บทที่8 ทวีปมหันตภัยเหนือพิภพ
“คาราวะท่านพ่อเหล่าผู้าุโ และศิษย์พี่ใหญ่หนิง”
เสียงของเด็กหนุ่มดังขึ้นพร้อมกับเก็บกลิ่นอายที่ไม่ได้ตั้งใจปลดปล่อยออกมาเมื่อผ่านไปสามลมหายใจคนที่กำลังฝันกลางวันอยู่นั้นก็ลืมตาขึ้นด้วยความงุนงงเมื่อคนที่ไม่ได้หมดสติไปนั้นได้เล่าถึงเหตุการณ์ที่เกิดขึ้นเมื่อครู่ก็ทำให้พวกเขาตกตะลึงก่อนหันไปมองกุนไท่อย่างพร้อมเพรียงกันมันอธิบายได้ว่าเด็กหนุ่มที่อายุแค่ 15 ขวบปีผู้นี้เพียงกลิ่นอายก็ทำให้พวกเขาสยบแทบเท้าได้แล้ว ในสายตาพวกเขาปรากฏความหวาดกลัวเคารพและอิจฉาขึ้นมา
กุนไท่ไม่ได้สนใจสายตาเหล่านี้เลยแม้แต่น้อย เขาหันไปหาบิดาของตนก่อนจะเอ่ยพลางหาวไปว่า“ขออภัยท่านพ่อที่ทำให้รอคอย ข้าพร้อมออกเดินทางแล้ว!”
เมื่อหนิงหลงเห็นท่าทางและกริยาที่แสดงความเกียจคร้านกับความง่วงตลอดเวลาของกุนไท่นั้นเขาพลันรู้สึกไม่ชอบหน้าขึ้นมาเพราะนี่คือการพบเจอกันครั้งแรกของพวกเขา แม้จะเป็บุตรของอาจารย์ก็ตามแต่แสดงท่าทางที่ไร้มารยาทเช่นนี้ทำให้เขาไม่พอใจนัก!
เ้าสำนักไม่ได้สังเกตเห็นสีหน้าไม่พอใจของหนิงหลงเพราะความสนใจเขาของคือกุนไท่ เขาเผยรอยยิ้มอบอุ่นขึ้นมาก่อนจะตอบกลับไป
“ข้ามาก่อนเ้าเพียงไม่นานหรอกเ้าอย่าได้คิดมากตอนนี้ก็ได้เวลาแล้วไปกันเถอะ!”
เ้าสำนักกุนจวินโบกมือคราหนึ่งพลันปรากฏรถลากที่ใหญ่โตมโหฬารเพียงมองปราดเดียวก็รู้ว่ามันสามารถจุคนได้ถึง 50 กว่าคน นอกจากผู้ที่ถูกเลือกเป็ตัวแทนทั้ง10 คนแล้วนั้น ยังมีเ้าสำนัก และผู้าุโที่ร่วมเดินทางอีก 40 คน ตัวแทนทั้ง 10นั้นหนิงหลงแล้ว อีก 9 คนล้วนเป็ศิษย์พี่ที่มีพร์ทั้งนั้น ทุกคนมีอายุไม่เกิน25 ปี! ระดับพลังบ่มเพาะที่ต่ำที่สุดอยู่ที่ระดับสร้างรากฐาน ขั้นร่างกายมีบางส่วนที่อยู่ขั้นจิตใจ อีกสองคนอยู่ในขั้นิญญา และมีเพียงหนิงหลงผู้เดียวที่สามารถไปถึงระดับหลอมรวมพลังได้!
แท้จริงแล้วในสำนักมีศิษย์ที่มีการบ่มเพาะสูงกว่านี้แต่เป็เพราะว่ากฎของการแข่งขันนั้นอายุห้ามเกิน 25 ปีถ้าหากไม่จำกัดอายุละก็คงส่งศิษย์ที่มีอายุ 50ปีขึ้นไปที่มีระดับการบ่มเพาะที่น่ากลัวออกมาเป็แน่
เมื่อรถลากปรากฏขึ้นพร้อมกับสัตว์อสูรลากรถขนาดใหญ่สี่ตัวนั้นทุกคนก็เข้าไปในรถลากอย่างรวดเร็วสัตว์อสูรทั้งสี่ตัวคำรามคราหนึ่งก่อนจะพุ่งตัวขึ้นไปบนอากาศเพียงพริบตัวเดียวก็หายวับไปกับเส้นขอบฟ้าแล้วเหล่าศิษย์ที่มีระดับการบ่มเพาะที่ต่ำจนถึงระดับกลางต่างก็ปรารถนาว่าสักวันหนึ่งจะเป็ตัวแทนของสำนักไปแข่งขันและสร้างชื่อให้กับตนเองให้ได้
ผ่านไป 7 วัน การเดินทางราบรื่นเป็อย่างมากไม่มีอุปสรรคใดเกิดขึ้นสถานที่จัดงานนั้นคือทวีปมหันตภัยเหนือพิภพเป็ทวีปขนาดใหญ่ แต่ละทวีปนั้นก็มีการแบ่งระดับเหมือนกันมีขนาดเล็ก ขนาดกลาง และขนาดใหญ่ ทั้ง 20 ทวีปก็เป็ขนาดกลางส่วนผู้ที่เป็เ้าภาพนั้นคือ ทวีปขนาดใหญ่หากเปรียบเทียบความแข็งแกร่งของแต่ละขนาด ต่อให้ทวีปขนาดเล็ก 10 ทวีปร่วมมือกันก็ไม่สามารถเอาชนะทวีปขนาดกลางได้ส่วนทวีปขนาดใหญ่นั้น ต่อให้ทวีปขนาดกลาง 5 ทวีปร่วมมือกันก็ไม่สามารถโค่นได้เช่นเดียวกัน
ทวีปมหันตภัยเหนือพิภพที่เป็สถานที่จัดงานนั้นแน่นอนว่าเป็ทวีปขนาดใหญ่ อำนาจของพวกเขายิ่งใหญ่มากเพียงแค่ส่งยอดฝีมือระดับสูงมาแค่คนเดียวก็กลายเป็ผู้ยิ่งใหญ่ของหลายๆทวีปแล้ว
เมื่อรถลากได้มาถึงแล้วก็พุ่งตรงเข้าไปตรงราชวังแห่งหนึ่งมันเปล่งรัศมีสีทองเจิดจ้าหน้าประตูของวังหลวงนั้นมีทหารยามเฝ้าอยู่ พวกเขามีระดับการบ่มเพาะถึงหลอมรวมพลังเป็อย่างต่ำ!นี่แสดงให้เห็นว่าเพียงแค่ยามหน้าประตูก็มีความแข็งแกร่งมากแล้ว
“จงแสดงตัวตนของพวกท่าน!”เสียงที่เหมือนจะให้ความเคารพแต่กลับราบเรียบฟังดูหยาบกร้าน
ทันใดนั้นก็ปรากฏแผ่นกระดาษสีน้ำตาลม้วนคลี่คลายออกมาพร้อมกับตัวหนังสือสีทองที่เขียนไว้อย่างชัดเจนว่า‘แขกพิเศษทวีปอรุณเบิกฟ้า’
เหล่าทหารยามต่างเต็มไปด้วยความเคารพมากขึ้นเมื่อรู้ตัวตนของผู้มาเยือนแม้ทวีปอรุณเบิกฟ้าจะเป็เพียงแค่ขนาดกลาง แต่อำนาจของพวกเขากล่าวได้ว่าใกล้ที่จะได้เป็ทวีปขนาดใหญ่แล้ว
หลังจากผ่านไปได้อย่างง่ายดายนั้น เบื้องหน้าปรากฏทหารยืนทอดยาวไกลสุดลูกหูลูกตาราวกับพวกเขาเป็ขบวนเสด็จของราชวงศ์ผู้ยิ่งใหญ่นี่เป็การให้เกียรติทวีปอรุณเบิกฟ้าเป็อย่างมากพวกเขาส่งคนมาเพื่อต้อนรับและให้การดูแลอย่างดี
เมื่อพวกกุนไท่จากไปแล้วนั้น ส่วนหน้าประตูของวังหลวงก็ปรากฏรถลากสัตว์อสูรจากทวีปอื่นมันมีแต่ขนาดเล็กกว่าแถมสัตว์อสูรที่ลากยังอ่อนแอกว่าเมื่อพวกเขาถูกทหารยามที่เฝ้าหน้าประตูให้ยืนยันตัวตน ทหารที่เคยแสดงท่าทีที่ดีต่อทวีปอรุณเบิกฟ้านั้นกลับเปลี่ยนไปอย่างไม่น่าเชื่อ ทหารเ่าั้เพียงเห็นตัวอักษรว่า ‘ทวีปแดนาหลั่งโลหิต’ก็ไม่ได้แสดงอาการที่เคารพแต่กลับกวาดตาอย่างเ็าอยู่คราหนึ่งก่อนจะให้ผ่านไปได้เมื่อผ่านมาแล้วทหารยามที่ยืนเรียงทอดยาวเป็ทางที่ต้อนรับอย่างยิ่งใหญ่เมื่อตอนที่พวกกุนไท่มาแต่ตอนนี้กลับเดินออกไปอย่างไม่สนใจ ทำให้พื้นที่บริเวณนั้นกลายเป็พื้นที่โล่งทันที
สิ่งที่เกิดขึ้นนั้นไม่มีใครสังเกตเห็นด้วยการนำทางของทหารที่ยืนเรียงกันนั้นทำให้รถลากของพวกกุนไท่มาถึงพระราชวังที่ใหญ่โตแห่งหนึ่ง
เมื่อเข้ามาแล้วก็พบกับพื้นที่กว้างใหญ่ทั้งซ้ายและขวาเต็มไปด้วยเสาที่ตั้งปักหลักอย่างมั่งคงอยู่สี่ต้นตรงกลางระหว่างเสานั้นมีพรมยาวสีแดงทอดยาวออกไปจุดที่สิ้นสุดของพรมนั้นมีพระที่นั่งตั้งอยู่กับชายชราผมสีขาว รูปร่างผอมสวมมุงกุฎสีทองเฉกเช่นเดียวกับอาภรณ์ที่สวมใส่ แผ่พลังปราณที่ยากจะหยั่งถึงออกมาทำให้ทั่วท้องพระโรงเต็มไปด้วยแรงกดดันแต่แรงกดดันนี้นั้นไม่ใช่มาจากความแข็งแกร่งแต่มาจากความสูงศักดิ์ที่เป็เชื้อพระวงศ์
ด้านข้างชายชรานั้นทางซ้ายมีหญิงสาววัยกลางคนงดงามผู้หนึ่งสวมใส่อาภรณ์สีทองที่ประดับไปด้วยลายหงส์ทำให้นางนั้นทั้งดูสูงศักดิ์และสง่างาม
ส่วนทางด้านขวานั้นมีชายหนุ่มสวมอาภรณ์สีขวาที่ตัดกับสีทองที่เอวมีกระบี่เล่มหนึ่งพกไว้อยู่ข้างกาย
เมื่อกลุ่มของกุนไท่มาถึงแล้ว ทุกคนยกเว้นกุนไท่และกุนจวินที่ไม่ได้คุกเข่าลง พวกเขากุมมือคาราวะเพียงอย่างเดียวพร้อมกับเปล่งเสียงออกมา
“กราบถวายบังคม‘องค์จักรพรรดิมหันตภัยเหนือพิภพ’!”