“ เห้ะ? จริงดิ ”
ณ เมืองอลันสกา บริเวณใจกลางเมือง
บริเวณใจกลางเมืองอลันสกานั้นหนาแน่นไปด้วยผู้คนเป็จำนวนมาก ส่วนมากจะมีแต่พวกพ่อค้าและนักเดินทาง ที่เข้ามาแลกเปลี่ยนสินค้า หรือก็คือ ที่นี้คือย่านการค้าหลักของเมืองอลันสกา นี้เอง เมืองอลันสกาได้แบ่งโซนการปกครองออกเป็ 4 ส่วนด้วยกัน ทางด้านทิศตะวันออกของเมือง คือโซนที่พักสามัญชนทั่วไป ส่วนทางด้านทิศใต้ของเมือง คือ โซนอุตสาหกรรม ที่นั้นเต็มไปด้วยโรงตีเหล็ก โรงงานกักเก็บทรัพยากรธรรมชาติต่างๆ โรงงานเตาหลอม และ โรงงานผลิตอาวุธขนาดใหญ่ ส่วนทางด้านทิศตะวันตกของเมือง คือ โซนที่อยู่อาศัยของชนชั้นสูง ขุนนาง และ ส่วนทางด้านทิศเหนือของเมือง คือ โซนการค้า และเป็โซนที่ใหญ่ที่สุดของเมืองอลันสกามีพื้นที่ครอบคลุมไปถึงใจกลางเมือง สำหรับนักเดินทางและนักผจญภัย เมืองนี้ถือเป็แหล่งขุมทรัพย์ขนาดใหญ่และยังเป็เส้นทาง สู่ดินแดนศักดิ์สิทธิ์อีกด้วย
เวลา 12.00 น.
ซายะ และ เซล่า ที่อยู่ในย่านการค้าของเมืองอลันสกา กำลังเดินชื้อของที่จำเป็สำหรับพวกเขาอยู่นั้นเอง
“ วันนี้คนเยอะชะมัดยาก ”
ซายะบ่นพึมพำในท่ามกลางฝูงชน
“ ............. ”
เซล่าเดินด้วยสีหน้าเบื่อหน่าย เนื่องจากต้องอยู่ในบริเวณที่มีผู้คนจำนวนมากและเสียงดังจากการต่อรองราคาของพ่อค้านั้นเอง
“ เมื่อไหร่......จะได้......ออกจาก.....ที่นี้......ชะที.....ซายะ ”
เซล่าจับกระชายเสื้อก่อนที่ซายะจะหันมามอง
“ สักพักใหญ่เลยละ อีกอย่างพวกเราก็ต้องไปที่โรงตีเหล็ก ”
พอสิ้นเสียงซายะ เซล่าก็กลับหลังหัน ก็ที่จะเดินออกจากซายะไปแบบเนียนๆ
พลั๊บบ!!
เสียงมือของซายะที่จับบนบ่าไหล่ของเซล่า
“ จะไปไหนงั้นเหรอ.... ”
ซายะปล่อยรังสีอำมะหิตจนเซล่าใจนไม่กล้าพูดตอบหรือโต้ตอบแต่อย่างไร หลังจากนั้น ซายะก็ลากเซล่าไปตลอดทางเดิน
“ ไม่..น่าาาา!!! ”
30 นาทีผ่านไป
ซายะและเซล่าก็ได้เดินมาถึง เขตอุตสาหกรรมของเมืองอลันสกา พอมองไปรอบๆ ในบริเวณนั้นเต็มไปด้วยโรงงานต่างๆและท่อส่งเต็มไปหมด แทบไม่น่าเชื่อในสายตาของซายะ ว่าที่นี้คืออีกโลกหนึ่ง
“ รีบไปกันเถอะ ”
ซายะรีบเดินเข้าไปอย่างรีบร้อน เซล่าก็ไม่ได้พูดอะไรเลยแม้แต่น้อย เพียงแต่คอยๆเดินตามหลังของซายะและมองบริเวณรอบๆทั้ง 2 ข้างทาง ซายะเองก็เอาแต่มองไปข้างหน้าและเดินไปอย่างรีบร้อน จากนั้น ก็เดินไปตามตรอกเล็กๆจนกระทั่ง เจอร้านตีเหล็กในบริเวณตรอกที่คาดว่า ไม่น่าจะมีคนผ่านไปมา หรือ คนเข้าไปใช้บริการเลยแม้แต่น้อย ซายะก็รีรอ ได้เดินเข้าไปในร้านนั้นทันที
“ ยินดีต้อนรับ มีอะไรให้รับใช้ครับ ”
ชายวัยกลางคนเ้าของร้านกล่าวทัก
“ เ้าของร้าน รบกวนช่วยดูดาบเล่มนี้ให้หน่อย ”
ซายะได้เอาดาบคาตานะที่ตัวเองพกติดตัวมาตลอด มาวางไว้บนโต๊ะรับรองของร้าน
“ หืม? ”
ชายวัยกลางคนได้รีบมาดู จากนั้น ก็ค่อยๆลูบฝักดาบทีละน้อย ก่อนที่จะดึงดาบคาตานะ ออกจากฝักดาบอย่างช้าๆ ในระหว่างที่ดึง ชายวัยกลางคนได้ดูและสังเกตใบมีดและลายดาบ จากนั้นชายวัยกลางคนได้ลองยกดาบขึ้นและแกว่งดาบเล็กน้อย
“ เป็ดาบที่ค่อนข้างแปลกดี ใบมีดของดาบทำมาจากเหล็กที่มีคุณสมบัติต้านทานการกัดกร่อนของสนิมและมีความทนทานเป็อย่างมาก อีกอย่าง ดาบเล่มนี้ทำมาจากเหล็กที่ค่อนข้างจะพิเศษมากชะด้วย ลวดลายของดาบแน่นอนว่า สวยงามอย่างไร้ที่ติเลยทีเดียว และนี้คือ ข้อมูลและการวินิจฉัยเบื้องต้นของข้า แล้วเื่ที่จะให้ข้าทำละ ”
ชายวัยกลางคนได้บอกข้อมูลที่เขาตรวจสอบทั้งหมดให้แก่ซายะฟังก่อนที่จะเก็บดาบคาตานะเข้าฝักเหมือนเดิม
“ ช่วยสร้างดาบที่มีคุณสมบัติใกล้เคียงกับดาบคาตานะที่เอาให้ดูเมื่อกี้ ได้รึป่าวค่ะ ”
พอสิ้นเสียงของซายะ ชายวัยกลางคนได้เปิดเผยรอยยิ้มที่ค่อนข้างตื่นเต้น
“ ได้สิ !!! เื่นี้ปล่อยให้ข้าจัดการเถอะ อีก 3 ชั่วโมงหลังจากนี้ค่อยมาเอา ”
“ ถ้างั้น อีก 3 ชั่วโมงครั้งหน้า พวกหนูจะมารับเอาดาบนะค่ะ ”
ซายะได้เก็บดาบคาตานะ แล้วเอาคาดไว้ที่เอวเหมือนเช่นเคย ก่อนที่จะเดินออกจากร้านตีเหล็กไปใน่ที่ชายวัยกลางคนได้รีบหาวัตถุดิบและอุปกรณ์ในการตีดาบเล่มใหม่อย่างรีบร้อน
หลังจากที่ซายะและเซล่าได้เดินออกมาจากร้านตีเหล็ก ซายะได้ตัดสินใจที่จะเดินกลับบ้านของรินที่ตั้งอยู่ตรงเนินเขาทางทิศตะวันออกเฉียงใต้ของเมืองอลันสกา ในระหว่างที่รอช่างตีเหล็กสร้างดาบเล่มหนึ่งเสร็จรวมทั้งความเป็ห่วงของซายะที่มีต่อเลโอที่ยังไม่ได้สตินั้นเอง
“ ได้กลับ........ชะที ”
เซล่าทำสีหน้าอิดโอย หลังจากเดินออกประตูเมืองทิศใต้
“ รอบหน้า.....ฉันไม่มา....อีกแล้วนะ....ซายะ ”
ซายะแสดงสีหน้าถอนหายใจหลังจากฟังคำพูดของเซล่า
“ ช่วยไม่ได้ ถ้างั้น เดี๋ยวฉันคนเดียวก็ได้ ”
สักพัก ซายะกับเซล่าก็ได้เดินมาถึงบ้านของริน
“ กลับมาแล้ว ”
หลังจากที่ซายะเปิดประตูเข้าไปกลับพบว่า เลโอที่ยังไม่ได้สติมาถึง 3 วัน กับ มาอยู่ตรงหน้าเธอในสภาพที่เลโอกำลังขึ้นคร่อมรินนั้นเอง