เวลาผ่านไปครึ่งชั่วโมงในชั่วพริบตา
หลี่อีิยังคงจมดิ่งอยู่ในความรู้สึกมันส์สะใจของการต่อสู้จนถอนตัวไม่ขึ้น
ส่วนซูหยางที่อยู่นอกห้องทดสอบไม่เพียงไม่รีบร้อน แต่ยังดูจะเพลิดเพลินเสียด้วยซ้ำ
เพราะเขามาพร้อมกับหลี่อีิ จึงไม่เพียงได้รับเครื่องดื่มและผลไม้ต้อนรับ แต่ทางร้านยังจัดบริการแคปซูลนวดอัตโนมัติให้ใช้ฟรีอีกต่างหาก
ซูหยางเพิ่งเสร็จจากการทดสอบที่สมาคมวรยุทธ์มาพอดี กล้ามเนื้อจึง้าการผ่อนคลายอย่างมาก
เขาหยิบรายงานผลการประเมินระดับวรยุทธ์ออกมาจากซองเอกสาร เมื่อมองเห็นตราประทับระบุระดับ ‘จิติญญายุทธ์ขั้นแปด ระดับเริ่มต้น’ ใบหน้าของซูหยางก็ปรากฏรอยยิ้มที่ไม่อาจหุบได้
เื่เงินเดือนที่จะปรับขึ้นเล็กน้อยนั้นถือเป็เื่รอง แต่สิ่งสำคัญที่สุดคือ ในที่สุดเขาก็มีคุณสมบัติเพียงพอที่จะเสนอชื่อเข้าชิงรางวัล ‘ครูดีเด่นประจำปี’ เสียที
ก่อนหน้านี้ซูหยางไม่เคยแม้แต่จะกล้าคิด แต่วันนี้เขากลับเปี่ยมไปด้วยความทะเยอทะยาน
หากได้รับเลือกเป็ครูดีเด่นประจำปีของเมืองตงไห่ ทางการจะมอบรางวัลเป็อะพาร์ตเมนต์สุดหรูขนาดใหญ่ให้หนึ่งยูนิตทันที!
เมื่อเทียบกับราคาอสังหาริมทรัพย์ในปัจจุบัน มูลค่าของมันไม่ต่ำกว่าหกล้านหยวนแน่นอน!
แน่นอนว่าการแข่งขันนั้นดุเดือดเืพล่าน เพราะเขาไม่ได้แข่งแค่กับครูในโรงเรียนมัธยมสามเท่านั้น แต่ต้องแข่งกับครูทั่วทั้งเมืองตงไห่!
โควตามีเพียงปีละ 10 คนเท่านั้น แจกครบคือจบกัน!
เกณฑ์บังคับในการคัดเลือกครูดีเด่นมีอยู่สองข้อหลัก
หนึ่งคือผลงานของชั้นเรียน และสองคือผลงานส่วนบุคคล
ซึ่งทั้งสองอย่างนี้ต้องสอดคล้องกัน
ต่อให้ผลงานส่วนตัวจะโดดเด่นแค่ไหนก็ยังไม่พอ ผลงานของชั้นเรียนต้องเข้าตากรรมการด้วย เช่น มีนักเรียนสอบเข้ามหาวิทยาลัยวรยุทธ์ชั้นนำได้ หรือทำคุณประโยชน์ครั้งใหญ่ บนพื้นฐานนี้หากความสามารถส่วนตัวสูงพอก็จะมีสิทธิ์ลุ้น
ซึ่งระดับจิติญญายุทธ์ขั้นแปดคือเกณฑ์ขั้นต่ำสุดที่ต้องมี
ซูหยางค่อนข้างมั่นใจในจุดนี้ ด้วยความช่วยเหลือจากระบบ เขาตั้งเป้าว่าจะต้องคว้าคอนโดหรูนี้มาครองให้ได้!
ในขณะที่ซูหยางกำลังจินตนาการถึงเฟอร์นิเจอร์ที่จะใช้ตกแต่งห้องในอนาคต จู่ ๆ ภายในร้านก็เกิดเสียงอึกทึกวุ่นวายขึ้น
ซูหยางใเล็กน้อย เขารีบก้าวออกจากแคปซูลนวด และเห็นเ้าหน้าที่หน่วยลาดตระเวนคุนหลุนสามคนรีบวิ่งเข้ามาในร้าน พร้อมสั่งอพยพผู้คนทันที
พนักงานในร้านต่างตื่นตระหนก ผู้จัดการรีบเข้าไปสอบถามสถานการณ์ แต่เพียงไม่กี่คำ สีหน้าของผู้จัดการก็ซีดเผือด และรีบนำทางเ้าหน้าที่ตรงไปยังห้องทดสอบระบบปิดทันที
"คุณคะ ขอโทษด้วยค่ะ เกิดเหตุฉุกเฉินขึ้น จำเป็ต้องอพยพคนโดยด่วน!" พนักงานสาวรีบวิ่งมาหาซูหยาง "คุณต้องรีบออกไปเดี๋ยวนี้ค่ะ!"
"เกิดอะไรขึ้นครับ?" ซูหยางชะงัก "นักเรียนของผมยังอยู่ข้างในนั้น!"
"พวกเราก็ยังไม่ทราบรายละเอียดค่ะ แต่ตอนนี้ในร้านอันตรายมาก เ้าหน้าที่ลาดตระเวนกำลังจัดการอยู่ กรุณาออกไปก่อนเถอะค่ะ!"
ซูหยางจำใจต้องตามพนักงานออกไป พอพ้นประตูร้านมาก็พบว่ารอบ ๆ ร้านหยุนฉิงถูกปิดล้อมด้วยแถบกั้นเขตอันตรายเรียบร้อยแล้ว
เขาถูกพามาอยู่นอกแนวกั้น ท่ามกลางเสียงวิพากษ์วิจารณ์ของฝูงชนที่มุงดูอยู่รอบ ๆ
ซูหยางยืนรอด้วยความงุนงงครู่หนึ่ง แต่ก็ยังไม่เห็นวี่แววว่าหลี่อีิจะถูกพาออกมา เขาจึงรีบถามคนแถวนั้น
"พี่ชาย เกิดอะไรขึ้นเหรอครับ? ทำไมจู่ ๆ ถึงปิดล้อมแบบนี้!?"
"มีสัตว์ร้ายหลุดออกมาหรือเปล่า?" ซูหยางถามชายวัยกลางคนข้าง ๆ ที่ดูเหมือนจะรู้เื่
"ไม่ใช่สัตว์ร้ายหรอก แต่เป็เหตุฉุกเฉินระดับชาติ!" ชายคนนั้นรีบตอบ "คุณไม่ได้ดูข่าวในมือถือเหรอ!?"
"ยังเลยครับ"
"ระบบหลังบ้านของเครือหยุนฉิงถูกแฮ็ก อุปกรณ์เสริมพลังที่กำลังทดสอบอยู่ทั่วประเทศเกิดอาการคุ้มคลั่ง ควบคุมไม่ได้แล้ว!"
ซูหยางตาเบิกกว้าง
เชี่ย... โดนแฮ็กอีกแล้วเหรอ!?
ระบบของหยุนฉิงเทคโนโลยีถูกโจมตีไม่ใช่ครั้งแรก ไม่ว่าจะเป็การแข่งที่ไม่เป็ธรรมทางธุรกิจหรือเหตุผลอื่น ซูหยางที่เป็คนธรรมดาย่อมไม่รู้ลึกขนาดนั้น แต่เขารู้แค่ว่าตอนนี้ หลี่อีิ นักเรียนของเขากำลังสวมเครื่องทดสอบนั่นอยู่!
"มันควบคุมไม่ได้... แล้วจะเป็ยังไงต่อไปครับ?"
"ไม่รู้สิ แต่ดูจากกำลังเ้าหน้าที่ขนาดนี้ คงไม่ใช่เื่ดีแน่!"
สีหน้าของซูหยางมืดครึ้มลงทันที อารมณ์แปรปรวนด้วยความกังวล
......
ภายในห้องทดสอบระบบปิด
"ทำไมมันหยุดไม่ได้ล่ะเนี่ย!"
"หลบไป! หลบไปเร็ว!"
สภาพภายในห้องทดสอบเต็มไปด้วยซากโดรนที่ถูกทำลายกระจัดกระจาย หลี่อีิรู้สึกว่าร่างกายตัวเองไม่ได้ถูกควบคุมโดยสมองอีกต่อไป ไม่สิ ต้องบอกว่าชุดเสริมแกร่งสำหรับต่อสู้อัตโนมัติต่างหากที่ควบคุมไม่ได้ มันเริ่มเปิดฉากโจมตีเ้าหน้าที่รอบข้างอย่างบ้าคลั่ง
เ้าหน้าที่เก็บข้อมูลต่างพากันแตกตื่น พวกเขาพยายามตัดการเชื่อมต่อเครือข่ายของเกราะกล ในขณะเดียวกันก็ต้องพยายามล่อหลอกระบบเซนเซอร์ของมันให้วนเวียนอยู่แค่ในห้องทดสอบนี้เท่านั้น
เพราะถ้าเครื่องบ้า ๆ นี่หลุดออกไปข้างนอก ทุกคนที่มันเห็นจะถูกระบุว่าเป็ศัตรูทันที และนั่นหมายถึงโศกนาฏกรรมครั้งใหญ่!
หลี่อีิในตอนนี้ทำอะไรไม่ถูก เขาได้แต่ถูกเกราะกลเหวี่ยงไปเหวี่ยงมา ระบบถอดถอนเกราะล้มเหลวโดยสิ้นเชิง กลไกปลดล็อกด้วยมือก็ดันมาขัดข้องในเวลาแบบนี้
"กดแล้วมันไม่ทำงานครับ!" หลี่อีิร้องลั่นด้วยความลนลาน ในจังหวะที่เขาพุ่งเข้าหาเ้าหน้าที่คนหนึ่ง อีกฝ่ายเห็นว่าหลบไม่พ้นจึงใช้เกราะของตัวเองกันไว้ แต่กลับถูกหมัดของหลี่อีิซัดกระเด็นจนกระอักเืออกมา
ในวินาทีวิกฤต ร่างหนึ่งพลันพุ่งวูบเข้ามา รับตัวเ้าหน้าที่ที่ลอยกลางอากาศไว้ได้ทันท่วงที
"ทุกคนถอยไป! พื้นที่นี้อยู่ในความดูแลของหน่วยหน่วยลาดตระเวนคุนหลุนแล้ว!"
"ระบบหลังบ้านของหยุนฉิงถูกไวรัสเล่นงาน โปรแกรมถูกเขียนทับใหม่หมดแล้ว!" เ้าหน้าที่หญิงในหน่วยลาดตระเวนะโลั่น "ตอนนี้มันอยู่ในโหมดโจมตีไม่เลือกเป้าหมาย!"
พนักงานทุกคนหน้าถอดสี รีบเผ่นหนีออกจากพื้นที่ทันที
หลี่อีิรู้สึกว่าร่างกายกำลังจะพุ่งไปอีกครั้ง แต่กลับถูกฉุดไว้แน่น เมื่อมองดูจึงพบว่าเป็เ้าหน้าที่ร่างกำยำคนหนึ่งที่ใช้มือเปล่ารวบแขนทั้งสองข้างของเกราะกลไว้ พละกำลังมหาศาลนั้นหยุดยั้งเกราะไม่ให้ขยับได้ชั่วคราว
"โอ๊ย! เจ็บ ๆ ๆ เจ็บครับ!"
แต่ปัญหาคือเกราะกลกับแขนของหลี่อีิมันแนบสนิทกัน พลังที่ยื้อยุดฉุดกระชากทำให้หลี่อีิร้องโหยหวนด้วยความเ็ป
เ้าหน้าที่ร่างั์ทำหน้าเครียด เขาจำต้องปล่อยมือ และในวินาทีต่อมา หลี่อีิที่น้ำตาเล็ดก็ถูกเครื่องจักรบังคับให้ซัดหมัดเข้าใส่จนเ้าหน้าที่คนนั้นกระเด็นไป
"ผมเปล่านะ! ไม่เกี่ยวกับผม!" หลี่อีิรีบร้องบอก "ร่างกายผมมันขยับไปเอง!"
ไม่ทันขาดคำ ร่างของหลี่อีิก็พุ่งไปปรากฏตรงหน้าเ้าหน้าที่คนเดิมอีกครั้งพร้อมซัดหมัดหนักหน่วงลงมา อีกฝ่ายยกแขนขึ้นรับไว้ได้ทัน แต่แรงปะทะมหาศาลนั้นทำให้พื้นห้องทดสอบถึงกับแตกร้าว
"ตึงมือชะมัด!"
"หาทางช่วยเด็กคนนี้ออกมาเร็ว ไม่อย่างนั้นฉันลงมือได้ไม่เต็มที่!"
"ไม่ได้!" เสียงเ้าหน้าที่หญิงะโกลับมา "ถอดไม่ได้ ระบบถูกล็อกตายตัวแล้ว ทำได้แค่ต้องทำลายเครื่องบ้า ๆ นี่ทิ้งโดยที่เด็กคนนี้ต้องปลอดภัยด้วย!"
"แล้วแหล่งพลังงานล่ะ? ทำลายทิ้งได้ไหม!?"
"ไม่ได้! นั่นมันแท่งพลังงานปฏิสสาร ถ้ามันเสียหาย เด็กคนนี้โดนะเิตายคาที่แน่นอน!"
หลี่อีิฟังแล้วถึงกับสติหลุด
"ช่วยด้วย! ช่วยผมด้วย! ผมยังไม่อยากตาย!"
เ้าหน้าที่หญิงพยายามตั้งสติแล้วบอกว่า "น้องชาย อย่าเพิ่งกลัวนะ พวกเราจะคอยถ่วงเวลาไว้ เธอเองก็ลองพยายามใช้พลังของเธอขัดขืนไอ้เครื่องจักรพัง ๆ นี่ดูสิ!"
"ไม่ได้ครับ! ผมใช้แรงทั้งหมดแล้ว แต่มันหยุดไม่ได้เลย!"
เ้าหน้าที่ร่างั์หน้าถอดสี เขาต้องเคลื่อนไหวหลบหลีกไปรอบสนามโดยมีหลี่อีิที่น้ำตานองหน้าไล่กวดตามมาติด ๆ
"ให้ตายเถอะ สวนกลับก็ไม่ได้ ถ้าฉันออกแรงมากไป เด็กนี่ได้พังพินาศแน่!"
"ถ่วงเวลาไว้ก่อน หาทางอื่นเร็ว!"
ทั้งสามคนมีสีหน้าเคร่งเครียดถึงขีดสุด ปกติแล้วไม่ว่าจะเจอสัตว์ร้ายหรืออาชญากร สถานการณ์ก็ไม่เคยกดดันเท่านี้ เพราะพวกเขาไม่สามารถใช้ไม้แข็งได้เลย มิฉะนั้นหลี่อีิถ้าไม่ตายก็คงพิการ
ในขณะที่ทั้งสามกำลังอับจนหนทาง จู่ ๆ ก็มีเสียงหนึ่งดังขึ้นจากทางเข้าห้องทดสอบ
"ครูมาแล้ว!"