หลี่เยว่เดินตามนางข้าหลวงหมี่เข้าไปด้านในพื้นที่หวงห้ามของตำหนักฝึกสอน
ประตูไม้บานใหญ่ค่อยๆเปิดออก...ภายในห้องกว้างเงียบสงบ โคมไฟแขวนให้แสงสลัว กลิ่นกำยานหอมรัญจวนชวนลุ่มหลงแตะัับนฝาผนังแขวนรูปภาพของบุรุษและสตรีแนบชิดคลอเคลียกันในท่วงท่าพิลึกพิลั่น
ข้าหลวงหมี่เดินไปนั่งบนเก้าอี้ที่วางอยู่กลางห้อง
หลี่เยว่ ยืนตัวตรงมือวางซ้อนบนหน้าตัก ดวงตาก้มต่ำตามที่ถูกสอนมา ข้าหลวงหมี่หมุนตัวกลับมาสายตาคมกริบจับจ้องหลี่เยว่ั้แ่ศีรษะจรดปลายเท้า
“ั้แ่วินาทีที่เ้าก้าวเข้ามาที่นี่เ้าก็ไม่ใช่เด็กสาวอีกแล้ว เ้าจะต้องกลายเป็สตรีที่รอบรู้เื่ของบุรุษ”
นางข้าหลวงหยุดคำพูดเล็กน้อยก่อนจะเอ่ยต่อ
“สิ่งแรกที่เ้าต้องเรียนรู้คือ สถานะ เล่ห์เหลี่ยม แต่สิ่งเ่าั้ ไม่ใช่อยู่ในหน้าที่ที่ข้าจะต้องสอนให้เ้าเข้าใจนิสัยใจคอและชะตาชีวิตของเ้าจะเป็ตัวกำหนดสิ่งเหล่านี้เอง”
ข้าหลวงหมี่มองเห็นท่าทีประหม่าของหลี่เยว่จึงหยุดคำพูดเล็กน้อยและเอ่ยขึ้นใหม่อีกครั้ง
“เดิมทีแล้วเ้าไม่ใช่สตรีที่โดดเด่นที่สุดในทั้งห้าคนแต่เหตุผลที่ข้าเลือกจะฝึกสอนเ้าด้วยตัวเองเป็เพราะเ้าเข้าใจสิ่งที่สำคัญที่สุด ในวังหลวงแห่งนี้สิ่งที่สำคัญที่สุดคือชีวิตผิดพลาดเพียงครั้งเดียว เ้าสามารถตายได้โดยไม่รู้ตัวกับคนที่มีแต่ความปรารถนาและความหวังนั้น มักจะหลงลืมความกลัวและสุดท้ายจะต้องทิ้งชีวิตไว้ในสถานที่แห่งนี้”
หลี่เยว่เงยหน้าขึ้นเล็กน้อย“น้อมรับคำสั่งสอนเ้าคะ”
เห็นว่าอีกฝ่ายนั้นว่านอนสอนง่ายนางข้าหลวงหมี่ก็หัวเราะออกมาเบาๆ น้ำเสียงของนางนุ่มลงแต่ยังคงแฝงความเ็า
“เ้าต้องจำไว้สิ่งต้องห้ามสำหรับสตรีในวังหลวง คือความรัก เ้าสามารถภักดีต่อฝ่าาได้แต่ห้ามหลงรักเด็ดขาด”
คำพูดเ่าั้ กดทับหัวใจหลี่เยว่จนแน่นนางเผลอกำมือโดยไม่รู้ตัว
ข้าหลวงหมี่ หยุดคำพูดครู่หนึ่งก่อนจะเอ่ยชัดถ้อยชัดคำ “หากวันหนึ่งฝ่าาทรงทอดพระเนตรมายังเ้า...เ้าจะต้องอ่อนโยนให้ฝ่าาพึงพอใจและจะต้องเข้มแข็งพอยามที่เ้าถูกทอดทิ้งเพื่อไม่ให้ตัวเองถูกทำลาย”
หลี่เยว่พยักหน้าเล็กน้อย“แม้แต่ฮองเฮายังต้องปฏิบัติตามวาจาพวกนี้...ข้าเข้าใจถูกหรือไม่เ้าคะ”
ได้ยินเช่นนั้น นางข้าหลวงหมี่จ้องหลี่เยว่ด้วยรอยยิ้ม
“ในเมื่อเ้าเป็คนฉลาดข้าก็ไม่ต้องเสียเวลาพูดให้มากความ”
ข้าหลวงหมี่พูดต่อไป“เมื่อเวลามาถึงเ้าจะถูงส่งตัวไปถวายงาน หากแต่เ้าในยามนี้นอกเสียจากจะถูกลงโทษที่มิอาจปรนนิบัติฝ่าาได้แล้ว โทษทัณฑ์นั้นจะมาถึงตัวข้า ในฐานะผู้ฝึกสอนอีกด้วยฉะนั้นเ้าจะมีเวลาเตรียมตัวอีกสามเดือน อย่าได้ทำให้ข้าผิดหวังละ”
สตรีที่ถูกคัดเลือกเข้าสู่วังหลวงหลายร้อยชีวิตพวกนางจะต้องเรียนรู้กิริยามารยาทและระเบียบของวังหลวง อีกทั้งยังต้องเรียนรู้ด้านดนตรี ศิลปะ บทกวีและการแต่งตัวเพื่อให้เป็ที่สนใจของฝ่าา มิเพียงเท่านั้นยามราตรี พวกนางต้องฝึกฝนการปรนนิบัติอย่างลึกซึ้งถึงขนาดเป็ผู้เชี่ยวชาญ
แต่ด้วยคุณสมบัติอย่างหลังนั้นหากมีมากไปอาจกลายเป็สตรีล่มเมืองที่มอมเหมาฮ่องเต้ให้ลุ่มหลงแต่หากมีน้อยไปจะไม่กลายเป็ที่โปรดปราน พวกนางจึงต้องมีความรู้รอบตัวและสามารถเฉลี่ยนความพึงพอใจให้เหมาะสมตามสถานการณ์อย่างแม่นยำ
หลี่เยว่สูดลมหายใจเข้าลึกนางมาถึงตรงนี้แล้วมีแต่ต้องเดินหน้าต่อไปเท่านั้น
“ข้าควรทำอย่างไรข้าหลวงหมี่โปรดชี้แนะด้วย”
อีกฝ่ายยิ้มเล็กน้อยก่อนจะตอบกลับด้วยน้ำเสียงเรียบ
“ก็แค่ทำให้คนเพียงคนเดียวปลดปล่อยความใคร่ทั้งหมดมาที่เ้าหากทำได้ ลูกนกตัวเล็กอย่างเ้าจะได้สยายปีก”พูดถึงตรงนี้ข้าหลวงหมี่ หรี่สายตาลงแคบ ก่อนจะเอ่ยเื่ที่ทำให้หลี่เยว่ถึงกับหน้าแดง
“เ้าเคยใช้นิ้วสำเร็จความใคร่ให้ตัวเองบ้างหรือไม่??”
ตลอดชีวิตของหลี่เยว่นางไม่เคยทำอย่างที่อีกฝ่ายพูดเลยหลี่เยว่เป็ดรุณีน้อยที่ไม่ประสาเื่ราวเหล่านี้ แต่ทว่านั้นเป็เื่ที่เกิดขึ้นก่อนที่นางจะได้พบกับเซียวเหยาในหัวของนางครุ่นคิดหลายเื่ แน่นอนว่าเื่เซียวเหยามิอาจพูดออกไปได้ หากแต่จะโกหกว่าไม่เคยก็กลัวว่าจะไม่พ้นสายตาของข้าหลวงหมี่หญิงสาวทำได้แต่เพียงก้มหน้าเล็กน้อยและพยักหน้าช้าๆด้วยความเขินอาย
“เงยหน้าขึ้นเธอความใคร่นั้น ไม่ใช่เื่น่าเขินอายแต่อย่างใดสิ่งที่น่าอับอายคือการปลดปล่อยความใคร่กับคนที่ไม่เหมาะสมเท่านั้น เอาเถอะ เพราะการที่เ้าเคยสำเร็จความใคร่ด้วยตัวเองมาแล้วยิ่งสอนได้ง่ายกว่าพวกไม่ประสา”
พูดจบข้าหลวงหมี่ลุกขึ้นจากเก้าอี้นางพาหลี่เยว่ขึ้นมาบนเตียง “ทำตามที่ข้าสั่งอย่าได้มีข้อซักถาม”
จากนั้น ข้าหลวงหมี่จัดท่วงท่าให้หลี่เยว่นอนลงบนเตียง หญิงสาวก็ทำตามอย่างว่าง่ายข้าหลวงหมี่ใช้เรียวนิ้วััไปตามผิวของหลี่เยว่เบาๆทำให้เอาหญิงสาวสั่นสะท้านไปทั้งตัว
หลี่เยว่คิดจะเอ่ยถามแต่ก็นึกได้ว่าอีกฝ่ายกำชับว่าให้ทำตามห้ามซักถามหญิงสาวจึงทำได้เพียงหลับตาและปล่อยร่างกายให้อีกฝ่ายได้ััตามใจนึก ยิ่งััถูกส่วนที่ไวต่อความรู้สึกหลี่เยว่เกร็งตัวตามสัญชาตญาณ มือทั้งสองข้างจิกไปที่เตียงนอน
ข้าหลวงหมี่เห็นท่วงท่าเช่นนั้นนางยิ้มมุมปาก ก่อนจะถอดเสื้อชั้นนอกของหลี่เยว่ออก ไปชนถึงเสื้อผ้าชั้นในเหลือเพียงแค่ตู้โตว่ตัวเล็ก นางมิได้หยุดมือเพียงเท่านี้เครื่องคาดเอวถูกปลดออกเพียงอึดใจเดียว กระโปรงยาวก็ถูกโยนทิ้งลงข้างเตียงหลี่เยว่บิดสองขาเข้าหากันเพื่อปิดบังส่วนลับแต่ก็ถูกแรงของข้าหลวงหมี่ค่อยๆแยกขาให้กางออก นางล้วงมือเข้าไปััและกรีดนิ้วไปตามร่องจันทร์เสี้ยวของหลี่เยว่เบาๆ
ความรู้สึกแผ่ซ่านไปทั่วร่างกายหลี่เยว่สะดุ้งเฮือกก่อนจะร้องถาม “ข้าหลวงหมี่ ตรงนั้นมัน!!!”
อีกฝ่ายตอบกลับด้วยเสียงเรียบจนหลี่เยว่ไม่กล้าพูดสิ่งใดอีก“ไม่ใช่ข้าบอกแล้วหรือว่า อย่าได้ถาม”
ระหว่างพูด นางไม่ได้หยุดมือ กรีดนิ้วไปตามร่องจันทร์เสี้ยวและเขี่ยตรงติ่งกลางร่องเบาๆเรียวนิ้วของข้าหลวงหมี่ราวกับถูกฝึกฝนมาจนชำนาญจังหวะและความเร็วนั้นไล่เป็ระดับทำให้หลี่เยว่มิได้รู้สึกเ็ปแต่กลับเต็มไปด้วยความรู้สึกแปลกประหลาด แต่ถึงอย่างนั้นก็ไม่อาจเทียบได้กับค่ำคืนที่นางใช้ร่วมกับเซียวเหยา อาจเป็เพราะความรู้สึกในค่ำคืนนั้นยังคงอยู่ทำให้การลงมือของข้าหลวงหมี่มิได้ทำให้นางปลดปล่อยความใคร่ออกมาทันทีแต่ถึงอย่างนั้น หากยังทำเช่นนี้ต่อไปละก็ นางคงไม่อาจอดกลั้นได้นาน
ข้าหลวงหมี่ มองประเมินหลี่เยว่นางรู้สึกพึงพอใจที่อีกฝ่ายมิได้สำเร็จความใคร่ออกมาอย่างรวดเร็ว แต่ยังสามารถอดทนอดกลั้นได้ทว่าในที่สุดการถูกปลายนิ้วเขี่ยััไปมาในตำแหน่งที่ไวต่อความรู้สึกหลี่เยว่ก็มิอาจอดทนต่อกำหนัดที่แทรกเข้ามาในทุกอณูร่างกายได้
หญิงสาวค่อยๆยกสะโพกขึ้นสูงร่างกายกระตุกไปตามจังหวะของอารมณ์ เป็ครั้งที่สองแล้วที่หลี่เยว่เหมือนได้ปลดปล่อยสิ่งที่อยู่ในตัวออกมา
ภายในหัวที่เต็มไปด้วยความรู้สึกนึกคิดผ่อนคลายในฉับพลันร่างกายเบาสบาย ไม่นานความสงบก็เข้ามาแทนความเหนื่อยล้า
“จุดสุดยอดที่เ้าได้ััไปคงไม่เหมือนที่ทำด้วยตัวเองสินะ จดจำััและสิ่งที่ข้ากระทำเอาไว้ได้ดี”ข้าหลวงหมี่พูดด้วยน้ำเสียงเรียบ ก่อนจะนำผ้ามาเช็ดที่ปลายนิ้วของตัว
นางยังคงพูดต่อไป “ไม่ต้องห่วง ข้าเพียงลูบััอยู่ด้านนอกมิได้ล่วงล้ำเข้าไปจนทำให้เ้าเสียพรหมจรรย์แต่อย่างใดแต่ถึงจะมีเื่ผิดพลาดระหว่างการฝึก หากมิใช่อวัยวะของบุรุษ เป็เพียงแค่เรียวนิ้วเ้ายังสามารถแช่น้ำสมุนไพรให้กลีบจันทร์เสี้ยวของเ้าปิดกระชับได้เหมือนเดิมอีกด้วย”
หลี่เยว่พักฟื้นจนกำลังกลับมานางลุกขึ้นนั่ง และโค้งคำนับ “ขอบคุณข้าหลวงหมี่ที่เมตตาสั่งสอน”
อีกฝ่ายพยักหน้าเบาๆ “วันนี้ก็พอแค่นี้ก่อนวันพรุ่ง ข้าจะเริ่มฝึกเ้าในขั้นต่อไป”