Fall in love รูมเมทเป็นผู้ชายเนี่ยนะ!?

    ตอนที่ 2 ผู้ชาย

    Fall in love : 02

    ผู้ชาย



    "มะ...ไม่จริงน่า..."หญิงสาวพูดออกมาพร้อมกับชะงัก๻๠ใ๽ทันที เมื่อพบว่ารูมเมทของเธอเป็๲ผู้ชาย



    "เอ่อ...เธอเป็๞อะไรรึปล่าว!?"ชายหนุ่มเอ่ยถามพร้อมกับเดินเข้าหาเธออย่างช้าๆ



    "อยะ...อย่าเข้ามานะ!"ญารินพูดห้ามเสียงสั่นออกมาเล็กน้อย ดวงตาเริ่มมันวาวเนื่องจากถูกเคลือบไปด้วยน้ำตา ชายหนุ่มคนนั้นถึงกับชะงักฝีเท้าหยุดนิ่งทันที



    "ดะ...เดี๋ยวนะ!? เธอร้องไห้ทำไม!?"เขาเอ่ยถามออกมาอีกครั้งด้วยสีหน้า๻๷ใ๯ หญิงสาวถอยหลังหนีจนติดประตูแล้วยกมือขึ้นกุมศีรษะทันที ร่างกายค่อยๆซุดนั่งลงอย่างอัตโนมัติ



    "บ้าไปแล้วแน่ๆ! ทำไมคุณแม่ถึงไม่บอกฉันก่อนว่ารูมเมทเป็๲ผู้ชาย..."หญิงสาวก้มหน้าโดยนั่งชันเข่าใช้ศอกเท้าบนหัวเข่าตนเอง แล้วพูดออกมาเบาๆ ดวงตากะพริบถี่ๆพยายามกลั้นน้ำตาไว้ เธอหายใจเข้าออกอย่างช้าๆเพื่อควบคุมสติตนเอง



    "!!!"ชายหนุ่มสะดุ้ง๻๷ใ๯เล็กน้อยเมื่อจู่ๆญารินเงยมองเขาด้วยสายตาที่ดูค่อนข้างน่ากลัว "อะ...อะไร!?"



    เขาเอ่ยถามด้วยท่าทางเลิ่กลั่กทันที แต่ญารินกลับไม่พูดอะไรออกมาแล้วหยิบโทรศัพท์กดเบอร์โทรหาใครบางคน



    :ว่าไงจ๊ะญาริน?:



    "ทำไมคุณแม่ถึงไม่บอกหนูคะว่ารูมเมทของหนูเป็๲ผู้ชาย!?"หญิงสาวเอ่ยถามด้วยสีหน้าที่ดูไม่ดีมากนัก



    :ฮ่าๆ ถ้าบอกหนูก็ขอที่อยู่ใหม่สิ:



    "แต่คุณแม่ก็รู้นี่คะว่าหนูไม่ชอบผู้ชาย! มันไว้ใจไม่ได้!!"เมื่อเธอพูดแบบนั้น ชายหนุ่มที่ได้ยินถึงกับทำหน้าเจื่อนออกมา



    :นี่ก็เป็๞อีกวิธีนึงที่จะทำให้หนูหายจากอาการแบบนี้ได้นะ หนูต้องเผชิญหน้ากับมันนะ:



    "ไม่ค่ะ! หนูขอเปลี่ยน--/ติ๊ด"ยังไม่ทันที่ญารินจะพูดจบประโยค คนปลายสายกดวางสายไปทันที หญิงสาวได้แต่นั่งมองโทรศัพท์ของตนเองด้วยความรู้สึกกระวนกระวายใจ



    "ฉันไม่รู้หรอกนะว่าเธอเคยเจออะไรเลวร้ายมา...แต่อย่ามาเหมารวมว่าผู้ชายทุกคนมันไว้ใจไม่ได้"ชายหนุ่มพูดกับญารินด้วยสีหน้านิ่งเฉยและจริงจัง "ลองหัดไว้ใจคนอื่นสักนิดก็ดี โดยเฉพาะรูมเมทของตัวเองอ่ะ"



    เขาพูดบอกอีกครั้ง หญิงสาวมองนิ่งๆแต่ยังคงมีความรู้สึกกลัวอยู่เล็กน้อย ก่อนที่เธอจะค่อยๆลุกขึ้นยืนแล้วหยิบกระเป๋าเสื้อผ้าของตนเองขึ้นมา



    "ห้องของเธออยู่ทางขวา ไปเก็บของซะ"เขาพูดสั่งแล้วเดินหนีไปทันที หญิงสาวมองตามแผ่นหลังหนาด้วยสีหน้านิ่งเฉยไม่ได้พูดอะไรออกมา



    เธอค่อยๆเดินเข้าไปแล้วเดินไปที่ห้องของตนเอง เมื่อเข้ามาพบว่าทุกอย่างถูกจัดอย่างเป็๲ระเบียบและถูกทำความสะอาดจนเสร็จหมดเรียบร้อยแล้ว



    เด็กสาวนำเสื้อผ้าของตนเองออกมาแล้วจัดเข้าตู้เสื้อผ้า ของใช้ส่วนตัวอื่นๆของเธอนำไปจัดเก็บอย่างเป็๞ระเบียบ เมื่อทุกอย่างเสร็จเรียบร้อยแล้วเธอจึงเดินออกไป



    "นาย...นายชื่ออะไร?"หญิงสาวเดินออกมาแล้วเอ่ยถามชายหนุ่มที่ยืนทำอาหารอยู่ในห้องครัว



    "อะตอม"เขาตอบ เธอถึงกับขมวดคิ้วมุ่นทันทีเนื่องจากรู้สึกคุ้นกับชื่อนี้เหมือนเคยได้ยินมาจากที่ไหน และใบหน้าของเขาดูคุ้นตาอย่างมาก "แล้วจะให้ฉันเรียกเธอว่ายังไง?"



    "เอ่อ...ฉันชื่อญาริน หรือจะเรียก ริน เฉยๆก็ได้"เธอตอบ ชายหนุ่มถึงกับหันขวับมองทันที



    "อ๋อ...เธอนี่เอง"เขาพูดออกมา นั่นจึงทำให้หญิงสาวยิ่งขมวดคิ้วเป็๞ปม "จำฉันไม่ได้หรอ เราเคยเห็นกันผ่านที่สถานีตำรวจเมื่อ 3-4 ปีก่อนมั้ง"



    "นาย...คนที่โดนขโมยกระเป๋าน่ะหรอ?เธอถามกลับ ชายหนุ่มพยักหน้าเป็๲การให้คำตอบ



    "มานั่งนี่มา ฉันทำอาหารเที่ยงให้แล้ว"เขาพูดสั่ง ญารินค่อยๆก้าวฝีเท้าเดินเข้าไปนั่งที่โต๊ะภายในห้องครัวเล็กๆ



    "ทำไมถึงทำให้ขนาดนี้?"เธอเอ่ยถามด้วยความรู้สึกแปลกใจเล็กน้อย



    "ต้อนรับรูมเมทคนแรกไง"เขาตอบ "แต่ห้องนอนของเธอฉันไม่ใช่คนจัดนะ พนักงานที่เขามีหน้าที่ทำความสะอาดเข้ามาจัดให้"



    "อ๋อ...อืม...ขอบใจนายด้วยนะ สำหรับอาหาร"เธอตอบกลับ



    "แล้วทำไมเธอถึงย้ายมาอยู่ที่นี่ล่ะ?"ชายหนุ่มเอ่ยถามกลับ



    "คุณแม่เขาคิดกันว่า...เด็กที่อายุเกิน 18 แล้วควรจะได้ออกมาใช้ชีวิตอยู่กับโลกภายนอกด้วยตัวเองน่ะ เขาเลยหาที่พักให้ฉันแล้วก็ให้ฉันหางานทำเอง"เธอตอบ "แต่ถ้าออกมาแล้วไม่รอดจริงๆก็สามารถกลับไปได้"



    "แล้วนี่เธออายุเท่าไหร่แล้วอ่ะ?"เขาถามกลับอีกครั้ง โดยที่ทั้งสองนั่งทานอาหารด้วยกันอยู่



    "20"เธอตอบ ชายหนุ่มหนุ่มตรงหน้าถึงกับชะงักไปนิด



    "สะ...แสดงว่าเธอเรียนอยู่ปี 2!?"เขาพูดเชิงคำถามออกมา ญารินถึงพยักหน้ารับ "เรา...เราอายุเท่ากัน"




    "หวังว่าฉันจะไม่ได้อยู่มหาลัยเดียวกับนาย"หญิงสาวพูดออกมาเบาๆ



    "แหม! คิดว่าฉันอยากอยู่มหาลัยเดียวกับเธอรึไง!? คนอะไรเข้ามาเจอหน้ากันไม่ถึงสองวิหยิบโทรศัพท์โทรฟ้องแม่ แล้วยังจะมาบอกว่าไม่น่าไว้ใจ"ชายหนุ่มตอบกลับเชิงประชดประชัน หญิงสาวมองแล้วเบะปากใส่ทันที



    "ความจริง...ฉันมีปัญหานิดหน่อยน่ะ เมื่อตอนที่ฉันยังอายุ 16...จากนั้นฉันก็ไม่ไว้ใจผู้ชายอีกเลย พอเริ่มโตขึ้นเรื่อยๆฉันก็เริ่มกลัวผู้ชายมากขึ้นเรื่อยๆ..."ญารินพูดบอกสาเหตุของตนเอง อะตอมถึงกับชะงักมองนิ่ง



    "เพราะอย่างนี้หรอตอนนั้นเธอถึงได้ไปอยู่ที่สถานีตำรวจ แล้วก็โดนส่งไปบำบัดจิต?"เขาเอ่ยถามอีกครั้ง



    "ใช่...แต่อย่างน้อย...ไปบำบัดจิตยังมีความสุขกว่าการได้อยู่ที่สถานเลี้ยงเด็ก"เธอตอบแล้วพูดบอกอีก "อ้อ...แล้วก็บวกกับตอนอยู่ที่สถานเลี้ยงเด็กกำพร้า...ฉันโดนพวกเพื่อนผู้ชายล้อด้วย แล้วก็รังแกฉัน แกล้งฉันต่างๆนาๆใส่ร้ายนู่นนี่ให้คนอื่นเข้าใจผิด"



    "เกิดจากสภาพแวดล้อมด้วยสินะ..."เขาพูดออกมาเบาๆ



    "แต่พวกเขาได้ออกมาจากบ้านเด็กกำพร้าก่อนเพราะที่นั่นเขาจะให้ผู้ชายออกมาก่อน"เธอพูดบอกอีกครั้ง "ฉันมาเรียนที่มหาลัยนี้วันแรก ย้ายมาเพราะที่เก่า...ฉันมีปัญหานิดหน่อย...แต่ก็หวังว่าจะไม่เจอกับพวกผู้ชายนั่นที่นี่นะ..."



    "ฉันว่าไม่น่าเจอหรอก"ชายหนุ่มตอบกลับด้วยสีหน้าจริงจัง ญารินจึงเงยมองนิ่งๆ...



    "นายจะไม่รู้สึกอึดอัดใช่ไหมที่จู่ๆก็มีคนมาอยู่ห้องพักเดียวกับนาย?"ญารินถามออกมาบ้าง



    "ไม่หรอก ฉันรอมาตั้งนานละ เพราะจะได้มีคนช่วยหารค่าห้องกับค่าอาหารการกินภายในห้องด้วย"เขาตอบ



    "เดี๋ยวนะ...ฉันนึกว่านายรวยมากเลยนะ! ไม่คิดว่านายจะเช่าห้องอยู่ด้วยซ้ำ แล้วนี่ยังจะหาคนช่วยหารค่าห้องด้วยเนี่ยนะ!?"เธอถามกลับ



    "ฉันไม่อยากพึ่งเงินพ่อกับแม่มากไง ถึงเราจะรวยแต่ก็ไม่ได้รวยมากขนาดนั้น!"เขาตอบกลับ ปากเล็กของหญิงสาวงุ้มงอลงพร้อมกับพยักหน้ารับ



    "จ้าา!"เธอตอบกลับแล้วทานข้าวต่อ



    "เธอไม่รู้สึกกลัวฉันแล้วหรอ?"ชายหนุ่มเอ่ยถามด้วยสีหน้าแปลกใจเล็กน้อย



    "อืม...มั้ง อย่างน้อยนายก็ดูน่าไว้ใจกว่าคนอื่นๆ คุยด้วยแล้วสบายใจดี"เธอตอบ



    "แต่ฉันก็เป็๲ผู้ชายนะ เธอไม่ควรไว้ใจใครง่ายๆ"เขาพูดบอกด้วยสีหน้าจริงจัง



    "หมะ...หมายความว่ายังไง? นี่นายจะบอกฉันว่านายก็ไม่น่าไว้ใจหรอ?"หญิงสาวถามกลับด้วยสีหน้างุนงง



    "เปล่า แค่จะบอกเธอว่าอย่าไว้ใจใครง่ายๆอีก"เขาตอบ "เธอคิดว่ามันสมควรแล้วรึไงที่มาอยู่ร่วมห้องกับผู้ชาย แต่ฉันคิดว่าเธอน่าจะเซ้นส์ดีด้วยแหละ เพราะเธอเองก็ค่อนข้างจะกลัวผู้ชาย"



    "..."



    "แต่ก็อย่างว่านั่นแหละ ฉันก็ผู้ชายคนนึง ไม่ต้องไว้ใจฉันมากนัก เกิดวันนึงฉันดื่มเหล้ามาเมาๆแล้วขาดสติเผลอไปทำอะไรไม่ดีกับเธอขึ้นมา...ไม่ใช่แค่ฉันที่จะรู้สึกผิด แต่จะเป็๲เธอมากกว่าที่เสียใจมาก เพราะเธอเชื่อใจและไว้ใจฉันมากเกินไป"



    "หมายความว่า...ถ้าฉันยิ่งไว้ใจใครมากๆก็จะยิ่งรู้สึกเจ็บจากคนๆนั้นมากที่สุดกว่าคนอื่นๆ...ใช่ไหม?"ญารินถามกลับ



    "เอ่อ...ไม่รู้สิ งั้นเอาใหม่ฉันจะสรุปสั้นๆให้ฟังเพราะฉันงงกับรูปประโยคของเธอ"



    "..."



    "สมมุตินะ...สมมุติโดยใช้ตัวฉันกับเธอ ยิ่งเธอไว้ใจฉันมากเท่าไหร่...ความรู้สึกเ๽็๤ป๥๪และความผิดหวังที่เธอมี...มันจะมาจากฉันมากที่สุด ไม่มีใครน่ากลัวไปยิ่งกว่าคนที่ตัวเองไว้ใจและสนิทมากที่สุด"อะตอมพูดเชิงคำสอนออกมา



    "ฉันว่ารูปประโยคของฉันมันเข้าใจง่ายกว่าของนายนะ...แต่...ถ้างั้นฉันก็ไม่ควรไว้ใจนายสินะ"หญิงสาวพูดออกมาด้วยสีหน้านิ่งเฉย ทำเอาอะตอมชะงักไปนิด เนื่องจากไม่รู้จะตอบอย่างไรดี



    "เอ่อ..."