‘เ้าเด็กนี่..’
พอได้รับกำลังใจ ต้นกล้าก็รู้สึกใจชื้นขึ้นมา พลางหันไปพยักหน้าตอบรับ
“อืม”
สังเกตเห็นว่าทุกอย่างเรียบร้อย อาจารย์เมย์ก็เรียกคนต่อไปเข้ามาทำการแสดง
“คนต่อไปกนกพิชญ์ ออกมาด้านหน้า”
“ค่ะ”
“ปรเมศวร์ เธอก็ออกมาด้านหน้าด้วย”
“ครับ?”
ปรเมศวร์งุนงง ปกติต้องทดสอบแค่คนเดียวไม่ใช่เหรอ? ทำไมถึงได้เรียกเขาไปด้วย
ดูเหมือนว่าอาจารย์เมย์จะเข้าใจความรู้สึกของปรเมศวร์ พลางพูดขึ้นเสียงเข้ม
“ไม่ต้องสงสัยอะไรทั้งนั้น บอกให้ออกมาก็ออกมาเถอะ”
ได้ยินเช่นนั้นปรเมศวร์ทำได้เพียงแค่ออกไปด้านหน้าอย่างนึกสงสัย
เมื่อทั้งสองคนมาถึงหน้าชั้น อาจารย์เมย์ก็พูดขึ้นอีกครั้ง
“เอาล่ะ ที่อาจารย์เรียกทั้งสองคนออกมาพร้อมกันก็เพราะว่า กนกพิชญ์ที่รับบทเป็ไอลีนนั้นเป็ละครเื่เดียวกันกับเจฟเฟอร์ที่ปรเมศวร์ได้รับบท”
‘อะไรนะ! เื่จริงงั้นเหรอ?’ ปรเมศวร์ตื่นใ ไม่คิดว่าแม้แต่บทไอลีนนางรองของเื่แสดงตะวันยังหลุดมาอยู่ที่นี่ได้ มันจะสุดยอดเกินไปแล้ว
'ใช่สิ เราลืมไป กนกพิชญ์โด่งดังเป็พลุแตกก็จากเื่แสงตะวันนี่นะ!'
พอทุกคนพร้อม อาจารย์เมย์ก็ส่งสัญญาณ
“ฉากที่หนึ่ง เทคหนึ่ง สาม สอง หนึ่ง! แอ็คชั่น!”
..
“นาย! นายคนนั้นน่ะ!” ไอลีนเรียกเจฟเฟอร์จากทางด้านหลัง
“ครับ? เรียกผมเหรอครับ?” เจฟเฟอร์ค่อยๆ หันกลับมามองหญิงสาวที่เรียกเขาด้วยความงุนงง
“ใช่ นายลืมของไว้ที่ร้าน” ไอลีนหยิบกล่องยื่นคืนให้เจฟเฟอร์ ขณะเดียวกันก็ทำสีหน้าครุ่นคิด
‘คนอะไรซุ่มซ่ามจัง กล่องใหญ่ขนาดนี้ยังลืมได้’
“ขอบคุณมากนะครับ คงแย่แน่ถ้าผมลืมมันไว้ที่ร้าน” เจฟเฟอร์พูดเสียงสั่น พลางยกกล่องนั้นขึ้นมาตรวจสอบ เมื่อเห็นว่าทุกอย่างอยู่ครบเขาก็ถอนหายใจออกมา
“งั้นฉันขอตัวก่อนนะคะ พอดีทางร้านกำลังยุ่ง” พูดจบไอลีนก็รีบวิ่งกลับไป ปล่อยให้เจฟเฟอร์ยืนสงสัยอยู่ตรงนั้น
“ครับ?”
การพบกันครั้งแรกของทั้งสอง ไม่มีความประทับใจอะไรเกิดขึ้นเลย ทว่าการพบกันครั้งนี้เหมือนจะเป็โชคชะตา เพราะหลังจากนี้ทั้งสองคงได้พบกันมากขึ้น
..
ทางด้านหนึ่ง ต้นกล้าสังเกตการณ์แสดงของปรเมศวร์กับกนกพิชญ์อยู่วงนอก ก็ครุ่นคิดในใจ
‘อะไรกัน! ทั้งสีหน้าและอารมณ์ ทั้งสองทำมันได้อย่างใจนึก ทำไมเด็กใหม่ทั้งสองถึงแสดงออกมาได้ดีขนาดนี้กันนะ ส่วนเราทำไมถึงทำไม่ได้อยู่คนเดียว..’
ส่วนอาจารย์เมย์นั้นมองต่างออกไป
‘กนกพิชญ์แสดงออกมาได้ดีมาก สมแล้วที่จบการแสดงมา ทว่าปรเมศวร์มีบางสิ่งที่ควรปรับปรุงแก้ไข’
เวลาผ่านไปอาจารย์เมย์ก็สั่งคัท
“ทั้งสองคนทำได้ดีมาก แสดงผ่านสีหน้าท่าทางและสื่ออารมณ์ออกมาได้ดี มีแค่จุดเล็กน้อยเท่านั้นที่ต้องปรับปรุง”
“ก่อนอื่นเลยกนกพิชญ์ เธอแสดงความไม่พอใจต่อเจฟเฟอร์ออกมาชัดจนเกินไป ความผิดพลาดของเธอก็มีแค่นี้แหละ”
“หนูจะปรับปรุงแก้ไขค่ะ” กนกพิชญ์ตอบรับอย่างอ่อนน้อม พลางคิดในใจ
'ยังมีเื่ต้องปรับปรุง เราคงมีสิ่งที่ต้องเรียนรู้อีกมาก'
อาจารย์เมย์พูดต่อ
“ส่วนปรเมศวร์ เธอต้องปรับปรุงเยอะเลย อย่างแรก ไอ้ท่าถือกล่องนั่นมันคืออะไร มันไม่เป็ธรรมชาติเอาเสียเลย อย่างที่สอง เธอสื่ออารมณ์ออกมาไม่มากพอระหว่างที่รับของ...”
อาจารย์เทย์พูดอยู่นานกว่าจะจบลง เธอพูดข้อผิดพลาดของปรเมศวร์ออกมาจนหมดเปลือก จนทำให้ปรเมศวร์เสียความมั่นใจ
“ผมจะปรับปรุงแก้ไขครับ” ปรเมศวร์ก้มหน้าลงอย่างเศร้าๆ ขณะพูด
“เอาเถอะ ครั้งแรกทำได้ขนาดนี้ก็ถือว่ายอดเยี่ยมแล้ว ครั้งต่อไปฉันจะไม่ใจดีแบบนี้อีกนะ” ถึงจะตักเตือนมากแค่ไหน สุดท้ายอาจารย์เมย์ก็อดเอ่ยชื่นชมไม่ได้
“ครับ”
'แบบนี้ยังเรียกว่าใจดีอยู่อีกเหรอ?'ปรเมศวร์ได้แต่นึกแล้วก็สงสัย
ทันใดนั้นอาจารย์เมย์ก็เหลือบไปมองต้นกล้า
‘เฮ้อ คนที่มีพร์กับคนที่ไม่มีพร์ช่างต่างกันเหลือเกิน’
“เอาล่ะ คลาสเรียนจบลงแล้ว ทุกคนแยกย้ายไปพักผ่อนได้ พรุ่งนี้เจอกันที่นี่เวลาเดิม”
“ครับ/ค่ะ!!!”
..
ระหว่างที่เดินออกจากห้องไป กนกพิชญ์ก็รีบเข้ามาถามปรเมศวร์
“พี่คะ? พี่ไม่เคยเรียนการแสดงมาก่อนจริงๆ เหรอ?”
“ใช่” ปรเมศวร์พยักหน้าตอบเสียงขรึม เพราะไม่อยากจะยุ่งวุ่นวายกับนางเอกในเื่มากนัก เดี๋ยวเส้นเื่หลักจะเปลี่ยนไปมากกว่านี้
“จริงเหรอคะ!! สุดยอดไปเลย พี่เก่งมาก!” กนกพิชญ์ตาเบิกกว้างเพราะรู้สึกว่ามันน่าเหลือเชื่อ ทั้งที่แสดงออกมาได้ดีขนาดนั้นกลับไม่เคยเรียนการแสดงมาก่อน
“ขอบคุณนะ”
‘ก็เข้าใจความรู้สึกของเธออยู่หรอก แต่ไอ้ความน่ารักนี่มันอะไรกัน!’
ทว่ากนกพิชญ์ไม่ความน่ารักเพียงเท่านั้น เธอยังถามไถ่นู่นนี่นั่นอย่างใกล้ชิดเขาด้วย
“ต่อจากนี้พี่จะทำอะไรต่อ ว่างๆ เรามาซ้อมบทกันไหม”
“คือว่าพี่ไม่วางน่ะ โอกาสหน้าแล้วกัน”
“ถ้าว่างบอกหนูได้เลยนะ หนูอยากจะซ้อมบทกับพี่อีก งั้นหนูขอตัวก่อนนะคะ”
“อื้อ”
‘อะไรจะร่าเริงขนาดนั้น’
ปรเมศวร์หยุดยืนเกาหัวอย่างงุนงงก่อนที่จะเดินตรงไปที่ห้องของตนเองในเวลาต่อมา
..
เหตุการณ์ที่เกิดขึ้นตรงประตูทางเข้า ต้นกล้าสังเกตทุกอย่าง เขาทำได้แต่กำหมัดแน่น
‘ทำไมกัน ทำไมเราถึงทำแบบพวกเขาไม่ได้’ ต้นกล้ารู้สึกโกรธแค้นตนเอง ทั้งที่พยายามมาตั้งขนาดนั้นแล้วแท้ๆ แต่ก็ยังทำไม่ได้
ทว่าทันใดนั้นอาจารย์เมย์ก็เดินเข้ามาตบบ่าเขาจากทางด้านหลัง
“อย่าคิดมากไปเลย พวกเขาเป็พวกที่มีพร์ ส่วนนาย..บางทีพร์ของนายจะไม่ใช่ทางสายนี่ล่ะนะ”
“ขอบคุณครับอาจารย์ที่ปลอบผม แต่ผมไม่เป็ไรหรอกครับ ผมชินกับมันตั้งนานแล้ว”
“เฮ้อ” อาจารย์เมย์ตบบ่าต้นกล้าอีกสองทีก่อนที่จะเดินออกจากห้องไป
ต้นกล้าทำได้เพียงนึกสงสัยขณะที่ต้องมองแผ่นหลังของอาจารย์เมย์
‘แล้วพร์ของเราคืออะไรกันล่ะ’