวงยิ้ม
“เอาละ...การฝึกขั้นแรก พ่อจะให้เ้านั่งสมาธิกำหนดลมหายใจ พร้อมกับเปิดประสาทััของเ้าให้แจ่มชัดรวบรวมสมาธิให้กลายเป็หนึ่งเดียวกัน...ในขั้นแรกเ้าจะผ่านได้ก็ต่อเมื่อเ้าสามารถโค่นต้นไม้ขนาดกลางด้วยการต่อยเพียงหมัดเดียว” ประมุขหวงยิ้ม
“ท่านพ่อข้ายังไม่ได้เป็ผู้ฝึกพลังยุทธ์...การโค่นต้นไม้ด้วยการการต่อยเพียงครั้งเดียวโดยใช้แต่กำลังใครจะไปทำได้นอกจากท่านและผู้ฝึกยุทธ์ระดับสูง” หวงหลงประท้วงขึ้น
เมื่อประมุขหวงได้ยินเช่นนั้นก็เดินเข้าไปจับบ่าของหวงหลงก่อนจะกระซิบ “พ่อนะ...ทำเช่นนี้ได้ั้แ่อายุน้อยกว่าลูก ก่อนที่พ่อจะรู้จักการฝึกพลังยุทธ์ด้วยซ้ำไป” ประมุขหวงหัวเราะก่อนจะหันหน้าเดินกลับไปยังหมู่บ้านหวง
“อ่อ...ตั้งใจฝึกเข้านะ แล้วอย่ากลับมืดค่ำนักละ ไม่เช่นนั้นแม่ของเ้าคงไม่ยอมให้พ่อกินข้าวเย็นแน่เลย หากยังไม่เห็นเ้ากลับจวน” ประมุขหวงโบกมือลาก่อนจะหายไปในทันที
…..
“เฮ้อ....ท่านพ่อนะท่านพ่อ ข้าไม่ใช่สัตว์ประหลาดเช่นท่านที่จะทำแบบนั้นได้สักหน่อย...แต่ก็เอาเถอะ ข้าจะไม่ยอมแพ้เป็อันขาด” หวงหลงหาที่นั่งที่สบายก่อนจะค่อยๆนั่งลงเพื่อทำสมาธิต่อไป
....
ระหว่างทางกลับหมู่บ้านหวงได้มีชายชราคนหนึ่งมาขว้างประมุขหวงไว้
“ผู้าุโหนึ่งท่านเองรึ” ประมุขหวงเอ่ยขึ้น
“ขอรับ...นายท่าน” าุโหนึ่งยกมือขึ้นประสาน
“งานที่ข้าให้ทำเป็อย่างไรบ้าง...”
“ตามที่นายท่านสั่งไว้...ข้าได้จัดการแจ้งท่านาุโอื่นให้ทำตามเรียบร้อยแล้วขอรับ ” าุโหนึ่งกล่าว
“ดีๆ เพราะหลังจากนี้หนึ่งปีข้าจะต้องบุตรชายของข้าออกไปยังโลกภายนอก การเตรียมการจึงเป็สิ่งสำคัญอย่างยิ่ง แล้วเื่ของเผ่ามารที่ท่านไปสืบมาได้ข่าวยังไงบ้าง”
“ตอนนี้เผ่ามารเริ่มทำการเคลื่อนไหวแล้วแล้วขอรับ เนื่องจากข่าวเกี่ยวกับผนึกวิเศษไป๋อิง ทำให้พวกมันเริ่มทำการโจมตีเข้ามาเพื่อหวังทำลายผนึกที่ป้องกันแผ่นดินหลิงไว้
ส่วนอีกลุ่มที่ติดในแผ่นดินหลิงได้เริ่มทำการตามร่องรอยของต้นผนึกอย่างซิ่วอิงแล้วขอรับ จากการคาดการณ์ของข้าพวกมันคงค้นพบทางเข้ามายังหมู่บ้านหวงในไม่ช้า แต่ทางเราได้จัดเตรียมค่ายกลักลืนโลหิตเสร็จแล้วเช่นกัน” ผู้าุโหนึ่งอธิบายทุกอย่างอย่างละเอียด
“ดีๆ ผู้าุโหนึ่งงานที่ข้าสั่งไปต้องทำให้พวกท่านต้องเหนื่อย ข้าขอขอบคุณพวกท่านจริงๆ” ประมุขหวงยกมือประสานแต่าุโเอามือมาห้ามไว้
“นายท่าน ท่านอย่าได้ทำเช่นนี้ พวกเราผู้าุโยินดีพลีกายถวายชีวิตเพื่อตระกูลหวง เพราะมีตระกูลหวงจึงได้มีพวกเรา” ผู้าุโหนึ่งยิ้ม
“นายท่านแต่ข้ามีเื่กังวลอยู่เื่หนึ่ง” ผู้าุโหนึ่งทำสีหน้าเคร่งเครียด
“เื่อะไรเช่นนั้นรึ” ประมุขหวงถาม
“ตอนนี้แผ่นดินหลิง...ไม่เหมือนเมื่อก่อน ผู้คนบางกลุ่มทำตัวไม่ต่างกับสวะชั้นต่ำเข้าสวามิภักดิ์กับเผ่ามาร แม้จะมีสำนักทั้งห้าอยู่แต่ก็มิอาจกำราบผู้คนเหล่านี้ได้สิ้นซาก อีกทั้งสำนักทั้งห้ายังมีผู้คนที่เป็สวะชั้นต่ำแฝงตัวอีกด้วย การปล่อยคุณชายกับซิ่วอิงไปเผชิญกับผู้คนเ่าั้ข้าเกรงว่า...” ผู้าุโหนึ่งก้มหน้า
“อย่าได้กังวล...ข้าเชื่อว่าหวงหลงและซิ่วอิงจะสามารถก้าวผ่านมันไปได้ เพราะสักวันหนึ่งหวงหลงจะต้องขึ้นมาเป็ประมุขต่อจากข้า ประสบการณ์จึงเป็สิ่งสำคัญ” ประมุขหวงตบบ่าผู้าุโหนึ่งก่อนเดินจากไป…..