ตอนที่ 19 เปิดเผย (2)
สวี่เฉิงอวี๋กลัวว่าท่านย่าของนางจะพูดอะไรไม่น่าฟังออกมาแล้วท่านแม่จะไม่สบายใจ จึงตัดบทพูดขึ้นเสียก่อนที่ท่านย่าซึ่งกำลังขมวดคิ้วจะเอ่ยปาก “ท่านแม่พูดเช่นนี้ก็ไม่ถูกต้อง คนนอกจะพูดอย่างไรนับเป็นเรื่องของผู้อื่น ในเมื่อพวกเรามีเรื่องที่น่ายินดี การจัดงานเลี้ยงฉลองนั้นเป็นเรื่องที่สมควรอยู่แล้ว ยิ่งไปกว่านั้นแม้ท่านแม่จะตั้งครรภ์ตอนอายุมากไปสักหน่อย แต่ก็เป็นทายาทของตระกูลสวี่อย่างถูกต้องและเปิดเผย แม้ว่าตอนนี้ท่านแม่จะไม่จัดงานเลี้ยง ทว่าเมื่อคลอดแล้วท่านแม่จะไม่จัดงานเลี้ยงเชิญมิตรสหายมาร่วมงานหรือเจ้าคะ ไม่ว่าช้าหรือเร็วก็ต้องรู้เรื่อง สู้พวกเราเปิดเผยเสียตั้งแต่ตอนนี้เลยดีกว่า จะมีอะไรต้องปิดบังกัน”
เห็นได้ชัดว่านายหญิงผู้เฒ่าพึงพอใจกับคำพูดนี้ของนางมากและพยักหน้าติดๆ กัน
เมื่อครู่นี้สีหน้านางไม่ดี ความจริงเมื่อคิดให้ละเอียดถี่ถ้วนก็ใช่ว่าจะไม่เข้าใจโจวฮูหยิน ดังนั้นน้ำเสียงจึงเป็นมิตรขึ้น “นางหนูห้าพูดได้ถูกต้อง เจ้าเองก็คิดให้ดีๆ ว่าเป็นเช่นนี้จริงหรือไม่ ใครอยากพูดอะไรก็พูดไป เจ้าจะกลัวอะไรล่ะ”
โจวฮูหยินแสดงสีหน้าลำบากใจออกมา แต่ในเมื่อนายหญิงผู้เฒ่ากับสวี่เฉิงอวี๋พูดกันถึงขนาดนี้แล้วนางเองก็ไม่รู้ว่าจะเอาคำอะไรไปตอบโต้ได้อีก ต่อให้ในใจไม่ยินยอมแต่สถานการณ์นี้คงทำได้เพียงคล้อยตามพวกนางเท่านั้น และที่ยากที่สุดเป็นด่านของสวี่ซงซาน...
มือข้างหนึ่งของนางวางลงไปบนท้องน้อยที่ยังไม่แสดงให้เห็นเด่นชัด โดยที่ในใจกลับอ่อนยวบลงมา “แต่กลัวว่าหากท่านพี่ฟังแล้วจะยิ่งโมโห”
สวี่เฉิงอวี๋ถอยหลังไปสองสามก้าว “ท่านแม่สนเพียงสงบใจรักษาครรภ์ให้ดีก็พอเจ้าค่ะ ด้านท่านพ่อข้าจะไปเตือนเอง หากข้าเตือนไม่ได้ก็จะลากพี่ชายใหญ่ไปพร้อมกันด้วย ในเมื่อเด็กคนนี้เกิดในครอบครัวเราแล้วก็นับว่าเป็นโชคชะตาอย่างหนึ่ง คงไม่ใช่ว่าทั้งครอบครัวต่างก็ต้อนรับการมาของเขาอย่างมีความสุข แต่มีเพียงท่านพ่อที่จะกำจัดเขาทิ้งไป อีกอย่างท่านพ่อเองก็เป็นห่วงท่าน เรื่องจะจัดงานเลี้ยงหรือไม่ หากมองจากต้นเหตุนี้แล้วก็ไม่ได้มีความเกี่ยวข้องกัน”
โจวฮูหยินใช่ว่าจะไม่รู้ เพราะสวี่ซงซานเป็นห่วงนางถึงได้ไม่อยากเก็บเด็กคนนี้เอาไว้
แต่เด็กคนนี้เป็นลูกของนางเหมือนที่บุตรสาวพูด มาเกิดที่ท้องของนางแล้วเท่ากับเป็นโชคชะตาที่สั่งสมกันมา หากให้นางทำแท้งนางไม่มีทางยอมแน่
โจวฮูหยินยิ่งกำมือแน่น วางแนบไปที่ท้องน้อยและไม่ได้พูดอะไรอีก
สวี่เฉิงอวี๋คารวะลานายหญิงผู้เฒ่า เก็บมือแล้วถอยออกไป
นางเปิดม่านแล้วออกจากประตูไป ยืนอยู่ตรงระเบียงสักครู่พริบตาเดียวก็เห็นท่านพ่อยังคงยืนอยู่ตรงนั้นไม่ขยับไปไหน
ทั้งที่นางเป็นผู้อ่อนอาวุโสกว่า ทว่ากลับเกลี้ยกล่อมทางนี้เสร็จก็ต้องไปเกลี้ยกล่อมทางโน้นต่อ ส่วนคนที่เป็นผู้ใหญ่กลับเอาแต่แข็งข้อใส่กันราวกับกำลังแข่งขันกันอย่างไรอย่างนั้น
สวี่ซงซานเห็นนางมาร่างก็ขยับเล็กน้อย “ท่านย่ากับท่านแม่เจ้ายังดีอยู่หรือไม่”
สวี่เฉิงอวี๋เม้มปาก “ท่านเป็นห่วงท่านย่ากับท่านแม่ แต่ก็ยังจะทำให้ท่านย่าโกรธแล้วมายืนตากแดดเช่นนี้ พอท่านย่าได้ยินเมื่อครู่ก็โมโหไม่น้อย จึงให้ข้ามาบอกท่านว่าอย่ามายืนอยู่ตรงนี้ให้ขายหน้าผู้คนเจ้าค่ะ ท่านแม่ยังดี แต่เห็นท่านกับท่านย่าขัดแย้งกันเช่นนี้ในใจเองก็ไม่พอใจ ทั้งเตือนท่านไม่ได้และเตือนท่านย่าไม่ได้ ลำบากใจทั้งสองฝ่าย เมื่อครู่ยังคลื่นไส้ครั้งหนึ่งด้วย ส่วนเรื่องอื่นดีหมด สีหน้าเองก็ดี”
สวี่ซงซานไม่สงสัย เขาถอนหายใจยาว “เจ้ายังเล็ก ไม่รู้ความร้ายแรงของเรื่องนี้ ท่านแม่เจ้านั่น...”
“คือการเสี่ยงชีวิตกับเด็กคนนี้ใช่หรือไม่เจ้าคะ” สวี่เฉิงอวี๋เข้าไปคล้องแขนเขาไว้แล้วเขย่า “ท่านพ่อ ไปที่ห้องหนังสือก่อนเถอะ ท่านยืนอยู่ตรงนี้เท่ากับเป็นการแทงเข็มที่หัวใจท่านแม่จริงๆ ทำให้ท่านแม้ต้องเจ็บปวด อีกอย่างหากท่านทำให้ท่านย่าโมโหจนป่วยขึ้นมาจะมีความสุขหรือเจ้าคะ”
ความจริงสวี่ซงซานเองก็ไม่ได้อยากจะฝืนอยู่ตรงนี้ แต่ตอนแรกแข็งข้อไปแล้วก็ไม่มีทางลง เขาจะลงอย่างไร
ตอนนี้เห็นชัดว่าสวี่เฉิงอวี๋ไปเกลี้ยกล่อมนายหญิงผู้เฒ่าในห้องมาแล้วหนึ่งรอบจนทำให้นายหญิงผู้เฒ่าคลายโมโห จึงออกมาเกลี้ยกล่อมเขาต่อและเป็นการหาทางลงให้เขาพอดี
สวี่ซงซานตบไปที่หลังมือนาง ถอนหายใจออกมาแล้วพานางเดินไปทางห้องหนังสือทางปีกตะวันตกของเรือน