หลังจากขวัญฤดีมาถึงบ้านก็ตั้งหน้าตั้งตาทำรายงานการประชุมอย่างวุ่นวาย เพื่อที่จะส่งให้กับชายหนุ่มได้ทันเวลา และในที่สุดเธอก็ทำมันได้เสร็จ จากนั้นตรวจความเรียบร้อยก่อนที่จะกดส่งไป ก่อนเวลาเที่ยงคืน แต่เมื่อเธอกดส่งเสร็จ ก็มีเสียงข้อความดังขึ้นมา หญิงสาวหยิบโทรศัพท์ขึ้นมาดูด้วยความสงสัย เพราะนอกจากแม่และมุกดาก็ไม่ค่อยมีใครส่งข้อความมาหาเธอมากนัก
"งานนนนนนนนนนนนนนน" เมื่อเห็นหน้าคนทักข้อความมาเธอก็ต้องใ เพราะคนที่ทักหาเธอก็คือเ้านายใหม่ขี้วีนของเธอนั่นเอง ซึ่งเธอก็ต้องแปลกใจว่าเธอกับเขายังไม่ได้แลกเบอร์ และไม่ได้ของแชทส่วนตัวเอาไว้ แต่เข้ามีแชทของเธอได้อย่างไร เมื่อเธอลองนึกไปได้สักพักก็นึกขึ้นได้ว่าน่าจะมาจากประวัติที่เธอกรอกรายละเอียดไว้ตอนสมัครงาน คิดได้เช่นนั้นเธอก็กดรับชายหนุ่มเป็เพื่อนก่อนที่จะตอบกับทันที
"ส่งแล้วค่ะ"
"ไม่เห็น รออยู่" ขวัญฤดีทำการถ่ายหน้าเมลส่งให้ชายหนุ่มที่แสดงให้เห็นว่าเธอส่งงานให้เขาแล้ว
" 23.50 น. คิดจะส่งเร็วกว่านี้ไม่ได้หรือไง กลับบ้านไปก็ตั้งนานแล้ว" ชายหนุ่มตอบกับอย่างคาดโทษ
"แต่ฉันส่งก่อนเที่ยงคืนนี้ค่ะ ถือว่าส่งก่อนเวลาไม่ผิดนัด" หญิงสาวก็ไม่ยอมแพ้รีบตอบกับทันทีเช่นเดียวกัน
"ก็ได้ครั้งนี้ผมจะอนุโลมให้ก็แล้วกันทำงานวันแรก พรุ่งนี้เข้างาน 8 โมงเช้า มาก่อนเวลาด้วยนะ และก่อนที่จะมาแวะซื้อขนมปังตามรายการที่ผมส่งไปให้ด้วย เดี๋ยวผมส่งพิกัดร้านไว้ให้ แล้วก็ส่งเลขที่บัญชีมาผมจะโอนเงินให้ไม่อยากติดค้าง หรือสร้างความลำบากให้ใคร" ขวัญฤดีอ่านแชทก็ต้องอ่อนใจกับการเ้านายหนุ่มของตนเป็อย่างมาก นี่แค่เริ่มงานวันแรกนะ หากทำได้นานกว่านี้สงสัยจะจิกหัวใช้เยี่ยงทาสแน่นอน
"แต่ร้านมันไกลจากบริษัทนิค่ะ แถมคนละเส้นทางกับบ้านของฉันด้วย"
"แล้วไง ผมต้องมาเข้าใจไหมว่าคุณอยู่ไหน นี่คือคำสั่งคุณก็ต้องทำตาม แต่หากทำไม่ได้ ก็ลาออกไป"
"รับทราบคร้าาา" หญิงสาวตอบเ้านายหนุ่มด้วยความอ่อนใจ พร้อมส่งเลขที่บัญชีไปให้ชายหนุ่มตามคำขอ จากนั้นก็เตรียมเข้านอน เพราะตอนเช้าเธออาจจะต้องเจอศึกหนักเป็แน่ๆ แต่เหมือนเธอพึ่งจะล้มหัวนอนได้ไม่นานก็มีเสียงนาฬิกาปลุกเสียงดังสนั่น
ติ๊ก..ติ๊ก..
"หนูดีแกจะรีบตื่นไปไหนเนื่ย เข้างานตั้ง 8 โมง เนี่ยพึ่งจะตีห้าครึ่งเองมามะมานอนต่อ เมื่อคืนนี้ก็นอนดึกยังจะตื่นเช้าอีก"มุกดาเรียกเพื่อนสาวอย่างงัวเงีย
"ไม่ได้ คุณพัชรเขาให้ซื้อเค้กให้ มันห่างจากบริษัทตั้ง 3 กิโล"
"ไหนดูซิ"มุกดาเอามือถือของหนูดีขึ้นมาดูก็ต้องโวยวาย"มันคนละทางกับบ้านเราเลยนะแก แทบจะอ้อมโลกเลยก็ว่าได้ แกปฏิเสธไปก็ได้นี่"แต่เมื่อมุกดาเลื่อนๆ อ่านข้อความแชทก็ต้องใ"หนูดีเขาขู่แกขนาดนี้แกยังจะยอมเขาอีกเหรอ ตอนแลกก็คิดว่าแกแค่ซื่อเฉยๆ แต่ตอนนี้ แกทั้งบื้อ ทั้งโง่เลยนะ"มุกดาบ่นเพื่อนที่ตอนนี้กำลังอาบน้ำอยู่
"ฉันจะเอาชนะเขาให้ได้แกเชื่อฉัน"
"คนร้ายกาจอย่างคุณพัชร แกเอาชนะไม่ได้ง่ายๆ หลอก แกถอนตัวตอนนี้ก็ยังทันนะ" มุกดาบอกเพื่อนด้วยความเป็ห่วงก่อนที่จะเดินเข้าห้องน้ำ หลังจากที่ขวัญฤดีเดินออกจากห้องน้ำมา
เมื่อทั้งสองเตรียมตัวเสร็จก็ขับรถไปยังที่ร้านขนมตามโลเคชั่นที่ได้มา แต่เมื่อมาถึงร้านทั้งสองก็ต้องเบิกตาด้วยความตกตะลึง เพราะนอกจากร้านนี้จะเปิดร้านแต่เช้าแล้ว คนยังยืนต่อแถวกันยาวเป็อย่างมาก
"แกไปคนเดียวนะหนูดี ฉันนอนรอที่รถดีกว่า แถวยาวขนาดนี้น่าจะเป็ชั่วโมงอยู่นะ" ขวัญฤดีพยักหน้าเข้าใจก่อนที่จะเดินไปต่อคิว แต่กว่าจะได้คิวก็กินเวลาไปเกือบจะเป็ชั่วโมง เรียกได้ว่ายืนต่อคิวแทบจะขาแข็ง เมื่อเธอได้คิวแล้วก็สั่งเค้กและก็ขนมปังตามที่ชายหนุ่มได้สั่งเอาไว้ และก็ไม่ลืมที่จะสั่งของเธอกับมุกดาด้วย
"โอ๊ยกว่าจะได้ยืนรอจนเมื่อยเลยแก" ขวัญฤดีหิ้วของพะรุงพะรัง เต็มไม้เต็มมือทั้งสองข้าง เมื่อของที่สั่งครบทั้งสองก็บึ่งรถไปที่ทำงานแทบจะทันที แต่กว่าจะถึงก็ทำให้สองสาวลุ้นจนตัวโก่ง เพราะรถค่อนข้างที่จะติด กว่าจะมาถึงที่ทำงานก็เกือบแปดโมง
"07.40 น. ยังไม่สายแก" ทั้งสองหิ้วของพะรุงพะรังเดินเข้าออฟฟิศไปด้วยความทุลักทุเล ก่อนที่จะแยกย้ายกันบริเวณชั้นสาม เพราะเธอทำงานอยู่ชั้นบนสุดของตึก
หลังจากที่เธอมาถึงก็รีบตรงไปยังห้องครัว และจัดขนมปังกับใส่จาน และเตรียมกาแฟพร้อมเสิร์ฟเ้านาย โดยมีแม่บ้านเป็ผู้ช่วย วันนี้เธอมั่นใจว่าจะเสิร์ฟกาแฟได้ทันก่อนที่เขาจะมาถึง เพราะเธอเช็กกับแม่บ้านแล้วว่าพชรดนัยยังมาไม่ถึงที่ทำงาน เธอจึงรีบนำกาแฟไปวางไว้ที่ห้องเ้านายหนุ่ม แต่เมื่อมาถึงห้องยังไม่ทันจะเปิดประตูก็มีเสียงทักท้วงขึ้นมาแทบจะทันทีที่เปิดประตู
"ทำไมพึ่งมา" ขวัญฤดีสะดุ้งสุดตัวเมื่อเ้านายหนุ่มนั่งหน้าเข้มขรึม มองเธออย่างเกรี้ยวกราด "เป็เลขาก็ต้องมาก่อนเ้านายซิ ไม่ใช่ต้องให้เ้านายมานั่งรอ นี่มันกี่โมงแล้ว"
"แปดโมงค่ะ"
"แปดโมง" พชรดนัยถามซ้ำด้วยเสียงเกรี้ยวกราด "เข้างานแปดโมง แต่มาถึงแปดโมงเนี่ยนะ เป็เลขามันก็ต้องมาก่อนเ้านาย ไม่ใช่เข้างานเวลาไหนก็จะมาตรงเวลา ทำงานง่ายๆ แค่นี้ยังทำไม่ได้" เมื่อได้ยินคำพูดของชายหนุ่มที่ติติงเธอ เป็เชิงว่าไม่รับผิดชอบงาน ความอดทนของหญิงสาวก็ขาดทันที เพราะเธอต้องไปเสียเวลาต่อคิวซื้อเค้กซื้อขนมให้เขาเป็ชั่วโมงๆ แต่มาถึงกับโดนโวยวายใส่หน้าอีก
"นี่คุณพัชร คุณสั่งให้ฉันไปซื้อขนมปังกับเค้กบ้าบอของคุณเนี่ยฉันก็ต้องออกจากบ้านั้แ่หกโมงกว่าจะถึงร้าน กว่าจะต่อคิวได้ รถก็ติด คนก็เยอะ มาถึงที่ทำงานก่อนเวลาก็บุญหัวละ นี่คุณยังมาว่าฉันไม่มีความรับผิดชอบอีก คุณควรจะมีเหตุผลนะไม่ใช่ใช้แต่อารมณ์" เมื่อพูดจบขวัญฤดีก็หมุนตัวจะเดินออกจากห้องไป แต่ก็ต้องหยุด เมื่อได้ยินคำพูดของชายหนุ่ม
"คุณจะไปไหน ถ้าผมไม่ได้สั่งให้ไป คุณก็ยังไปไหนไม่ได้" พชรดนัยจ้องมองหญิงสาวตรงหน้าด้วยความแปลกใจ หากเป็เลขาที่ผ่านๆ มาหากเขาพูดตะคอกเสียงดัง หรือตำนิไม่ว่าเื่อะไรก็จะยืนน้ำตาคอ หรือไม่ก็ยืนก้มหน้าสบสายตาของเขา แต่กับผู้หญิงคนนี้ไม่มีแม้แต่จะหลบตา แถมยังกล้าที่จะเถียงกลับอีก ชายหนุ่มยิ้มเยาะก่อนที่จะสั่งงานหญิงสาวที่อยู่ตรงหน้าจงใจที่จะแกล้งเธอ และยอมสยบต่อเขา
"วันนี้ผมมีประชุมตอนเก้าโมง บ่ายมีพบลูกค้า คุณจะต้องเตรียมรายงานการประชุมสรุปให้ผม และเตรียมสัญญาการซื้อขาย และนี่เอาไปแจกจ่ายให้กับทุกแผนกที่มีรายชื่อ และนี่ก็เอกสารที่ผมเซ็นเสร็จแล้ว เอาไปคืนแต่ละแผนกด้วย ทำได้ใช่ไหม" หญิงสาวจ้องมองชายหนุ่มที่อยู่ตรงหน้า ก่อนที่จะตอบรับคำ
"ทำได้ค่ะ"
"เออผมลืมบอกไปสรุปรายงานการประชุมกับส่งเอกสารให้หน่วยงานต่างๆ ผมขอก่อนเข้าประชุมเก้าโมงเช้านะ ทำได้ใช่ไหม" ชายหนุ่มเลิกคิ้วยียวน เป็การท้าทายหญิงสาว ดูอาการว่าหญิงสาวจะมีอาการอย่างไง
"ได้ค่ะ" ขวัญฤดีตอบรับด้วยใบหน้าเรียบเฉย แต่ภายในใจแทบจะะเิใส่คนตรงหน้า กระโจนใส่แล้วฉีกเนื้อออกเป็ชิ้นๆ แต่ก็ทำได้แค่คิด ก่อนที่จะหยิบเอกสารต่างๆ ที่อยู่โต๊ะทำงาน แล้วถามกลับไป "ฉันไปได้แล้วใช่ไหม"
"ก็ไปซิใครห้ามคุณไว้" เมื่อหญิงสาวได้ยินเช่นนั้นก็รีบเดินออกไปแทบจะทันที ชายหนุ่มคิดในใจจะทำได้สักกี่น้ำ ก่อนที่จะยิ้มเยาะด้วยรอยยิ้มที่แฝงเร้นไปด้วยแผนร้าย
เมื่อหญิงสาวเดินออกมาจากห้องก็เห็นป้าแม่บ้าน พิมพรรณและสิรินทร์แอบฟังอยู่ที่หน้าอยู่ก่อนแล้ว เมื่อทั้งสามเอานิ้วชี้แตะที่ปากเป็เชิงบอกให้เธอเงียบ ก่อนที่จะกวักมือให้ออกมา
"หนูดีมันเกิดอะไรขึ้น เสียงดังแต่เช้าเลย" พิมพรรณถามหญิงสาวด้วยความเป็ห่วง
"หนูดีเสิร์ฟกาแฟให้ช้าค่ะ"
"เสิร์ฟกาแฟให้ช้า" ป้าแม่บ้านถามซ้ำอีกครั้ง
"ใช่ค่ะ"
"ปกติคุณพัชรจะรับกาแฟตอนแปดโมงครึ่งนะคะ คุณหนูดีไปเสิร์ฟก็พึ่งจะแปดโมงจะช้าได้ยังไง" เมื่อขวัญฤดีได้ยินเช่นนั้นก็เข้าใจได้ทันทีว่ากำลังโดนแกล้งอยู่ แต่ยังไม่ได้คิดอะไรเพราะเธอต้องไปส่งเอกสารให้แผนกต่างๆ
"พี่รินค่ะแต่ละแผนกอยู่ที่ไหนบ้างคะ" ขวัญฤดียื่นเอกสารให้สิรินทร์ดู หลักจากที่สิรินทร์ดูเสร็จก็อาสาพอหญิงสาวไปเป็เพื่อน
"เดี๋ยวพี่พาไปดีกว่าจะได้ไวขึ้น" ขวัญฤดียิ้มรับด้วยความดีใจ
"รินพี่ฝากแนะนำให้ทุกคนรู้จักด้วยนะ" พิมพรรณอนุญาตให้เลขาของตน พาหญิงสาวไปส่งเอกสาร เพราะสงสารเธอที่โดนเ้านายแกล้งหลายต่อหลายเื่ แถมไม่สอนงานอะไรอีก หากเป็คนอื่นคงร้องไห้กลับบ้านไปแล้ว แต่กับขวัญฤดีกลับอดทนเกินที่เขาคาดไว้ซะอีก เธอก็ได้แต่ภาวนาให้หญิงสาวอยู่ต่อได้นานๆ อย่าพึ่งถอดใจไปก่อน เพราะเ้านายขี้วีนอารมณ์ขึ้นๆ ลงๆ ไม่มีใครทนได้นั่นเอง