บทที่2
ตอนชีวิตใหม่
“หลี่หยวน”
เสียงอบอุ่นของเซียนสตรีผู้หนึ่งร้องเรียกบุตรชายแก้วตาดวงใจที่กำลังฝึกวิชาณ ลานบ้าน
หลี่หยวนรีบหยุดขบวนท่าต่อสู้ระยะประชิดพร้อมเก็บหมัดทั้งสองข้างก่อนเดินมาหามารดาสีหน้าท่าทางของเขาร่าเริงยิ้มแป้นดั่งเช่นทุกครั้งที่ถูกเรียกหา
“ท่านแม่เรียกข้ามีเหตุอันใดหรือขอรับ”
เซียนสตรีตรงหน้าสวมเสื้ออาภรณ์สีชมพูสดใสยืนยิ้มให้บุตรชายพลางส่ายหน้าปฏิเสธ “แม่เห็นเ้าฝึกวิชาต่อสู้มาั้แ่ยามอิ๋นแล้วตอนนี้ก็ยามซื่อแล้ว แม่แค่อยากให้เ้าได้พักบ้างหลี่หยวนเ้าอย่าหักโหมมากเกินไป อย่างไรแม่ก็เชื่อว่าเ้าเข้าสำนักเทพได้อยู่แล้ว”
หลี่หยวนยิ้มดีใจอย่างน้อยที่ได้หวนกลับมามีชีวิตอีกครั้งก็ยังมีคนที่คอยเป็ห่วงคอยให้กำลังใจั้แ่ได้เกิดในแดนเซียนหลี่ชงหยวนนามเดิมนั้นก็ถูกตั้งใหม่ให้เด็กแรกเกิดอย่างเขาว่า หลี่หยวนเสียงเรียกของบิดามารดาที่คอยเรียกตนว่าหลี่หยวนหรือหยวนเอ๋อร์นั้นช่างอบอุ่นหัวใจยิ่งนัก
ถึงแม้หลี่หยวนผู้นี้จะมีอายุแสนกว่าปีได้แล้วทว่าได้อยู่ในร่างหนุ่มแน่นเช่นนี้ย่อมมีกำลังเหลือเฟือมากกว่าแต่ก่อน…ก่อนที่ตนเองจะตายในครานั้น
หลี่หยวนยังคงปั้นหน้ายิ้มร่าเริง “ขอรับท่านแม่”
“ดีมาก มาๆ” เซียนสตรีคว้าแขนบุตรชายพาไปยังโต๊ะที่มีของหวานวางไว้ล่อตาล่อใจ “แม่ทำของหวานไว้ให้เ้าด้วยนะ เฉียวกั่วขนมแห่งความเฉลียวฉลาดที่เ้าชอบ”
หลี่หยวนยิ้มเหมือนจะหลุดหัวเราะ “ท่านแม่ช่างรู้ใจข้ายิ่งนักเมื่อก่อนไม่มี…” หลี่หยวนเผลอถึงนึกเื่ราวเก่าๆทันควัน
“เมื่อก่อนไม่มีอะไร”
คำถามของมารดาที่จู่ๆก็ถามออกมานั้นทำให้หลี่หยวนใอยู่ไม่น้อยทว่าหลี่หยวนนั้นหัวไวตอบกลับไปอย่างไม่เป็ที่สงสัย “เมื่อก่อนไม่มีผู้ใดรู้ใจข้าเท่าท่านแม่กับท่านพ่อแล้ว”
“แน่นอนเพราะข้าเป็ท่านแม่ของเ้าเลี้ยงเ้ามากับมือต่อให้มีเทพองค์ไหนกล้ามาหาเื่เ้าข้ากับท่านพ่อของเ้าจะปกป้องเ้าจับกระบี่ขึ้นไปบุกถึงแดนเทพเลยท่านแม่ของเ้าผู้นี้ทำได้นะ”นางตบบ่าพลางยักคิ้วมองบุตรชาย
หลี่หยวนยิ้ม “ลำบากท่านแม่แล้ว”
“ฮึ…กินเสีย กินเสีย”
ชิ้นที่หนึ่งเข้าปาก ชิ้นที่สองตามมาชิ้นสุดท้ายยกให้มารดา
“เ้านี่นะ” นางส่ายหน้ายิ้มให้บุตรชายทว่าหลี่หยวนยังคงคะยั้นคะยอให้มารดาได้กินสักชิ้นั้แ่หลี่ชงหยวนได้ลืมตามองชีวิตใหม่ของตนทุกการกระทำของคนรอบข้างเขาย่อมเก็บรายละเอียดทั้งหมดเมื่อตนกลับขึ้นไปแดนเทพความแค้นถูกสะสาง ถ้าิญญาดวงนี้ดับขันธ์อย่างน้อยตนก็ยังมีเื่ดีๆที่เคยพบเจอ
อย่างเช่นเื่เล็กๆน้อยๆของมารดาที่ชอบทำของหวานให้บุตรชายกับสามีทุกชิ้นที่นางทำออกมานั้นนางไม่เคยหยิบเข้าปากสักชิ้นแต่เลือกที่จะมองสองพ่อลูกแย่งกันกินพลางยิ้มอย่างมีความสุขมากกว่า
“เ้าให้แม่แล้วเ้าจะกินอะไรเล่า”นางรีบดันขนมในมือบุตรชายออก
“ข้ามีอยู่แล้วท่านเชื่อใจข้า” หลี่หยวนป้อนขนมให้มารดาดังเดิมก่อนจะหยิบขนมจากอีกจาน
“นั้นขนมเหนียนเกาของพ่อเ้านะ”มารดารีบร้องทัก
หลี่หยวนมองเหนียนเกาในจานก่อนตัดสินใจกล่าวอย่างห้าวหาญ “ข้าหยิบไปชิ้นหนึ่งท่านพ่อไม่รู้หรอก”
“รู้สิ ไยข้าจะไม่รู้”
เสียงบุรุษทุ้มเข้มดังขึ้นมาั้แ่หน้าประตู
“ท่านพี่!”
“ท่านพ่อ!”
ร่างอรชรวิ่งไปหาชายคนรักก่อนเข้าสวมกอดกันแแ่หลี่หยวนเลิกคิ้วยืนมองอยู่ด้านหลัง พลางขบคิดอยู่ว่าการถูกสวมกอดโดยคนรักเช่นนั้นจะมีความรู้สึกเช่นไร…
น่าเสียดายที่ในอดีตข้าไม่เคยมีคนรักเช่นนั้น…
“ทำไมวันนี้ท่านออกเวรมาเร็วกว่าปกติ?”คู่รักสบตาหวาน
“งานเฝ้าประตูแดนเซียนวันนี้มีเซียนหนุ่มที่เพิ่งมาทำงานต่อข้าดูท่าทางกระตือรือร้นอยากทำงานก่อนเวลา ข้าก็เลยได้กลับก่อน” สองคนยิ้มกว้าง “อีกอย่างเพราะคิดถึงเ้า”
แต่ข้าสะอิดสะเอียดพวกท่านจริงๆ
“มองตาค้าง? เ้าเพิ่งจะสองหมื่นปีแก่แดดให้มันน้อยๆหน่อย”
บิดาปรากฎกายตรงหน้าหลี่หยวนฉับพลันพร้อมแย่งขนมเหนียนเกาคืนก่อนเอาเข้าปากทันใด
หลี่หยวนอ้าปากค้างพูดไม่ออกบอกไม่ถูกั้แ่ถูกทักเื่อายุ
หกหมื่นปีที่ผ่านไปนั้นข้าเป็เพียงจิติญญาที่จับจองรอคอยอยู่ในร่างมารดาผู้นี้จนสี่หมื่นปีผ่านไปนางตั้งท้องให้แก่บิดาผู้นี้ของข้าหลังจากข้าเกิดข้าก็ใช้ชีวิตอย่างที่อยากใช้มาสองหมื่นปีถ้านับรวมทั้งหมดจากที่เคยมีชีวิตมาก่อนหน้าข้าก็อายุปาเข้าไปแสนกว่าปีได้แล้วแต่ในเมื่อพวกเขาให้กำเนิดข้ามาสองหมื่นปี…ข้าก็จะอายุสองหมื่นปี…แต่…
“แต่ท่านพ่อท่านจะมาว่าข้าแก่แดดไม่ได้นะ” หลี่หยวนลุกขึ้นยืนกอดอกส่วนสูงเป็สง่าทั้งพ่อทั้งลูก “ข้าโตแล้ว”
บิดาไล่สายตามองบุตรชายอย่างช้าๆพลางพยักหน้าเห็นด้วย “อืมเ้าโตเป็หนุ่มแล้วถ้าเ้าอยากเผยความแก่แดดเดี๋ยวข้าจะไปบอกพวกเซียนตระกูลลู่ให้เป็อย่างไร”
หลี่หยวนเบิกตากว้างลมหายใจติดขัดทันใด
“แม่นางลู่บุตรสาวคนเล็กบ้านนั้นนางยังรอให้เ้ากลับไปเล่นด้วยกันอยู่เลยนะ”
“นางเคยเอาเข็มปักข้าจนเป็แม่นตอนเรียนในสำนักเซียนที่ร้ายกว่านั้นนางเล่นปักเข็มลงเส้นเอ็นจนข้าเดินไม่ได้ไปเจ็ดวันไม่เอา ไม่เอา ข้าไม่อยากโต้ตอบคืน นางเป็สตรีดังนั้นข้าขอไม่แก่แดดเหมือนเดิมดีกว่า” เื่ในวันนั้นหลี่หยวนยังจำไม่ลืมพูดไปก็ขนลุกไป
บิดามารดายืนหัวเราะพลางตบบ่าบุตรชาย “เซียนตระกูลแพทย์ก็เป็เช่นนี้แหละ”
“ท่านพี่เลิกแกล้งหยวนเอ๋อร์ได้แล้ว”
“ได้ ก็ได้ ข้าฟังเ้า”บิดารับปากมารดาจนกลายเป็คนเชื่อฟังว่านอนสอนง่ายให้แค่นางในดวงใจเพียงผู้เดียวสองสามีภรรยาเซียนคู่นี้สบตากันยิ้มหวาน จนหลี่หยวนอยากจะไปแดนเทพตอนนี้เสียจริง
“หลี่หยวนบุตรชายของข้า”
ฝ่ามือหยาบเพราะฝึกวิชากระบี่เอื้อมตบบ่าบุตรชายก่อนจะบีบแน่น “หลี่หยวนฟังนะเ้าเป็คนเดียวที่ผ่านการคัดเลือกเซียน ที่จะขึ้นไปทดสอบเพื่อเข้าเรียนสำนักเทพ”
บิดายิ้มภาคภูมิใจเป็ที่สุดมารดายกมือทาบอกดีใจอย่างบอกไม่ถูกไม่คิดไม่ฝันว่าบุตรชายเพียงคนเดียวของตนจะฉลาดเก่งกาจชนะเซียนเป็ร้อยเป็พันขึ้นไปยังแดนเทพได้
แต่สำหรับหลี่หยวนกลับเป็สิ่งที่ตนเองคาดการณ์ไว้อยู่แล้วต่อให้มีเซียนเป็หมื่นเขาก็เอาชนะพวกนั้นได้ไม่ยากทุกการทดสอบเซียนเมื่อหกหมื่นปีก่อนตนก็เป็หนึ่งในผู้คิดบททดสอบเว้นก็แต่บททดสอบสุดท้ายที่แดนเทพนั้นอาจารย์ตนเป็ผู้คิด
“หลี่หยวน” บิดาเห็นบุตรชายยืนเหม่ออึ้งอยู่นานหลงคิดว่าบุตรชายตนคงดีใจจนทำอะไรไม่ถูกแล้วเป็แน่“เ้าฟังข้าลูกรักอีกสามวันเ้าต้องขึ้นไปแดนเทพเพื่อให้ผ่านบททดสอบสุดท้ายบททดสอบนั้นจะเป็ตัวตัดสินว่าเ้าจะได้เข้าเรียนที่สำนักเทพหรือไม่ถึงจะมีเ้าที่เป็เซียนเพียงผู้เดียวท่ามกลางเหล่าเทพ แต่พ่อเชื่อว่าเ้าทำได้”
“แม่ก็เชื่อว่าเ้าทำได้ไม่ต้องกลัว” มารดาเอื้อมมือมาลูบผมหลี่หยวนอย่างอ่อนโยนเป็เชิงปลอบให้จิตใจเขาสงบ
ทุกการกระทำของคนทั้งสองหลี่ชงหยวนปลื้มใจยิ่งนักสีหน้านิ่งอึ้งของเขาทำให้คนทั้งสองคิดว่าตนดีใจจนหวาดกลัวบททดสอบต่อไปแต่แท้จริงแล้วเขากลับคิดว่าหกหมื่นปีที่รักษาจิติญญาไว้นั้นพลังปราณฟื้นฟูทว่าพลังต้นจิตที่เคยแตกสลายไปแล้วย่อมเรียกกลับคืนมาไม่ได้ช่างน่าเสียดายยิ่งนัก
แค้นครั้งนี้ข้าคงต้องเปลืองแรงสมองมากกว่ากำลังเสียแล้ว…
บุตรชายยืนเหม่อเหมือนร่างไร้ิญญาบิดามารดาได้แต่พินิจยืนจ้องรูปลักษณ์บุตรชายอย่างใจเย็น
“ข้ารู้สึกว่าหยวนเอ๋อร์รูปงามหล่อคมเกินไปแล้วความสูงของเขาก็โดดเด่นกว่าใคร” มารดากล่าวขึ้นมาทำเอาบิดาหันไปมองหน้านางอย่างอดไม่ได้
“บิดารูปงามมารดารูปงามไม่แปลกที่เขาจะรูปงามเช่นกัน” บิดาช่างมั่นอกมั่นใจหาได้ยากยิ่ง
นางส่ายหน้าพร้อมกล่าวว่า “นั้นก็ใช่แต่ข้ารู้สึกว่าเขารูปงามเกินไป เกินกว่าเราสองคน…เขาเหมือนเทพ…”
คำกล่าวไม่ทันได้เอ่ยจบพลันถูกตัดบทไปเสียได้ “หรือว่าเ้า…”
นางในดวงใจพลันมองค้อนทันที “ท่านลองพูดออกมาสิคืนนี้ท่านได้นอนนอกห้องแน่”
“ไม่ใช่ๆอย่างที่เ้าคิด”บิดาพลันโอบรัดมารดาไม่ปล่อย “ข้าเพียงจะบอกว่าเ้ากับข้าเก่งกาจนักที่ปั้นบุตรชายออกมาได้รูปงามหล่อคมสูงสง่าเช่นนี้ถือว่าเป็ผลงานชิ้นเอกของเราสองคนก็ว่าได้”
“ก็ใช่นะสิท่านขยันซะขนาดนั้น”
ทั้งสองหยอกล้อยิ้มหวานหยาดเยิ้มจนหลี่หยวนยืนทำตาปริบๆ “ข้าว่าข้าไปฝึกพลังปราณต่อดีกว่า…”
“บุตรชายข้าช่างรู้งานเสียจริง”บิดายิ้มแป้นเห็นแล้วน่าหมั่นไส้จริงแท้
สามวันให้หลัง
แดน์เปิดกว้างแปดสำนักรวมตัวเหล่าเทพเกาะติดขอบเก้าอี้รอชมการคัดเลือกศิษย์ในรอบสุดท้าย
เหล่าเซียนทั้งหลายที่รอดูการทดสอบมิอาจเข้าเขตเทพได้แต่ยังดีที่แดนเทพยังใช้วิชาเวทเผยภาพการคัดเลือกให้เหล่าเซียนได้ชม
ปีนี้เหล่าเซียนต่างตื่นเต้นจนเก็บอาการไม่อยู่นานๆทีจะมีเซียนหนุ่มสาวสักคนที่ได้ขึ้นไปคัดเลือกที่แดนเทพสักหน
หลี่หยวนกอดลาบิดามารดาอยู่หน้าทางเข้าแดนเทพ
“มารดาเ้ากับข้ารู้ว่าเ้าต้องทำได้หรือต่อให้ไปทดสอบแล้วไม่ผ่านก็ไม่เป็ไร เพราะอย่างไรสำหรับข้าเ้าก็เก่งที่สุดลูกชายข้า” ฝ่ามือหยาบตบบ่ากว้างสร้างความมั่นใจให้หลี่หยวนไม่น้อย
“แม่เชื่อว่าเ้าทำได้”นางกอดบุตรชายอ่อนโยนอย่างเช่นทุกครั้ง “ถ้าเ้าทำสำเร็จ…เราสามคนพ่อแม่ลูกคงได้พบเจอกันยากขึ้นแต่ถึงอย่างไรเ้าก็สามารถส่งข้อความมาหาแม่และพ่อเ้าได้ตลอดแม่กับพ่อจะอยู่กับเ้าเสมอ”
หลี่หยวนสูบลมหายใจเข้าเต็มปอดพลางกระชับกอดนี้ให้แน่นขึ้นก่อนจะผละออกห่าง “ขอบคุณพวกท่านที่เลี้ยงข้ามาจนมีชีวิตที่ดีถึงเพียงนี้ขอบคุณจริงๆ…ข้าต้องไปแล้ว”
สองสามีภรรยายืนมองแผ่นหลังกว้างของบุตรชายเดินจากไปไม่เหลียวหลังยามประตูเทพปิดมารดาโผกอดคนรักข้างกายทันใด “ท่านพี่ เขาจะเจ็บตัวหรือไม่”
“เขาไม่เป็อะไรหรอก…”
หลี่หยวนเดินสวนกับเทพมากหน้าหลายตา ทุกคนที่ตนเดินผ่านต่างหันหน้าเหลียวหลังมองตามเขาเป็ตาเดียวหลี่หยวนรู้สึกประหม่าไม่น้อยที่ถูกจ้องเช่นนี้เซียนหนุ่มรีบกระซับเสื้อผ้าอาภรณ์สีเข้มของตนทันที
จวบจนมีบุรุษเทพผู้หนึ่งเดินตรงเข้ามาหาตนพร้อมเอ่ยปากถามเป็จริงเป็จัง “เซียนหนุ่มท่านนี้หน้าตาช่างเหมือนกับเทพต่ำทรามผู้นั้นยิ่งนักเ้าได้เกี่ยวข้องอะไรกับเทพผู้นั้นหรือไม่”
“…” หลี่หยวนได้แต่ทำเป็ส่ายหน้าแสดงแววตาใสซื่อไม่รู้เื่รู้ราว ทว่าในใจกลับลอบด่าไปหลายตลบ
เทพต่ำทรามบ้านบรรพบุรุษเ้าเถิด!ต่อให้ผ่านไปหกหมื่นปีปากเ้ายังคงพูดรนหาที่ตายอยู่ทุกวันสินะ
หลี่หยวนยังคงจำเทพปากมากที่มักชอบนินทาตนในนามหลี่ชงหยวนได้เป็อย่างดีไม่เคยลืม
“ถ้าเทพศาสตราวุธได้พบเจอเ้าข้าว่าเ้าไม่รอดแน่ต่อให้เป็แค่หน้าเหมือนก็เถิด” เทพท่านนี้พลันยิ้มเยาะ“ข้าว่าเซียนอย่างเ้าอย่าเข้าไปทดสอบเลย ข้าเกรงว่าเ้าจะไม่รอด…”
“ฮึ…ปากท่านนี้ช่างไม่เป็สิริมงคลเอาเสียเลย”หลี่หยวนตอกกลับทันควัน “ข้าขอบอกท่านไว้อย่าง…ท่านไม่อยากเก็บปากตนเองไว้แตกในเหมันต์ฤดูแล้วรึ?”วาจาเช่นนี้ทำเอาเทพตรงหน้าลิ้นจุกปากพูดไม่ออกไปชั่วขณะ หลี่หยวนพลันเบี่ยงกายเดินผ่านไม่สนสายตาผู้คน
“เซียนหนุ่มท่านนี้ช่างหน้าตาเหมือนกับเทพต่ำทรามผู้นั้นยิ่งนักเ้าได้เกี่ยวข้องอะไรกับเทพผู้นั้นหรือไม่”
มีคนในแดนเทพมาทักเช่นนี้ข้าจะถูกสังหารก่อนจะได้แก้แค้นเป็แน่
เพียงก้าวเท้าเดินมาได้ไม่เท่าไหร่ก็โดนตัวอัปมงคลทักเสียได้รางร้ายชัดๆ
หลี่หยวนขมวดคิ้วคิดหนัก
“ถ้าเทพศาสตราวุธได้พบเจอเ้าข้าว่าเ้าไม่รอดแน่ต่อให้เป็แค่หน้าเหมือนก็เถิด”
…
ว่าแล้วเทพศาสตราวุธที่ว่านั้นคือผู้ใดกัน…
“ผู้ทดสอบคนสุดท้าย!”
“หลี่หยวนจากเผ่าเซียน!”
จากที่ยืนอยู่ในห้องกว้างเพียงผู้เดียวกำลังขบคิดหลายอย่างอยู่ในหัวทว่าเพียงพริบตาเดียวหลังจากประกาศเรียก จากห้องกว้างตนพลันยืนสง่าอยู่กลางแท่นประลองทันควัน
ทุกสายตาจับจ้องหลี่หยวนตาค้างพลางกล่าวซุบซิบกันสนุกปาก “ใบหน้าเขาช่างเหมือนเทพผู้นั้นยิ่งนักหรือว่าเขาคือ…”
“เ้าหุบปากเสียเทพผู้นั้นตายไม่ดีเช่นนั้นจึงไม่อาจไปเกิดใหม่ได้แล้ว”
หลี่หยวนรับรู้คำนินทาพวกนั้นได้เป็อย่างดีทว่าเขาหาได้ใส่ใจไม่
เซียนหนุ่มไล่สายตามองไปรอบๆเห็นว่าเหล่าเทพหนุ่มสาวที่เคยยืนอยู่ในห้องเดียวกับตนทุกคนที่ได้ทดสอบก่อนหน้าสภาพแต่ละคนไม่ค่อยจะสู้ดีนักถึงขั้นกระอักเืออกปากแทบทุกรายแต่ผู้ใดที่กระอักเืแล้วยังยืนต่อได้ไม่ล้มพับไปเสียก่อนย่อมได้รับเลือกเข้าสำนักไป
รอดเพียงเจ็ดเท่านั้นจากยี่สิบกว่า
ประเสริฐแท้…
“การทดสอบครั้งสุดท้ายเป็การทดสอบต้านพลังเทพของเทพทั้งแปดองค์จากแปดสำนักพลังที่ต้านเป็พลังเทพเสี้ยวหนึ่งของพลังหนึ่งส่วนของท่านเทพทั้งแปดองค์โดยทั้งแปดองค์จะโจมตีพร้อมกัน…”
พร้อมกัน! บ้าไปแล้ว!ข้ามีแค่พลังเซียนไม่มีพลังเทพเหมือนเอาตัวมาลานปะาชัดๆ
เพียงครู่เดียวเทพเ้าสำนักทั้งแปดพลันปรากฎกายล้อมแท่นประลอง
หลี่หยวนหายใจไม่ทั่วท้องเทพทั้งแปดมองหน้าหลี่หยวนอึ้งค้างเซียนหนุ่มหันหน้ามองเทพทั้งแปดก่อนจะประคองสติตนคนทั้งแปดนี้เคยเป็ศิษย์น้องของตนทั้งหมด…
“เขาช่างเหมือน…”ศิษย์น้องสี่แทบจะยั้งปากไม่ทัน
หลี่หยวนแลมองเขาทันควันก่อนกวาดสายตาประสานเข้ากับแววตาจิ้งจอกของศิษย์น้องผู้หนึ่ง
ศิษย์น้องผู้นี้ของตนช่างรูปงามหล่อเหลาน่ามองเป็ที่สุดถึงจะอายุแสนกว่าปีแต่มิอาจมีผู้ใดเทียบได้แม้กระทั่งความชั่วช้าก็มิอาจมีผู้ใดเทียบเท่า
หลี่หยวนหันกายประชันหน้าศิษย์น้องผู้นั้นอย่างอดไม่ได้ศิษย์น้องผู้นั้นหน้าซีดเหงื่อตก เบ้าตามีน้ำคลอโดยพลัน
หลี่หยวนยิ้มมุมปากจ้องคนตรงหน้าไม่วางตา
ไป๋ชางหลิน ไม่ได้เจอกันนานเลยนะ